ฝันร้ายที่ตามหลอกหลอน อากิมิ ทุกคืน หมายถึงอะไรกันแน่!? และอิจิ ที่เข้าไปอ่านความฝันเธอเจออะไรซุกซ่อนอยู่!? <อัพทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ชื่อตอน : prologue

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 994

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มิ.ย. 2563 15:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
prologue
แบบอักษร

“นี่ ตรงนี้ อ่านว่าอะไรเหรอ?” 

อากิมิหรี่ตามองเจ้าของเสียงร่าเริงเกินเบอร์ซึ่งดังมาจากด้านล่าง  

อะไรกันเนี่ย?  

เจ้านี่เหมือนเคยเจอที่ไหน?  

เธอครุ่นคิดชั่วครู่ 

อ้อ จริงด้วยสิ คุ้นๆ เหมือนเคยเห็นในสารานุกรมภาพสัตว์เล่มโปรดสมัยเด็ก เหมือนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำพวก ลิงลม อาย-อาย หรือกาเลโก  

ตัวจิ๋ว ตาโต ดูดุร้ายมากกว่าน่ารัก  

ท่าทางเป็นสิ่งมีชีวิตสมองไว 

เด็กหนุ่มที่ดูคล้ายลูกลิง 

“นี่ ฉันถามว่าอ่านว่าอะไรไง?” 

เขาเร่งเร้าจากระดับต่ำกว่าสายตาอากิมิ 

เด็กสาวรู้ตัวดีว่าตนเองตัวสูงกว่าค่าเฉลี่ยของเด็กผู้หญิงชั้นมัธยมปลายพอสมควร  

จากการกะด้วยสายตานักเรียนชายคนนี้น่าจะเตี้ยกว่าอากิมิสักสิบสองถึงสิบสามเซนติเมตร เท่ากับว่าเขาน่าจะสูงประมาณหนึ่งร้อยหกสิบสองเซนติเมตรบวกลบนิดหน่อย 

ชุดนักเรียนใหม่เอี่ยมซึ่งซื้อในช่วงฤดูใบไม้ผลิหลวมโพรก แขนเสื้อยาวเทอะทะ ชายกางเกงพับซ้อนกันหลายทบ เดาว่าพ่อแม่ของเขาน่าจะพูดทำนอง 

“เพิ่งมัธยมสี่เอง กว่าจะเรียนจบ เดี๋ยวก็โตขึ้นอีก” 

เดาว่าชุดที่ซื้อน่าจะใหญ่กว่าตัวลูกชายสักสองไซส์ 

เด็กหนุ่มทำตาเป็นประกายวิบวับพลางชี้ตัวหนังสือเจ็ดคำ ‘อิชิคาวะ อากิมิ’ บนป้ายชื่อตรงหน้าอกขวาของเด็กสาว 

หลังจากลังเลอยู่สักสองสามวินาทีว่าจะทำเมินดีหรือไม่ 

“อิชิคาวะ เขียนด้วยอิชิกับคาวะ อ่านว่าอิชิคาวะ” 

อากิมิตอบเสียงห้วน 

ทว่าเขายังตื๊อไม่เลิก 

“ไม่ใช่สิ หมายถึงชื่อต้นน่ะ” 

วันนี้วันซวย อากิมิบ่นในใจ 

ตอนจะออกจากบ้านพ่อโวยวายว่า ‘ข้าวกล่องวันนี้ผูกโบใหญ่ชะมัด’ พอผ่านพ้นความโกลาหลมาได้ก็ดันลืมหยิบร่ม โดนฝนเทโครมใส่ระหว่างทางมาโรงเรียน แถมยังโดนเรียกให้แปลประโยคยาวๆ ในชั่วโมงภาษาอังกฤษ มิหนำซ้ำตอนนี้ยังมาเจอเจ้าลิงลมตะครุบตัวไว้ที่โถงทางเดินอีก 

อากิมิจงใจถอนหายใจเสียงดังเกินจริง แต่เจ้าลูกลิงตรงหน้ากลับไม่มีท่าทีครั่นคร้าม เห็นได้ชัดเลยว่าเขายืนอย่างแน่วแน่ไม่ยอมขยับเขยื้อน 

“...อากิมิ” 

เธอตอบอย่างอิดออด 

ดวงตาเด็กหนุ่มเป็นประกายทันควัน 

“อากิมิ อิชิคาวะ...อากิมิ” 

เขาพูดซ้ำไปมาราวกับท่อง 

“โห ชื่อเพราะจัง!” 

อะไรของเขา อยู่ๆ ก็ชมหน้าตาเฉย 

อากิมิหน้ามุ่ย 

เสียงอ่านอาจฟังดูเพราะก็จริง แต่แค่กลับคำว่า 'ซุยโช' เป็น ‘อากิมิ’* เท่านั้นเอง  

จะเรียกว่าหลงชื่อก็ได้ ถ้าเป็นสาวสวยร่างเล็กยังพอว่า แต่นี่ไม่ใช่ชื่อที่เหมาะจะตั้งให้เด็กสาวร่างยักษ์เหมือนเธอเลยสักนิด  

เธอเคยคิดแบบนี้มาตลอด และบอกตามตรงว่าตอนนี้ก็ยังคิดอยู่ 

ทว่าเด็กหนุ่มกลับไม่เข้าใจความรู้สึกของอากิมิเอาเสียเลย 

“ฉัน ยามาเอะ อิจิ ห้องเอ!” 

เขาตะเบ็งเสียง 

“ไม่ใช่ขีดแนวนอนที่หมายถึงเลขหนึ่ง แต่เป็นอิจิที่เขียนด้วยตัวอักษรโบราณน่าเบื่อจากคำว่าอิจิมังเอ็น**” 

“ยามาเอะเหรอ…เข้าใจละ” 

พยักหน้าแล้วอากิมิก็โบกมือไล่เด็กหนุ่มเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ‘รู้แล้วน่า ถอยไปได้ละ’ แต่เด็กหนุ่มยังคงดื้อดึงไม่ยอมขยับ 

“เรียกว่าอิจิสิ เพื่อนๆ ทุกคนเรียกแบบนี้กันหมด” 

“จ้าๆ ไปละนะยามาเอะ” 

“บอกให้เรียกอิจิไง” 

น่ารำคาญจริง  

อากิมิระงับความโกรธก่อนที่เส้นเลือดที่ขมับจะปูด 

“ลาก่อนนะ ยามาเอะคุง” 

เธอพูดเน้นเสียงทีละคำ อิจิเบ้ปาก 

“เย็นชาจังน้า อากิจังเนี่ย” 

อากิมิรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงเส้นเลือดในสมองขาดผึงดังอยู่ข้างหู 

เธอยกมือสองข้างเท้าเอว ก้มตัวลง ยื่นหน้าเข้าไปแทบชิดเด็กหนุ่มแล้วค่อยๆ หรี่ตาลง 

“นี่ เธอคือยามาเอะ ส่วนฉันคืออิชิคาวะ นอกจากชื่อนี้แล้วเราต่างฝ่ายต่างก็ไม่มีช้อยส์อื่นเจ้าค่ะ เข้าใจตรงกันนะ?” 

เธอเตือนอย่างสุภาพด้วยน้ำเสียงนอบน้อมและเข้าใจง่าย 

“ถ้าเข้าใจก็ช่วยตอบด้วย” 

เด็กหนุ่มพยักหน้าคล้ายโดนข่มขู่ 

“...เข้าใจแล้วครับ!” 

ในที่สุดเขาก็ถอยหลังสองสามก้าว 

อากิมิเดินผ่านข้างเด็กหนุ่มซึ่งพอจะมีช่องว่าง โดยพยายามไม่แสดงสีหน้าโล่งอก แต่ขณะเดินสวนกันก็ได้ยินเสียงอิจิพึมพำว่า 

“นี่ ถ้าพูดอะไรผิดไปก็ขอโทษด้วยละกัน” 

“หา!?” 

มีเรื่องอะไรอีกล่ะ?  

อากิมิมองผ่านไหล่เห็นอิจิเงยหน้ามองตรงมาก่อนถามเสียงต่ำ 

“ช่วงนี้อิชิคาวะฝันร้ายรึเปล่า?” 

อากิมิสะดุ้งโหยง 

เด็กสาวกัดกระพุ้งแก้มก่อนจะเผลออุทานออกมา ใจเต้นโครมคราม ลิ้นสากไปชั่วขณะ 

ดวงตาของเด็กหนุ่มตรงหน้าโตขึ้น ม่านตาขยายใหญ่ ดวงตาสีดำขลับดุจหลุมลึกไร้ก้นบึ้งคู่นั้นจ้องมองกลับมาเขม็งอย่างปราศจากความลังเล 

“เปล่านี่” 

เขาตอบเพียงเท่านั้น 

เรานี่พูดเสียงเรียบเสียจนน่าตกใจ คำพูดลื่นไหลผ่านลำคอออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ หางเสียงก็ไม่สั่น  

เก่งเสียจนอยากชมตัวเองเลย 

“งั้นก็ดี” 

อิจิล่ายอมถอยง่ายดายเกินคาด 

“แต่ถ้าไม่ไหวก็มาหาฉันนะ เมื่อไหร่ก็ได้” 

คราวนี้แหละจะได้เลิกตอแยเสียที  

อากิมิเร่งฝีเท้า 

“เชิญได้ทุกเมื่อนะ ฉันรออยู่!” 

อากิมิเงียบแล้วเดินจากมาโดยไม่ลดความเร็ว เลี้ยวตรงหัวมุม ถอนหายใจอย่างโล่งอก พ่นลมหายใจยาวเหยียดเหมือนเค้นออกมาจากปอด 

เจอเด็กผู้ชายคนนั้นแค่ไม่กี่นาที แต่กลับเหนื่อยล้าแทบหมดแรง เธอใช้ปลายนิ้วปาดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผาก 

“อะไรกันนั่น?” 

เธอตั้งท่าจะหันกลับไปแต่เปลี่ยนใจ 

รู้ตัวดีว่าช่วงนี้กล้ามเนื้อตรงแผ่นหลังเกร็งเป็นประจำ จิตใจไม่สงบแม้สักเสี้ยววินาที มองเห็นผู้คนรอบข้างเป็นศัตรูไปหมด 

กระทั่งเวลานอนบนเตียงก็ไม่ผ่อนคลาย ร่างกายแข็งทื่อด้วยความระแวดระวังและหวาดระแวง  

เธอรู้ดีว่าภาพที่เห็นตัวเองเป็นเหยื่อมันเป็นแค่จินตนาการ แต่ทำอย่างไรก็แก้ไม่ได้ 

เด็กสาวพ่นลมหายใจเบาๆ สะบัดไหล่ ยืดตัวขึ้น ถึงอย่างนั้นก็ขบฟันกรามแน่นจนเสียงดังโดยไม่รู้ตัว 

ควรกลับไปที่โต๊ะตนเองสักที อากิมิหลับตา เอื้อมมือไปแตะประตูเลื่อนของชั้นมัธยมสี่ห้องซี 

 

 

 

*ซุยโช เขียนด้วยตัวอักษรคันจิว่า 水晶 เมื่อวางสลับตำแหน่งกัน 晶水 จะอ่านได้ว่า อากิมิ แปลว่าคริสตัล 

**อิจิที่หมายถึงเลขหนึ่ง เขียนด้วยตัวอักษรคันจิว่า 一 แต่อิจิที่เป็นตัวอักษรโบราณเขียนด้วยตัวคันจิว่า 壱 

ความคิดเห็น