ฝันร้ายที่ตามหลอกหลอน อากิมิ ทุกคืน หมายถึงอะไรกันแน่!? และอิจิ ที่เข้าไปอ่านความฝันเธอเจออะไรซุกซ่อนอยู่!? <อัพทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ตอนที่ 1-8 ละอองความฝัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-8 ละอองความฝัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 222

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มิ.ย. 2563 09:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-8 ละอองความฝัน
แบบอักษร

ภายใต้ท้องฟ้าสีส้มอมแดงยามตะวันตกดิน อากิมิเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กับอิจิ  

ทั้งคู่เดินช้าๆ ตามเส้นทางเนินยาวซึ่งลาดชันเล็กน้อย 

เธอส่งข้อความบอกพ่อแล้วว่าจะกลับช้าหน่อย โอตสึฮิโกะไม่ได้ตอบกลับ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ  

ตราบใดที่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ พ่อจะไม่ส่งข้อความหรือแม้แต่โทร.หาลูกสาว 

“พรุ่งนี้ท้องฟ้าคงแจ่มใสเนอะ” 

อิจิรำพึง 

“เอ๋?” 

“พระอาทิตย์ตกสีแดงฉาน” 

“อือ” 

อากิมิพยักหน้าแบบงงๆ พลางปรายตามองหน้าอิจิ 

จะว่าไปก่อนหน้านี้เราเคยถูกหมอนี่บอกรักนี่นา แต่หมอนี่ก็ไม่เห็นจะเปลี่ยนท่าทีสักนิด ตอนนี้ก็ยังทำตัวธรรมดาเสียยิ่งกว่าธรรมดา  

คำว่า ‘ชอบ’ อาจไม่ได้หมายความในแง่นั้นกระมัง  

อย่างแรกเลยคำพูดและการกระทำของ ยามาเอะ อิจิ ดูอย่างกับเด็กประถม คงไม่มีทางมีความหมายอะไรลึกซึ้งไปได้หรอก 

เสียแรงที่คิดจริงจัง! 

พอนึกถึงตรงนั้น เธอก็ชักจะอึ้ง 

ไม่ ผิดแล้ว เสียแรงอะไร เธอไม่ได้คาดหวังอะไรสักหน่อย จะไปเสียแรงอะไรกันเล่า  

เราผิดหวังอะไรเนี่ย?  

สงสัยจะเกิดเรื่องเยอะเกินไปจนกลายเป็นบ้าจริงๆ ซะละมั้ง 

เด็กสาวส่ายหัวแรงๆ 

“อิชิคาวะ...” 

อิจิยกมือขวา 

“ที่นี่บ้านฉัน” 

“เอ๊ะ?” 

อากิมิหยุดชะงัก 

สุดปลายเนินมีบ้านเก่าหลังหนึ่งตั้งอยู่ เป็นบ้านไม้สองชั้นมุงหลังคากระเบื้องสีเทาเงินซึ่งค่อนข้างเตี้ย 

ทางเข้าบ้านและหน้าต่างเป็นประตูไม้ระแนงสไตล์คลาสสิกติดกระจกฝ้าดูเข้ากัน ระแนงเก่าแวววาวเป็นประกายสีน้ำตาลเหลือง ดูไม่ออกเลยว่าสร้างมากี่สิบปีแล้ว แต่คงต้องเรียกว่าเป็น ‘บ้านทันสมัย’ มากทีเดียวในช่วงเวลาที่สร้าง 

ข้างประตูมีป้ายไม้สีดำที่กำลังสั่นไหวตามแรงลม อิจิยื่นมือไปพลิกป้ายกลับมาให้เห็นชัดๆ มีตัวอักษรสีทองสี่ตัวเขียนว่า ‘ร้านแห่งความฝัน’ 

อิจิยิ้มแฉ่ง 

“นี่เป็นอาชีพหลักของยายฉันเอง ด้วยเหตุผลหลายอย่างทำให้ตอนนี้ปิดทำการไปแล้ว แต่ถ้าแนะนำว่าเป็นเพื่อนฉัน ยายต้องไม่ปฏิเสธแน่” 

เขาบอกก่อนจะเปิดประตูไม้ระแนงแล้วก็ตะโกนเข้าไปข้างในว่า “ยายคร้าบ ผมพาเพื่อนมา” พร้อมกับถอดสนีกเกอร์วางบนพื้นคอนกรีต 

“จ้า” ได้ยินเสียงตอบดังมาจากมุมไหนสักแห่งภายในบ้าน 

อากิมิรีบส่งเสียงทักทาย 

“ขออนุญาตค่ะ” 

เด็กสาวถอดรองเท้าหนัง แล้วคุกเข่าไปรวบรองเท้าวางตรงขอบประตูให้เรียบร้อย  

พื้นสีดำขลับส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดเสนาะหู 

ดูเหมือน ‘ยาย’ ของอิจิจะรออยู่ที่บันไดที่สุดแสนจะชัน  

ช่วยไม่ได้ อากิมิเดินตามเขาขึ้นบันไดไปจนสุด 

เธอหรี่ตามองประตูที่เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นภายในห้องด้านในสุด 

เป็นโครงสร้างห้องสไตล์ญี่ปุ่นแท้ มีกำแพงดินและปูด้วยเสื่อทาทามิ แต่เก้าอี้หวายไร้ขา โต๊ะกระจก และโคมทองเหลืองระย้าที่มีไฟสองดวงสร้างบรรยากาศเฉพาะตัวของห้องขึ้นมา 

หญิงชราสวมชุดกิโมโนเมเซ็น*สีเลือดหมูนั่งด้วยท่วงท่าสง่างามอยู่ภายในห้อง 

ต่างจากจินตนาการไว้แฮะ อากิมิคิด 

ทั้งตัวบ้านและคุณยายห่างไกลจากภาพลักษณ์ของ ยามาเอะ อิจิ แบบลิบลับ 

อิจิเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติว่า 

“ยายฮะ ผมพาเพื่อนที่พูดถึงเมื่อวานมาแล้ว” 

ท่าทางดูสบายๆ ไม่เปลี่ยน 

“ตายจริง คุณหนูคนนี้สวยไม่เบา” 

หญิงชราเอียงคอเผยรอยยิ้มกว้างอย่างใจเย็น 

น้ำเสียงติดสำเนียงคันไซอย่างชัดเจนผนวกกับรูปลักษณ์ในชุดแบบญี่ปุ่น จึงอบอวลด้วยกลิ่นอายความเป็นผู้ดี 

“ยายของอิจิ ชื่อจิโยะจ้ะ ขอบคุณนะที่ช่วยดูแลหลานยายเป็นอย่างดี” 

“ไม่เลยค่ะ เอ้อ ทางนี้ต่างหากที่ได้รับการดูแล” 

อากิมิก้มศีรษะตอบแบบงกๆ เงิ่นๆ 

“เอ่อ อิชิคาวะค่ะ ขอโทษนะคะที่มารบกวนแบบกะทันหัน” 

“ไม่เป็นไรจ้ะ ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรนักหรอก” 

หญิงชราเผยรอยยิ้มจนหน้าผากยับย่น แต่สีหน้ากลับไร้เดียงสาราวกับเด็กสาว 

“ดื่มอะไรไหม โทษทีนะ บ้านฉันไม่มีใครดื่มกาแฟเลยมีแต่ชา เอ้อ มีชาเขียว ชาเขียวข้าวคั่ว ชาเขียวคั่ว และชาคาโมไมล์ที่มีคนให้มา” 

“อ๊ะ ค่ะ งั้นหนูรับชาเขียวก็ได้ค่ะ” 

อากิมินั่งบนเบาะรองนั่งตามคำเชิญ แม้ว่าจะปฏิเสธไปแล้วครั้งหนึ่ง  

คุณยายกลับบอกว่าเชิญนั่งยืดขาตามสบาย แต่บรรยากาศดูเหมือนจะไม่ค่อยเหมาะ เด็กสาวจึงนั่งตัวตรงแน่วแบบอัตโนมัติ 

หลังวางถ้วยชาทรงกลมควันฉุยลงบนจานรองแก้วแล้ว 

“อิจิเล่าเรื่องของฉันว่ายังไงบ้างจ๊ะ?” 

