ฝันร้ายที่ตามหลอกหลอน อากิมิ ทุกคืน หมายถึงอะไรกันแน่!? และอิจิ ที่เข้าไปอ่านความฝันเธอเจออะไรซุกซ่อนอยู่!? <อัพทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ตอนที่ 1-11 ละอองความฝัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-11 ละอองความฝัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 160

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2563 17:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-11 ละอองความฝัน
แบบอักษร

เวลาล่วงเลยไปถึงหนึ่งทุ่ม ความมืดมิดเข้าปกคลุมยามค่ำคืนในฤดูใบไม้ร่วง 

“เดี๋ยวอากิมิ อย่าเดินนำไปคนเดียวสิลูก” 

“หนูอยากดูแข่งบาสตอนสองทุ่มอ้ะ วันนี้เอ็นบีเอเริ่มแข่งนัดเปิดฤดูกาลปกติ ใช้ถนนเส้นนั้นเถอะค่ะ"  

อากิมิเป็นฝ่ายเสนอ แต่มินาโกะไม่เห็นด้วยจนถึงที่สุด เด็กสาวจึงเสียใจมาตลอด 

“ถ้าไม่รีบกลับ เดี๋ยวพ่อก็แตกตื่นอีกหรอก” 

คำพูดนั้นทำให้มินาโกะพยักหน้าอย่างจำยอม แม่ลูกวิ่งเหยาะๆ ข้ามถนนซึ่งมีสัญญาณไฟจราจรเพียงดวงเดียวกะพริบอยู่ 

ทำไมตอนนั้นเราถึงไปชวนให้แม่ใช้ถนนสายนั้น 

หลังจากเหตุการณ์นั้นอากิมิก็โทษตัวเองหลายครั้งหลายหน ทั้งที่ปกติตัวเธอเองเป็นคนที่กลัวถนนเส้นนั้นมากกว่าแม่เสียอีก 

โดนปีศาจครอบงำแท้ๆ  

เธอจำใจความสำคัญของเหตุการณ์นั้นไม่ค่อยได้ 

คล้ายๆ ว่าเห็นไฟหน้ารถยนต์สาดมาทางด้านหลัง แต่ไม่ได้ยินเสียงเบรกเลยแม้แต่น้อย 

ฟื้นขึ้นมาอีกทีก็อยู่ในโรงพยาบาลแล้ว 

พ่อนั่งหน้าซีดเหมือนกระดาษอยู่ข้างเตียงบอกว่า “โดนชนแล้วหนี” ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา 

มารดาเธอตายคาที่ 

อากิมิถูกชนบริเวณเอ็นข้อต่อและหมอนรองกระดูกหัวเข่าขวาบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้ารับการผ่าตัดสองครั้ง เข่าของเธอไม่อาจใช้งานได้เหมือนเดิมอีก 

เด็กสาวจำใจลาออกจากชมรมบาสเก็ตบอล ชวดโควต้าพิเศษของโรงเรียนและดีกรีแชมป์บาสเก็ตบอลระดับจังหวัดไปอย่างน่าเสียดาย  

โค้ชที่ชอบชมเธอออกนอกหน้าว่า ‘สมรรถภาพร่างกายและเทคนิคการเล่นโดดเด่นชนิดสิบปีจะเจอสักครั้ง’ กลับไม่เคยมาเยี่ยมหรือแม้แต่มาร่วมงานศพแม่เธอเลยด้วยซ้ำ 

อากิมิจึงกลายเป็นคนเงียบๆ เธอรู้สึกเหมือนทุกคนสมเพชและหัวเราะเยาะอยู่เสมอ ทำให้หงุดหงิดง่ายแบบไร้เหตุผล จึงตีตัวออกห่างจากเพื่อนทุกคน รวมถึงหมางเมินเพื่อนสนิทอย่างมิฟุเนะด้วย พอเรียนจบอากิมิก็เลยหัวเดียวกระเทียมลีบ 

ไม่อยากนึกถึงมันอีกแล้ว ไม่อยากเห็นแล้ว อย่ายัดเยียดมาให้อีกเลย  

อากิมิหลับตาปี๋ ร้องตะโกน ไม่อยากนึกถึงเหตุการณ์นั้นอีก  

ปล่อยฉันไปเถอะ 

ตอนนั้นเองที่ใครบางคนดึงมือเธอเอาไว้ 

เด็กสาวตั้งการ์ดโดยอัตโนมัติ จังหวะนั้นเธอได้ยินเสียงจิโยะดังขึ้นข้างหู 

ตื่นได้แล้ว 

ได้ยินเสียงกระซิบดังขึ้น 

อ้อ จริงสิ เธอลืมตาตื่น  

อากิมิหายเกร็งทันที  

ดีจริง ไม่อยากอยู่ในฝันนี้แล้ว 

ร่างของเธอลอยพรวดขึ้นสู่ผิวน้ำ 

อากิมิลืมตาโพลง พบว่าตัวเองนอนอยู่บนฟูกที่ไม่คุ้นตา เธอเอียงคอ มองเห็นหน้าจิโยะและอิจิอยู่ฝั่งตรงข้าม 

แสงแดดแผดจ้าลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาภายในห้อง 

จิโยะคลี่ยิ้มช้าๆ 

“เอ้า ครั้งแรกจบแค่นี้ก่อนจ้ะ” 

 

*** 

 

เมื่อกลับถึงบ้านพบว่าพ่อกินข้าวมื้อเย็นเรียบร้อยแล้ว กำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา 

“ขากลับพ่อแวะซื้อข้าวห่อสาหร่ายที่ร้านอิเซยะมา วางอยู่ตรงนั้นแน่ะ กินซะสิ” 

“อื้ม ขอบคุณค่ะ” 

อากิมิพยักหน้า ร้านอิเซยะคือชื่อร้านข้าวกล่องเก่าแก่ซึ่งแม่เคยทำงานพิเศษอยู่ช่วงหนึ่ง 

เด็กสาวเดินเข้าครัวไปดื่มชาเขียวเพื่อช่วยให้กลืนข้าวห่อสาหร่ายแข็งๆ ลงคอได้ง่ายขึ้น อาบน้ำแบบลวกๆ แล้วหยิบยาลดไข้จากกล่องยามากิน 

“ท่าทางจะเป็นหวัด หนูนอนก่อนนะ” 

เธอบอกพ่อก่อนพุ่งเข้าห้อง มุดลงเตียง แล้วหลับตา 

ภาพหลากหลายแวบเข้ามาในหัวซึ่งกำลังเบลอด้วยพิษไข้ก่อนหายวับไป 

มือสีขาว เพื่อนร่วมชั้นที่ตาย เด็กกึ่งโปร่งใสที่หัวเราะเยาะ แผลตรงแขน แม่ที่ถูกรถชนตาย แต่ต้องมาถูกฆ่าในฝันของลูกสาวซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

เข่าขวาที่บาดเจ็บ โรงพยาบาล เพดานสีขาวและใบหน้าของคุณหมอ พ่อที่หน้าซีดเซียว  

ผู้ชายที่เห็นเหตุการณ์คนแรกช่วยโทร.เรียกตำรวจ นายตำรวจ มิฟุเนะและกลุ่มเพื่อนร่วมชมรมที่มาเยี่ยมไข้ โค้ชที่สุดท้ายก็ไม่เคยมาเยี่ยมเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว 

ปวดหัว อากาศร้อนแต่กลับรู้สึกหนาว ปวดเข่ามากเพราะไข้สูงขึ้นหรือไงนะ 

ความง่วงเข้าจู่โจมทั้งที่เธอไม่อยากหลับเอาเสียเลย แค่สัปหงกไปก็ต้องรีบลืมตาตื่นทุกครั้ง เพราะกลัวจะหลับ  

เธอไม่อยากฝันร้ายอีกแล้ว 

เช้าวันรุ่งขึ้นอากิมิอาการย่ำแย่ลงไปอีก 

เธอไปโรงเรียนโดยไม่ได้วัดไข้ วงจรความคิดขุ่นมัว สมองไม่แล่นเอาเสียเลย 

เห็นมิฟุเนะกับฮินาโนะกำลังคุยกัน 

ทำไม?  

สองคนนั้นไม่ได้สนิทกันนี่นา สายตาของทั้งคู่ลอบมองอากิมิด้วยหางตาแล้วผลัดกันกระซิบกระซาบอะไรบางอย่าง 

อากิมิยกนิ้วขึ้นกดขมับ 

ไม่ พวกนั้นคงไม่ได้นินทาฉัน 

เด็กสาวย้ำเตือนตนเองหนักแน่น โทชิไม่ทำเรื่องพรรค์นั้นหรอก เด็กคนนั้นไม่น่านินทาเราลับหลัง มั่นใจว่าไม่ทำแน่ 

แต่ โอย ไม่ไหวแล้ว 

อากิมิลุกหนีจากห้องเรียน มุ่งหน้าไปห้องเอ 

เธอมองหา ยามาเอะ อิจิ ก่อนจะเดินไปยืนข้างโต๊ะเขา 

“ขอโทษนะ...วันนี้ไปบ้านนายอีกได้ไหม?” 

เด็กผู้ชายซึ่งนั่งโต๊ะหลังอิจิทำตาโตเมื่อได้ยินคำพูดของอากิมิ จากนั้นตบบ่าเพื่อนนักเรียนแล้วซุบซิบกัน 

“เฮ้ย นั่นเด็กผู้หญิงห้องซีนี่” 

“อิจิโดนจีบ เจ๋งอ้ะ” 

อากิมิหันไปจ้องต้นเสียงเขม็ง 

รอยยิ้มและสีเลือดฝาดพลันเลือนหายไปจากใบหน้าเด็กนักเรียนชายคนนั้น พวกเขาหันหน้าหนีพร้อมกับที่อิจิตอบว่า 

“ได้สิ แต่วันนี้ฉันเป็นเวรทำความสะอาด รอหน้าประตูโรงเรียนก่อนจนกว่าฉันจะเสร็จนะ” 

น้ำเสียงที่เอ่ยนั้นราบเรียบ ไม่มีวี่แววของการล้อเล่น 

อากิมิพยักหน้าแล้วออกจากห้องเอไป 

เมื่อทั้งสองคนกลับมาถึงบ้านยามาเอะ ท้องฟ้าสีครามแจ่มใสยามอาทิตย์อัสดงก็กลายเป็นสีพีช เผยสีสันแสนอ่อนโยนของฤดูใบไม้ผลิ 

ทันทีที่พบหน้าจิโยะ 

“เมื่อวานหลังจากตอนนั้นหนูคิดหลายเรื่องเลยค่ะ” 

อากิมิระบายสิ่งที่อัดแน่นอยู่ในอก 

“แต่ยิ่งคิดยิ่งสรุปไม่ได้เลยค่ะ ติดแหง็กอยู่ที่คำว่า ‘เป็นความผิดของหนู’ วนเวียนอยู่อย่างนั้น” 

เธอยกมือข้างหนึ่งขึ้นปิดหน้า 

“ถ้าหนูหยุดรอเด็กผู้หญิงที่เคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นคนนั้น เธอคงไม่รีบวิ่งตามและสังเกตเห็นรถเร็วกว่านี้ คราวแม่ก็เหมือนกัน ถ้าหนูไม่ชวนใช้ถนนเส้นนั้น แม่ก็น่าจะยังมีชีวิตอยู่ เป็นความผิดของหนูทั้งหมดเลย ทั้งสองคนตายเพราะหนู เรื่องนั้นทำให้หนูทนไม่ไหวเลยฝันร้ายเป็นประจำใช่ไหมคะ?” 

“เอาละ พอก่อนจ้ะ” 

จิโยะขัดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่อากิมิไม่ยอมหยุดพูด 

ถ้าไม่ประมาท แม่คงไม่ตาย หนูคงได้เล่นบาสเก็ตบอลต่อ ถ้างั้นหลังจากนี้หนูควรไถ่โทษกับใคร ทำยังไงดี? 

หรือว่าเด็กคนนั้นจะ ‘เรียกหา’ หนูกับแม่ เรื่องเหนือธรรมชาติแบบนั้นไม่มีจริง หนูรู้ แต่หนูก็อดคิดไม่ได้จริงๆ 

ถ้าหนูสนิทกับเด็กคนนั้นมากกว่านี้ก็คงดี  

ถ้าไม่ใช้ถนนเส้นนั้นคงดี  

ไม่สิ ที่จริงตอนนั้นเป็นหนูที่ควรตายไม่ใช่แม่ 

อากิมิหยุดพูดแล้วก้มหน้า 

ทุกคนเงียบกริบ 

บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบงันยาวนาน จนในที่สุดจิโยะก็เอ่ยปาก 

“หนูจ๊ะ...การแบกภาระหนักเกินไปทำให้ความฝันยิ่งซับซ้อนนะจ๊ะ เรื่องแย่ๆ ทุกเรื่องบนโลกใบนี้ไม่มีทางเป็นความผิดของใครคนใดคนหนึ่งหรอก ลำพังมนุษย์คนเดียวคงไม่มีพลังมหาศาลปานนั้น” 

หญิงชรายกมือขึ้นแตะจอนผมซึ่งจัดแต่งอย่างสวยงาม แล้วพูดอย่างสงบ 

“วันนี้เราอย่าเพิ่ง ‘ท่องฝัน’ ครั้งที่สองจะดีกว่า ไว้ค่อยมาใหม่นะจ๊ะ” 

ความคิดเห็น