ฝันร้ายที่ตามหลอกหลอน อากิมิ ทุกคืน หมายถึงอะไรกันแน่!? และอิจิ ที่เข้าไปอ่านความฝันเธอเจออะไรซุกซ่อนอยู่!? <อัพทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ตอนที่ 1-7 ละอองความฝัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-7 ละอองความฝัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 157

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มิ.ย. 2563 09:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-7 ละอองความฝัน
แบบอักษร

อากิมิดำเนินกิจวัตรประจำวันอัตโนมัติเหมือนเครื่องจักร  

เธอต้มซุปมิโสะ เตรียมข้าวกล่อง แล้ววิ่งไปปลุกพ่อที่ห้องสิบวินาทีก่อนจะถึงเวลาเจ็ดโมงเช้า           

เด็กสาวห่อข้าวปั้นร้อนๆ ด้วยฟอยล์ระหว่างรอพ่อกินอาหารเช้า กะเวลาที่พ่อจะรับประทานอาหารเสร็จ แล้วตักไอศกรีมฮาเก้นดาสพร้อมช้อนยื่นให้  

วันนี้วันศุกร์รสคุกกี้แอนด์ครีม 

ถุงเท้าไหมสีน้ำเงินเข้ม เน็กไทเรียบๆ สีน้ำเงินเข้ม และช้อนรองเท้าทำจากงาช้างอันโปรด 

ในเวลาแบบนี้เด็กสาวกลับรู้สึกขอบคุณที่มีขั้นตอนตายตัวทำให้ไม่ต้องคิดเยอะ แค่เคลื่อนไหวตามความเคยชิน เพราะขืนตอนนี้เกิดเหตุไม่คาดฝัน สมองต้องลัดวงจรแน่นอน 

เธอรู้สึกหนักหัว ร่างกายหนักอึ้ง 

ถ้าเธอสามารถยิ้มแล้วยืนส่งเหมือนแม่ได้ก็คงดี แต่แก้มกลับแข็งขืนไม่ยอมขยับ 

เด็กสาวลากแขนขาซึ่งหนักเหมือนตะกั่วมาถึงโรงเรียนจนได้ แต่ระหว่างที่เรียนคาบแรกก็รู้ตัวแล้วว่าไม่ไหวอีกต่อไป 

แค่นั่งเฉยๆ ก็ทรมาน อยากนอนพักใจจะขาด แต่ก็ไม่กล้าหลับ  

ทุกอณูในร่างกายมันประท้วง 

ไม่ไหวแล้ว ไปห้องพยาบาลดีกว่า 

เธอลุกขึ้นโดยไม่สนว่าถึงเวลาพักหรือยัง 

เธอสบตาเข้ากับมิฟุเนะจึงรีบหลบตา แต่กลายเป็นว่าไปปะทะกับสายตาของฮินาโนะแทน 

แววตาอันคุ้นเคย  

มันเป็นแววตาเร่าร้อนซึ่งรุ่นน้องสมัยมัธยมต้นชอบมองมา  

อากิมิรีบออกจากห้องราวกับจะสลัดสายตาแบบนั้นทิ้ง 

เดินไปทางบันไดที่ไม่ค่อยมีคนดีกว่า เธอเลี้ยวตรงหัวมุมฝั่งตรงข้ามห้องเรียนแล้วเดินอ้อมโถงทางเดินสั้นๆ ซึ่งเชื่อมสู่บันไดหนีไฟที่เย็นเยียบและเงียบสงัด 

ขาเริ่มสั่นเล็กน้อย เธอใช้แขนยันกำแพงเพราะเกือบวูบ คอนกรีตเย็นเกินไป ตอนนั้นเองที่เธอเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่ากำลังมีไข้ 

เธอลองแนบหน้าผากกับกำแพง รู้สึกดีจัง กำแพงอุ่นขึ้น เธอจึงลองเปลี่ยนไปแนบหน้าผากตรงมุมอื่นแทน 

พอมองลงไปนอกหน้าต่างก็เห็นเด็กนักเรียนชายสี่ห้าคนกำลังจับกลุ่มล้อมวงเตะฟุตบอลที่สนามโรงเรียนเบื้องล่าง 

ดูเหมือนชั่วโมงพลศึกษาเพิ่งเลิก ทุกคนจึงยังอยู่ในชุดวอร์ม ดูท่าทางจะไม่ออกจากสนามโรงเรียนอีกนาน  

พวกเขาวิ่งไล่ตามและแย่งชิงลูกบอลกันอย่างดุเดือดด้วยแรงที่ยังเหลือจากการเคลื่อนไหวร่างกาย 

ยามาเอะ อิจิ ก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย 

มองจากข้างบนหมอนั่นยิ่งดูตัวเล็กลงไปอีก ทว่าโดดเด่น 

เขาควบคุมบอลเก่ง ใช้ขาข้างเดียวรับหรือเตะลูกก็ไม่เสียสมดุล เป็นวิธีเคลื่อนไหวของคนที่สามารถควบคุมร่างกายได้เป็นอย่างดีจนถึงปลายนิ้วเลยทีเดียว  

ลื่นไหล ไม่ลังเล เหมาะกับคำว่า ‘ว่องไว’ 

เห็นแบบนี้ก็ชักเข้าใจความรู้สึกของสมาชิกชมรมกีฬาที่ถึงกับบากหน้ามาขอร้องให้หมอนั่นเป็นตัวช่วย 

ถึงจะไม่ชอบที่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยว แต่ก็คุ้มค่าที่จะจ่ายจริงๆ นั่นแหละ  

ระหว่างที่อากิมิพึมพำอยู่ในใจ จู่ๆ อิจิก็เงยหน้าขึ้นมาแบบกะทันหัน 

ทั้งสองคนสบตากันผ่านกระจกหน้าต่าง 

อากิมิลนลานหลบหลังเสาทันที 

หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อเย็นเยียบไหลลงมาจากหน้าผาก 

วันนี้เราเอาแต่หนีท่าเดียวเลยแฮะ เด็กสาวคิด  

ไม่กล้าสบตาใครตรงๆ เลย ทั้งมิฟุเนะ ฮินาโนะ และอิจิ 

อากิมิเม้มปากแน่น ในที่สุดก็ค่อยๆ ก้าวเดินไปถึงห้องพยาบาลจนได้ 

เมื่อเปิดประตูเลื่อนก้าวเข้าไป  

“อุ๊ย หน้าซีดเซียวเชียว” 

อาจารย์ห้องพยาบาลทำตาโตเอ่ยปากทันทีที่เห็นอากิมิ แล้วรีบยื่นปรอทวัดไข้ให้เป็นอันดับแรก 

หน้าจอแอลซีดีแสดงผล ‘สามสิบเจ็ดจุดสี่องศาเซลเซียส’ ไข้ไม่สูง แต่เป็นตัวเลขที่จะประมาทไม่ได้ 

เธอได้รับยาลดไข้หนึ่งเม็ดแล้วนอนลงบนเตียง เพื่อพักผ่อนสักหนึ่งถึงสองชั่วโมงตามคำแนะนำ 

เด็กสาวนอนบนเตียงแข็งทื่อ ได้กลิ่นยาคละคลุ้ง 

“แค่หลับตา ไม่ใช่นอนหลับ แค่นอนหลับตาแป๊บเดียว” 

อากิมิย้ำกับตัวเอง 

ไม่อยากนอนหลับที่โรงเรียนเลย ถ้าหลับต้องฝันแบบนั้นอีกแน่นอน 

เธอกลัวคนอื่นมาเห็นเธอนอนฝันร้ายเข้า เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นพวกนอนละเมอหรือเปล่า  

ถ้าเกิดเผลอพูดอะไรออกไปล่ะ?  

ถ้ามีคนได้ยินเข้าล่ะ?  

แค่คิดก็สยองแล้ว 

เด็กสาวนอนหนุนหมอนแข็งๆ แล้วหลับตาลง 

แสงสีเขียวดวงเล็กๆ หลายดวงเต้นระริกด้านหลังเปลือกตาที่ปิดลง ไม่อยากลืมตาเลย อาการเจ็บเข่าขวาตุบๆ เป็นเพราะพิษไข้อย่างนั้นหรือ 

หลายนาทีต่อมา สติก็เลือนรางลงอย่างรวดเร็ว ท่าทางเธอจะเหนื่อยกว่าที่คิด เริ่มรู้สึกเหมือนกำลังตกลงไป จมดิ่งลงไป 