จิโยะถามอย่างนุ่มนวลพร้อมรอยยิ้ม 

“เอ๊ะ เปล่านี่คะ คือ ไม่ได้เล่าละเอียดหรอกค่ะ” 

อากิมิละริมฝีปากจากถ้วยชา แล้วตอบอึกๆ อักๆ 

ถ้าจะให้พูดจริงๆ ก็คือไม่ใช่แค่ไม่ค่อยรู้ แต่เรียกว่าไม่รู้อะไรเลยสักอย่างดีกว่า ทว่าอิจิกลับชวนให้มาพบคุณยาย ซึ่งเธอก็เผลอพยักหน้าไปตามแรงกดดันเท่านั้นเอง 

อากิมิสับสนพลางชี้ใต้หน้าต่าง 

“เอ่อ เมื่อกี้หนูเห็นป้ายเขียนว่า ‘ร้านแห่งความฝัน’ ” 

“จ้ะ ร้านแห่งความฝัน ตรงตามตัวอักษรเลย แล้วหนูกำลังกลุ้มใจเรื่องความฝันแบบไหนอยู่หรือ?” 

อากิมิชะงักแล้วเหลือบไปมองอิจิซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ 

จิโยะหัวเราะเหมือนกำลังตีความอะไรผิดๆ  

“ไม่เป็นไร ยายไม่เก็บเงินจากเพื่อนอิจิหรอกจ้ะ” 

หญิงชราปัดมือ 

“ยาย ผมว่าอิชิคาวะไม่ได้สนใจเรื่องเงินหรอก” 

“อ้าวเหรอ งั้นก็ขอโทษนะจ๊ะ” 

จิโยะยกแขนเสื้อป้องปากแล้วหรี่ตา 

“เลิกพูดเรื่องเงินเหอะน่า ฟังดูอย่างกับบ้านเราร้อนเงินงั้นแหละ...แต่เอาจริงๆ ก็เดือดร้อนอะนะ” 

อิจิพูดเจื้อยแจ้วก่อนจะหันมาหาอากิมิ 

“ฉันไม่มีพ่อแม่ ยิ่งตอนนี้ร้านปิดก็เลยต้องอาศัยเงินบำนาญของตากับยายในการดำรงชีวิตน่ะ ถ้าฉันทำงานพิเศษได้ก็คงดี แต่โรงเรียนเราดันห้ามทำงานพิเศษเนี่ยสิ” 

วินาทีนั้นภาพในอดีตก็ผุดขึ้นมาในหัวอากิมิ เด็กมัธยมห้าชมรมแฮนด์บอลและอิจิซึ่งชูสามนิ้ว 

“อ๋อ ก็เลย...” 

“ใช่ ฉันเลยเก็บเงินค่าขนมด้วยการรับเป็นตัวช่วยของชมรมกีฬา” 

เขามองหน้าอากิมิแล้วยิ้มแหยๆ 

“อิชิคาวะคงคิดสิว่า ‘ข้ามหัวตัวจริงลงแข่งขันแท้ๆ ยังกล้าเก็บเงินอีก ใหญ่มาจากไหนกัน?’ ” 

เด็กสาวผงะ ส่วนอิจิหัวเราะเอิ๊กอ๊าก 

“แหม เรื่องนั้นน่ะช่างเถอะ จะถูกมองแบบนั้นก็ไม่แปลก ฉันผิดเองที่ดันไม่เช็กก่อนเข้าเรียนว่าโรงเรียนอนุญาตให้ทำงานพิเศษรึเปล่า” 

เด็กหนุ่มพูดออกมาหน้าตาเฉย แต่อากิมิเบือนหน้าหนี หลบสายตาเขา 

 

 

 

*กิโมโนเมเซ็นคือกิโมโนรูปแบบหนึ่งซึ่งทอด้วยเส้นไหมอย่างเรียบง่าย 

ความคิดเห็น