ฝันร้ายที่ตามหลอกหลอน อากิมิ ทุกคืน หมายถึงอะไรกันแน่!? และอิจิ ที่เข้าไปอ่านความฝันเธอเจออะไรซุกซ่อนอยู่!? <อัพทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ตอนที่ 1-2 ละอองความฝัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-2 ละอองความฝัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 223

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มิ.ย. 2563 15:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-2 ละอองความฝัน
แบบอักษร

เขาวางศอกพาดกรอบหน้าต่างฝั่งโถงทางเดิน แล้วชะโงกหน้าเข้ามาจ้องอากิมิ ท่าทางนี้ก็เห็นจนชินตาเช่นกัน  

ตานี่อุตส่าห์ถ่อมาจากห้องเอ ทำไมถึงชอบมาจุ้นจ้านกับเธอผ่านช่องหน้าต่างแบบนี้อยู่เรื่อย? 

“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ” 

อิจิพูดต่อโดยไม่แคร์ว่าอากิมิกำลังโมโห 

“ตอบคำถามเมื่อกี้หน่อยสิ อิชิคาวะเรียกโทชิตลอดเลยจนฉันทึกทักว่าวาคุอิชื่อโทชิโกะหรือโทชิเอะซะอีก ปรากฏว่าคนละเรื่อง ทำไมวาคุอิถึงเป็นโทชิอะได้ล่ะ?” 

อากิมิยกนิ้วกดรอยย่นตรงหว่างคิ้ว 

หนวกหู! เรื่องนั้นน่ะยังไงก็ช่างเถอะ!  

เธออยากพูดเช่นนั้นใจจะขาด แต่รู้ดีว่าบ่นไป ยามาเอะ อิจิ ก็คงไม่ยอมถอย 

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเพื่อนร่วมชั้นกลัวเธอ ส่วนเจ้าลูกลิงนี่ก็ตีซี้เธอเกินเหตุ  

อากิมิชักจะเริ่มคิดแล้วว่าสงสัยหมอนี่จะไม่มีเพื่อนเลยพลางเอ่ยปากอย่างไม่เต็มใจนัก 

“...เพราะชื่อต้นคือมิฟุเนะไง” 

อิจิทำหน้างง 

“รู้จัก มิฟุเนะ โทชิโร่* ไหม?” 

“ไม่รู้จัก” 

“เหรอ งั้นก็ช่างมัน ลืมไปเหอะ” 

อากิมิโบกมืออย่างเย็นชาแล้วหันหลังให้เด็กหนุ่ม แต่ถึงแม้จะหันหลังให้ก็รู้อยู่เต็มอกว่าอิจิกำลังชักสีหน้า 

“อิชิคาวะ หัดโต้ตอบกับชาวบ้านมากกว่านี้หน่อยซี่ ฉันจะโยนคำถามให้ ถึงจะรับไม่ได้ก็ตอบสวนกลับมาแรงๆ บ้าง ทำแบบนี้รับรองเพื่อนหายหมด!” 

ฉันไม่มีเพื่อนมาตั้งนานแล้วย่ะ!  

เธอนึกอยากจะเถียงแต่หุบปากไว้ได้ทัน เรื่องนั้นมันทรมานใจเกินไป ที่สำคัญกลัวว่าดาบที่พุ่งออกไปจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองด้วย จึงหันหลังกลับไปอย่างเสียมิได้ 

“ยามาเอะ คราวก่อนนายก็ตื๊อฉันเรื่องชื่อด้วยนี่นะ” 

เด็กสาวเปลี่ยนเรื่องแบบเนียนๆ 

“ทำไมต้องยึดติดขนาดนั้น ไม่เห็นต้องสนใจชื่อคนไม่สนิทเลย” 

“ใช่ที่ไหน ต้องสนใจสิ” 

อิจิโมโหเถียงกลับโดยไม่ทราบสาเหตุ 

“ชื่อเป็นสิ่งสำคัญนะ จะเรียกว่าเป็นรหัสที่เข้าใจง่ายที่สุดหรือเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่แสดงตัวตนของคนคนนั้นเลยก็ว่าได้” 

อากิมิขมวดคิ้ว 

“แบบหัวหน้าเผ่างี้อะเหรอ?” 

“ไม่ใช่ สัญลักษณ์อย่างซิมโบลหรือโมทีฟ ทำนองนั้นต่างหากเล่า!” 

“อ้อ อย่างนั้นเอง” 

อากิมิตอบเลี่ยงๆ ทำนองว่าเป็นเพราะอีกฝ่ายออกเสียงประหลาดมากกว่า จากนั้นก็ควานหาของในเก๊ะแล้วหยิบกระเป๋าดินสอออกมา ก่อนจะกดดินสอกดดูความยาวของไส้ดินสอ 

เมื่อเห็นท่าทีไม่แยแสของอากิมิ อิจิยิ่งหน้าบูดแล้วโน้มตัวเข้ามาอีก 

“นี่ อิชิคาวะ” 

“อะไร?” 

“ฟังนะ คำว่าสัญลักษณ์น่ะสำคัญยิ่งกว่าที่ทุกคนคิดซะอีก ไม่ใช่แค่โผล่มาในความฝันบ่อยๆ แต่บางครั้งมันเปลี่ยนรูปร่างแล้วโผล่ออกมาก็มี ต้องเกาะรากเอาไว้ให้มั่น” 

เรื่องความฝันอีกแล้วเหรอ?  

แต่จังหวะที่คิดเช่นนั้น หัวใจก็พองโตขึ้นเล็กน้อย  

อา แย่แล้ว 

ชักหมดความอดทน ความรู้สึกที่ไม่รู้ว่าเป็นความโกรธหรือหงุดหงิดปะทุขึ้นมาจากช่องท้อง เป็นความเดือดดาลที่ควบคุมไม่อยู่ คลื่นที่เหมือนอาการคลื่นไส้อ่อนๆ ขึ้นมาจุกอยู่ตรงอก 

แต่ก่อนที่คลื่นนั้นจะก่อตัวเป็นรูปร่างชัดเจน... 

“อิจิ!” 

เสียงสดใสดังขึ้นทำลายบรรยากาศอึมครึม 

แขนอวบๆ ที่มาพร้อมเสียงยื่นมาเกาะไหล่อิจิจากข้างหลังอย่างสนิทสนม เจ้าของมือเป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งซึ่งรูปร่างสูงใหญ่ทั้งแนวตั้งแนวนอน 

ดูจากรูปร่างไม่น่าใช่เด็กมัธยมสี่ ป้ายชื่อตรงหน้าอกบอกว่า ‘ห้า - บี’ ผ้าขนหนูซึ่งเหน็บตรงเอวเขียนคำว่า ‘ขว้างบอล’  

ท่าทางน่าจะเป็นเด็กมัธยมห้าซึ่งอยู่ชมรมแฮนด์บอล 

เขาใช้มือข้างหนึ่งกดไหล่อิจิ แล้วส่ายศีรษะแบบโอเวอร์แอ๊คติ้ง 

“นี่ อาทิตย์หน้ามีแข่งน่ะ ขอโทษที รบกวนนายมาเป็นตัวช่วยอีกได้ไหม?” 

“หวา จริงดิ?” 

เขาตีหน้าผากแรงเกินจริงก่อนเหลียวมองรอบตัวแล้วพูดเสียงต่ำ 

“นี่ ถ้าฉันพูดอะไรแล้วเหยียบไว้นะ...ชมรมบาสจ่ายเท่าไหร่?” 

อิจิชูสามนิ้วโดยไม่พูดอะไร 

“สามพันเยนเรอะ?” 

เด็กมัธยมห้าครุ่นคิดพักหนึ่งก่อนเงยหน้าพรวด 

“เอาละ เข้าใจแล้ว ฉันจะจ่ายเป็นสองเท่า น้า ขอร้องละ เราจะแพ้การแข่งนี้ไม่ได้ เพื่ออนาคต!” 

“ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ แต่ขืนฉันลัดคิวให้ก็เสียชื่อกันพอดี” 

“ช่วยหน่อยเถอะ” 

อ๊า พอที ทนฟังไม่ไหวแล้ว 

อากิมิหน้าบึ้ง จงใจลุกพรวดอย่างแรงจนเก้าอี้ล้มไปข้างหลังเสียงดังโครม  

ทั่วทั้งห้องเงียบกริบอีกครั้ง 

หญิงสาวเหลือบตามองสองหนุ่มที่ยืนงง แล้วก้าวยาวๆ ออกจากห้อง 

“อ๊ะ อิชิคาวะ!” 

"จะไปไหน จะเริ่มเรียนแล้วนะ"  

อิจิลนลานสลัดตัวออกจากเด็กมัธยมห้า 

อากิมิเหลือบมองอิจิผ่านไหล่ เมื่อสบตากับอีกฝ่าย เขาจึงค่อยๆ หุบปาก 

“ไม่ฝัน” 

หญิงสาวพูดเสียงต่ำ 

“ต่อให้ฉันฝันก็ไม่คิดจะบอกนายหรอก” 

อากิมิเอ่ยเสียงเย็นชาก่อนเร่งฝีเท้าเดินออกไปจากห้องเรียนโดยไม่หันหลังกลับ 

 

 

 

*มิฟุเนะ โทชิโร่ คือชื่อนักแสดงและผู้กำกับภาพยนตร์  

ความคิดเห็น