ฝันร้ายที่ตามหลอกหลอน อากิมิ ทุกคืน หมายถึงอะไรกันแน่!? และอิจิ ที่เข้าไปอ่านความฝันเธอเจออะไรซุกซ่อนอยู่!? <อัพทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ตอนที่ 1-9 ละอองความฝัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-9 ละอองความฝัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 152

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2563 09:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-9 ละอองความฝัน
แบบอักษร

จริงอย่างที่อิจิพูด เธอคิดแบบนั้นจริงๆ  

หยุดพูดเรื่องรับเงินเพื่อลงแข่งกีฬาใกล้ๆ ฉันที่วิ่งไม่ได้อีกแล้วซะทีเถอะ เด็กสาวหงุดหงิด ยิ่งได้ยินคำว่า ‘ชมรมบาสเก็ตบอล’ ก็ยิ่งทนไม่ไหว 

เพื่อช่วยค่าใช้จ่ายในครอบครัวงั้นเหรอ?  

ถ้าแบบนั้นก็ช่วยไม่ได้  

จิตใจที่แข็งกระด้างเริ่มอ่อนยวบ 

อากิมิถอนหายใจแล้วหยิบถ้วยน้ำชามาจิบอีกครั้ง 

ชาเขียวรสเข้มข้นซึมซาบสู่ลิ้น มาลองคิดดู เธอไม่ได้ดื่มน้ำชาที่คนอื่นชงให้มาสักระยะแล้ว 

“ขอโทษนะ งั้นกลับเข้าเรื่องดีกว่า” 

จิโยะพูดอย่างนิ่มนวล 

“หนูฝันร้ายแบบไหนหรือ ดูจากสีหน้า คงไม่ได้หลับได้นอนมานานแล้วสิ” 

“อ่า เปล่าค่ะ” 

อากิมิปัดมือ 

“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ เอ่อ ที่ร่างกายหนูไม่ค่อยแข็งแรงเพราะเป็นหวัดนิดหน่อย...แล้วหวัดก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ด้วย ปกติหนูมั่นใจในพละกำลังตัวเองอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสบายมากเลยค่ะ” 

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะหนู” 

จิโยะหรี่ตาเหมือนแมว แล้วผุดรอยยิ้มที่เหมาะควรกับคำว่าผู้ดี  

“การกลุ้มใจเรื่องความฝันไม่ใช่เรื่องน่าอายเลย” 

หญิงชราพูดอย่างสงบ 

“คนเรามักฝันบ่อยๆ มันจะช่วยเรียบเรียงข้อมูลที่เราเจอตอนตื่นจ้ะ การเก็บสิ่งที่ไม่จำเป็นลงหีบปิดตายเอาไว้ ในทางกลับกันก็เป็นการเตรียมสิ่งที่น่าจะได้ใช้ในเร็ววันใส่ลงลิ้นชักใกล้มือ จัดระเบียบให้เราอย่างดีเลย แต่ถ้ามีเหตุผลบางอย่างทำให้ความเป็นระเบียบเกิดติดขัดหรือขัดขวางการจัดระเบียบในจิตใจ ฝันร้ายก็จะลากยาวเกินหนึ่งคืนจ้ะ” 

“อา...” 

คำพูดของหญิงชราทำให้อากิมิงงไปชั่วขณะ 

เด็กสาวพยักหน้าส่งๆ ไปก่อน 

“งั้นที่ฝันเหมือนเดิมทุกวัน...หมายถึงอะไรเหรอคะ?” 

เธอถามด้วยความหวั่นใจ 

“นั่นสินะ” 

หญิงชราเอียงคอ 

“มีความเป็นไปได้หลายอย่าง คงตอบฟันธงลงไปไม่ได้ อย่างเช่น จิตใจของหนูถูกกักขังไว้ที่ใดที่หนึ่งมาตลอดจนเดินหน้าต่อไม่ได้ หรือไม่จิตไร้สำนึกอาจกำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือถึงหนูก็เป็นได้” 

“สัญญาณขอความช่วยเหลือ?” 

“ความฝันเกิดจากความกังวลจนเกินเหตุจ้ะ พูดง่ายๆ ก็คือถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริง หนูอาจรับไม่ได้ เลยไม่บอกข้อมูลตรงๆ แต่หาทางบิดเบือนบ้าง ดัดแปลงเป็นสัญลักษณ์บ้าง เปลี่ยนเป็นรูปแบบต่างๆ ในความฝันน่ะจ้ะ” 

สัญลักษณ์งั้นเหรอ?  

จะว่าไปอิจิก็เคยพูดกับเธอทำนองนั้น 

จิโยะอธิบายต่อ 

“สมองจดจำทุกสิ่งทุกอย่าง แต่จิตสำนึกไม่ใช่ มันสามารถปฏิเสธไม่รับรู้สิ่งที่เราไม่อยากเห็นหรือไม่อยากได้ยินได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีปัญหา แต่นานๆ ทีก็มีบ้างที่จิตไร้สำนึกจะส่งสัญญาณมาบอกว่า ‘อย่ามองข้ามเรื่องนี้นะ’ ” 

“แล้วถ้าเราไม่สังเกตเห็นสัญญาณนั้น...จะเป็นยังไงคะ?” 

“ขึ้นอยู่กับสถานการณ์จ้ะ หนูอาจฝันถึงเรื่องเดิมซ้ำๆ จนกว่าจะรู้ตัวก็ได้ หรือไม่ก็ความฝันอาจซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม อย่างที่บอกเมื่อกี้ว่าการทำงานของความฝันมักจะอ่อนโยนกับเราเลยไม่เคยฝืนใจให้เรารู้สึกตัว แต่กลับลดทอนพลังงานเราลงอย่างช้าๆ เหมือนที่หนูเป็นอยู่ตอนนี้ไม่มีผิด"  

จิโยะเสริม 

“ความฝันน่ะจะเรียกว่าเป็นแหล่งรวมจิตไร้สำนึกก็ได้ ถ้าเข้าไปคลี่ออกดูอาจจะมีหลายอย่างหล่นเกลื่อนกลาด ทุกสิ่งทุกอย่างรวมถึงสิ่งที่ไม่ได้ปล่อยสู่จิตสำนึกจะยังอยู่ตรงนั้นในฐานะคำใบ้ ซึ่งยายได้รับอนุญาตให้เข้าไปดูได้นิดหน่อย” 

“อ้อ” 

อากิมิตอบรับแม้จะยังรู้สึกคลุมเครือ 

เห็นพูดเรื่องยากๆ ให้ฟังมากมาย สรุปคือคุณยายคนนี้ทำนายฝันสินะ อย่างเช่น ฝันว่าฟันหลุดแสดงว่ากำลังมีเรื่องกังวล หรือฝันเห็นงูแสดงว่าอึดอัดใจ  

เรื่องหว่านแหพวกนั้นน่ะเอง ถ้าเป็นแบบนี้ก็บอกเลยว่าผิดหวังมาก 

ทันทีที่คิดอย่างนั้นอยู่ในใจ 

“งั้นจะเริ่มทำเลยดีไหม?” 

จิโยะถาม 

อากิมิเบิกตากว้าง 

“เอ๋?” 

ทำอะไรเหรอ? 

“เสียแต่ตอนนี้อิจิยังเป็นพาร์ทเนอร์ที่พึ่งพาไม่ค่อยได้” 

จิโยะขยายความ 

“ก่อนหน้านี้ตาเขาช่วยเป็นพาร์ทเนอร์มานาน แต่ตาก็แก่มากแล้ว หลังจากผ่าตัดหลอดเลือดแดงโป่งพอง ร่างกายก็ขยับไม่ได้ดังใจคิด เวลาจะ ‘ดึงขึ้น’ จำเป็นต้องมีกำลังใจและกำลังกาย ไม่สามารถฝืนได้ง่ายๆ” 

“สบายมากน่ายาย” 

อิจิพูดด้วยสีหน้าบึ้งตึง 

“วันนี้ผมเป็นคน ‘ดึง’ อิชิคาวะขึ้นมาเองเลยนะ แต่ที่ทำสำเร็จเพราะอาจจะไม่ได้อยู่ลึกมาก” 

“เอ่อ...เรื่องอะไรเหรอ?” 

อากิมิเอ่ยแทรกบทสนทนาของยายกับหลานที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง 

ภาพผิวน้ำส่องประกายผุดขึ้นมาเบื้องหลังม่านตาอีกครั้ง แสงอาทิตย์สาดส่องวูบไหวและบิดเบี้ยว วงแขนที่ช่วยฉุดดึงเธอขึ้นมาจากก้นทะเลลึกและมืดมิด  

“ที่พูดว่าวันนี้ ‘เป็นคนดึงขึ้น’ หรือว่า...?” 

“งั้นเหรอ งั้นหนูก็เรียกว่ามีประสบการณ์แล้วสินะ” 

คำพูดของจิโยะทำให้อากิมิอึ้ง 

จิโยะเผยยิ้มช้าๆ ราวกับจะปลอบโยน 

“ไม่ต้องกังวล แค่ทำเหมือนเดิมนั่นแหละจ้ะ ฉันจะ ‘เข้าไปในความฝันด้วยกัน’ กับหนู”         

เข้าไปในฝันร้ายของคนอื่น กล่อมให้หลับ ปลุก แล้วก็คลายออก 

ยามาเอะ จิโยะ อธิบายว่านั่นคือลำดับขั้นตอน 

จิโยะจะเข้าไปในส่วนลึกของความฝันพร้อมกับผู้รับคำปรึกษา จากนั้นพาร์ทเนอร์จะ ‘ดึง’ ทั้งสองคนขึ้นมา กล่าวคือดึงกลับมาถึงพื้นผิวของจิตสำนึกเพื่อปลุกให้ตื่น 

“เมื่อก่อนคนคนเดียวจะทำทั้งสองหน้าที่ แต่ในทางกลับกันก็อาจเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ จับคู่ทำเลยดูจะปลอดภัยกว่า” 

จิโยะเอ่ย 

ไหงตอนนั้นถึงหลงเชื่อเรื่องไร้สาระไปได้ กระทั่งตอนนี้อากิมิก็ยังนึกแปลกใจ 

ถ้าเป็นยามปกติ ทันทีที่ได้ยินเธอคงนึกเอือมว่า ‘ล้อกันเล่นเหรอ’ ตามด้วย ‘ต่อไปคิดจะชวนเข้าลัทธิอะไรซักอย่างละสิ บ้าไปแล้ว’ แล้วก็คงโมโหฟึดฟัดก่อนลุกหนี โดยเฉพาะหลังจากเกิดอุบัติเหตุซึ่งทำให้อากิมิปรี๊ดแตกได้ทุกโอกาส 

แต่จังหวะนั้นเธอกลับยอมรับคำพูดของจิโยะอย่างง่ายดาย 

อาจถูกบรรยากาศของบ้านและจิโยะดึงดูด หรือเป็นเพราะพิษไข้ต่ำๆ ส่งผลให้การตัดสินใจแย่ลง 

อย่างไรก็ตามอากิมิยินยอม ‘นอน’ ที่นั่น 

จิโยะปูฟูกให้ อากิมิทิ้งตัวนอนลงทั้งชุดนักเรียน จากนั้นจิโยะก็ลงนอนแผ่อยู่ข้างๆ นิ้วเรียวผอมติดกระดูกจับข้อมืออากิมิแผ่วเบา 

“เอ่อ หนูอาจนอนไม่หลับก็ได้นะคะ” 

คุณยายส่งยิ้มให้เงียบๆ เพื่อยับยั้งสิ่งที่อากิมิกำลังจะพูด 

อิจินั่งยองๆ ลงบนเสื่อทาทามิตรงข้ามจิโยะ เขาสั่งให้อากิมิปิดเปลือกตาลงด้วยสายตา 

พอหลับตาลงก็เริ่มเข้าใจ 

การนอนหลับยากง่ายเป็นเพียงความกลัวไร้สาระ วูบเดียวเด็กสาวก็ดำดิ่งลงไปยังส่วนลึกของจิตสำนึก 

อากิมิกำลังเดินไปท่ามกลางความมืดสลัว 

ความคิดเห็น