Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ~ เรื่องที่3 เฮียน่านน้ำกับน้องข้าวสวย

น่านน้ำถูกทิ้ง : Ep.42 - ตรวจเช็คคำผิดแล้ว

ชื่อตอน : น่านน้ำถูกทิ้ง : Ep.42 - ตรวจเช็คคำผิดแล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 803

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2563 22:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
น่านน้ำถูกทิ้ง : Ep.42 - ตรวจเช็คคำผิดแล้ว
แบบอักษร

 

 

ข้าวสวย talk's

 

"พี่หา...รีโมทเปิดประตูบ้านไม่เจออ่ะ" พี่ปั้นตอบมา ห๋า...!?

"งั้นก็ลงไปเปิดสิ...!" ฉันพูดออกไปน้ำเสียงสั่งเด็ดขาด

"แน่ใจ...? ว่าจะให้พี่ลงไปเปิด...?" แต่...พี่ปั้นไม่ตอบรับอะไรมาแต่เลือกที่จะถามฉันออกมาแทน ถามห่าไร?

"...??" มองหน้าพี่ปั้นไปด้วยสายตาสงสัยปนหงุดหงิดนิดหน่อยค่ะ

"ลองคิดดูนะถ้าพี่ลงไปและมันขึ้นมาบนรถและขับออกไปเอาทั้งเราทั้งหลานไปอ่ะ จะทำยังไง?" เอ่อ...เออ ก็น่าคิดแฮะ

"แล้วจะทำยังไง!?" ฉันถามพี่ชายตัวเองออกไปน้ำเสียงหงุดหงิด

"เรานั่นแหละลงไปเปิด" ห๊ะ จ่ะ..จะบ้าหรอไง? จะให้ฉันลงไปเผชิญหน้ากับมันหน่ะหรอ?

"แต่ว่า..."

"กลัว? กลัวใจตัวเองว่างั้นเถอะ...?" พี่ปั้นถามเชิงท้าทายฉันออกมา

"ข้าวไม่ได้กลัวนะ!" ฉันเถียงพี่ปั้นไปเพียงแค่นั้นและฉันก็...

 

แกร็ก! เปิดประตูลงจากรถและทำเหมือนมันเป็นอากาศธาตุโดยเดินผ่านมันไปเหมือนมองไม่เห็นมันแต่ว่า...

หมับ~ มันก็ยังจะจับมาที่ข้อมือของฉัน

 

"อ๊ะ!?" ด้วยความตกใจฉันจึงเผลออุทานออกไป

"ข้าวคะ...เฮียขอโทษ ขอโทษ ขอโทษจริงๆค่ะ"

 

เห็นไหมหล่ะ? เหมือนกันทั้งพ่อทั้งลูกจริงๆ เก่งแต่ขอโทษเนี้ยแหละ

เพิ่งรู้นะคะว่าคำว่า ขอโทษ คือคำทักทายของคนที่ไม่ได้เจอหน้ากันเป็นปี

 

"อื้ออ..." พยายามจะหักข้อมือให้ออกจากการเกาะกุมของมัน

"ข้าว...เฮียขอโทษ เฮีย...จะไม่ทำผิดกับข้าวอีกแล้ว...เฮียขอโทษนะคะ" ตอแหลทั้งเพ

"อื้อออ..." เอามืออีกข้างนึงมาจิกที่มือของมันที่กำลังเกาะกุมข้อมือของฉันอยู่

"ข้าว...คุยกับเฮียหน่อยสินะคะ..."  มันพูดออกมา

"อ๊ะ! เจ็บ..." ฉันพูดออกไปและตั้งใจให้มันได้ยินค่ะเพื่อที่จะให้มันปล่อยข้อมือฉันและแน่นอนว่า...

"เฮีย...ขอโทษค่ะ" ...มันได้ผลค่ะ

 

ทันทีที่มันปล่อยข้อมือฉันปุ๊บฉันก็เดินไปเปิดประตูในทันที

ครื้นนนนนนนนน!!!! ฉันเปิดแค่นิดเดียวและก็ดันมันให้เปิดออกไปกว้างๆ กว้างพอที่จะให้รถของพี่ปั้นขับเข้ามาได้และฉันก็เดินเข้าไปในบ้านทันที

 

"ข้าวคะ!!" โดยที่ไม่ฟังเสียงเรียกของมันเลยสักนิด

.

.

.

น่านน้ำ talk's

 

"ข้าว!!!" ผมเรียกข้าวสวยไปเสียงดังและก็กำลังจะเดินเข้าไปในบ้านของเธอแต่...

 

ปรี๊ดดดด!! เสียงแตรรถของไอ้ข้าวปั้นก็ดังขึ้นมาซ๊ะก่อนมันขับมาขนาบข้างผมและก็เปิดกระจกรถลงมา

 

"วันนี้...พอแค่นี้ดีกว่าว่ะ เดี๋ยวข้าวจะตื่นและเตลิดไปซ๊ะก่อน..." มันพูดขึ้นมา

"อืม..." ผมตอบรับมันไปเสียงเนือยเพียงแค่นั้นและมันก็ขับรถเข้าไปในบ้านของมัน

"เห้อ~" และผมก็หันหลังและเดินไปเรื่อยๆเพื่อกลับคอนโด

 

ไม่ใช่ว่าเงินหมดหรอกนะแต่...อยากลองเดินดูหน่ะครับว่ามันจะไกลถึงขนาดไหนเพราะว่า...ถ้าไกลไม่มากผมจะได้ไม่ต้องนั่งแท็กซี่บ่อยๆให้เสียเงิน

.

.

.

ข้าวสวย talk's

@ห้องนั่งเล่น เวลา18:00น.

 

"หม่ามี๊ขา..." เสียงน้องสานฝันดังมาแต่ไกล

"....." ฉันหันหน้าและตัวของตัวฉันเองหนีทันทีค่ะ

 

หมับ~ แต่ว่า...น้องสานฝันก็เข้ามาจับข้อมือของฉันที่ถูกเขาเกาะกุมป่ะกี๊นี้ขึ้นไปดู

 

"หม่ามี๊...เจ็บไหม?" น้องสานฝันดูข้อมือของฉัน ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมามองหน้าฉันด้วยสายตาเป็นห่วงเป็นใย

"....." ฉันเงียบไม่ตอบอะไรน้องสานฝันไปค่ะแต่...ก็ยังคงมองทุกการกระทำของเจ้าแก้มหอมของฉันอยู่

"พู่ว์! พู่ว์!" และน้องสานฝันก็เป่ามาที่ข้อมือของฉันค่ะ

"....ฮึ่ก" น้ำตาของฉันก็ไหลออกมาอีกตามเคย

"หม่ามี๊...เจ็บหยอ? คนแปลกหน้า...ทำหม่ามี๊หยอ...? อย่าให้...เจอนะ...ฝันจะแอคแทคให้...กล้าดีไง...มาร้ายหม่ามี๊...ของฝัน...ได้" ลูกสาวของฉันพูดออกมา

