Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ทะเลกับวันหยุด

ชื่อตอน : ทะเลกับวันหยุด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 147

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ค. 2563 00:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ทะเลกับวันหยุด
แบบอักษร

“วันศุกร์แล้วโว๊ย”

ผมตะโกนดังลั่นห้องหลังจากที่เรียนวิชาหนึ่งในภาคเช้าจบลง เพื่อนๆทุกคนต่างก็หันมามองผมประมาณว่า มึงเป็นเหี้ยอะไรนักหนาวะไอ้หมอก แต่แล้วไงล่ะ ใครสนใจกันล่ะ เพราะสิ่งที่น่าสนใจกว่าคือผมต้องได้ไปเที่ยวทะเลต่างหากโว้ย

“มึงจะตะโกนทำมะเขืออะไรวะ เดี๋ยวชาวบ้านก็ด่าแม่เอาหรอก” กั๊มหันมาเตืิอนเพื่อนหลังจากที่สายหมอกตะโกนดังทั่วห้อง

“ก็คนมันดีใจจะได้ไปเที่ยวทะเลนี่หว่า เอ้อ ว่าแต่พวกมึงเตรียมกระเป๋าเสื้อผ้ามากันแล้วใช่ปะ” ผมเอ้ยถามพวกเพื่อนๆทุกคน “ใครลืมกูไม่รอนะเว้ย ฮ่าๆๆ”

“เรียบร้อยครับผม” พวกมันพร้อมใจกันตอบพร้อมกันมากครับ กับการเรียนตั้งใจกันขนาดนี้ไหม

“ไม่มีขาดตกบกพร่องแม้แต่ชิ้นเดียวของกูอ่ะ สบูเอย สาสีฟัน แปลงสีฟัน โลชั่นกันแดด โฟมล้างหน้า กางเกงใน ถุงยางก็พร้อม ฮ่าๆๆ” ไอ้กัสเอ่ยพูดต่อขึ้นมาอย่างตื่นเต้นเหมือนคนไม่เคยได้ออกไปเที่ยวที่ไหนมาก่อน แต่อันสุดท้ายผมว่าไม่ใช่ละหละ แม่งไอ้โรคจิตหื่นกามชัดๆ

“พอๆไอ้สัส กูเชื่อละว่ามึงพร้อมมาก” ผมด่่ามันไปอย่างคนเอื่อมระอาพร้อมกับส่ายหน้าไปด้วย

ก็นั่นแหละครับ พวกผมและเพื่อนๆได้นัดกันตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วไว้ว่าวันศุกร์สุดสัปดาห์นี้ที่เรามีเรียนแค่ในช่วงเช้าพวกเราจะไปเที่ยวทะเลกันโดยตกลงกันว่าจะไปไม่ไกลจากกรุงเทพมากนักเพราะมีเวลาค่อนข้างน้อยด้วย

“แล้วพี่กายมึงว่ายังไงบ้างไอ้หมอก จะไปกับพวกเราด้วยใช่ปะ?” ไอ้ไทม์เอ่ยถาม ผมก็ลืมซะสนิทเลยครับว่าพี่กายจะมาร่วมทริปกับพวกผมในครั้งนี้ด้วย

“ลืมไปเลยว่ะ เดี๋ยวกูโทรตามพี่เขาก่อนว่ายังไง” พร้อมยกโทรศัพท์ขึ้นต่อสายหาเจ้าตัวไปด้วย

 

“สวัสดีครับพี่กาย พอดีพวกผมเรียนเสร็จแล้วครับ กำลังเดินไปรอตรงม้านั่งที่เราเคยนั่งเล่นกัน เดี๋ยวพวกผมรอที่นั่นนะครับ”

“โอเคครับ พี่ก็เรียนเสร็จละ เดี๋ยวพี่รีบตามไปนะ” จริงๆพี่กายมีเรียนทั้งเช้าและบ่ายครับวันนี้แต่พี่แกบอกช่วงบ่ายไม่ค่อยหนัก ชิลๆ เห็นพี่แกบอกงี้นะ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าชิลจริงหรือไม่จริงในเมื่อพี่แกบอกมาแบบนั้นก็ตามนั้นครับ

