ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 ไออุ่นของตะวัน REWRITE

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 ไออุ่นของตะวัน REWRITE

คำค้น : ไออุ่นของตะวัน ไออุ่น ตะวัน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.6k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2563 20:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 ไออุ่นของตะวัน REWRITE
แบบอักษร

ตอนที่ 1  

ผมชื่อไออุ่น อายุ 23 ปี ก่อนนี้ใครๆ ก็ชมว่าผมน่ารัก หล่อเบ้าหน้าฟ้าประทาน ไม่แปลกหรอกครับ มันเป็นเรื่องจริง เพราะผมทั้งขาว ทั้งสูง 183  หุ่นลีนไร้ไขมันส่วนเกิน หนัก 67 กก.ไม่ขาดไม่เกิน หน้าตาผมก็ราวๆ ไอดอลเกาหลี โครงหน้าเรียวเล็ก จมูกโด่งเป็นสัน ปากอิ่มเอิบสีชมพูระเรื่อเหมือนดอกซากุระยังไงยังงั้น พอๆ กับผิวหน้าผมที่ทั้งขาวทั้งใสมีเลือดฝาดตลอดเวลา ดวงตาเรียวแววตาสดใส ขนตางอนจนผู้หญิงยังอาย ยิ้มตาสระอิในตำนาน เวลาผมยิ้มเพื่อนๆ เคยบอกว่ามันสดใส มันหวาน มันชายน์ (SUNSHINE SMILE) เหมือนพระอาทิตย์กำลังส่องแสงอะไรประมาณนั้น ผมเคยเป็นถึงเดือนคณะ เก่งทั้งดนตรีทั้งกีฬา ไม่ว่าจะเป็นตีกลอง ว่ายน้ำ บาสเก็ตบอล ผมทำได้หมด ไม่ใช่แค่ทำได้นะครับ แต่ผมยังทำได้ดีจนได้เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยเลยหล่ะ แต่….นั่นมันเป็นอดีตที่เคยหอมหวานของผม….. 

ตอนนี้ผมถูกทิ้ง!!!!!! 

ใช่ครับ….คุณๆ ได้ยินไม่ผิดหรอกครับ  

ผมถูกทิ้งเพราะ….เขาไปมีคนอื่น!!!!! 

เล่าให้ฟังอีกหน่อยก็ได้ครับ หลังจากที่ผมได้รับตำแหน่งเดือนคณะ ผมก็มีคนมารุมจีบมากมาย ทั้งชายทั้งหญิง ด้วยความที่ผมมีรสนิยมชอบคนหล่อ ฟังไม่ผิดหรอกครับ   

ผ ม ช อ บ ค น ห ล่ อ!!!! 

ผมเลยตัดสินใจเลือกคบกับพี่อัฐซึ่งเป็นรุ่นพี่ผม 1 ปี เรารักกันมาก หวานมากในช่วง 2 ปีแรก ไปไหนก็ตัวติดกันตลอด พี่อัฐเป็นผู้ชายสายเปย์ คือแบบเปย์ไม่อั้น กินข้าว ดูหนัง เที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ญี่ปุ่น เกาหลี อังกฤษ อิตาลี ฝรั่งเศส พี่อัฐพาผมไปหมดแล้วครับ เขาตามใจผมทุกอย่าง พากินพาเที่ยวไม่หยุด เรียกได้ว่าตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ ห่างกันแค่ตอนแยกกันไปเรียน พี่อัฐเรียนวิศวะปี 2 ส่วนผมเรียนมัณฑนศิลป์ ปี 1  ผมนี่เรียกได้ว่าสายกินสายเที่ยวที่แท้ทรู เพราะงั้นผมกับพี่อัฐจึงเข้ากันได้ดี ผมชอบกินของหวานๆ อาหารชอบก็ของมันๆ เลี่ยนๆ แต่ผมก็มีหุ่นลีนได้เพราะชอบออกกำลังกาย จนกระทั่งขึ้นปี 2 ที่ผมเอาแต่กินกับเที่ยวห่างหายจากการออกกำลังกายน้ำหนักผมก็ค่อยๆ ทะยานขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งขึ้นปี 4 ผมก็น้ำหนักแตะที่ 77 คือถ้าเทียบตามค่า BMI ผมไม่ได้จัดว่าอ้วนอะไรเลยถ้าเทียบกับความสูงของผมแล้ว แต่พี่อัฐชอบคนหุ่นลีนเท่านั้นเอง  ถึงแม้พี่อัฐจะเรียนจบออกไปแล้ว แต่ผมก็ยังเข้าใจว่าเราก็ยังรักกันดีอยู่เพราะผมยังอยู่คอนโดพี่มัน พี่อัฐมาหาผมทุกอาทิตย์แม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวันเหมือนเมื่อก่อน แต่ผมกับพี่อัฐก็ยังเหมือนเดิมในทัศนะของผม เราเคยวางแผนชีวิตร่วมกันว่าเมื่อผมเรียนจบแล้วผมกับพี่อัฐจะสร้างบ้านอยู่ด้วยกัน ผมจะเป็นคนออกแบบภายใน พี่อัฐเป็นคนออกแบบรูปทรงและโครงสร้างบ้าน นี่ก็เหลืออีกไม่กี่เดือนผมก็จะเรียนจบแล้ว ความตั้งใจอีกอย่างของผมคือทำงานเก็บเงินสักก้อน หาประสบการณ์สัก 2-3 ปี หลังจากนั้นผมก็จะเปิดร้านขายเบเกอรี่ด้วยเงินของผมเอง ซึ่งมันเป็นความฝันเล็กๆ ของผม ถึงแม้พี่อัฐจะรวยขนาดไหนแต่ผมก็อยากมีอะไรเป็นของตัวเองสักอย่างเผื่ออนาคตไม่แน่นอน…. 