"ฮึๆ ฮึ่ก" ถึงจะหัวเราะออกมาได้แต่น้ำตาก็ยังไหลออกมาด้วยอยู่ดี

"หม่ามี๊...ฝันโทษนะ..." น้องสานฝันพูดมา

"อื้อๆ" ฉันส่ายหัวตอบรับคำขอโทษของลูกสาวตัวเองพร้อมทั้งเอามือทั้งสองข้างขึ้นมาเช็ดน้ำตาของตัวเองค่ะ

"ไม่ให้ภัยหรอ...?" น้องสานฝันถาม

"ค่ะ พูดว่า...รักหม่ามี๊ที่สุดก่อนสิคะหม่ามี๊ถึงจะให้อภัย" ฉันตอบพร้อมยื่นข้อเสนอให้กับลูกสาวสุดแสนจะน่ารักของฉัน

"ฝัน...รักหม่ามี๊ที่สุด...ในโลกเลยค่ะ..." เนี้ยแหละ...คำนี้แหละที่ฉันอยากได้ยินไม่ใช่คำว่า ขอโทษ บ้าบออะไรนั่น

"ฮิ๊ม~ หม่ามี๊ก็รักสานฝันที่สุดในโลกเลยค่ะ" ฉันยิ้มหวาน ก่อนที่จะตอบรับคำบอกรักของลูกสาวตัวเองไป

"แต่...สานฝันต้องสัญญากับหม่ามี๊ก่อนนะคะว่า...สานฝันจะไม่แกล้งคนอื่นอีกและก็ห้ามเถียงห้ามขึ้นเสียงใส่ลุงปั้นด้วยไม่งั้นหม่ามี๊จะไม่คุยกับสานฝันอีกเลย...!" ฉันพูดขู่น้องสานฝันไปน้ำเสียงเด็ดขาด

"อืม...สัญญา..." น้องสานฝันตบปากรับคำสัญญาของฉันมา

"สัญญาว่า...?" ฉันไม่ลืมที่จะทวนคำสัญญาของลูกสาวตัวเองไป

"ว่า...ฝันจะไม่...แกล้งใครก่อน..." แป๊บนะ

"หืม? อะไรนะคะ?" เท่าที่จำได้ฉันพูดว่า อีก นะไม่ใช่ ก่อน

"ถ้าฝัน...โดนแกล้งก่อน...ฝันถึงทำคืน..." อ่ะๆ อนุโลมให้เป็นกรณีพิเศษก็ได้ค่ะ

"แล้วไงต่อคะ?" ฉันถามต่อ

"ฝันจะไม่...เถียงขึ้นเสียงกับ...ลุงปั้นอีก...ฝันทำได้...ฝันสัญญา..." น้องสานฝันตอบพร้อมทั้งชูนิ้วก้อยขึ้นมา

"หึ~ หม่ามี๊เชื่อใจสานฝันค่ะ..." ฉันตอบรับน้องสานฝันพร้อมกับเอานิ้วก้อยของตัวเองไปเกี่ยวนิ้วก้อยของน้องสานฝันค่ะ

.

.

.

น่านน้ำ talk's

 

Krrrrrrrr Krrrrrrrrrrr

 

"อื้อออ~" ผมครางงัวเงียออกมาตามด้วยคลำมือหาเสียงของนาฬิกาปลุก

 

Krrrrrrrrr ปึ่ก! ผมจึงกดปิดเสียงดังน่ารำคาณชิบหายของมัน

 

"อ่า...ฮึ๊บ!" ผมค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาและลุกขึ้นนั่งทันที

 

@5เดือนต่อมา เดือนตุลาคม

@R of U condo ห้องของผม ห้องนอนของผม เวลา08:45น.

 

"อาบน้ำ...ดีกว่า..." ผมพูดกับตัวเองออกมาน้ำเสียงเนือยๆงัวเงียๆและลุกขึ้นเดินไปที่ห้องน้ำ

 

หลังจากที่ผมอาบน้ำเสร็จผมก็เดินออกมาทำกับข้าวกินครับและก็...ไปหาข้าวสวยที่บ้านของเธอทันที

 

@หน้าบ้านของข้าวสวย เวลา10:45น.

 

อ่า...ปิดประตูใหญ่ล็อกกรแบบนี้แสดงว่า...ไม่อยู่บ้านชัวร์เลยครับ

ตุ่บ! ผมจึงล้มตัวนั่งลงที่ฟุตบาทหน้าบ้านของเธอ

ตลอดเวลาห้าเดือนเต็มมานี้อยากจะบอกว่า...ข้าวสวยก็คือเผชิญหน้ากับผมทุกวันและก็ทำเหมือนผมเป็นอากาศทุกวันเลยครับ

 

"....." ผมเงียบและมองแผลบนแขนของตัวเอง แผลอะไรหรอครับ? รอยจิกรอยข่วนของข้าวสวยไงครับ

"แค่นี้ยังน้อยไป..." ผมพูดกับตัวเองออกมาและก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คข่าวสารรวมถึงดูรูปพวกเพื่อนๆผ่านแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า เฟสบุ๊ค ไปครับ

 

เลื่อนไปเลื่อนมาก็เจอกับโพสต์ของไอ้ข้าวปั้นที่มันถ่ายภาพนาฬิกาข้อมือของมันและมันก็ติดโลเคชั่นไว้กับภาพถ่ายนั่น หืม? นี่มัน...แถวคอนโดผมเลยไม่ใช่หรอว๊ะ? หมายความว่า...ผมต้องกลับไปอีกสินะ?

 

"ขอให้ได้คุยกับข้าวสวยสักหน่อยก็ยังดี..." ขอแค่นี้จริงๆ

.

.

.

ข้าวสวย talk's

@ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ชั้น1 ร้านอาหาร เวลา10:50น.

 

"หม่ามี๊...เช็ดให้หน่อยสิ..." เสียงของน้องสานฝันเรียกฉันพร้อมบอกสิ่งที่ตัวเองต้องการออกมา

"ไหนคะ?" ฉันถามเพราะไม่รู้ว่าแกจะให้ฉันเช็ดตรงไหนให้

"อื้ออ!" เจ้าแก้มหอมยื่นแก้มของตัวเองมาให้ฉันค่ะ

"กินยังไงคะ? เลอะเทอะหมดเลย..." ฉันถามน้องสานฝันออกไปพร้อมบอกเหตุผลที่ทำให้ฉันต้องถามแบบนั้นและเช็ดแก้มน้องสานฝันด้วย

"ฝันไม่รู้...ซอสมันมา...เปอะหน้าฝันเอง..." โอโห! ตอบมาด้วยใบหน้าใสซื่อแบบนี้หม่ามี๊ยอมแล้วก็ได้ค่ะ

 

@เวลา10:55น.

