email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ฝากติดตามผลงานของ "พันเก้า" ด้วยนะคะ

Sm 00 : สิงห์คำราม

ชื่อตอน : Sm 00 : สิงห์คำราม

คำค้น : สิงห์ขังรัก,สิงห์คำราม,สิงห์ซอ,หึง,ดุ,ร้าย,yibo,wang yibo,nancy,momoland,พันเก้า,โหด,nc,เสือ

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.พ. 2565 18:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Sm 00 : สิงห์คำราม
แบบอักษร

Sm-00 

[สิงห์คำราม] 

  

‘อย่าไปไหนล่ะมีอะไรรีบโทรหาเจ้เจ้จะรีบมา’ 

  

คำสั่งเด็ดขาดของพี่สาวดังวนเวียนในหัวขณะร่างของฉันยืนโงนเงนเพราะความมึนเมาแผ่นหลังบางพิงพนังเย็นเฉียบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดปิดเสียงปลายสายยังคงเป็นชื่อคนที่ฉันหนีหน้า 

  

น่ารำคาญชะมัด… 

  

สายตากวาดมองไปรอบตัวที่ค่อนข้างมืดสลัวบันไดหนีไฟคือจุดที่ฉันกำลังยืนอยู่ 

  

ย้อนกลับไปเมื่อห้านาทีก่อนเจ้สายขิมบอกให้ฉันรออยู่ที่นี่เงียบๆส่วนตัวเจ้ออกไปจัดการกับจีซัสแฟนจอมบงการของฉันถ้าจะให้พูดถึงจีซัสคงจะยาวหน่อยตอนนี้ฉันเมาขอไม่พูดถึงเขาละกันเอาเป็นว่าเขาเป็นแฟนฉันและเราจะเลิกกันเร็วๆนี้แน่นอน 

 

ปึง! 

  

“โอ๊ะโอ…ใครกันเนี่ย”เสียงประตูเปิดเข้ามาพร้อมร่างสูงของใครคนหนึ่งฉันปรือตามองเขาหน้าคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนแต่นึกไม่ออก“อะไรกันทำหน้าแบบนั้นอย่าบอกนะว่าจำฉันไม่ได้?” 

  

ใครวะ… 

  

“…”ฉันขมวดคิ้วมองด้วยสีหน้ารำคาญพยุงตัวเองขึ้นจากพนังให้ยืนตัวตรงเพื่อจะเดินออกจากที่นี่ถึงเจ้จะสั่งไม่ให้ไปไหนก็เถอะแต่ถ้าขืนอยู่ในนี้ต่อไปฉันอาจจะไม่ปลอดภัยก็ได้ 

  

หมับ 

  

“จะรีบไปไหนล่ะ?อุตส่าห์ได้อยู่กับเธอสองต่อสองสักทีคิดว่าฉันจะปล่อยไปง่ายๆเหรอสายซอ?” 

  

สายซอ คือชื่อของฉัน ปกติฉันมีเพื่อนไม่เยอะ คนรู้จักก็ด้วย ถ้าหมอนี่รู้จักฉัน แสดงว่าเราอาจจะเคยเจอกันแต่ไม่สำคัญฉันเลยจำไม่ได้ 

 

เขาจับแขนฉันแล้วผลักใส่พนังอีกรอบแรงเหวี่ยงทำฉันมึนหัวไปหมดร่างซวนเซเกือบจะล้มจนต้องคว้าแขนคนตรงหน้าไว้ทั้งที่ขยะแขยงจะแย่เมื่อทรงตัวได้ก็รีบปล่อยทันที

 

“อย่ามายุ่งกับฉัน!”

 

“จุ๊ๆอย่าเล่นตัวนักเลยน่าฉันจะทำให้เธอฟินจนร้องขอไม่หยุดเลย”จบคำพูดทุเรศๆนั่นเอวของฉันถูกมือหนาคว้าจับเขาขยับเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นเหล้ารุนแรงน่าขยะแขยงที่สุด!

