ฝันร้ายที่ตามหลอกหลอน อากิมิ ทุกคืน หมายถึงอะไรกันแน่!? และอิจิ ที่เข้าไปอ่านความฝันเธอเจออะไรซุกซ่อนอยู่!? <อัพทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ตอนที่ 1-4 ละอองความฝัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-4 ละอองความฝัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 176

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มิ.ย. 2563 15:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-4 ละอองความฝัน
แบบอักษร

หลังจากนั้นจำได้ว่าผู้ใหญ่รอบตัวทุกคนพากันใจดีกับเธออยู่พักใหญ่ 

แต่บางคนก็ได้รับการประคบประหงมจากคนรอบข้างยิ่งกว่า 

อย่างเด็กที่เป็นกรรมการห้องพยาบาลคนนั้น 

ดูเหมือนพ่อเขาชอบเมาเหล้าแล้วต่อยตีภรรยา วันนั้นพ่อเขาก็ดื่มจนเมาหัวราน้ำถึงรุ่งเช้า 

ไม่รู้เพราะอะไรทำให้เขาเดินตามภรรยาไปส่งลูกชายตามปกติ 

"กล้าทิ้งสามีไว้ที่บ้านคนเดียวได้ยังไง?" 

"กะจะดอดไปเจอชายชู้เรอะ นังหมูตอน" 

หลังจากกล่าวหา เขาต่อยหน้าและผลักเธอลงไปกองบนถนน 

วันรุ่งขึ้นตากับยายของเด็กที่เป็นกรรมการห้องพยาบาลซึ่งอาศัยอยู่จังหวัดติดกันก็เลยมารับเขาไป หลังจากนั้นก็ไม่มีใครได้ยินข่าวคราวเขาอีกเลย 

ส่วนครั้งที่สอง เธอจำได้ไม่ชัดเจนเท่าครั้งนี้ 

อากิมิไม่เห็นจังหวะที่เกิดเหตุกับตา แต่เธออยู่ในที่เกิดเหตุแน่นอน เด็กคนนั้นวิ่งห่างจากเธอเพียงเล็กน้อย 

ตอนนี้บางทีเธอก็ยังนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา 

ถ้าวิ่งไปพร้อมกัน อาจไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้นก็ได้ ความครึ่งๆ กลางๆ ของเธอนั่นเองที่อาจส่งผลให้เด็กคนนั้นถูกฆ่า 

จากนั้นอุบัติเหตุครั้งที่สามก็เกิดขึ้น 

ไม่เอา! 

ไม่เอาแล้ว ไม่อยากนึกถึงเรื่องนั้น 

อากิมิหลับตาปี๋ ส่ายหัว 

ถึงจะเป็นความฝันก็ไม่อยากเห็นภาพนั้นอีก อยากวิ่งหนี ถ้าต้องทนทุกข์ทรมานแบบนั้น สู้ซ่อนตัวอยู่ในสถานที่มืดมิดยังดีเสียกว่า 

เธอรู้สึกว่าตัวเองเริ่มจมดิ่งลงไป หลับลึกขึ้นเรื่อยๆ 

จากนั้นก็รู้สึกตัว 

อากิมิเดินลำพังท่ามกลางถนนยามค่ำคืน รอบข้างมืดสนิท เพ่งมองสักแค่ไหนก็ไม่เห็นแม้กระทั่งปลายเล็บ  

สีดำสนิทฉาบพื้นผิวโลกที่แสนกว้างใหญ่ 

“แม่คะ?”  

เธอใจเสียพลางร้องหาแม่ 

แต่ไร้เสียงตอบ อา แม่ไม่อยู่ตรงนี้แล้ว  

อากิมิรู้แม้จะไม่อยากรับรู้ว่าตนปราศจากความอบอุ่นที่อยู่ข้างกายจนถึงเมื่อครู่ มีเพียงสายลมเย็นยะเยือกที่พัดผ่าน 

แม่ไม่อยู่ แม่หายไปแล้ว 

แต่อากิมิก็ไม่หยุดเดิน  

เธอหยุดยืนเฉยๆ ไม่ได้ ย้อนกลับก็ไม่ได้ เด็กสาวได้แต่เดินต่อเพื่อมุ่งสู่ที่แห่งนั้นพร้อมกับสังหรณ์ใจ... 

มาแน่ อีกแป๊บเดียว 

ขนบริเวณต้นคอลุกเกรียว แนวกระดูกสันแข็งเกร็ง สันหลังเย็นวาบ แต่หนีไม่ได้  

เด็กสาวทำได้เพียงยอมจำนนเหมือนทุกคราวที่มองเห็นความฝัน 

เธอหยุดยืนนิ่ง 

ทันใดนั้นวัตถุสีขาวนับไม่ถ้วนก็โผล่ขึ้นมาจากพื้นพร้อมกับเสียงดังหวีดหวิว 

แขนเรียวยาวสีขาว 

มันโบกไสวไปมา ปลายนิ้วทั้งห้ายุกยิกราวกับซิเลีย* 

มือสีขาวโบกสะบัดซ้ายทีขวาทีราวกับเปลวเพลิง บางทีก็กวักหยอยๆ เหมือนจะเรียกร้องว่า เอาอีก...เอาอีก...เอาอีก ขอมากกว่านี้ 

ไม่พอ ไม่พอ ไม่พอ ไม่พอ 

ส่งมาอีก ขออีก เอาอีก เอาอีก เอาอีก 

เป็นเสียงเด็กที่น่าจะเรียกได้ว่าทารกแรกเกิดพูดอ้อแอ้ 

จังหวะที่อากิมิตระหนักถึงเรื่องนั้น มีบางสิ่งที่เหมือนฟองผุดขึ้นมาจากช่องว่างระหว่างแขนสีขาว 

มีดวงตาคู่หนึ่งโผล่ขึ้นมาตรงผิวฟอง ตามด้วยจมูกและปาก ดวงตาและจมูกเป็นเพียงรูธรรมดาๆ ส่วนริมฝีปากที่แตกร้าวเหมือนกำลังส่งเสียงหัวเราะอย่างไร้สุ้มเสียง 

สิ่งมีชีวิตนั้นกึ่งโปร่งใส เด็กนั่นเอง  

เหล่าเด็กๆ กึ่งโปร่งใสหลายสิบหลายร้อยคนนับไม่ถ้วน 

อากิมิที่ยืนนิ่งคลับคล้ายคลับคลาว่า ‘อา เคยเห็นสิ่งที่เหมือนกันนี้เมื่อนานมาแล้ว’ 

ใช่แล้ว นั่นคือไข่ตั๊กแตนที่เธอหยิบจากพงหญ้ากลับบ้านเมื่อสมัยเด็กที่วันดีคืนดีมันก็ฟักตัวแตกเปรี๊ยะในห้องของเธอ 

เปลือกไข่สีน้ำตาลแตกออก ฝูงตัวอ่อนจำนวนนับไม่ถ้วนคลานออกมา หนอนตัวสีเขียวใสที่มองเห็นภายในทะลุปรุโปร่งกระจัดกระจายทั่วห้องในพริบตา พอพยายามจับ มันก็ตวัดเคียวขู่เหมือนตั๊กแตนโตเต็มวัย  

ภาพนี้เหมือนภาพที่เคยเห็นในวันนั้นเลย 

เด็กกึ่งโปร่งใสโผล่ตามกันมาติดๆ เหมือนเพลี้ยจั๊กจั่น 

พวกเขาหน้าตาเหมือนกันหมด ดวงตาบวมเป่งชวนให้นึกถึงแมลงหลายตา มีแขน แต่ไม่เห็นขา ลำตัวยาวคดเคี้ยวโบกสะบัดในความมืดเหมือนแขนสีขาว บางครั้งก็หลอมละลายสลายรูปร่าง 

รอยขีดข่วนหลายรอยไต่ไปตามแขนสีขาวของพวกเขา เห็นรอยแผลน่าอนาถแล้วอากิมิก็นึกอยากจะเบือนหน้าหนี แต่แล้วก็รู้สึกตัวว่าขยับเขยื้อนไม่ได้ 

จู่ๆ ฝูงมือสีขาวก็โบกพลิ้วเหมือนคลื่น 

อากิมิหรี่ตามอง 

มีอะไรบางอย่างล้มอยู่ตรงนั้น ซอกมุมหนึ่งของสมองรู้แล้วว่าร่างจริงของสิ่งนั้นคืออะไร แต่อีกใจก็ไม่อยากรับรู้ 

นั่นแม่ของแกไง 

ใครบางคนกระซิบ 

รู้อยู่แล้วแท้ๆ ว่านั่นคือแม่  

สิ่งที่นอนอย่างไร้เรี่ยวแรงตรงโน้นคือศพของแม่คนสำคัญของแกไม่ใช่รึ  

ใช่  

เสียงนั้นประกาศกร้าวพลางหัวเราะสะใจ 

ทันใดนั้นแขนสีขาวก็ยื่นออกมา มุ่งไปยังร่างของมินาโกะ ยกข้อมือคล้ายงูชูคอ คืบคลานเข้าไปราวกับงูหลายสิบตัว แขนนั้นเคลื่อนไหว คดงอไปมา ขยับนิ้วฉีกร่างมารดาเธอออกเป็นชิ้นๆ 

ร่างของแม่เล็กลงอย่างรวดเร็วต่อหน้าอากิมิ  

ข้อมือหายไป ต้นแขนหายไป ข้อเท้า หน้าแข้ง ต้นขา ละลายหายไปกับความมืด 

ได้ยินเสียงเด็กๆ หัวเราะอยู่ตรงไหนสักแห่ง เสียงโหยหวนแปลกประหลาดดังเสียดหูก้องกันวานในความมืดมิด 

"คืนแม่มานะ!" อากิมิตะโกน 

"อย่าพาแม่ไป คืนแม่มา" 

แต่ไร้เสียงตอบ มินาโกะถูกฉีกเป็นชิ้นๆ กระชาก ทึ้ง แล่ตัด จนสูญเสียรูปร่างไปเรื่อยๆ 

สุดท้ายก็มองไม่เห็นแม่อีกต่อไป แขนสีขาวนับไม่ถ้วนสั่นระริกราวสาแก่ใจ มันโบกสะบัดเหมือนคลื่นละลอกเล็กก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว 

อากิมิไล่ตามมือพวกนั้น แต่เธอเคลื่อนไหวไม่ได้ จังหวะนั้นเธอตระหนักแล้วว่าทำไมตนเองถึงขยับไม่ได้ 

อา จริงสิ 

ฉันวิ่งไม่ได้แล้ว 

เธอหลุบตามองลงเบื้องล่าง ร่างกายท่อนล่างนับจากเข่าขวากลายเป็นช่องโหว่สีดำ 

หลุม  

หลุมที่ไม่สามารถฝังกลบ  

ทั้งเข่าและหน้าอกถูกเจาะเป็นหลุมขนาดใหญ่ 

ไม่ว่าจะไล่ตามหรือว่าแค่วิ่ง ฉันก็ทำไม่ได้ ทำไม่ได้แล้ว  

ฉันวิ่งไล่ตามใครไม่ได้อีกแล้ว 

เพราะขาของฉัน... 

จังหวะนั้นเองอากิมิลืมตาโพลง 

หญิงสาวนอนอยู่บนเตียงในห้องตนเองเช่นเคย แม้ไม่ได้ห่มผ้า แต่เหงื่อโซมกาย ผมหน้าม้าเปียกชุ่มจนแนบติดหน้าผาก 

เด็กสาวลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า ตามองนาฬิกาโดยอัตโนมัติ 

ท่ามกลางความมืดมิด นาฬิกาปลุกข้างเตียงบอกเวลาตีสามตรง 

 

 

*ซิเลีย หมายถึงส่วนของเซลล์ที่ยื่นออกมามีลักษณะคล้ายขน ทำหน้าที่หลายอย่าง เช่น โบกสะบัดเพื่อช่วยในการเคลื่อนที่สำหรับสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว 

ความคิดเห็น