ฝันร้ายที่ตามหลอกหลอน อากิมิ ทุกคืน หมายถึงอะไรกันแน่!? และอิจิ ที่เข้าไปอ่านความฝันเธอเจออะไรซุกซ่อนอยู่!? <อัพทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ตอนที่ 1-1 ละอองความฝัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-1 ละอองความฝัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 559

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มิ.ย. 2563 15:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-1 ละอองความฝัน
แบบอักษร

อากิมิเดินตามลำพังบนโถงทางเดินทอดยาวภายในอาคารเรียนที่เย็นเยียบ 

เข้าสู่กลางเดือนพฤษภาคม ดอกซากุระพันธุ์โซเมโยชิโนะซึ่งเคยบานสะพรั่งเต็มต้นช่วงพิธีเปิดภาคเรียนกลับร่วงโรยเหลือเพียงใบชูช่อแตกหน่ออ่อน กลายเป็นเขตแดนสีเขียวล้อมรอบสนามโรงเรียนฝั่งตะวันตกราวกับสายคาดโอบิ  

ท้องฟ้าแจ่มใส แต่ฝนที่ตกตลอดคืนจนถึงเช้าตรู่ทำให้ลมพัดเย็นเฉียบ 

ร่มพลาสติกเปียกฝนหลายคันวางพิงอยู่หน้าตู้ล็อกเกอร์ พวกเด็กนักเรียนบ้านไกลคงเดินทางมาถึงโรงเรียนตอนที่ฝนกำลังตก น้ำจากร่มหยดลงมารวมตัวกันเป็นแอ่งน้ำขนาดเล็กบนพื้นเคลือบเงา 

นักเรียนหญิงห้องอื่นคุยเล่นกันอยู่ข้างหน้าต่าง เด็กผู้หญิงที่ยืนอยู่มุมหนึ่งเห็นอากิมิแล้วเบิกตากว้าง 

จังหวะที่กำลังเดินผ่าน เธอได้ยินเสียงกระซิบกระซาบดังขึ้น 

“เหวอ...ตัวใหญ่จัง” 

“ชู่ว์ เขาได้ยินนะ” 

หนวกหูจริง ฉันได้ยินทั้งหมดนั่นแหละย่ะ  

เธอข่มใจไม่ให้ด่ากลับก่อนจะปรายตาไปมอง อีกฝ่ายเสหลบตาแล้วหันหน้าหนี 

แค่สบตาก็ป๊อดแบบนี้อย่ารินินทาคนอื่นเลยดีกว่า 

อากิมิบ่นในใจก่อนเร่งฝีเท้า 

ส่วนสูงขนาดนี้เคยเป็นความมั่นใจของเธอในอดีต แต่ตอนนี้กลับรู้สึกหดหู่จากก้นบึ้งของหัวใจ  

เธอรังเกียจการเป็นจุดเด่นแบบไร้ความหมาย 

อากิมิเลื่อนเปิดประตูห้องซีอย่างแรง 

ไม่รู้เพราะเหตุใด ห้องเรียนจึงเงียบกริบไปชั่วขณะ สายตาของเพื่อนร่วมชั้นทุกคู่จับจ้องมาที่อากิมิด้วยเหตุผลบางอย่างก่อนจะรีบหลบตาด้วยความกระอักกระอ่วน 

เด็กสาวเผลอเดาะลิ้น ขมวดคิ้ว รอยย่นที่ไม่ต้องการสลักลึกอยู่บนหน้าผาก 

อา ให้ตายสิ บรรยากาศแบบนี้มันคืออะไร? 

ฉันไปทำอะไรให้เนี่ย?  

ฉันไม่เคยพูดคุยกับใครเป็นพิเศษ ไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกับใคร แค่นั่งเงียบๆ ทั้งวัน ทำไมถึงต้องโดนมองด้วยสายตาแบบนี้? 

ไม่สิ จะเพราะหวาดกลัวหรืออยากเว้นระยะห่างก็ช่าง แต่ถ้าจะเมินกันก็ช่วยเมินให้เต็มร้อยไปเลยได้ไหมเล่า? 

อากิมิรีบเดินตัดผ่านห้องเรียน ลากเก้าอี้ออกจากโต๊ะตนเองแล้วทิ้งตัวลงนั่ง 

โต๊ะเธอตั้งอยู่แถวหลังสุดติดโถงทางเดิน เธอจำใจต้องนั่งโต๊ะนี้โดยปริยายตามคำสั่งของอาจารย์ประจำชั้นที่ว่า ‘ขอให้คนสายตาสั้นกับคนตัวเตี้ยมานั่งข้างหน้า’ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติ เธอไม่ได้ขุ่นข้องหมองใจ แต่ตอนนี้เรื่องขี้ปะติ๋วเช่นนั้นกลับทำให้รำคาญใจชะมัด 

เด็กสาวจงใจค้นของในเก๊ะอย่างแรงด้วยความโมโห  

ตารางสอนตรงผนังระบุว่าคาบต่อไปคือวิชาสังคมศึกษา เธอฟาดตำราเรียนลงบนโต๊ะดังป้าบ 

จู่ๆ ก็ปรากฏเงาขึ้นทาบทับบริเวณมือ 

“...ทำหน้าถมึงทึงเชียว” 

น้ำเสียงคุ้นหูนั้นกลั้วหัวเราะเล็กน้อย 

อากิมิเงยหน้า 

คนที่ยืนยิ้มแบบอาร์คีอิก* อันเป็นเอกลักษณ์คือ วาคุอิ มิฟุเนะ เพื่อนร่วมชั้นห้องซี 

สมัยมัธยมต้นอีกฝ่ายเคยเป็นทั้งเพื่อนร่วมชั้น เพื่อนร่วมทีม และเพื่อนสนิทของเธอ ทว่าปัจจุบันถอดสองตำแหน่งหลังออกไปแล้ว เหลือเพียงเพื่อนร่วมชั้นธรรมดาๆ เท่านั้น 

“มีธุระอะไร โทชิ?”  

อากิมิถามห้วนๆ 

“เปล่า” 

อมยิ้มของมิฟุเนะบิดเบี้ยวเล็กน้อยจนกลายเป็นยิ้มเจื่อน 

อากิมิหรี่ตาทันควัน 

มิฟุเนะคงมองออกว่าเธอกำลังโกรธจึงหุบยิ้ม แต่ไม่ได้ถามว่า ‘โกรธเหรอ’ เพียงยื่นมือมาจับผมของอดีตเพื่อนสนิท 

“ผมยาวขึ้นเยอะเลยเนอะ” 

ปลายนิ้วมือเพื่อนร่วมชั้นแตะเส้นผมเพียงผิวเผิน ก่อนจะผละมือขาวๆ ออกไป 

อากิมิเงียบ มิฟุเนะก็เช่นกัน มิฟุเนะหันหน้าหนีแล้วเดินกลับโต๊ะซึ่งตั้งอยู่ข้างหน้าเธอ 

ฟู่ อากิมิถอนหายใจ 

ช่วงนี้เธอถอนหายใจบ่อยขึ้นมาก จนติดเป็นนิสัยชวนหดหู่คล้ายคนแก่ ถึงจะอย่างนั้น แต่มันก็ดันถอนหายใจออกมาเอง ช่วยไม่ได้นี่นา 

อากิมิยกนิ้วขึ้นลูบผมตัวเองที่มิฟุเนะแตะไปเมื่อครู่  

เธอเริ่มไว้ผมยาวตั้งแต่ครึ่งปีก่อน จนถึงตอนนี้ไม่ใช่ผมยาวระดับ ‘ประบ่า’ อีกต่อไป แต่กลายเป็นความยาวพอสมควรขนาดที่เรียกได้ว่า ‘ผมยาว’ แล้ว  

แต่ไหนแต่ไรทั้งผมและเล็บของอากิมิถึงได้ยาวเร็วกว่าคนอื่น 

“หน้า ผม และเล็บของลูกเจริญเติบโตเร็วเนอะ เหมือนใครบางคนเปี๊ยบ” 

แม่เธอเองยังชอบแซวเป็นประจำ 

ขณะที่อากิมิจมจ่อมยู่กับความคิดของตนเอง อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังขึ้นจากด้านข้าง  

“นี่ ทำไมวาคุอิถึงชื่อเล่นว่า ‘โทชิ’ ล่ะ?” 

เสียงถามนั้นดังขึ้นทำให้เธอตื่นจากภวังค์ 

นี่ก็เป็นอีกเสียงที่คุ้นเคย แต่ต่างจากมิฟุเนะ เพราะมันเป็นเสียงที่ไม่อยากคุ้นแต่ก็ต้องคุ้นมาตั้งแต่เข้าเรียนมัธยมปลาย  

อากิมิไม่ได้เงยหน้ามอง 

“...ยามาเอะอีกแล้วเรอะ?” 

เธอคำรามด้วยความโกรธ 

“อื้ม ฉันอีกแล้ว” 

อิจิพยักหน้าหงึกหงัก 

 

 

*ยิ้มแบบอาร์คีอิก หรือ Ahachaic Smile หมายถึง การอมยิ้มน้อยๆ คล้ายการกลั้นยิ้ม 

ความคิดเห็น