 

"อิ่มแล้วค่ะ..." ไม่อิ่มหม่ามี๊ก็เลี้ยงไม่ไหวแล้วค่ะน้องสานฝันแต่ว่า...

"ยังไม่หมดเลยนะคะสานฝัน" ใช่...มันยังไม่หมดเลยนะ

"อื้ม...ฝันตั้งใจ..." ทันทีที่ลูกสาวของฉันตอบจบ

"ห๊ะ!?" ฉันก็อุทานออกมาด้วยความสงสัยในทันที หมายความว่ายังไงคะ? ที่ว่าตั้งใจ

"ฝันจะเอาไปให้...คนแปลกหน้า...เขามาบ้านเราทุกวันเลย..." จะเอาไปให้มันทำไม?

"ไม่ต้องค่ะ..." ฉ้นเอ่ยห้ามน้องสานฝันในทันที

"ทำไม...หล่ะคะ...?" น้องสานฝันถามมา

"นั่นสินะ ทำไมหล่ะข้าว? สานฝันมีน้ำใจเมตตากรุณาก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ?" พี่ปั้นช่วยเสริม

 

ถามมาทั้งๆที่ก็รู้ว่าทำไม? ฉันไม่อยากให้น้องสานฝันมีความผูกพันธ์กับเขาไงหล่ะ

 

"ไม่ต้อง...ถ้าสานฝันทำอย่างงั้นหม่ามี๊จะไม่คุยจะไม่เล่นด้วยจริงๆ" ฉันจึงต้องใช้วิธีขู่น้องสานฝันออกไป

"หม่ามี๊..."

"....." ฉันเงียบและหันหน้ามองไปทางอื่น

 

ห้าเดือนที่มีเขาเข้ามาพัวพันกับครอบครัวของฉันนั้นมันทำให้ฉันรู้สึกโกรธเขามากขึ้นไปอีก เขาจะมาเรียกร้องสิทธิ์อะไรอีก...?

 

@เวลาต่อมา เวลา12:00น.

 

อ่า...ตอนนี้ฉันซื้อของที่ฉันต้องการเสร็จแล้วค่ะ ก็อย่างที่ทุกคนรู้นั่นแหละค่ะว่า...ฉันเรียนคณะอะไรสาขาอะไรเพราะงั้นฉันเลยต้องมาซื้อผ้าไปตัดเย็บเสื้อผ้าไงคะ

 

"ข้าว...ไปรอเฮียกับน้องสานฝันหน้าห้างนะ" พี่ปั้นบอกฉันมา

"ทำไมหล่ะ?" ด้วยความสงสัยฉันจึงถามกลับแทนที่จะตอบพี่ปั้นไปแทน

"พี่จะรีบเดินไปกับน้องสานฝันข้าวเดินช้า...ขาก็สั้น" ห๊า...!!?

"พี่ปั้น!!!" มาว่าฉันขาสั้นได้ยังไงว๊ะ!?

"ฮ่าๆ อื้มๆ ไปรอพี่ก่อนเดี๋ยวพี่ขนของไปเก็บไว้บนรถให้" พี่ปั้นพูดเพียงแค่นั้นก็เข็นรถเข็นที่มีน้องสานฝันนั่งอยู่ในรถคันนั้นด้วยไปในทันที

"เฮ้อ~ ช่วยไม่ได้แฮะ..." เอ่ยกับตัวเองเพียงแค่นั้นก็เอาแขนมาไขว้กันไว้ที่ด้านหลังและก็เดินทอดน่องลอยชายเอ้อละเหยลอยลมไปที่หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ทันที

 

@หน้าห้างสรรพสินค้า เวลา12:05น.

 

ถึงจะอยู่ริมถนนแบบนี้ก็เถอะแต่...ฉันกลับรู้สึกว่าประเทศนี้แตกต่างจากประเทศบ้านเกิดของฉันเหลือเกินค่ะ

 

"อื้ม..." ยืนชะเง้อคอมองหารถของคุณพี่ชายไปค่ะ

"อ๊ะ...!" และก็ต้องอุทานเสียงหลงออกมาในทันทีที่...

 

หมับ! ข้อมือข้างขวาของฉันโดนใครบางคนจับและดึงแขนฉันให้ฉันหันหน้าเข้าไป

ตุ่บ! ชนกับอกแกร่งนั่น กลิ่นนี้มัน...กลิ่นของเขานี่หน่า

ควับ! เมื่อยังไม่เชื่อจมูกของตัวเองฉันจึงเงยหน้าขึ้นไปดู

 

"!!!" และแล้วดวงตาของฉันก็ต้องเบิกโพลงกว้างด้วยความตกใจในทันที ข่ะ..เขาจริงๆด้วย

"อื้อออ!" พยายามที่จะดันตัวของเขาออกไป เขาจึงเปลี่ยนจากจับข้อมือมาเป็น...

 

สวบ! สวมกอดฉันแทนสองแขนแกร่งโอบรอบเอวบางของฉัน

 

"ข้าวเฮียขอโทษ...ขอโทษจริงๆค่ะ ข้าวจะให้เฮียทำยังไงบอกเฮียมาทีเถอะนะ" เหอะ! พอฉันบอกก็ทำให้ไม่ได้อยู่ดี

"อื้ออออ!!" ฉันครางพร้อมกับพยายามที่จะดันอกแกร่งของเขาออกไปแต่...เขาไม่ยอมออกแถมยังรัดฉันมากขึ้นกว่าเดิมด้วย

"ข้าวคะ...เฮียคิดถึงข้าวมากนะคะ" มากกว่านี้ดิ่ว๊ะ!!

"อื้อออ...อึดอัด...!" เขารัดฉันมากขึ้นอีกอ่ะมันจึงทำให้ฉันหายใจไม่ค่อยสะดวกและก็เผลอเปร่งวาจาพูดคำนั้นออกไปและ...แน่นอนค่ะว่ามันทำให้เขาปล่อยฉัน

"อ๊ะ!!" แต่เนื่องจากว่าฉันยังคงพยายามที่จะใช้แรงดันเขาออกไปอยู่พอเขาปล่อยฉันปุ๊บมันก็เหมือนฉันผลักตัวเองออกไปและมันส่งผลให้ฉันตกฟุตบาทไป

 

ปรี๊ดดดดดดด!!!! เสียงแตรรถดังขึ้นมาพอฉันหันหน้าไปมอง

ภ่ะ..ภาพเหตุการณ์นี้มัน...!