เผชิญกับความมืดมิดอีกครั้ง 

ณ ก้นบึ้งของความมืด เธอเห็นสีขาวริบหรี่ มือสีขาวแกว่งไปมา แขนผอมๆ สีขาวหลายสิบข้างแกว่งไกวราวกับเชื้อเชิญ 

ไม่เอา ถ้าตกลงไปต้องเจอเจ้าพวกนั้นจับตัวแน่  

ไม่อยากตกลงไปตรงนั้น 

เธอพยายามดิ้นรนแล้ว แต่ทำอย่างไรก็ขยับตัวไม่ได้ 

แขนขาไม่ยอมฟังคำสั่ง เปล่งเสียงไม่ออก ได้แต่จมลึกลง ลึกลง จนเกือบถึงกลุ่มแขนสีขาว ปลายนิ้วมือพวกนั้นกำลังจะแตะขาของเธอแล้ว  

เห็นไหม ตอนนี้นิ้วสีขาวอยู่ตรงข้อเท้าแล้ว! 

“อิชิคาวะ!” 

เธอได้ยินเสียง รู้สึกถึงแขนอบอุ่นที่จับตนไว้ 

เธอถูกกระชากขึ้นไปอย่างแรงเหมือนตอนที่แม่ช่วยตอนที่เธอจมน้ำสมัยเด็ก เห็นผิวน้ำทะเลเหนือศีรษะไกลลิบ แสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านน้ำเป็นประกายอ่อนๆ เปลี่ยนสีไปมาระหว่างสีน้ำเงิน สีฟ้าเข้ม และสีครามอ่อน 

พริบตาเดียวเธอก็โผล่ขึ้นเหนือผิวน้ำ 

ผิวน้ำ? 

จังหวะที่คิดเช่นนั้น เด็กสาวก็ลืมตาตื่น 

สิ่งที่ปรากฏสู่สายตาเป็นอันดับแรกคือเพดานที่ไม่คุ้นตา หลังคารั่วหรือไงนะ ตรงมุมหนึ่งเป็นรอยด่างสีเทา กลิ่นยาฆ่าเชื้อลอยมาเตะจมูก 

อ้อ จริงด้วย ที่นี่ห้องพยาบาล เธอพลิกตัว แล้วก็ต้องตกใจ 

ยามาเอะ อิจิ อยู่ตรงนั้น 

เขายังอยู่ในชุดวอร์ม กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้พับข้างเตียงพลางขมวดคิ้วจ้องมองมา 

“ดะ ทะ...” 

จู่ๆ เธอก็พูดไม่ออกขึ้นมาเฉยๆ 

ทำไมนายถึงอยู่ที่นี่?  

กำลังทำอะไร?  

คิดจะทำอะไร? 

โรคจิตเหรอ?  

คงไม่ได้ยินเราละเมออะไรหรอกใช่ไหม? 

จะว่าไปเสียงที่เธอได้ยินก็เหมือนเสียงอิจิมาก  

ไม่สิ ยิ่งกว่านั้นคือชั่วโมงเรียนไปถึงไหนแล้ว?  

แล้วอาจารย์ห้องพยาบาลหายไปไหน? 

สารพัดเรื่องที่อยากถามเวียนวนอยู่ในหัว แต่เปล่งออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ 

ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจเลยว่าอากิมิกำลังตื่นตระหนก 

“ขอโทษที” 

อิจิเอ่ยเสียงต่ำ 

“มานั่งรอแบบนี้คงแปลกๆ แต่ฉันแค่เป็นห่วงน่ะ” 

เขาพูดเสียงเรียบแต่เน้นทีละคำ ลูกตาดำขลับที่ม่านตากำลังขยายอยู่ใกล้จนน่ากลัว ดวงตาใสแจ๋วราวกระจกจ้องมองอากิมิเขม็งแบบไม่หลบสายตา 

“นี่ อิชิคาวะ” 

“เอ๋ อะ...อะไร?” 

อากิมิละล่ำละลั่ก 

อิจิยังคงจ้องเด็กสาวตาไม่กะพริบ 

“ถ้าไม่รังเกียจ ลองไปเจอยายฉันหน่อยไหม?” 

เขาเอ่ยอย่างไม่ลังเล 

ความคิดเห็น