 และแล้วเรื่องความไม่แน่นอน ก็เกิดขึ้นกับผมจนได้ เมื่อไอ้กานต์กับไอ้โมมาตามผมไปที่ผับแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อไปดูพี่อัฐนัวสาวคืนนั้นผมอาละวาดจนพี่อัฐไม่กลับมาหาผมเป็นเดือนๆ จากนั้นเราก็เดี๋ยวดีเดี๋ยวทะเลาะกันเป็นประจำ ตอนแรกมันเจ็บจนรู้สึกว่ามีหลุมดำ (BLACK HOLE) อยู่ในใจ ในเวลาต่อมาความเจ็บมันค่อยๆ กลายเป็นความรู้สึกชาๆ อึนๆ ผมก็บอกไม่ถูกหรอกครับ มันเหมือนโยนเอาความเจ็บปวดทุกอย่างลงไปในหลุมดำขนาดใหญ่ในใจของผม ด้วยความที่หลุมมันใหญ่มาก จากความเจ็บปวดก็ค่อยๆกลายเป็นความชินชา ผมบอกตัวเองทุกวันว่า ทุกอย่างกำลังจะยุติลง ผมก็รอวันนั้น จนกระทั่งพี่มันเปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมกับผู้หญิงโดยไม่เคาะประตูห้อง ในขณะที่ผมอยู่หน้าตู้เย็นเพื่อหยิบช็อกโกแลตมากินแก้หิวตอนทำโปรเจคเพื่อจบการศึกษา 

 

“เราเลิกกันเถอะ” สายตาคมของพี่อัฐจ้องมองมาที่ผม ซึ่งผมไม่รู้ว่าตัวเองกำลังส่งสายตาแบบไหนกลับไป แต่แค่เห็นพี่มันกับผู้หญิงเดินเข้ามาในห้องที่เราเคยอยู่ด้วยกัน มันก็ทำให้ผมรู้สึกขอบตาร้อนผ่าวมือไม้รวมไปถึงขาสั่นเทาแล้ว  

“พี่บอกได้ไหม….ผมผิดอะไร” ผมสบตาแล้วถามกลับไป  

“น่ารำคาญ ขี้งอน!!” พี่อัฐสาดคำบาดใจเข้าใส่ผมทันที 

“น่ารำคาญ ขี้งอนอย่างงั้นเหรอ” น้ำตาของผมไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ทั้งที่ผมพยายามกลั้นมันเอาไว้แล้ว 

“อื้ม แล้วก็ทำอะไรไม่จริงจังสักอย่าง” พี่อัฐโพล่งออกมาอีก ผมแอบคิดในใจว่าพี่มันรู้ได้ไงว่าผมไม่จริงจัง ‘คนอย่างผมก็มีเป้าหมายในชีวิตนะ’!!! ผมได้แต่ตะโกนออกมาในใจ 

“ฮรึก!!ไม่จริงจังยังไง” ผมยกมือขึ้นปาดน้ำตาเพราะมันทำให้ผมมองหน้าพี่มันไม่ชัด พยายามกลืนก้อนจุกลงไปในท้องแต่มันกลับสะอื้นออกมาซะงั้น ปากก็ถามออกไปอีก  

“ก็เนี้ย ปล่อยเนื้อปล่อยตัว กินแต่ของหวานๆ บอกให้ลดน้ำหนักก็ไม่ทำ ปล่อยให้ตัวเองอ้วน….ขนาดนี้” พี่อัฐบอกออกมาพร้อมกับส่ายหน้าเอือม ผมยอมรับว่าปล่อยเนื้อปล่อยตัวจริง นี่หล่ะผลของคนที่ขาดวินัยหล่ะ แต่ผมก็ต้องปกป้องตัวเองให้ถึงที่สุด 

“กินของที่ชอบผิดมากหรือไง อีกอย่างก็เคยบอกแล้วไงว่าเดี๋ยวลด” ผมเถียงกลับไปจนรับรู้ได้ว่าน้ำเสียงสั่นพลางค้านในใจ ‘หึ!!!แบบนี้เขาไม่เรียกว่าอ้วนเว้ย เค้าเรียกว่าเบบี้แฟต (BABY FAT) ต่างหากเล่า ออกกำลังกายแปบเดียว เดี๋ยวก็ลดเถอะ!!!’ 