 

“ปล่อย…บอกให้ปล่อยไง!”สองมือพยายามผลักดันร่างหนาออกจากตัวแต่แรงน้อยนิดอย่างฉันจะไปสู้อะไรกับแรงผู้ชายที่กำลังขาดสติได้และในระหว่างที่กำลังผลักดันกันอยู่นั้นปลายสายตาบังเอิญเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของใครคนหนึ่งกำลังเดินลงมาจากบันไดมาด้วยท่าทางนิ่งเฉย

 

ตึก…ตึก…ตึก… 

  

เขาหยุดปลายเท้าที่บันไดขั้นสุดท้ายไม่ห่างจากที่ฉันยืนสักเท่าไหร่แสงไฟสลัวสาดส่องใบหน้าเพียงครึ่งเสี้ยวฉันไม่ทันสังเกตว่าเขาคนนั้นหน้าตาเป็นยังไงตอนนี้รู้แค่ว่าต้องขอความช่วยเหลือจากเขาเท่านั้น 

  

“ชะช่วยด้วย!” 

  

ฉันพยายามผลักผู้ชายสารเลวออกจากตัวปากก็ร้องขอความช่วยเหลือไม่หยุดทว่าแทนที่เขาคนนั้นจะเข้ามาช่วยเขากลับยืนมองนิ่งๆก่อนก้าวเข้าหาบานประตูเพื่อจะจากไปนาทีนั้นหัวใจฉันหล่นวูบ ไม่คิดว่าเขาจะเมินเฉยต่อคำร้องขอความช่วยเหลือของฉันนี่เขายังมีความเป็นคนอยู่บ้างไหม?! 

  

“สารเลว…ไอ้เลวเอ๊ย!พวกแกมันเลวเหมือนกันหมด!”ฉันตะโกนด่ากราดอย่างคนสติแตกหมดสิ้นความหวังสองมือระดมทุบผู้ชายสารเลวตรงหน้าสุดชีวิตสองตาจ้องไปทางร่างสูงหน้าประตูอย่างแค้นใจปากด่าทอไม่หยุด“ทำไมไม่ช่วยฉัน!ไอ้คนเลว!แกมันไอ้สวะ!ไอ้…” 

  

ตึง! 

  

คำด่าของฉันชะงักไปพร้อมเสียงทุบบานประตูดังลั่นเหม่อมองกำปั้นหนักๆที่เจ้าของมันเพิ่งทุบลงไปสุดแรงและก่อนจะทันได้ตั้งตัวผู้ชายสารเลวตรงหน้าฉันปลิวหายจากสายตากระเด็นไปกระแทกพนังอีกฝั่งด้วยความรวดเร็ว 

  

อั่ก! 

  

ฉันกะพริบตาปริบๆมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความมึนงงอาการเมาเมื่อครู่คล้ายจะสร่างไปชั่วขณะ 

  

นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน?เขากำลังช่วยฉันงั้นเหรอ… 

  

“มึง…!”ผู้ชายที่ถูกถีบกระเด็นทำท่าจะลุกขึ้นสู้แต่พอเห็นหน้าคนถีบชัดๆเขาชะงักค้างทันที 

  

“ไสหัวไปซะ”น้ำเสียงเย็นชาไร้แววข่มขวัญแต่กลับรู้สึกกดดันที่สุด เปล่งออกมาจากปากของร่างสูงเพียงประโยคเดียวก็ทำให้ชายคนนั้นวิ่งออกไปจากที่นี่แทบจะทันที 

  

“…”ท่ามกลางความมืดสลัวฉันสบตากับเขาคนนั้นชั่วขณะหนึ่งดวงตาคมกริบดุจสัตว์ป่าวาววับเต็มไปด้วยความอันตรายใบหน้าครึ่งเสี้ยวสะท้อนแสงไฟฉายความหล่อเหลาอย่างร้ายกาจจนฉันแทบหยุดหายใจ 

  

ใบหน้านี้…ฉันรู้จักดี… 

  

สองเท้าก้าวถอยหลังตามสัญชาตญาณ อยากจะหนีไปจากตรงนี้เลยด้วยซ้ำถ้าไม่ติดว่าเขาคนนั้นยืนขวางประตูทางออกอยู่ 

  

แย่แล้วยัยซอ…เจอใครไม่เจอทำไมต้องมาเจอผู้ชายคนนี้ด้วย! 