 

"กรี๊ดดดดดดด!!!"

"ข้าว!!!"

 

ผลัก! ปั้ง!

 

"อ๊ะ!! จ่ะ..จำได้แล้ว...." ก่อนที่ภาพตรงหน้าของฉันจะกลายเป็นสีดำไปหมด

.

.

.

ข้าวปั้น talk's

@P hospital สาขาประเทศสหรัฐอเมริกา นครนิวยอร์ก หน้าห้องฉุกเฉิน เวลา13:45น.

 

"หม่ามี๊..." น้องสานฝันเรียกข้าวสวยที่นั่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน

 

ตุ่บ! ผมจึงวางเจ้าตัวเล็กลงเพราะน้องสานฝันดิ้น พอวางลงพื้นปุ๊บน้องสานฝันก็วิ่งดุ๊กดิ๊กๆไปหาแม่ของตัวเองทันที

 

"ฮึ่กๆ ฮึ๊บ..." พอน้องสาวผมเห็นน้องสานฝันก็พยายามจะเช็ดน้ำตาออก

"หม่ามี๊...ร้องไห้หรอ...?" หลานสาวผมถาม

"ป่ะ..เปล่าค่ะ...หม่ามี๊ไม่ได้ร้องไห้" น้ำเสียงสั่นคลอนั่นคือหลักฐานที่ทำให้น้องสาวของผมโกหกไม่เนียน

"เกิดอะไรขึ้นครับ? ข้าว...?" ด้วยความสงสัยผมจึงเดินไปนั่งข้างๆข้าวสวยและถามออกไป

 

สวบ! และข้าวสวยก็สวมกอดผมมาในทันที

 

"ฮึ่กๆ ข่ะ..ข้าวจำได้แล้ว...ฮืออ~ ข้าวจำ ฮึ่กๆ ฮือออ~ จำได้แล้วค่ะ!" ทันทีที่ข้าวสวยตอบมาเสียงดังฟังชัดให้ผมได้ยินเสร็จ

"....." ผมก็ทำได้แค่เงียบและสวมกอดน้องสาวของตัวเองนิ่งๆและแน่นๆ

"ฮึ่กๆ ข่ะ..เขาฆ่าข้าว...ฮือออๆ~ เขาผลักข้าวลงไป...ฮึ่ก! ให้รถคันนั้นขับมาชนข้าว...ฮืออๆ~ ฮึ่ก ข่ะ..เขาทำทำไม!!? ฮึ่กๆ ฮือออ~" ข้าวสวยร้องบอกผมมา

 

อ่า...แสดงว่าข้าวสวยยังไม่รู้ว่าตัวเองเคยท้องกับมันสินะ? ก็ดีแล้วหล่ะผมจะปิดไว้เป็นความลับแบบนี้ต่อไป

 

"ร้องออกมาเถอะครับ...ข้าว" ผมทำได้แค่ให้ข้าวสวยร้องไห้ออกมาให้หมด

"หม่ามี๊...ร้องไห้ออกมาเลย..." น้องสานฝันจึงช่วยผมปลอบ

 

ผมสอนเองหล่ะครับว่าถ้า...เห็นหม่ามี๊ร้องไห้ให้บอกว่าร้องออกมาเลย

 

"ฮึ่กๆ ฮืออออ~"

"ข้าว...แล้วข้าวมาทำอะไรที่โรงพยาบาลครับ?" ผมเอ่ยถามข้าวสวยไปเสียงเรียบ

"ข่ะ..เขา ฮึ่ก เขาถูกรถชน..." ข้าวสวยตอบมาน้ำเสียงปนสะอื้น

"แล้ว...มันเป็นยังไงบ้างครับ?" คงจะไม่ได้เป็นเท่าที่น้องสาวผมเคยเป็นหรอกมั้ง

"ฮือออ~ อื้อๆ ฮืออๆ~ ฮึ่ก! ข้าวไม่รู้...!" ข้าวสวยส่ายหัว ก่อนที่เธอจะตอบผมมา

"อ่า...แปลว่าข้าวก็ยังรักมันอยู่สินะ...?" ผมถามต่อน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบเพื่อไม่ให้น้องสานฝันได้ยิน

"ฮึ่กๆ~ ฮือออ~" ข้าวสวยไม่ตอบผมแต่เธอพยักหน้าขึ้นลงส่งมาให้ผมเป็นคำตอบมาว่า ใช่ หน่ะครับ

 

แอ๊ดดดดดด! เสียงเปิดประตูห้องฉุกเฉินดังขึ้นมา ข้าวสวยหันไปมองคุณหมอและหันหน้ามามองหน้าผมครับ เห้อ~ สุดท้ายก็ต้องเป็นผมสินะ? ผมจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะ...

 

"คุณหมอครับ? เพื่อนผมเป็นยังไงบ้างครับ?" ลุกขึ้นไปถามคุณหมอเป็นภาษาอังกฤษน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนทีจะมีเตียงเข็นร่างไร้สติของไอ้น่านน้ำออกมา

"ผู้บาดเจ็บปลอดภัยแล้วครับแต่...ผู้บาดเจ็บแขนขวาหักอาจจะต้องใส่เฝือกและทำอะไรลำบากในช่วงสองสามสัปดาห์แรกนะครับ เพื่อนของผู้บาดเจ็บคงต้องมานอนเฝ้าที่โรงพยาบาลในช่วงสองสามสัปดาห์แรกนะครับ" คุณหมอตอบผมมาเป็นคำสั่ง

"ครับ..." ตอบรับคำสั่งของคุณหมอไปน้ำเสียงแผ่วเบา

 

เหอะ! ถ้าข้าวสวยไม่มาเฝ้าก็คงจะต้องเป็นผมที่มาเฝ้ามันสินะ? ลำบากกูตลอดทุกเรื่องเลยจริงๆนะมึงเหี้ยน่านน้ำ

 

"ได้ยินแล้วใช่ไหมครับ?" ผมเดินกลับไปถามข้าวสวย

"อื้มๆ ค่ะ เดี๋ยวข้าวมาเฝ้าเขาเองก็ได้" ข้าวสวยตอบ

 

มันก็ต้องเป็นอย่างงั้นอยู่แล้วไหม? ถึงแม้จะปิดเทอมแต่งานพี่ไม่ได้หยุดด้วยนะครับ

 

"....." ผมมองหน้าน้องสานฝันที่ทำตาปริบๆไม่เข้าใจที่เราสองคนพี่น้องพูดอยู่หน่ะครับ ข้าวสวยจึงมองตามมือบางขึ้นลูบหัวน้องสานฝัน

"เอาไงดีหล่ะ?" จะเอายังไงกับน้องสานฝันดีหล่ะครับ...น้องสาว?