“เดี๋ยวๆๆๆๆพี่เบื่อคำนี้เต็มทนแล้ว เอะอะก็บอกว่าเดี๋ยวๆๆไม่ลงมือทำสักที” พี่อัฐเถียงกลับอีกพลางถอนหายใจแสดงอาการว่าเบื่อหน่าย 

“งั้นขอถามคำถามสุดท้าย เท่าที่ผ่านมา ความรักที่ผมให้ไป มันไม่มีค่าเลยใช่มั้ย แล้วที่ผ่านมาพี่เคยรักผมบ้างมั้ย” ผมถามกลับเพราะรู้สึกเหนื่อยหน่ายและอยากจบปัญหาเร็วๆ 

“คือ…” พี่อัฐทำท่าลำบากใจ 

“ทำไมพี่ไม่บอกผมมาตรงๆ เลยล่ะครับ ว่าพี่หมดรักผมแล้ว หรือพี่มีคนอื่นแล้ว อะไรก็ได้ที่ทำให้ผมรู้สึกว่าพี่เป็นฝ่ายผิดบ้าง ทำไมพี่ถึงต้องโยนความผิดทั้งหมดมาที่ผมฝ่ายเดียว ผมไม่ห้ามพี่หรอกครับ ถ้าพี่อยากจะไป แต่ถ้าลองได้ก้าวออกไปจากชีวิตของผมแล้ว ก็อย่าหวังว่าจะได้กลับเข้ามาอีก ลาก่อนครับ” ผมบอกเป็นประโยคสุดท้ายก่อนจะกัดช็อคโกแลตในมือ ไอ้น้ำตาเชี่ย!!มันไหลไม่หยุดจนผมต้องยกมืออีกข้างขึ้นมาปาดแก้มตัวเอง สายตาของผมเบนไปที่ผู้หญิงผมยาว หน้าตาสะสวย หุ่นนางแบบ ถ้าจำไม่ผิด เธอคืออดีตดาวมหาวิทยาลัยที่ใครๆ ต่างหมายปอง ‘กล้าพูดออกมาได้นะกู เค้าออกไปจากชีวิตมึงแล้ว มีหรือที่เขาจะกลับมาหามึง ดูสิ!!คนใหม่ของเขา เป็นถึงดาวมหา’ลัยเชียวนะ’ 

 

หลังจากนั้นผมก็เก็บเสื้อผ้าได้ส่วนหนึ่ง เก็บเฉพาะที่ผมซื้อเอง ที่พี่มันซื้อให้ผมไม่เอาออกมาสักชิ้น กลับมาอยู่ที่บ้านที่มีพ่อแม่น้องสาวและน้องชายคนเล็ก ทุกคนไม่มีใครซ้ำเติม แต่กลับเข้ามาปลอบใจ พ่อแม่ผมค่อนข้างหัวสมัยใหม่ เข้าอกเข้าใจลูกๆ ผมย้ายไปอยู่กับพี่มันที่บ้านก็รับรู้ จากวันที่โดนทิ้งผมก็เหงาเป็นลูกหมาอยู่พักหนึ่ง แต่ไม่คิดจะหาแฟนใหม่ เพราะหัวใจดวงน้อยๆ ของผมยังไม่พร้อมรับศึก  

การกลับมาอยู่บ้านทำให้ผมเปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่ ความรักความอบอุ่นของคนรอบข้างทำให้อาการเจ็บปวดภายในใจเหมือนจะเบาลงแต่ไม่หายไป แต่มันก็ทำให้ผมไม่ทรมานเหมือนตอนที่อยู่คอนโดคนเดียว น้องๆ น่ารัก พ่อแม่ที่ไม่ได้เอ่ยถามหรือคาดคั้นกดดันผม ทำให้ผมมีสมาธิและเขียนโปรเจคจนเสร็จ หลังจากการเรียนเสร็จสิ้นแล้ว ผมก็พักอยู่ที่บ้าน ร่อนจดหมายสมัครงานไปทั่ว ตามบริษัทต่างๆ จนกระทั่งผมได้รับโทรศัพท์เพื่อไปสัมภาษณ์งานและได้งานเป็นมัณฑนากรตามสายงานที่ผมเรียนจบมา ในตำแหน่ง อินทีเรียดีไซน์ พูดง่ายๆ ก็ ออกแบบตกแต่งภายในนั่นหล่ะครับ พรุ่งนี้เป็นวันแรกที่ผมจะได้ออกไปผจญกับโลกภายนอกแล้ว ชีวิตการทำงานมันจะเป็นอย่างไรกันนะ 

*************************************** 

ไออุ่น 

ความคิดเห็น