ฝันร้ายที่ตามหลอกหลอน อากิมิ ทุกคืน หมายถึงอะไรกันแน่!? และอิจิ ที่เข้าไปอ่านความฝันเธอเจออะไรซุกซ่อนอยู่!? <อัพทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ตอนที่ 1-3 ละอองความฝัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-3 ละอองความฝัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 208

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มิ.ย. 2563 15:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-3 ละอองความฝัน
แบบอักษร

เรื่องเกิดขึ้นในคืนนั้น... 

ขณะที่อากิมิเดินอยู่บนถนนยามค่ำคืนที่มืดสลัว 

เธอรู้แล้วว่านั่นเป็นความฝัน สติล่องลอยอยู่ระดับตื้น ไม่ถึงกับหลับสนิท  

ที่ตระหนักได้ว่า ‘นี่ไม่ใช่ความจริง’ ก็เพราะนี่ไง...แม่อยู่ข้างๆ 

เธอเดินเคียงข้างแม่ไปตามถนนคดเคี้ยวเป็นรูปตัวเอส 

ไม่เอาแล้ว 

อยากวิ่งหนีใจจะขาด เกลียดความฝันแบบนี้จัง  

ไม่อยากเห็น  

เกลียดถนนนี่ด้วย  

ไม่อยากเดินบนถนนพรรค์นี้อีกเป็นครั้งที่สองแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นความฝันก็กลับเริ่มต้นตรงจุดนี้เสมอ 

“เดินกลับกันเถอะ” 

หญิงสาวชวนอย่างนุ่มนวล 

“ทำไมล่ะ?” 

มินาโกะผู้เป็นแม่เอ่ยถาม 

“ถ้าถามว่าทำไม...” 

นั่นก็เพราะทุกครั้งที่เดินผ่านเส้นทางนี้มักมีเรื่องน่ารังเกียจเกิดขึ้นอยู่เสมอ  

อากิมิตอบเช่นนั้น 

เรื่องน่ารังเกียจที่ว่าคืออะไร? แม่ถามต่อ  

อากิมิเม้มปากแน่น  

ไม่เอา ไม่อยากตอบ อย่าถามเลย 

แต่สุดท้ายเธอก็ตอบจนได้ ใช่แล้ว เป็นแบบนี้ทุกที  

เธอไม่สามารถเปลี่ยนแปลงกระแสความฝันได้ รวมทั้งบทสรุปที่จะตามมาด้วย 

“หนูเดินทางนี้มาสามรอบแล้ว เห็นภาพน่ารังเกียจทุกรอบเลยไม่อยากไป หนูเกลียดที่นี่...นี่ แม่คะ” 

กลับกันเถอะ 

ทว่าก่อนจะเอ่ยคำนั้น ทัศนียภาพกลับบิดเบี้ยว  

อา อีกแล้วเหรอ อากิมิคิด  

เกิดเรื่องซ้ำเดิมอีกแล้ว 

เธอเคยใช้ถนนสายนั้นเป็นเส้นทางไปกลับจากโรงเรียนราวสิบปีก่อน 

เพราะสะดวกในการเดินทางจากเขตชุมชนพัฒนาใหม่ถึงโรงเรียนประถมและมัธยมต้น สัญญาณไฟจราจรก็ไหลลื่นดี 

ทว่าเส้นทางนี้ใกล้ทางหลวงจึงมียานพาหนะสัญจรไม่น้อย ซ้ำยังอยู่ห่างจากเขตโรงเรียนแบบหมิ่นเหม่  

แม้จะเป็นเวลาที่เด็กๆ ไปโรงเรียนก็ไม่มีการบังคับใช้กฎจราจรแบบพิเศษ 

อากิมิเคยเห็นผู้ใหญ่หลายคนเตือนเด็กๆ ว่า ‘ห้ามผ่านทางนั้น’ ตั้งแต่อยู่ชั้นประถมหนึ่ง 

"ห้ามเดินทางนั้นนะ ทางไม่ดี ขับรถผ่านยังพอว่า แต่ไม่ใช่ที่ที่เด็กควรเดิน" 

พวกผู้ใหญ่เตือนเช่นนั้น 

อาจารย์ประจำชั้นในสมัยนั้นอธิบายให้นักเรียนฟังว่าถนนเส้นนั้นหลอกตามาก คดเคี้ยวมากจนผิดปกติ องศาการจัดวางไฟหรือการตั้งเสาไฟฟ้าไม่ค่อยดี คนขับรถจึงมักเข้าใจผิดว่าเป็นทางตรง  

ดูเหมือนถนนเส้นนี้จะสร้างภาพลวงตาที่พิลึกพิลั่น หากคนขับรถมองตรงไปข้างหน้าอย่างไม่วอกแวกก็จะสังเกตเห็นทางโค้ง แต่หากมีอะไรดึงความสนใจแม้เสี้ยววินาที พอเบนสายตากลับมามองอีกครั้งจะเห็นเป็น ‘ทางตรง’ 

ด้วยเหตุนั้น จึงมีช่อดอกไม้วางเรียงรายตามถนนแบบไม่ขาดสาย ไหนจะเหล้ากระป๋อง ขนม และน้ำผลไม้กระป๋องที่เห็นวางอยู่ตรงฐานเสาไฟฟ้าและข้างแผงกั้นจราจรอยู่เสมอ กระทั่งตุ๊กตาที่เด็กๆ ชื่นชอบก็เห็นจนชินตา 

เหล่าคุณป้าแถวบ้านย้ำแล้วย้ำอีกว่า "ใช้ทางอ้อมนะ เดินไกลหน่อย อากิมิจังจะได้แข็งแรง แถมเดินไม่ลำบากเท่าไหร่ด้วย" 

เธอลังเลที่จะตอบเลยเงยหน้ามองแม่ มินาโกะตบหลังลูกสาว 

"เอ้า ทุกคนเป็นห่วงอากิมิน่ะสิ ต้องขอบคุณให้เรียบร้อย แล้วจำคำเตือนให้ขึ้นใจนะ สุดยอดเลยเนอะเวลาคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อแม่พี่น้องเป็นห่วงเราเนี่ย ไว้อากิมิโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะเข้าใจเอง ต่อให้รวยล้นฟ้าหรือยิ่งใหญ่เพียงใดก็หาไม่ได้ง่ายๆ นะลูก" 

แม่หัวเราะ 

ลองแม่พูดแบบนั้นก็คงจะจริง อากิมิในวัยเด็กคิดแล้วพยักหน้า ก่อนจะเลือกเดินอ้อมตามที่พวกคุณป้าเตือน 

ทว่าพอถึงช่วงฤดูใบไม้ร่วงตอนประถมสอง 

วันหนึ่งเด็กที่ไปโรงเรียนพร้อมกันตื่นสาย เดินมาไม่ถึงหน้าบ้าน ‘ถ้าใช้เส้นทางเดิมคงสายแน่’ 

ว่าแล้วเด็กคนนั้นก็เสนอว่า ‘งั้นไปทางนั้นกัน’  

อากิมิลังเล คำเตือนของมารดาและเหล่าคุณป้ายังดังก้องอยู่ในหู 

ทว่าสุดท้ายอากิมิก็ทำอย่างที่เด็กคนนั้นชวน เพราะตอนนั้นเธอคิดแค่ว่าการไปสายเป็นเรื่องที่ ‘แย่กว่า’ และคิดว่าหากเงียบไว้ พวกแม่ๆ คงไม่รู้หรอก 

ทั้งสองคนเดินจูงมือกันข้ามทางม้าลาย ไม่ลัดเลาะไปตามทางปกติ 

กว่าจะนึกเสียใจที่ทำเช่นนั้นก็เมื่อวิ่งมาแล้วสองนาที 

ชายหญิงวัยกลางคนยืนอยู่ตรงสี่แยกหน้าโรงเรียนสอนพิเศษภาษาอังกฤษ เธอสะดุดตาเพราะจำหน้าผู้หญิงได้ เป็นใบหน้าที่เคยเห็นอยู่หลังห้องวันเยี่ยมชมการเรียนการสอน 

รู้สึกว่าเธอจะเป็นคุณแม่ของกรรมการห้องพยาบาล 

จังหวะที่อากิมิคิดเช่นนั้น ผู้ชายก็ต่อยหน้าผู้หญิงโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง  

อากิมิหยุดชะงัก 

เธอเคยเห็นเพื่อนร่วมรุ่นหญิงชายเตะต่อยกันบ้าง แต่เพิ่งเคยเห็นผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่ใช้กำปั้นต่อยผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่เต็มแรงแบบนี้ 

น่ากลัว  

เธอคิดก่อนก้มตัวตามสัญชาตญาณ 

เด็กที่จูงมือกันมาหยุดยืนด้วยความสงสัย ดูเหมือนเธอจะไม่ทันเห็นเหตุการณ์ ‘เป็นอะไร ไปกันเถอะ’ อีกฝ่ายดึงแขนอากิมิให้รีบเดิน 

ตอนนั้นเอง ผู้หญิงที่โดนต่อยหันขวับมา 

ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มองผู้ชายตรงหน้า แต่จับจ้องมาที่อากิมิ เด็กหญิงเซถอยหลังสองสามก้าว 

หญิงวัยกลางคนยิ้ม 

เธอทำหน้าเศร้าราวกับจะปลอบประโลม ยิ้มเหมือนจะบอกว่าเรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อย อย่าใส่ใจเลย ไม่มีอะไรหรอก ขอร้องละ อย่าบอกคนอื่นนะ 

แต่ชายวัยกลางคนยังตามมาทุบไหล่หญิงวัยกลางคนแบบสุดแรง 

หญิงวัยกลางคนเซออกไปทางถนน 

ตอนนั้นเอง สัญญาณไฟกำลังจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง รถยนต์สองคันเหยียบคันเร่งเพื่อให้พ้นไฟแดง 

รถโตโยต้าคราวน์คันแรกชนหญิงวัยกลางคนก่อน จากนั้นโตโยต้าแวนการ์ดคันที่สองหลบไม่พ้นตามมาขยี้ร่างเธอซ้ำอีก  

ได้ยินเสียงของแข็งถูกบดกับพื้นถนนดังกรึบชวนสะพรึง 

เสียงกรีดร้องดังขึ้น 

ไม่ใช่เสียงผู้เคราะห์ร้าย แต่เป็นเสียงกรีดร้องของผู้เห็นเหตุการณ์ 

อากิมิยืนตัวแข็ง จ้องมองภาพตรงหน้า 

ช็อกยิ่งกว่าเรื่องที่คนถูกรถชนต่อหน้าต่อตาคือการที่หญิงวัยกลางคนเผยรอยยิ้มให้เห็นก่อนหน้าเหมือนเป็นเรื่อง ‘ธรรมดา’ 

อากิมิกับเพื่อนๆ ถูกคุมตัวขึ้นรถตำรวจซึ่งมาถึงทีหลังไปยังที่สถานีตำรวจ เพื่อตอบคำถามต่างๆ ของตำรวจหญิงอยู่พักหนึ่ง 

พอออกจากห้องก็เห็นแม่ยืนรอรับอยู่แล้ว เด็กหญิงร้องไห้ด้วยความโล่งอก 

ไม่รู้ทำไมเรื่องที่เธอเดินผ่านถนนเจ้าปัญหานั้นถึงจบลงโดยไม่มีใครตำหนิ เรื่องที่ไปสายก็ถูกมองข้าม  

ความคิดเห็น