"เดี๋ยวข้าว...จะค่อยๆบอกลูกเองแต่...พี่ปั้นก็ดูแลดีๆด้วยหล่ะ" หืม? นี่สั่งพี่เลยหรอครับ?

"ครับ" ผมก็ทำได้แค่ตอบรับน้องสาวสุดที่รักของตัวเองไป

.

.

.

ข้าวสวย talk's

@ห้องพักฟื้นผู้ป่วย เวลา16:45น.

 

"....." ในห้องพักฟื้นเดี่ยวของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความเงียบฉันนั่งอยู่ที่...โซฟาของห้องนี้ค่ะ

 

เฮ้อ...! สุดท้ายฉันก็หนีเขาไม่พ้นจริงๆสินะถ้า...ไม่ติดที่เขาช่วยชีวิตฉันไว้นะฉันไม่มีทางที่จะมาเฝ้าเขาแบบนี้เลย

เหอะ! เก่งจริงๆเลยข้าวสวยแกนี่นะ...หาเรื่องแถความจริงแถมโกหกหัวใจของตัวเองโครตเก่งเลยว่ะ

 

"อื้อออ~" เขาฟื้นแล้ว...!

"....." ฉันจึงต้องค่อยๆลุกขึ้นยืนและก็...เดินเข้าไปหาเขา ทั้งๆที่ใจจริงอยากจะถลาเข้าไปหาเขาเลยด้วยซ้ำ...ล่ะ..หล่ะมั้ง

"น้ำ...หิวน้ำ..." เขาพูดออกมาน้ำเสียงแผ่วเบาแต่...ยังคงหลับตาอยู่ ฉันจึงต้องเทน้ำใส่แก้วและเอาหลอดใส่แก้วน้ำตามด้วยเอาไปจ่อที่ปากเขา

"อ่ะ...นี่ น้ำ"

"เสียงนางพยาบาล...คุ้นๆว่ะ" บ่นอะไรนักหนาเนี้ย...!?

"เฮ้อ~" ฉันจึงถอนหายใจออกมา พอเขาลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นหน้าฉัน

"ข้าว...?" เรียกมาด้วยน้ำเสียงแบบนั้นมันหมายความว่าไง?

"เออ! จะกินไหมน้ำเนี้ย!?" ทันทีที่ฉันถามจบ ดวงตาของเขาก็เบิกโพลงกว้างเหมือนตกใจอะไรมากๆงั้นแหละ

"ข้าว!!! อ๊ะ!!" เขาเรียกชื่อฉันออกมาเสียงดังตกใจและเหมือนจะลุกขึ้นพรึ่บขึ้นมาแต่...ก็ต้องอุทานขึ้นมาด้วยความเจ็บปวดในทันที

"เฮ้อ~ เดี้ยงแล้วยังไม่เจียมสังขาล...!" จึงอดไม่ได้ที่ฉันจะด่าเขาไป มันน่าไหมหล่ะ!?

"ข่ะ..ข้าวมา อื้อ!" พูดมากนักจับหลอดยัดใส่ปากซ๊ะเลย

"กินซ๊ะ!" เมื่อฉันพูดจบ เขาก็ดูดน้ำขึ้นไปจนมันหมดไปเกือบแก้วอ่ะค่ะ

 

@เวลาต่อมา

 

หลังจากที่เขาดื่มน้ำเสร็จฉันก็ปรับเตียงให้เขาได้นั่งบ้างค่ะ จะนอนเป็นคุณชายได้ไงว๊ะ!?

 

"ข้าวมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงหรอคะ?"

"ถูกรถพยาบาลพามา"

"ข้าวเจ็บตรงไหนหรือเปล่า? ทำไมต้องมาหล่ะคะ?"

"ถูกควายวิ่งเข้าใส่...!"

"เฮียทำข้าวเจ็บอีกแล้วสินะคะ?" อะไร? ทำไมต้องทำน้ำเสียงและหน้าตาแบบนั้นด้วย

"อื้ม ก็เจ็บมาตั้งแต่เริ่มรู้จักกันแล้วหนิ" ฉันตอบเขาไปน้ำเสียงเรียบนิ่ง ใช่! ตั้งแต่วันแรกก็ทำฉันร้องไห้เลยไม่ใช่หรอ?

"ข้าว...? เฮียขอโทษนะคะถ้า...เราไม่รู้จักกันเรื่องแบบนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น" พูดงี้หมายความว่าไง!?

"หมายความว่า...ถ้าเฮียไม่มาเจอกับข้าวชีวิตของเฮียก็คงจะดีกว่านี้งั้นสิ?" ฉันถามบ้าง

"เปล่าค่ะ..." เขาตอบมาน้ำเสียงรู้สึกผิดแผ่วเบา

"....?" ฉันไม่เอ่ยถามแต่มองหน้าของเขาไปด้วยสายตาสงสัยปนหงุดหงิดแทน

"แต่...เป็นข้าวต่างหาก ถ้าข้าวไม่มาเจอกับเฮียชีวิตข้าวคงจะมีความสุขดีกว่านี้" ความคิด?

"เหอะ คิดได้แค่นี้หรอว๊ะ...?"

"ก็...มันคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยหนิคะ ถ้าชีวิตของข้าวไม่มาเจอกับคนเลวๆแบบเฮียชีวิตของข้าวก็อาจจะดีกว่านี้" คิดได้แค่นี้จริงๆสินะ?

"ไหนเฮียเคยพูดไว้ว่า...เราเป็นคู่กันไงหรือว่าลืม?" มองหน้าเขาพร้อมเลิกคิ้วขึ้นสูงเป็นการตั้งคำถามส่งไปถามเขาค่ะ

"ไม่เคยลืมทุกคำพูดที่เฮียเคยพูดไว้กับข้าว...เฮียไม่เคยลืมแต่...เฮียแค่คิดว่าชีวิตของข้าวถ้าไม่มีเฮียอยู่ในนั้นมันก็คง...." คงจะกำลังพูดว่า มันก็คงจะดีกว่านี้สินะ เหอะ!

"ถ้าเฮียคิดได้แค่นี้...งั้นเฮียจะมาทำไม!? จะมาหาข้าวอีกทำไม!?" ฉันถามออกไปเสียงดังหงุดหงิดด้วยความโมโห แน่นอนว่าคนถูกถามเงียบ

"ในสมองเฮียก็คิดได้แค่นี้แหละ! อ๋อ...ข้าวรู้และที่เฮียพูดมาแบบนี้เพราะต้องการจะให้ข้าวออกไปจากชีวิตของเฮียเองสินะ!? ได้...! ข้าวออกไปก็ได้!!!" ฉันเอ่ยถามเขาออกไป ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากพูดอะไรออกมาฉันก็พูดขึ้นมาก่อนและก็ลุกขึ้นตามด้วยกำลังจะก้าวเท้าออกไป

 

หมับ! แต่ว่า...เขาก็ใช้แขนข้างซ้ายของตัวเขาเองมาจับที่แขนของฉันซ๊ะก่อน แถมดึงฉันเข้าไปด้วยแรงควายของตัวเขาเองอีก

 

"อ๊ะ!?" ฉันต้องอุทานออกมาด้วยความตกใจในทันที

 

เหอะ! เชื่อเลยจริงๆว่ะนี่ขนาดใช้แขนข้างที่ไม่ถนัดดึงฉันนะยังทำให้ฉันตัวโอนเอนไปหาเขาได้เลย แรงควายจริงๆสินะ?

 

"ข้าว...ฟังเฮียบ้างสิคะ" ฉันจึงสะบัดแขนของตัวเองออกมาจากมือแกร่งนั่น

 

ตุ่บ~ และนั่งลงที่โต๊ะตัวเดิม

 

"เฮียไม่เคยอยากให้ข้าวออกไปจากชีวิตของเฮียเลยนะคะ...! และ...เฮียก็ไม่เคยคิดว่าการมีข้าวอยู่ในชีวิตมันคือความทุกข์ด้วย...!!" เขาพูดมา

 

มากกว่านี้ดิ่...ประโยคที่ฉันอยากได้ยินหน่ะมันก็ไม่เชิงว่า...ไม่ใช่ประโยคพวกนี้หรอกแต่...สิ่งที่ฉันอยากได้ยินอ่ะมันมีความหมายประมาณว่า...เขายังรักฉันอยู่ไหมและตอนนี้เท่าไหนมันมากขึ้นหรือลดลง ต่างหาก

 

"เฮีย...ขอโทษจริงๆนะคะ" เฮ้อ~ น่าเบื่อ หวังว่าตลอดเวลาที่ฉันมาเฝ้าเขาที่โรงพยาบาลคงจะไม่ได้ยินแต่คำว่า...ขอโทษๆๆๆทุกวันหรอกนะ

"เฮีย...พักผ่อนเถอะ" ฉันบอกเพียงแค่นั้นและก็เดินไปปรับเตียงลงให้เขานอนค่ะ

 

@เวลา18:00น.

 

ครื้ดดดดด~ ระหว่างที่ฉันกำลังนั่งดูคอลัมน์เสื้อผ้าแฟชั่นอยู่ดีๆเสียงประตูห้องนี้ก็ดังขึ้นมา

 

"อาหารเย็นสำหรับคนไข้มาแล้วค่ะ" เสียงหวานเอ่ยมาเป็นภาษาอังกฤษ

"ค่ะ" ฉันจึงต้องลุกขึ้นเดินออกไปขานรับนางพยาบาลเพียงแค่นั้นและเธอก็เดินออกไปในเวลาต่อมา

"เฮีย...! เฮียน่าน...!!" ฉันปลุกเขาให้ตื่นมากินข้าว

"อื้อออ~ คะ?" เขาครางงัวเงียออกมา ก่อนที่จะลืมตาพร้อมขานถามฉันมา ฉันจัดการเอาโต๊ะกินข้าวสำหรับคนไข้มาวางไว้ให้เขาเรียบร้อยแล้วก่อนที่ฉันจะ...

"กินข้าว...!" ตอบเขาไปเพียงแค่นั้นและก็เดินไปปรับเตียงให้เขาลุกขึ้นนั่ง

"....." และฉันก็เดินกลับไปนั่งที่โซฟาโดยหยิบคอลัมน์เล่มเดิมมาเปิดดูแต่ก็มีที่หันเหสายตาไปมองหน้าเขาบ้าง

 

ฉันเห็นเขา...จับช้อนด้วยท่าทางทุลักทุเลด้วยมือข้างซ้ายหน่ะค่ะ

 

"เห้อ~ กินได้ไหม!?" ฉันจึงต้องเดินเข้าไปถามเขาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

"อ่า...เอ่อ..." อ้ำๆอึ้งๆไม่ยอมตอบสงสัยอยากโดนช้อนแทงปากสินะ?

"กินไม่ได้ก็บอกสิ!" เออ! ถ้าทำอะไรไม่ได้ก็บอกดิ่ว๊ะ!? ฮึ๋ยยยย!!! หงุดหงิดโว้ย!!!

"ข้าว...จะป้อนเฮียหรอคะ?" ถามอะไร?

"อื้อ!" ถ้าฉันไม่ป้อนแล้วหมาตัวไหนมันจะป้อนหล่ะว๊ะ!?

 

ฉันก็ลงมือป้อนข้าวเขาจนหมดนั่นแหละค่ะ

 

"อิ่มไหม?" ฉันเอ่ยถามไป

 

เพราะเห็นว่า...ปริมาณอาหารในถาดนี่น่าจะไม่ทำให้คนอย่างเขาอิ่มง่ายๆก็...ถ้าไม่อิ่มก็จะได้ลงไปซื้อให้กินอีกไง

เอาจริง ฉันเองก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกันนะ

 

"อิ่มค่ะ" แต่...คนตัวสูงกลับตอบมาได้แบบผิดคาดมากอ่ะ

"แน่ใจ?" ฉันถามต่อพร้อมเลิกคิ้วขึ้นเพื่อถามเขาค่ะ

"ค่ะ อิ่มเฉยเลย...ดูด้วยตาก็ไม่เยอะเนอะพอเฮียกินเข้าไปอิ่มเฉยยยย" อ่า...คงจะอิ่มจริงๆ

"อื้ม งั้นข้าวไปขอลงไปซื้ออะไรกินบ้างนะ" ฉันบอกเขาไปและเขาก็พยักหน้ามาให้ฉันค่ะฉันจึงเดินไปหยิบกระเป์าและเดินออกจากห้องนี้มาค่ะ

.

.

.

น่านน้ำ talk's

 

อ่า...ไม่คิดเลยว่าข้าวสวยจะมาอยู่เฝ้าผมแบบนี้แถมสรรพนามยังเปลี่ยนไปด้วย ยังไงก็ต้องเคลียร์กับเธอให้เข้าใจหมดทุกเรื่องให้ได้หล่ะครับ

 

@3 อาทิตย์ต่อมา

@ห้องพักฟื้นของผม เวลา18:45น.