  

“ยังปากดีเหมือนเดิมเลยนะสายซอ” 

  

ให้ตาย…เขายังจำฉันได้! 

  

“ขะขอบคุณเฮียที่ช่วยฉัน…ฉันขอตัวก่อน”ฉันก้มหน้างุดพยายามจะเดินเลี่ยงไปทางประตูจังหวะที่มือกำลังจะแตะบานประตูก็ถูกมือหนาขวางทางเอาไว้ฉันกลั้นหายใจถอยหลังหนีจากระยะใกล้ชิดกะทันหันนั่น ฉันหลับตาอย่างนึกด่าความชักช้าของตัวเองในใจ ถ้าไม่ติดว่าเมา ป่านนี้ฉันวิ่งหนีเขาไปแล้ว แต่นี่เมาไง แค่เดินยังจะสะดุดขาตัวเองล้มเลยเหอะ 

  

“ฉันไม่เคยช่วยใครฟรีๆเธอก็น่าจะรู้”มือหนาอีกข้างทาบขนานพนังด้านหลังจนฉันขยับหนีไม่ได้กลายเป็นว่าฉันถูกเขากักไว้ตรงกลางระหว่างสองแขนของเขา 

  

รู้สิ…ทำไมฉันจะไม่รู้ล่ะ!ผู้ชายอย่างสิงห์คำรามไม่เคยเสียประโยชน์ให้ใครฟรีๆอยู่แล้ว! 

 

ถ้าฉันรู้ตั้งแต่แรกว่าเป็นเขาฉันไม่มีทางร้องขอความช่วยเหลือจากเขาเด็ดขาด!

 

“เฮียต้องการอะไรถ้าฉันตอบแทนได้ฉันจะทำ”กัดฟันถามออกไปทำใจกล้าเงยหน้าสบตากับเขาอย่างไร้ความเกรงกลัวเมื่อก่อนฉันไม่กลัวเขาตอนนี้ก็ต้องไม่กลัวต่อไปก็ด้วย

 

นัยน์ตาสีนิลวาววับแววท้าทายลุกโชนกลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านมาจากเขาผู้ชายคนนี้มีเส้นขอบเขตเป็นของตัวเอง เขามีอาณาเขตของเขาชัดเจน ไม่ว่าใคร หากไม่ได้รับอนุญาตจากเขาก็ไม่มีสิทธิ์เข้าใกล้เขาได้ จุดจบของคนที่กล้าล้ำเส้นเขา ไม่มีดีเลยสักคน และฉันก็เคยเกือบจะเป็นหนึ่งในนั้น…

 

“ผู้หญิงอย่างเธอ… ไม่มีอะไรที่ฉันต้องการหรอก” คำพูดเย็นชาของเขาเปรียบดั่งน้ำเย็นๆ สาดใส่หน้าฉัน คำปรามาสแสนดูถูกนั่นมันอะไร? ผู้หญิงอย่างฉันมันทำไมงั้นเหรอ?

 

ยังไม่ทันที่ฉันจะตั้งสติดีแล้วถามเขากลับ ร่างสูงหมุนตัวเดินจากไปเสียก่อน ฉันเม้มปากแน่น ไล่ความสับสนมึนงงในหัวออกไป ความเมามันกลับมาเล่นงานฉันอีกครั้ง และเวลาที่ฉันเมา ความใจกล้ามักเอาชนะทุกสิ่งเสมอ

 

“เดี๋ยวก่อนสิเฮีย! กลับมาพูดกันให้รู้เรื่องเลยนะ!”

 

ฉันสาวเท้าเดินตามหลังเฮียสิงห์อย่างโซซัดโซเซเล็กน้อย ตลอดทางที่เดินผ่านเป็นโถงทางเดินออกไปด้านหน้าผับ โชคดีที่คนไม่แออัดเท่าไหร่ ฉันจึงเดินตามหลังเขาทันโดยไม่คาดสายตา กระทั่งออกมาหน้าผับบังเอิญชนกับผู้ชายกลุ่มหนึ่งเข้า ร่างของฉันถูกวงแขนแกร่งโอบกอดอย่างถือวิสาสะ รีบตวัดสายตามองเจ้าของการกระทำนั้นทันที

 

“ปล่อยได้แล้วป่ะ จะกอดอีกนานไหม”

 

“อ่า ขอโทษที ผมคิดว่าคุณอาจยืนไม่ไหว” น้ำเสียงเขาเอ่ยสุภาพ แต่แววตาไม่น่าไว้ใจสุดๆ พวกผู้ชายมันก็เป็นซะแบบนี้ไง ทั้งน่ารังเกียจ น่าขยะแขยง ผู้หญิงถึงได้หันไปรักกันเองหมด

 

“ฉันยืนไหว ปล่อยได้ยัง” ไม่พูดเปล่า แต่สะบัดตัวออกจากวงแขนเขาด้วย จังหวะนั้นฉันเสียหลักเซจนเกือบจะล้ม โชคดีที่มีมือหนึ่งยื่นมาดึงแขนเอาไว้ พอหันมองก็พบกับดวงตาคมๆ แสนเย็นชาจ้องมา

 

เขาย้อนกลับมาช่วยฉันงั้นเหรอ?

 

“อ้าว เฮียสิงห์ จะกลับแล้วเหรอครับ” เสียงทักจากผู้ชายที่ฉันเดินชนเรียกสายตาคมละไปจากใบหน้าฉัน พวกเขารู้จักกัน ดูจากการพยักหน้ารับหน่อยๆ ของสิงห์คำรามซึ่งปกติไม่ค่อยสุงสิงกับใคร

 

“บอกมันด้วยว่ากลับก่อน ขี้เกียจรอ”

 

“แต่เฮียเสือมาถึงแล้วนะครับ ไม่เจอกันเหรอ”

 

“เออ ไม่เจอ กูจะกลับแล้ว”

 

ฉันยืนฟังทั้งสองคนพูดคุยกันโดยที่มือหนาของเฮียสิงห์ยังจับแขนไม่ปล่อย ร่างกายซวนเซเล็กน้อย วันนี้ดื่มหนักไปจริงๆ ด้วย ถึงว่าทำไมเจ้ขิมบ่นซะขนาดนั้น

 

“แล้วนี่…” ฉันกลับมาที่บทสนทนาของคนทั้งสองอีกครั้ง คราวนี้เหมือนว่าคนที่ตกเป็นเป้าสายตาจะเป็นตัวฉันเอง “จะพาเธอไปด้วย?”

 

มือหนาของสิงห์คำรามผละออกจากไหล่ฉันหลังจบคำถามนั้น และตัวฉันที่กำลังมึนก็พาลเสียการทรงตัวเล็กน้อย ฉันเกือบจะล้มอยู่แล้ว โชคดีที่มือหนาของผู้ชายอีกคนคว้าจับเอาไว้ ส่วนคนที่ปล่อยมือจากฉันเมื่อครู่ เขาทำเพียงหลุบตามองอย่างเย็นชา ก่อนหันหลังจะเดินจากไป แต่มือฉันไวกว่าใจคิด คว้าแขนเสื้อเขาเอาไว้ได้ทัน ดวงตาคมหลุบมองเย็นชากว่าเดิม ไร้ความรู้สึกใดๆ บนสีหน้าของเขา

 

ให้ตายเหอะ… ทำไมหัวใจฉันยังเต้นแรงกับผู้ชายคนนี้อยู่อีกนะ!

 

“ไปด้วย พาฉันไปด้วย” ได้ยินเสียงตัวเองพูดออกไปแบบนั้น สิงห์คำรามยืนนิ่ง ปล่อยให้ฉันดึงแขนเสื้ออยู่อย่างนั้น คราวนี้ฉันยกมืออีกข้างคว้าจับแขนแกร่งไว้แน่นราวกับกลัวจะโดนเขาทิ้ง "ก็บอกว่าจะไปกับเฮียด้วยไง หูตึงเหรอ?"

 

“…” ความเงียบกลืนกินรอบตัว รู้สึกถึงความเย็นยะเยือกจากสายตาของคนตรงหน้า เขามองข้ามไหล่ฉันไปด้านหลัง ก่อนจะสะบัดแขนออกแล้วเปลี่ยนเป็นกระชาก ย้ำ! เฮียสิงห์กระชากแขนฉันให้เดินตามหลังเขาไปด้วย

 

ป่าเถื่อนได้คงเส้นคงวาจริงๆ เลย!

 

 

หลังจากขึ้นรถสิงห์คำรามมาได้สักพัก ฉันเมาหลับตลอดทาง รู้สึกตัวอีกทีตอนแผ่นหลังกระแทกกับที่นอนนุ่มๆ ปรือตาขึ้นมองก็เห็นเงาของร่างสูงกำลังตะคุ่มอยู่เหนือร่างตัวเอง ฉันเบิกตากว้างพร้อมกับปฏิกิริยาตอบโต้ในทันที

 

เพี๊ยะ! 

  

ฝ่ามือเล็กชาไปทั้งมือ ฉันเผลอตบหน้าคนเหนือร่างทั้งที่ยังสะลึมสะลืออยู่ มันเป็นการตอบโต้ตามสัญชาตญาณป้องกันตัวเอง พอปรับโฟกัสสายตาจึงเห็นว่าใบหน้าที่ฉันเพิ่งตบไปนั้นเป็นของใคร 

  

“ฮะ เฮียสิงห์… ฉัน เอ่อ… ฉันขอโทษ” 

  

สิงห์คำรามที่ยังอยู่ในท่าทางโค้งตัวจากการอุ้มฉันมาวางลงบนเตียงมีใบหน้าเรียบเฉยอย่างมาก ดวงตาคมเข้มจ้องมองกันนิ่ง แววตาของเขานิ่งลึกเกินจะคาดเดา และมันกำลังทอประกายความน่ากลัวออกมา เขาโกรธแล้ว… 

  

“เธอล้ำเส้นฉันอีกแล้วนะสายซอ” 

  

ใช่… ฉันล้ำเส้นเขาอีกแล้ว… ล้ำเส้นของผู้ชายที่ชื่อสิงห์คำราม! 

  

......... 

รักเฮียสิงห์กดติดตามกันเลยค่ะ 

 

TALK 

เปิดบทนำคู่เฮียสิงห์กับสายซอแล้วค่าาา 

คู่เฮียเสือกับสายขิมว่าแซ่บแล้ว คู่นี้แซ่บกว่าเด้อ 

ใครชอบผู้ชายเย็นชาๆ แบบโคตรเย็นชาแต่รักเมียหนักมาก หลงเฮียสิงห์แน่นอนจ้าา ฮี่ๆ 

ส่วนน้องซอนางก็จะมีความซนๆ ดื้อๆ ให้อิเฮียปวดเฮดตลอดเวลานะเออ 

ฝากกดติดตาม+คอมเม้นท์เป็นกำลังใจให้กันด้วยน้าาาา 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว