ฝันร้ายที่ตามหลอกหลอน อากิมิ ทุกคืน หมายถึงอะไรกันแน่!? และอิจิ ที่เข้าไปอ่านความฝันเธอเจออะไรซุกซ่อนอยู่!? <อัพทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ตอนที่ 1-10 ละอองความฝัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-10 ละอองความฝัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 239

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2563 09:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-10 ละอองความฝัน
แบบอักษร

ข้างกายมีแม่อยู่ ความฝัน ฝันที่เห็นเป็นประจำ 

แต่ที่ต่างจากปกติคือมีวี่แววของจิโยะอยู่ข้างกายด้วย แม้ไม่เห็นตัว แต่เธอรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าหญิงชราจับข้อมือเธอ แล้วก้าวเดินด้วยจังหวะความเร็วเท่ากัน  

เธอรู้สึกอุ่นใจ ความหวาดกลัวที่มีเบาบางลง แม้จะหลงเหลือความหวาดกลัวความฝันอยู่ แต่ไม่ถึงขนาดอยากวิ่งหนีแล้ว 

อ้อ จริงด้วยสิ เพราะมาพร้อมกับจิโยะ ในสายตาของเธอมันจึงกลายเป็นมุมมองของ ‘บุคคลที่สาม’ เธอสามารถมองความฝันตามความเป็นจริงได้ ความกลัวอาจลดน้อยลงเพราะเหตุนั้น อากิมิคิดอย่างใจเย็น 

ขายังคงพาเธอมุ่งตรงไปยังจุดเดิม ตัวเธอแข็งทื่อขึ้นมาโดยอัตโนมัติ 

มือสีขาวนับไม่ถ้วนโผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน  

มันมาอีกแล้ว ความฝันเปิดฉากอีกครั้ง เรื่องเดิมๆ เริ่มขึ้นอีกแล้ว 

แขนเรียวยาวสีขาวแกว่งไกวราวกับร้องขอ ส่ายไปมาราวกับไอระอุ มันส่งเสียงโหวกเหวกด้วยความกระหาย 

อยากได้ อยากได้ อยากได้ 

ขอหน่อย ขออีก ขอทุกสิ่งทุกอย่าง อย่าได้เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว 

เหล่าเด็กกึ่งโปร่งใสผุดพรายขึ้นมาตามกันราวฟองน้ำต่อหน้าอากิมิ พวกมันกระซิบกระซาบ หัวเราะเยาะเธอ 

อากิมิกล้ามองเหล่าเด็กๆ เหล่านั้นอย่างเต็มตาโดยไม่หวาดกลัวเป็นครั้งแรก 

น่าขยะแขยง  

น่ากลัว  

ดูอย่างไรรูปลักษณ์ของพวกมันก็น่าขยะแขยง แต่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นพวกมันชัดเต็มที่กว่าที่เคย  

ในที่สุดอากิมิก็รู้แล้วว่าดวงตาแปลกประหลาดของเด็กๆ ไม่ใช่ตารวม* 

นั่นมัน...ใช่  

มันคือแว่นตา  

สิ่งที่เคยเป็นแว่นตาบิดเบี้ยวผิดรูประหว่างอยู่ในโลกแห่งความฝัน แล้วหลอมละลายกลายเป็นเนื้อเดียวกับใบหน้าจึงดูเหมือนนูนขึ้นมาบนผิวหน้า 

แว่นตาขนาดใหญ่ 

ดวงตาแปลกประหลาดที่โตขึ้นยิ่งดูเหมือนหลอมเข้าเป็นเนื้อเดียวกับใบหน้า 

คีย์เวิร์ดสองคำปลุกความทรงจำในตัวอากิมิ  

พื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุเป็นประจำกับเด็กที่สวมแว่นตาใหญ่หนาเตอะ 

เด็ก 

ใครบางคนส่งเสียงกระซิบอยู่ตรงติ่งหู 

ไม่เป็นไรนะจ๊ะ เสียงนั้นกระซิบ  

เสียงนี้คือเสียงของจิโยะ  

ไม่เป็นไรจ้ะ จะนึกถึงมันก็ได้  

หญิงชรากระซิบกระซาบเสียงนุ่ม 

ตึกตัก หัวใจอากิมิเต้นโครมคราม 

เธอจำได้ เรื่องที่เห็นบนถนนสายนั้น  

ใช่ อุบัติเหตุครั้งที่สอง 

ผู้ตายคือเพื่อนร่วมชั้นของอากิมิ 

เด็กร่างเล็ก สวมแว่นตากรอบใหญ่เกินใบหน้า ดวงตาที่มองเห็นผ่านแว่นสายตายาวดูใหญ่เกินจริงเหมือนแมลง ประกอบกับการเคลื่อนไหวที่ต้วมเตี้ยมของเด็กคนนั้น เลยถูกกลั่นแกล้งเป็นประจำ 

เด็กคนนั้นปลื้มอากิมิ 

เพราะอะไร?  