 

อ่า...เวลาผ่านไปโครตไวเลยครับแป๊บๆก็คือสามอาทิตย์แล้วอ่ะแต่ว่า...สามอาทิตย์ที่ผ่านมามีเรื่องดีๆเกิดขึ้นมากมายเลยหล่ะครับอย่างน้อยๆผมก็ได้มีเวลาคุยกับข้าวสวยมากขี้นถึงแม้ว่า...จะไม่ได้เคลียร์อะไรเพราะเหมือนเธอจะไม่อยากฟังก็เถอะแต่...ผมกับเธอก็คุยกันมากขึ้น

อ่า...ลืมบอกไปอีกเรื่องนึงคือยัยนับดาวกับไอ้ล่ามโซ่ก็คือ...มีปัญหากันอีกแล้วครับ ทั้งๆที่เตือนไปแล้วนะแต่ไม่ยอมฟังบ้างเลย

ส่วนข้าวสวยก็คือเธอจะมานอนเฝ้าผมที่โรงพยาบาลทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ส่วนเสาร์อาทิตย์เธอก็จะกลับไปนอนที่บ้านกับน้องสานฝันหน่ะครับ อย่างเช่นวันที่นับดาวมาหาผมวันนั้นเป็นวันจันทร์ซึ่งข้าวสวยเธอจะมาหาผมตอนเย็นอ่ะนะ

และก็เรื่องดีๆอีกเรื่องนึงก็คือ...

ครื้ดดดดดด~ เสียงเปิดประตูห้องพักฟื้นของผมดังขึ้นมา

 

"แด๊ดดี๊ขา..." ผมได้การยอมรับจากข้าวสวยให้ผมเป็นพ่อของน้องสานฝันแล้วครับ

"คะ?" ผมขานถามลูกสาวของตัวเองไป

"วันนี้ฝันได้...นอนกับแด๊ดดี๊และ...ก็หม่ามี๊ค่ะ..." น้องสานฝันเอ่ย

"???" มองหน้าลูกสาวคนสวยเหมือนแม่ไปด้วยสายตาสงสัย

"ยังไงคะ?" คนที่เอ่ยถามเดินออกมาจากห้องน้ำครับ ข้าวสวยไงครับ

"ก็แบบว่า...พอดีพี่ต้องไปประชุมงานที่สิงคโปอ่ะ" คนที่ตอบเป็นไอ้ปั้นที่เดินเข้ามา

"....." ผมจึงเงียบครับ

"เพราะงั้นพี่เอาน้องสานฝันไปด้วยไม่ได้และเจ้าตัวก็คงจะไม่อยากไปด้วย...!"

"เอาเถอะค่ะ ข้าวเข้าใจไปกี่วันอ่ะ?" นี่คือ...น้ำเสียงของคนที่เข้าใจใช่ไหมครับ

"หนึ่งเดือน"

"ห๊ะ!? นานจังอ่ะ?"

"แป๊บเดียวเองครับ พี่ไปแล้วนะต้องไปเตรียมตัวอีกครับ"

"ค่ะ เดินทางดีๆนะคะ" ข้าวสวยเอ่ยลาเพียงแค่นั้นและไอ้ปั้นก็เข้าไปสวมกอดข้าวสวยและก็จุ๊บไปที่หัวของเธอมันพูดอะไรกับข้าวสวยอีกนิดหน่อยที่ผมไม่ได้ยิน

"กูไปแล้วนะ...!" มันบอกผมมา

"อื้อ" ผมพยักหน้าตอบมันไปเพียงแค่นั้นและมันก็เดินออกไปในทันที

"เย้! วันนี้...ฝันได้นอนก่ะ...." น้องสานฝันยังพูดไม่ทันจบ

"กับหม่ามี๊ค่ะ...!" ข้าวสวยก็พูดดับฝันลูกขึ้นมาก่อน

 

ใจร้ายจังเลยครับ เมียเฮีย....

.

.

.

ข้าวสวย talk's

@ห้องพักฟื้นของเขา เวลา19:00น.

 

อ่า พี่ชายของฉันนี่นะพูดบ้าอะไรก็ไม่รู้ชอบพูดให้ฉันคิดลึกทุกที

 

"หึ! ระวังนะครับน้องรักระวังจะถูกมันปล้ำเอา" พูดบ้าๆ

 

"ข้าวคะ?" เสียงของเขาดังเรียกสติของฉันขึ้นมา

"ห่ะ..ห๊ะ!? มีไร!?" ทำให้ฉันขานถามเขาออกไปเสียงดังตกใจในทันที

"เป็นอะไรหรือเปล่าคะ? ทำไมหน้าแดง?" ทันทีที่เขาถามจบ

 

แปะ~ ฉันก็เอามือขึ้นมากุมหน้าของตัวเองทันที

 

"เปล่าหนิ! มีอะไรหรือเปล่า!?" ฉันตอบ ก่อนที่ฉันจะเอ่ยถามเขาออกไป เดินมาถึงโซฟาขนาดนี้มีเรื่องอะไร?

"เฮีย...อยากนอนกับน้องสานฝันไม่ได้หรอคะ?" ทันทีที่เขาขอร้องฉันจบ

"จะนอนยังไงเฮีย...!? แขนเฮียก็เดี้ยงแบบเนี้ย...จะนอนด้วยกันยังไงว๊ะ!?" ใช่! เหอะ! ทำเหมือนกับแขนตัวเองดีๆงั้นแหละ

"นอนได้สิคะขนาดนับดาวมายังนอนกับเฮียเลย" ดื้อจังว๊ะ

"ก็...ถ้าจะเอาอย่างงั้นเฮียก็นอนกับน้องสานฝันไปแล้วกัน" ฉันบอกปัดไปให้เรื่องมันจบๆเพราะถ้าเขาอยากนอนกับลูกฉันก็ไม่อยากจะขัดเท่าไหร่

"แล้วข้าว...?" หืม?

"ทำไม? ข้าวทำไม?" เงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเขาด้วยสายตาสงสัยพร้อมเอ่ยถาม

"ไม่นอนด้วยกันหรอคะ?" ทันทีที่เขาถามจบ

"!!!" ดวงตาของฉันก็เบิกโพลงกว้างด้วยความตกใจในทันที กล้า...จะใจกล้าหน้าด้านเกินไปแล้วนะ

"มากเกินไปหน่อยไหม?" ฉันเอ่ยถามเขาไปเสียงนิ่ง เขามองหน้าฉันด้วยหน้าตาสลด

"ฉันแค่ยอมรับเฮียเป็นพ่อของน้องสานฝันฉันยังไม่ได้ยอมรับเฮียเป็นผัวของฉันหรอกนะ" อย่างน้อยๆก็ในตอนนี้...!