“ครับผม” ผมกดวางสายพร้อมกับเอ่ยชวนพวกเพื่อนๆด้วยเลย “ปะพวกมึงไปรอพี่กายที่ม้านั่งหน้าตึกเดี๋ยวพี่กายตามมา”

รอไม่ถึงห้านาทีก็เห็นพี่กายสะพายกระเป๋าเสื้อผ้าพร้อมกับขาตั้งกล้องที่สามารถแขวนใส่เข้าไปในช่องเล็กๆของกระเป๋าด้านนอกได้อีกที บุคลิกเลยดูเป็นคนคล่องแคล่วดูให้ความรู้สึกเหมือนพวกแบ็กแพ็คเกอร์ยังไงยังงั้นและเป็นพวกชอบเดินทางท่องเที่ยวไปในสถานที่ต่างๆอยู่บ่อยๆ ในมือข้างขวาพี่กายยังมีพวกถุงขนมและแซนด์วิชอีกจำนวนหนึ่งด้วย และไหล่ด้านขวาสะพายกระเป๋ากล้องยี่ห้อแพงของค่ายsony ฟูลเฟรมตัวใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมฟังก์ชันที่ล้ำสมัยให้ความคมชัดและพร้อมกับกันสั่นด้วยต่างก็เป็นที่หมายปองของเหล่าบรรดาช่างภาพที่นิยมชมชอบและสนใจในรุ่นนี้เป็นจำนวนมาก

“ไงครับหมอก กินไรมาหรือยังครับ พี่ซื้อพวกขนมกับแซนด์วิชมาเผื่อไว้ให้กลัวว่าหมอกจะยังไม่ได้กินน่ะ กินไปก่อนเดี๋ยวแวะหาอะไรกินที่จุดพักรถเอาเนาะ” พี่กายเอ่ยถามผมอย่างคนที่คอยเป็นห่วงเสมอมา ทั้งน้ำเสียงและแววตา ผมจำมันได้ขึ้นใจตั้งแต่เจอพี่กายตอนที่ผมไปเที่ยวดอยเสมอดาวครั้งนั้น แต่น่าเสียดายน้ำเสียงและแววตาคู่นั้นซึ่งผมไม่อาจจะตอบรับความต้องการนั้นได้ มันมีให้แค่คำว่าพี่ชายอยู่เต็มอก

“ยังเลยครับ แต่ยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่พี่”

“แหม พวกผมนั่งกันตั้งเยอะชวนกินอยู่คนเดียว ไอ้ผมมันก็ไม่ได้สำคัญเท่าใครบางคนอะเนาะ เป็นเศร้า” พอไอ้ไทม์พูดจบมันก็ตีหน้าเศร้าประกอบกับคำพูด ผมรู้แหละว่ามันไม่ได้จริงจังอะไรมากนัก มันแค่อยากกวนตีนผมก็เท่านั้นแหละครับ

“ไอ้สัส อยากแดกมากก็เอาไป พี่กายเขาก็ซื้อมาให้ทุกคนมึงจะโวยวายทำไม” พูดจบผมก็โยนถุงขนมให้มันเผื่อจะเลิกพูดมากแล้วอีกอย่างเดี๋ยวพลอยทำให้บรรยากาศเสียไปด้วย

“แน่ะๆ มีหงมีหวง เดี๋ยวนี้เกรี้ยวกราดกับเพื่อนเหรอครับคุณสายหมอก” ฮ่าๆๆ เสียงพวกมันหัวเราะกันดังลั่นอย่างสนุกสนานที่ได้แกล้งแหย่ผมเล่น ทั้งๆที่พวกมันก็รู้ว่าผมไม่ได้คิดกับพี่กายเกินพี่ชายเลยสักนิด

“ไปๆพวกมึงขึ้นรถ ใครช้ากูจะถีบให้”

“เขินละรุนแรงตลอด” ไอ้กัสก็อีกคน เดี๋ยวถึงตาพวกมึงกูจะล้อให้เข็ด

การเดินทางครั้งนี้พวกเราใช้รถยนต์ของไอ้ไทม์ครับเหตุผลคือมันกว้างน่าจะนั่งได้สบายหน่อยกับระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าที่จะถึงนี้และเป็นการเที่ยวกับเพื่อนในรอบปีก็ว่าได้ตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยมาเพราะครั้งที่แล้วผมฉายเดียวเที่ยวคนเดียวด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง

“พี่ขับให้ดีกว่าครับ พวกน้องจะได้นั่งด้วยกันและสะดวกและไม่อึดอัดกัน” พี่กายเอ่ยอาสาขับรถให้ ซึ่งไม่มีใครขัดสัทธาในข้อนี้

พวกเราตกลงกันโดยที่มีพี่กายขับรถผมนั่งหน้าคู่กับคนขับและเพื่อนผมไอ้ไทม์ ไอ้กั๊ม ไอ้กัสนั่งหลัง

รถเคลื่อนตัวออกจากมหาวิทยาลัยเข้าสู่เส้นทางหลักเพื่อมุงหน้าไปยังจุดหมายปลายทางช้าบ้างเร็วบ้างตามแต่วิถีชีวิตของชาวกรุงที่มียานพาหนะกันแทบทุกครัวเรือนที่สัญจรบนท้องถนนในเวลานี้พร้อมกับเสียงพูดคุยจ้อของผมและเพื่อนสลับกับพี่กายแก้เบื่อและสร้างสีสันและความบันเทิงขนาดย่อม มีเปลี่ยนกันถามเปลี่ยนกันตอบบ้างแล้วแต่โอกาสว่าใครจะนึกคำถามหรือคำพูดชวนคุยได้ก่อนกัน รวมถึงการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยบ้างของพวกผมที่พี่กายเอ่ยถามและกิจกรรมการรับน้องที่จะมาถึงในไม่กี่วันข้างหน้านี้ด้วย คิดแล้วก็รู้สึกเหนื่อยล้าแขนขาอ่อนแรงขึ้นมาทันทีครับ

พวกเรามาถึงจุดพักรถตามที่ได้คุยกันไว้ก่อนหน้านี้ว่าเราจะแวะพักกินข้าวกันเพราะแต่ละคนก็เริ่มหิวร้องโอดโอยจะไม่ไหวกันแล้วโดยเฉพาะไอ้กั๊มกับไอ้กัส ตัวยัดห่าของแก๊งเลยก็ว่าได้

หลังจากที่เรากินข้าวกินน้ำอิ่มหนำสำราญกันแล้วก็ออกเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางเราใช้เวลาทั้งหมดสิริรวมแล้วสามชั่วโมงครึ่งก็มาถึงยังโรงแรมที่พวกเราได้จองไว้ และที่นี่ก็คือพัทยาจังหวัดชลบุรีตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของชาวไทยและต่างชาติที่นิยมมาพักผ่อนในช่วงเวลาที่ต่างกันตามความเหมาะสม

ตัวโรงแรมมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่และเป็นส่วนตัวอยู่พอสมควรครับ มีสระว่ายน้ำสีฟ้าสดใสรายล้อมด้วยพันธ์ไม้นานาชนิดปลูกบริเวณโดยรอบสระยกเว้นด้านหน้าที่ไว้ชมวิวตามท้องทะเลที่ทอดยาวออกไปสามารถมองเห็นวิวทะเลที่กว้างใหญ่ไพศาลไร้ซึ่งพรมแดนกั้นและบดบังมองออกไปสุดลูกหูลูกตา และการมาเที่ยวในครั้งนี้ผมหวังว่ามันจะสามารถชโลมจิตใจและความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ภายในใจของผมให้ทุเลาลงได้บ้าง

ตอนนี้ก็เป็นเวลาบ่ายสามครึ่งแล้วจากที่เราเดินทางออกจากกรุงเทพตั้งแต่เที่ยงครึ่งรวมสามชั่วโมงครึ่งพอดี พี่กายเดินนำเข้าไปในตัวโรงแรมเพื่อทำการเช็คอินเข้าพัก ห้องพักมีทั้งหมดสามห้องนอนที่พวกเราได้จองไว้แล้ว เช็คอินตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้วพนักงานโรงแรมยื่นคีย์การ์ดให้มาสามใบพร้อมกับแนะนำห้องพักห้องอาหารของทางโรงแรมและเงื่อนไขต่างๆรวมถึงเวลาอาหารเช้าเปิดและปิดด้วย

ถึงเวลาต้องตกลงกันว่าใครจะต้องนอนกับใคร ส่วนผมไม่ได้มีปัญหาอะไรที่จะต้องนอนกับใครอยู่แล้ว ผมง่ายๆครับ สรุปคือผมได้นอนกับไอ้ไทม์ ไอ้กั๊มนอนกับไอ้กัส ส่วนพี่กายนอนคนเดียวครับ พวกเราสะพายกระเป๋าขึ้นมายังลิฟต์ตามที่พนักงานชี้บอกทางและเลขชั้นกับเลขที่ห้องพักที่ปรากฏในคีย์การ์ดของใครของมัน พอลิฟต์เปิดออกยังชั้นสิบพวกเราจึงเดินไปตามเลขห้องและพูดคุยนัดแนะเวลาจะออกไปกินข้าวกันเล็กน้อยจากนั้นแต่ละคนก็เข้าห้องของใครของมันเพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัยครับ

ห้องพักผมกับไอ้ไทม์และก็น่าจะเป็นแบบเดียวกันหมดในบรรดาของผองเพื่อนและก็ห้องของพี่กายด้วย เมื่อเดินเข้าไปด้านในประกอบไปด้วยโซฟ้าขนาดพอดีกับตัวห้องเฟอนิเจอร์ต่างๆและห้องน้ำจะอยู่ด้านซ้ายมือเดินเข้ามาจนสุดของตัวห้องมันเป็นแนวกระจกยาวเมื่อเปิดม่านออกจะมองเห็นวิวทะเลอันกว้างใหญ่บวกกับแสงแดดกระทบกับพื้นผิวน้ำทำให้เกิดเป็นสีฟ้าอ่อนเมื่อยามมีลมพัดทำให้เกิดเป็นเกลียวคลื่นเป็นฟองขาวละเอียดซัดกระทบฝั่งลูกแล้วลูกเล่าในช่วงบ่ายแก่ๆของวันชวนใหรู้สึกผ่อนคลายกับสิ่งที่แบกรับมากับเรื่องชวนปวดหัวทั้งหมดและยังมองเห็นวิวสระว่ายน้ำของทางโรงแรมที่ทอดยาวเป็นแนวขวางตามแนวของตัวโรงแรมและอากัปกิริยาของนักท่องเที่ยวต่างเชื้อชาติกำลังว่ายน้ำหรือนอนเล่นตามริมสระน้ำเพื่อเสพอากาศตรงหน้าอย่างผ่อนคลายและเพลินตาไม่ใช่น้อย

“ไม่ได่มาเที่ยวทะเลแบบนี้นานแค่ไหนแล้วนะ” ผมบ่นพึมพำกับตัวเองคนเดียวเมื่อนึกย้อนกลับไปคราวที่เคยมาเที่ยวทะเลครั้งล่าสุดเมื่อนานมาแล้ว

 

 

เวลาเดินทางมาถึงช่วงเย็นเกือบจะห้าโมงครึ่งอากาศชวนน่าหลงไหลลมพัดเย็นเอื่อยๆเดินเรียบไปตามแนวชายฝั่งทะเลทั้งเสียงเกลียวคลื่นที่ซัดพาฟองอากาศเข้ากระทบฝั่งอย่างไม่ผิดจังหวะชวนน่าฟัง ท้องฟ้าแปลเปลี่ยนจากสีฟ้าขาวชวนแสบตาในช่วงแดดจัดเป็นสีชมพูอ่อนแกมส้มอมม่วงไล่สีชวนน่ามอง

ใช่แล้วครับผมแอบออกมาเดินเล่นคนเดียวหลังจากงีบหลับไปสักพักนึงโดยที่ไม่ได้บอกเพื่อนๆ ออกมาพร้อมกับกล้องราคาแพงและขาตั้งกล้องคู่ใจที่ขาดไม่ได้เหมือนเป็นอวัยวะชิ้นที่สามสิบสามไปแล้ว

ผมว่าการได้อยู่คนเดียวในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งมันรู้สึกดีนะครับมันเหมือนกับว่าเราได้ค้นพบตัวเองได้อยู่กับตัวเองค้นหาคำตอบให้ตัวเองว่าจริงๆแล้วเราต้องการอะไรหรือมีแนวทางกับการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเรายังไงได้ด้วย อย่างน้อยๆมันก็ทำให้ผมสบายใจขึ้นหละนะ

ผมจัดการวางขาตั้งกล้องลงหลังจากหาพื้นที่เหมาะๆกับการถ่ายรูปที่ๆไม่มีคนพลุกพล่านมากนัก ประกอบขาตั้งกล้องดึงขึ้นที่เป็นขาพับสามชั้นเพื่อให้ได้ระดับที่เหมาะสมกับตัวผมเองและง่ายต่อการมองผ่านเลนส์กล้อง เสร็จแล้วผมจึงนำกล้องไปประกอบเข้าตัวล็อกเข้ากับขาตั้งเพื้อให้เกิดความแน่นหนาปรับรูรับแสงค่าความไวแสงและสปีดชัตเตอร์ให้ได้เหมาะสมกับช่วงเวลานี้ยิ่งสปีดชัตเตอร์ต่ำยิ่งทำให้เกลียวคลื่นดูสวยละมุนมากขึ้นและพร้อมหันเลนส์กล้องไปทางแนวเส้นขอบฟ้าเบื้องหน้าที่มองทอดยาวออกไปสุดลูกหูลูกตาที่มีแสงสีในช่วงพระอาทิตย์ตกดินและกระทบกับผิวน้ำทะเลมันให้ความรู้สึกสงบทุกครั้งเมื่อยามได้ยืนมองภาพตรงหน้า

 

ผมยืนถ่ายรูปไปเรื่อยๆพร้อมเช็คภาพที่ได้ว่าสวยเป็นที่น่าพอใจหรือยัง ถ่ายไปเรื่อยๆจนได้จำนวนภาพเป็นที่น่าพึงพอใจแล้วตามช่วงระยะเวลาที่แตกต่างกันไม่มากนักแต่นั่นก็คือเป็นภาพที่ให้ความสวยที่แตกต่างกันไปเพราะในระยะเวลาอันสั้นท้องฟ้าอาจจะเปลี่ยนเป็นสีอีกสีนึงหรือเกลียวคลื่นอาจจะพองฟูเป็นฟองอากาศที่สวยงามดูไม่ซ้ำภาพเดิม

 

Rrrrrr

เสียงโทรศัพท์ผมดังขึ้นในกระเป๋ากางเกงและกำลังล้วงจะหยิบขึ้นมารับสาย แต่สายตาผมกลับเห็นมีใครสักคนที่คุ้นหน้าดันมาโผล่ให้เห็นในระดับสายตาพอดีที่นี่และเวลานี้ ผมแทบผงะช้อคล้มลงไปกองกับพื้น

เป็นไปไม่ได้แน่ๆ

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น