เพราะอากิมิไม่เคยหัวเราะเยาะเธอเลยสักครั้ง  

ไม่เคยด่าทอและไม่เคยผลักไส  

แต่ก็แค่นั้น อากิมิไม่เคยชวนเธอคุยอย่างจริงจังหรือเป็นเพื่อนด้วยแต่อย่างใด 

เด็กคนนั้นมักเดินตามหลังอากิมิเงียบๆ เสมอ ทุกครั้งที่หันไปมอง เธอจะยิ้มอย่างดีใจ นึกถึงรอยยิ้มนั้นแล้วในใจก็เจ็บปวด  

ทำไมถึงไม่สนิทกับเด็กคนนั้นให้มากกว่านี้ หัวใจเธอรวดร้าวด้วยความรู้สึกผิดบาป 

ช่วงนั้นถนนสายดังกล่าวเริ่มมีอุบัติเหตุน้อยลง 

ป้ายระวังความปลอดภัยบนท้องถนนซึ่งคณะกรรมการชุมชนจัดทำขึ้นและตั้งไว้หน้าโค้งหักศอกได้ผลเกินคาด  

มีทางโค้งข้างหน้า! ข้างหน้าไม่ใช่ทางตรง! 

ป้ายเรียบๆ เขียนด้วยหมึกสีดำบนพื้นสีแดงซึ่งดูอันตราย ทว่าเตะตา 

การแจ้งเตือนแบบตรงๆ ได้ผลดี เพราะอุบัติเหตุลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่กลุ่มเด็กนักเรียนที่ใช้เส้นทางนั้นไปโรงเรียนกลับเพิ่มขึ้นเหมือนสัดส่วนผกผัน 

หลังจากนั้น 

เช้าวันหนึ่งอากิมิไปโรงเรียนสายอีกครั้ง 

เธอจำสาเหตุไม่ได้ รู้สึกแค่ว่าตอนออกเดินทางเกิดเรื่องบางอย่างที่ขัดกิจวัตรประจำวันของพ่อ กว่าจะได้ออกจากบ้านก็เลยสายกว่าเดิมถึงยี่สิบนาที 

อากิมิที่รู้ว่าถนนเส้นนั้นมีอุบัติเหตุน้อยลง 

ปลอดภัยแล้วแหละ น่าจะเดินได้ 

เด็กสาวย้ำกับตนเองก่อนข้ามทางม้าลาย 

ขณะวิ่งไปโรงเรียน หางตาอากิมิมองเห็น ‘เด็กคนนั้น’  

แว่นสายตายาวซึ่งใหญ่กว่าใบหน้า กระเป๋าเป้สีแดงบนร่างผอมบาง 

เธอแค่หันไปมอง แต่ไม่ได้หยุดรอ 

ถ้ายืนรอให้เด็กคนนั้นตามทันแล้วค่อยวิ่งไปพร้อมกัน เธออาจจะไม่ตายก็ได้  

ใช่ ทุกวันนี้เธอก็ยังคิดอย่างนั้นเป็นบางครั้ง  

หลังจากนั้นไม่ถึงนาที ก็ได้ยินเสียงเบรกกะทันหันและเสียงกรีดร้องดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นเหม็นไหม้ที่โชยมาเตะจมูก 

อากิมิหยุดชะงักแล้วค่อยๆ หันกลับไปมอง 

เด็กสาวเห็นท้ายรถซีดาน**เป็นสิ่งแรก กันชนทิ่มแนวแผงกั้นจนหน้ารถยับยู่ยี่ ใครบางคนกรีดร้องไม่หยุด มีควันสีดำพวยพุ่ง แล้วสิ่งที่โผล่ออกมาจากใต้รถก็คือมือคน 

วินาทีที่สังเกตเห็น อากิมิถูกใครบางคนดึงแขน ‘ห้ามดูนะ’ แล้วโอบกอดเธอไว้ 

เด็กสาวเงยหน้าพบว่าเป็นคุณป้าที่ไม่รู้จัก กว่าจะตระหนักได้ว่าคุณป้ากอดเธอเพื่อช่วยไม่ให้เธอเห็นภาพน่าสยดสยองก็นานโข 

ผู้ตายคือ ‘เด็กคนนั้น’ 

เธอพยายามวิ่งตามอากิมิ แต่กลับถูกบีบอัดด้วยรถซีดานเข้ากับแนวแผงกั้นอย่างจัง 

ไม่รู้เพราะเหตุใดวันนั้นป้ายระวังความปลอดภัยบนถนนจึงหายไป 

สัปดาห์ถัดมา ถนนซึ่งมีอุบัติเหตุคนตายไม่จบสิ้นก็ได้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นอีกครั้ง  

รถบรรทุกของชนเด็กๆ ซึ่งเดินเรียงแถวไปโรงเรียน มีผู้บาดเจ็บหกคนและตายคาที่สองคน เป็นอุบัติเหตุใหญ่ที่ขึ้นพาดหัวข่าวในหน้าสาม***ของหนังสือพิมพ์ 

หลังจากนั้นก็ไม่มีใครใช้ถนนเส้นนั้นเป็นเส้นทางไปโรงเรียนอีก ปัจจุบันแทบไม่มีทั้งคนและรถยนต์ผ่านเส้นทางนั้นแล้ว ถึงขนาดที่ย่านใกล้เคียงยังเรียกแบบขยาดๆ ว่า ‘ถนนปิศาจ’ 

หลายเดือนต่อมาก็พบว่ามีป้ายระวังความปลอดภัยบนท้องถนนในสถานที่ที่คาดไม่ถึง 

ก่อนถึงหัวโค้งมีคฤหาสน์ซึ่งมีประตูสุดหรูและสวนกว้างใหญ่ แต่เจ้าของบ้านหลังนั้นมีนิสัยแปลกๆ 

ไม่ยอมทิ้งของ 

ถ้าถูกใจอะไรก็จะเก็บกลับมาสะสมที่บ้าน 

และป้ายสีแดงดันไปเตะตาเจ้าของบ้านเข้าเลยถูกเพิ่มเป็นของสะสม 

คณะกรรมการชุมชนโกรธจัดถึงขั้นประท้วงคฤหาสน์หลังนั้น แต่แน่นอนว่าไม่อาจฟ้องเจ้าบ้านว่ามีความผิดข้อหาฆ่าคนได้ ตำรวจก็เหลาะแหละ แค่อบรมเจ้าของบ้านง่ายๆ แล้วทุกอย่างก็จบ 

นั่นคือสถานการณ์ ‘อุบัติเหตุครั้งที่สอง’ ในหัวอากิมิ 

แล้วครั้งที่สามเป็นอย่างไรน่ะหรือ? 

ได้ยินเสียงกระซิบข้างหู 

อากิมิส่ายหัว ไม่เอา หยุดนะ ไม่อยากนึกถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว 

แต่ประตูแห่งความทรงจำกลับแง้มออกสวนทางกับความตั้งใจปล่อยให้แสงลอดผ่านเข้ามา 

หยุดไม่ได้ 

อุบัติเหตุครั้งที่สามเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครึ่งปีก่อน 

อากิมิกับแม่รีบกลับบ้าน แม่ต้องออกไปซื้อของวันหยุดสุดสัปดาห์เป็นประจำ ส่วนอากิมิต้องติดสอยห้อยตามไปด้วยในฐานะเด็กหิ้วของ 

 

 

 

*ตาแบบรวมหมายถึงตาของแมลงซึ่งประกอบด้วยเลนส์จำนวนมาก เมื่อรวมกันจะทำหน้าที่ในการมองสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะการรับรู้ภาพวัตถุที่เคลื่อนไหว 

**รถซีดานหมายถึงรถยนต์สี่ประตูทั่วไปซึ่งพบเห็นได้บ่อยที่สุดตามท้องถนน 

***หน้าสามในหนังสือพิมพ์เป็นหน้าข่าวสังคมหรือข่าวท้องถิ่น 

ความคิดเห็น