"แล้วจะมีโอกาสไหม? ที่เฮียจะได้การยอมรับนั้นกลับมา" ห๊ะ!? หึ! กลับมาหรอ? กลับมาเพื่อทำให้ฉันเจ็บอีกอ่ะนะ

"อย่ากลับมาอีกเลยว่ะเฮียถ้าจะมาทำให้ข้าวเจ็บอีกก็อย่ามาเลยว่ะ" ใช่! แทนที่จะถามว่า...แล้วจะมีโอกาสไหม? โอกาสที่เราจะได้เริ่มต้นใหม่

 

เห้อ~ กูหล่ะกลุ้มกับอิเฮียนี่จริงๆหรือควรจะกลุ้มกับตัวเองดีว๊ะ!? บอกเลยถ้าไม่ได้ยินคำว่ารักเหมือนอย่างที่เขาเคยพูดตอนง้อฉันเมื่อก่อนหล่ะก็...ฉันจะไม่ยอมคืนดีด้วยเลยจริงๆ

.

.

.

น่านน้ำ talk's

@วันต่อมา

@ห้องพักฟื้นของผม เวลา07:15น.

 

"....." อ่า...ตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่หรอครับ

 

ผมกำลังกินข้าวโดยที่มีข้าวสวยป้อนอยู่เหมือนเดิมนั่นแหละครับแต่ว่า...ตั้งแต่เมื่อวานข้าวสวยก็ไม่คุยกับผมอีกเลยครับ

ส่วนน้องสานฝันนั่งกินข้าวอยู่ที่โซฟาหน่ะครับ

 

"ข้าว...กินข้าวหรือยังคะ?" ผมจึงถามเธอไปด้วยความสงสัยแต่ว่าเธอก็เงียบ

"ข้าว...ไม่หิวข้าวหรอคะ?" ก็ยังเป็นผมคนเดิมที่ถามออกไปแต่เธอก็ยังเงียบและตักข้าวใส่ช้อนเตรียมตัวจะป้อนผมอีกคำ

"หม่ามี๊ขา..." เสียงน้องสานฝันเรียกข้าวสวย

"คะ?" เธอหันไปขานถามทันที หึ! ทีกับลูกนี่นะแล้วสรุปผมทำห่าไรผิดว๊ะ?

"ฝัน...ยังไม่อิ่ม..." น้องสานฝันบอก

"ค่ะ ไปนั่งรอหม่ามี๊แป๊บนึงนะคะเดี๋ยว...หม่ามี๊ขอป้อนข้าว...แด๊ดดี๊ก่อนนะ" ทำไมตอนจะเรียกผมว่า แด๊ดดี๊ ต้องทำใจนานจังครับ?

"ค่ะ..." น้องสานฝันตอบรับคำสั่งของข้าวสวยเพียงแค่นั้นและก็เดินไปนั่งที่โซฟาเหมือนเดิม

"ข้าวคะ...เป็นอะไรไปหรอคะ? ทำไมถึงไม่คุยกับเฮียเลย...?" ผมถามออกไปด้วยความสงสัยแน่นอนเงียบเหมือนเดิม เอ่อ...นี่สรุปผมคุยกับใครครับเนี้ย!?

"....." ผมจึงเงียบและกินข้าวต่อไปเพราะข้าวสวยหันไปมองลูกผมจึงมองตามก็เห็นน้องสานฝันนั่งมองมาทางผมอยู่ด้วยสายตาน่าสงสารสุด

 

อ่า...คงจะหิวข้าวมากสินะคะ

 

"เฮียอิ่มแล้วค่ะ" ผมบอกข้าวสวย

"สานฝันคะ" ทันทีที่ผมบอกจบข้าวสวยก็หันหน้าไปหาลูกและเรียกน้องสานฝันทันที

"หม่ามี๊ขา...ฝัน...ยังไม่อิ่มเลยค่ะ..." น้องสานฝันบอกพร้อมทำหน้าตาน่าสงสาร

"ค่ะๆ เดี๋ยวหม่ามี๊ลงไปซื้อให้นะคะ...เอาแบบเดิมใช่ไหมคะ?" ข้าวสวยตอบรับพร้อมถามไป

"ค่ะ...แบบเดิม...หร่อยมาก..." น้องสานฝันตอบ

"งั้นสานฝันก็...อยู่กับแด๊ดดี๊ก่อนนะคะ ฮึ๊บ!" ข้าวสวยพูดออกมา ก่อนที่เธอจะอุ้มน้องสานฝันขึ้นมานั่งบนเตียง

"ค่ะ..." น้องสานฝันตอบรับน้ำเสียงเนือยๆเพียงแค่นั้นและข้าวสวยก็เดินออกไปในทันที

 

ครื้ดดดดดดด~ ปั้ง~ พร้อมกับเสียงปิดประตูห้องนี้ดังขึ้นมา

 

"ฮิๆ หม่ามี๊โกรธ...แด๊ดดี๊หรอคะ...?" น้องสานฝันหัวเราะอย่างมีเรศนัยมาตามด้วยถามผมออกมา

"หืม? รู้...ได้ยังไงหรอคะ?" ผมไม่ตอบแต่ถามลูกกลับไป

"รู้สิเพราะ...ฝันก็เคยโดน...หม่ามี๊โกรธ..." น้องสานฝันตอบ

"หรอคะ?" 

"หม่ามี๊...โกรธน่ากลัวเนอะ...?"

 

น่ากลัวมากค่ะแค่นี้ยังน้อยไปเพราะน้องสานฝันยังไม่เคยเห็นหม่ามี๊โกรธหนักถึงขนาดนั้นไงครับ

 

"แล้ว...สานฝันทำยังไงหรอคะ? ให้หม่ามี๊หายโกรธ?"

 

End ep.43

.

.

.

.

.

{Spoil next episode}

 

"ข้าวไม่อยากฟัง..."

"ค่ะ...เอางั้นก็ได้..."

 

{To be continue...}

 

พรุ่งนี้จบแล้วคร้าบ~

เอาจริง อาหารโรงพยาบาลอ่ะดูด้วยตาเปล่าคือน้อยจริงๆนะตอนแรกที่ไรท์เห็นอ่ะกล้าพูดได้เลยว่ายังไงก็ไม่อิ่นแต่พอกินเข้าไปแค่นั้นแหละอิ่มเฉยยย

.....

 

แหม~ อิเฮียทำมาเป็นสุภาพบุรุษ ไม่อยากจะพูดนะว่า...มันเจ็บไม่ครึ่งที่น้องเจ็บเลยด้วยซ้ำ

.....

 

น้องอุตส่าห์บอกแล้วนะ(กับคนอ่าน)ว่าให้อิเฮียบอกรักเหมือนที่เคยบอกน้องถึงจะยอมคืนดีด้วยตอนหน้าอิเฮียมันจะรู้หรือเปล่าต้องติดตามอ่านตอนต่อไปกันด้วยค้าบ

...

 

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ

โปรดติดตามอ่านกันต่อไปเรื่อยๆด้วยคร้าบบ~

ผิดพลาดตรงไหนขออภัยด้วยค่ะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว