ฝันร้ายที่ตามหลอกหลอน อากิมิ ทุกคืน หมายถึงอะไรกันแน่!? และอิจิ ที่เข้าไปอ่านความฝันเธอเจออะไรซุกซ่อนอยู่!? <อัพทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ตอนที่ 1-5 ละอองความฝัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-5 ละอองความฝัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 182

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มิ.ย. 2563 09:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-5 ละอองความฝัน
แบบอักษร

สรุปว่าอากิมิไม่ได้นอนเลยสักงีบจนถึงรุ่งเช้า 

เธอรู้สึกปวดศีรษะ แขนขาหนักอึ้ง ตรงขมับเต้นตุบ 

แต่ความมุ่งมั่นที่จะส่งพ่อไปทำงานให้ทันทำให้เธอต้องกัดฟันลุกจากเตียง  

อากิมิมองนาฬิกาปลุกยี่ห้อซิติเซ็นซึ่งบอกเวลาว่าอีกสิบวินาทีจะถึงเจ็ดโมงเช้าแล้วเดินไปห้องนอนพ่อ 

“พ่อคะ ตื่นได้แล้วค่ะ พ่อคะ?” 

ถ้าไม่มีใครปลุก โอตสึฮิโกะ ผู้เป็นบิดาจะไม่ยอมออกจากห้อง  

ไม่รู้ว่าเขาตื่นก่อนหรือหลังเสียงปลุก แต่ถ้าไม่ส่งสัญญาณก็จะไม่ยอมปรากฏตัว 

เท่าที่อากิมิรู้ โอตสึฮิโกะเป็นผู้ชายที่เนี้ยบกว่าใคร แถมยังดูแลยากเป็นที่สุด  

ทุกเรื่องต้องทำตาม ‘ข้อกำหนด’ ราวกับพิธีกรรม 

สำหรับพิธีกรรมช่วงเช้าในวันธรรมดาพ่อจะสวมถุงเท้าผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มเท่านั้น และต้องสวมเท้าขวาก่อน เวลาก้าวออกจากห้องและเดินขึ้นลงบันได ก็จะต้องก้าวเท้าขวาก่อนเท่านั้น 

แต่ถ้าสมมติว่าวันไหนเกิดพลาดก้าวเท้าซ้ายก่อนก็จะย้อนกลับไปเริ่มใหม่ตั้งแต่ลุกจากเตียง 

สำหรับอาหารเช้านั้น 

"ตอนเช้าต้องกินน้ำตาลเยอะๆ สมองจะได้แล่น" 

พ่อยืนกรานว่าหลังจากรับประทานมื้อเช้า ซึ่งได้แก่ ข้าวขาวหนึ่งร้อยยี่สิบกรัม แซลมอนสับ ผักต้มซีอิ๊ว และซุปมิโสะใส่เต้าหู้แล้ว ต้องตบท้ายด้วยไอศกรีมฮาเก้นดาสและขนมปังไส้ถั่วแดง หนำซ้ำกระทั่งรสชาติไอศกรีมก็ยังระบุตามวัน เช่น วันจันทร์รสวานิลลา วันอังคารรสสตรอว์เบอร์รี วันพุธรสชาเขียว ฯลฯ และข้าวกล่องมื้อกลางวันซึ่งพกไปกินที่ทำงานต้องเป็นเมนูเดิมเสมอ 

ไข่ม้วนรสชาติหวานไส้ปลาซาร์ดีนกับต้นหอมตัดแบ่งเป็นสี่ชิ้น สาหร่ายฮิจิกิต้มและรากบัวซอยผัดน้ำมันงาอย่างละถ้วย มะเขือเทศจิ๋วหนึ่งลูก บล็อกโคลีต้มสองชิ้น ไก่บดปั้นก้อนแบบโฮมเมดสามก้อนที่ไม่ใช่ไก่ก้อนแช่แข็ง และข้าวปั้นไส้ไข่ปลาเมนไทโกะและปลาแซลมอนอย่างละก้อน  

เมนูเดิมราวกับเป็นพิมพ์เดียวกันทุกวัน ถ้าเตรียมอาหารประเภทอื่นไปให้จะไม่กิน และหากขนาดหรือจำนวนต่างจากเดิมก็จะไม่รับ ถ้าผิดพลาดมากก็จะเกิดเหตุการณ์ ‘ไม่ยอมไปทำงานจนกว่าจะพอใจข้าวกล่อง’ 

เธอต้องเกลี้ยกล่อมพ่อจอมเรื่องมากให้กินอาหารเช้า ล้างหน้าแปรงฟัน และผูกเน็กไทให้ต่อด้วยยืนส่งเขาไปทำงานทุกเช้า 

ยืนมองส่งพ่อไปทำงานเสร็จ เด็กสาวถึงกับหมดเรี่ยวแรง อดชื่นชมแม่ไม่ได้ว่าอุตส่าห์ทำเรื่องแบบนี้ติดต่อกันได้เป็นยี่สิบปี แต่แม่บอกว่า 

"เห็นแบบนี้ พ่อเขาดูเป็นมนุษย์ยิ่งกว่าตอนก่อนแต่งงานอีกนะ" 

ถ้าสิ่งที่แม่พูดเป็นเรื่องจริง นึกภาพไม่ออกเลยว่าพวกคุณย่าและคุณป้าจะลำบากขนาดไหน 

เคราะห์ดีที่พ่อไม่เคยเรื่องมากเรื่องอาหารเย็น หากตอนเย็นพ่อยังจุกจิกอีก อากิมิคงเหนื่อยล้าทั้งกายและใจจนร่างแหลกสลายไปนานแล้ว 

ถ้าเป็นอาหารเย็น ต่อให้ต้มแกงกะหรี่หรือสตูว์เต็มหม้อแล้วกินติดกันหลายวัน โอตสึฮิโกะก็ไม่บ่นสักคำ  

แม้จะเป็นการจับคู่สุดประหลาดอย่างโอเด้งกับกราแตงก็ไม่บ่นเช่นกัน 

คืนที่บุตรสาวไข้ขึ้นเพราะเป็นหวัด พ่อยังเคยนั่งสูดราเม็งสำเร็จรูปเงียบๆ  

ตอนนั้นอากิมิทักว่า "อ๊ะ พ่อรู้วิธีต้มน้ำด้วย" 

เธอดันประทับใจเรื่องแปลกๆ 

เผลอแป๊บเดียวก็อาศัยอยู่ร่วมกับพ่อตามลำพังสองคนเข้าสู่เดือนที่เจ็ดแล้ว จะเรียกว่านานก็นาน จะเรียกว่าแป๊บเดียวก็แป๊บเดียว 

ทว่าถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่ชิน 

วันที่เราและพ่อเคยชินกับชีวิตแบบนี้จะมาถึงเมื่อไหร่นะ?  

อากิมิตั้งคำถามกับตนเองแล้วบ่นในใจว่า "ชาตินี้พวกเราคงไม่มีวันชินแหง"  

พ่อเธอทำงานอะไร จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่แน่ใจ 

"วิจัยผงโลหะเพื่อเอาไปผลิตสินค้าน่ะ" 

โอตสึฮิโกะบอกเพียงเท่านั้น กระทั่งตอนนี้อยู่ชั้นมัธยมปลายแล้ว เธอก็ยังไม่มีข้อมูลอะไรนอกเหนือจากฝ่ายวิจัยและพัฒนาบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรกล 

"คุณพ่อเขาทำงานที่ยากมาก ถือเป็นยอดคนเลยละจ้ะ" 

แม่มักพูดเช่นนั้นบ่อยๆ 

มินาโกะ แม่ของเธอคู่ควรกับคำว่า ‘ตัวอย่างของแม่บ้านเต็มเวลา’  

จนถึงตอนนี้อากิมิก็ยังคิดเช่นนั้น 

แม่ถือโอกาสลาออกจากงานทันทีหลังจากแต่งงาน เห็นได้ชัดเลยว่าแม่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลครอบครัวอยู่ให้เย็นเป็นสุข 

ที่ผ่านมาบ้านอิชิคาวะก็สวยงามตามสมควร แม่ไม่เคยอู้งานทำความสะอาดครัวหรือส่วนซักล้าง ตามพื้นและชั้นวางของไร้ฝุ่นเกาะ  

แต่สภาพปัจจุบันนั้นต่างจากตอนมินาโกะยังมีชีวิตอยู่อย่างเห็นได้ชัด 

ความอ่อนโยนและสดใสเฉพาะตัวเหมือนสมัยแม่ยังดูแลบ้านอยู่หายวับภายในชั่วพริบตา 

ตอนนี้บรรยากาศภายในบ้านแสนเย็นชา  

บ้านกลายเป็นเพียงพื้นที่จัดเก็บของที่เป็นระเบียบและสะอาดสะอ้าน แต่ดูเฉยชาอย่างน่าประหลาด 

หากแม่ยังอยู่ ไม่รู้เหตุใดต้นไม้ใบหญ้าถึงโตเร็วกว่าบ้านอื่นอย่างเห็นได้ชัด ฟูกนอนนุ่มนิ่มอยู่เสมอ ภายในบ้านจะประดับด้วยดอกไม้ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่เคยขาด  

แต่พอไม่มีแม่ อากิมิก็พบว่าจะเก็บวัตถุดิบไว้ในตู้เย็นเฉยๆ ไม่ได้  

เธอเคยพบว่าตู้เย็นถูกปล่อยทิ้งไว้จนน้ำแข็งเกาะเต็มพื้นที่  

เผลอแป๊บเดียวข้าวในหม้อหุงข้าวก็จะกลายเป็นสีน้ำตาล 

และได้เรียนรู้ว่าแกงกะหรี่ที่น่าจะอร่อยขึ้นทุกวันกลับเน่าเสีย  

ถั่วนัตโตหมดอายุเร็วกว่าที่คิด  

และคราบหินปูนที่สุดแสนจะขัดยาก 

ไม่เพียงเท่านั้น แต่ไม่ว่าเมื่อไหร่การคบหาสมาคมกับเพื่อนบ้าน การรับมือกับพ่อ และการติดต่อญาติสนิทมิตรสหาย มินาโกะก็จะทำไปฮัมเพลงไปได้อย่างสบายบรื๋อ  

อากิมิจึงไม่เคยสังเกตเลยว่าบนโลกใบนี้มีคนแต่น่ารำคาญ 

ที่ผ่านมา แม่ช่วยทำให้ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องธรรมดา ราวกับอากาศ ราวกับนิทานเรื่อง ‘ภูตจิ๋วกับช่างทำรองเท้า’* 

แต่ฉันทำแบบนั้นไม่ได้ 

ไม่ว่าอย่างไรฉันก็ทำเหมือนแม่ไม่ได้  

ไม่ไหว  

ฉันไม่มีความสามารถพอ 

มีแต่เรื่องชวนให้เหน็ดเหนื่อย 

อากิมิยกข้าวกล่องของพ่อและกระติกน้ำใบโปรดวางลงบนขอบหน้าต่างแล้วถอนหายใจสั้นๆ อีกครั้ง 

 

 

 

 

*ภูติจิ๋วกับช่างทำรองเท้าเป็นเรื่องราวของภูตจิ๋วที่ออกมาช่วยตัดเย็บรองเท้าให้ช่างทำรองเท้าผู้ยากจนระหว่างที่เขาหลับใหล 

ความคิดเห็น