ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 22 คู่รักนักสืบ

ชื่อตอน : บทที่ 22 คู่รักนักสืบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.3k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ค. 2563 16:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 22 คู่รักนักสืบ
แบบอักษร

ทั้งสองหันมองหน้ากันอย่างหวาดหวั่น วราธรกระพริบตาถี่ๆเพื่อส่งสัญญาณว่าหากมีอะไรผิดพลาดให้วิ่งในทันที  

"วันนี้ควงดารามารึเปล่าครับเสี่ย หน้าคุ้นจัง แถมสวยซะด้วย"พลันธารินก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อนึกว่าจะถูกจับได้เสียแล้ว 

"นี้เด็กฉัน ปล่อยมือของนายออกด้วย ก่อนที่มันจะสายเกินไป"น้ำเสียงเคร่งขรึมพลางปรายตามัจจุราชไปยังมือของชายร่างยักษ์ที่บังอาจแตะต้องคนของเขา พลอยให้ชายคนนั้นนึกหวั่นรีบปล่อยมือออกจากแขนนุ่มในทันที 

"งั้นเชิญด้านในเลยครับ"เขาผายมือเชิญอีกครั้งพลางยิ้มกว้างด้วยว่ากลัวลูกค้ารายใหญ่จะขุ่นเคืองที่บังอาจไปแตะต้องเด็กของเขา  

หากแต่ก็ยังสงสัยไม่หายเพราะใบหน้าของผู้หญิงที่มากับเสี่ยบุญชัยในครานี้ดูคุ้นแปลกๆคล้ายจะเคยเห็นที่ไหนแต่ก็นึกไม่ออก 

พอพ้นขอบประตูเข้ามา ธารินก็กวาดสายตามองรอบๆตัว ทุกๆอย่างในนี้ก็เหมือนกับผับบาร์ทั่วๆไปหากแต่ที่น่าสงสัยคือบริเวณชั้นสอง เพราะมีอยู่ห้องหนึ่งที่ดูจะลึกลับเป็นพิเศษ แถมระบบความปลอดภัยยังดูจะแน่นหนาพอตัว 

มือเล็กสะกิดบอกวราธรให้มองขึ้นไป...ทั้งสองหันมองไปยังห้องนั้นอย่างสงสัย ก่อนจะรีบก้มหน้าลงเมื่อบอดี้การ์ดที่เฝ้าหน้าประตูหันมามอง 

ทั้งวราธรและธารินถูกเชิญไปนั่งบริเวณโชนวีไอพีทำให้แผนสังเกตการณ์ดูจะง่ายขึ้นกว่าเดิม 

"วันนี้ไม่ลองสักยกหรือครับเสี่ย"เสียงของชายร่างใหญ่คนหนึ่งเอ่ยถามพลางปรายตาไปที่ห้องๆห้องนั้นพลอยให้เข้าทางคนทั้งสองโดยที่ไม่ต้องออกแรงใดๆเลยสักนิด 

"เอาสิ คันไม้คันมืออยู่เหมือนกัน"ไม่รู้เหมือนกันว่าห้องนั้นมีอะไรแต่ก็คงไม่พ้นสิ่งผิดกฎหมาย ด้วยว่าเขานั้นเพิ่งจะรู้ก่อนที่จะมาที่นี่ว่าคลับแห่งนี้เป็นของเดชา ศัตรูตัวฉกาจที่ชอบเล่นสกปรกๆกับเขาเวลาที่ชายหนุ่มนั้นเผลอตัวไม่ทันระวัง ครานี้เขาจึงไม่พลาดที่จะเอาคืนมันให้สาสม  

มือหนากระชับเอวบางไว้แนบตัวเมื่อพ้นขอบประตูห้องนั้นไปได้ไม่ถึงนาที ทั้งสองมองภาพตรงหน้าพลันสายตาก็หันขวับมาหากันอย่างเข้าใจว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรแม้ไม่ได้ส่งเสียงใดๆสักคำ 

"คนนั้นค่ะ"หญิงสาวกระซิบเบาๆข้างๆหูของวราธรเมื่อเห็นชายซึ่งนั่งอยู่บนโต๊ะที่ถูกรายล้อมไปด้วยเหล่าผีพนัน 

วราธรมองตามที่เธอเอ่ยบอก ก่อนจะเดินตรงเข้าไปในทันที แต่เพราะการปลอมตัวทำให้มันไม่รู้ว่าธารินเป็นใคร 

"ขอร่วมวงด้วยคนสิ"นายสมคิดมองตามเสียงนั้นอย่างสงสัย จ้องหน้าชายหนุ่มนิ่ง ก่อนจะคลี่ยิ้มเย้ยหยันในเวลาต่อมา 

"อ้าว เสี่ยบุญชัย คราวก่อนพึ่งจะเสียไปเป็นล้านยังไม่เข็ดอีกหรือครับ"วราธรกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า นั้นมันเสี่ยบุญชัยแต่นี้มันวราธร เขาเป็นนักธุรกิจการคาดคะเนอะไรต่างๆย่อมเป็นเรื่องที่ต้องใช้สมองอยู่ทุกวัน มันไม่ใช่เรื่องยากเลยกับไพ่กองโตตรงหน้า 

"ถ้าเข็ดก็คงไม่มา คราวก่อนอาจจะแพ้แต่คราวนี้อาจจะชนะก็ได้ ความไม่แน่นอนย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ อย่าพึ่งพูดมากเลย"น้ำเสียงเรียบนิ่งหากแต่มันแฝงไปด้วยการดูถูกกลายๆพลอยให้คนไม่ยอมใครอย่างสมคิดเดือดพล่านในทันที 

การประชันระหว่างนักธุรกิจหนุ่มกับนักพนันตัวฉกาจเริ่มต้นขึ้น หากแต่คนที่มีชัยชนะกลับกลายเป็นวราธร  

สมคิดมองคนตรงหน้าอย่างเคียดแค้น กำมือแน่นเมื่อนี่คือการพ่ายแพ้ครั้งแรกในรอบวัน หากแพ้ให้กับคนอื่นคงไม่แค้นใจถึงเพียงนี้ เพราะสำหรับเสี่ยบุญชัยแล้วเป็นพวกที่มีเงินเพียงอย่างเดียวแต่ไม่ค่อยมีไหวพริบในการเล่นเท่าไหร่ เสมือนกับว่ามาที่นี่ทีไหร่ก็ไม่ต่างจากมาละลายทรัพย์เล่นก็เท่านั้น 

"ลองอีกทีมั้ยล่ะ"เขาเอ่ยยิ้มๆหากแต่เป็นยิ้มร้ายๆ ธารินที่นั่งอยู่ข้างๆเหลือบมองอดีตสามีสุขแสงก่อนจะหยุดชะงักจ้องที่แขนข้างขวาซึ่งเพิ่งจะถูกถลกเสื้อขึ้น ทำให้เห็นรอยสักบางอย่างซึ่งมันเป็นรอยสักเดียวกับที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด 

มือเล็กกำหมัดแน่นอย่างเคียดแค้นหากแต่ก็ต้องระงับอารมณ์เอาไว้กลัวว่าแผนการที่ตระเตรียมมาจะพังทลายเสียก่อนที่จะได้ตัวคนร้ายไปลงโทษและอาจจะทำให้การปั่นป่วนบ่อนพนันผิดกฎหมายของเดชาล่มไปด้วย 

การประลองเริ่มขึ้นอีกครั้งและจบลงแบบเดิมราวสองสามรอบ จนมันทำให้คนแถวนั้นเริ่มเกิดความสงสัยในท่าทีเก่งกาจของเสี่ยชัยที่ไม่อาจเป็นไปได้ วราธรเห็นท่าไม่ดีและพอจะดูออกว่ามีบางอย่างผิดปกติไป  

เขาหันไปมองธารินพลางกระพริบตาบอกสัญญาณที่รู้กันเพียงสองคน 

"ผมเริ่มเหนื่อยที่จะชนะแล้วสิ เอาเป็นว่าค่อยมาต่อกันวันหลังแล้วกันนะ"เขาลุกขึ้นก่อนจะกอบกุมมือธารินให้เดินตามหากแต่ก็ต้องชะงักนิ่ง 

"เดี๋ยวก่อนสิ! พวกมึงเป็นใคร?"เสียงเข้มของคนที่คิดว่าน่าจะเป็นลูกน้องที่ดูแลบ่อนแห่งนี้ตะโกนลั่นพลันความเงียบก็เข้ามาแทนที่จนได้ยินเสียงลั่นไกปืนแว่วเข้ามาในหู 

วราธรดันร่างบางให้หลบอยู่ด้านหลังของตน ก่อนจะหันไปมองตามเสียงที่ตะโกนเมื่อครู่ สายตาจับจ้องปลายกระบอกปืนนิ่ง แววตาของเขาไม่มีความหวาดกลัวเลยสักนิดหากแต่ใจนั้นหวั่นๆด้วยว่าห่วงคนที่มาด้วย 

"มึงเป็นใคร? มึงไม่ใช่เสี่ยชัย"มันค่อยๆก้าวเดินเข้ามาเรื่อยๆพร้อมกับปลายกระบอกปืนที่เคลื่อนเข้ามาราวสัญลักษณ์มัจจุราช 

"ลูกพี่!พ่อบุก"ลูกน้องคนหนึ่งวิ่งเข้ามาด้วยท่าทีรีบร้อน วราธรกระตุกยิ้มเมื่อทุกอย่างเข้าแผนของตนทุกประการ ก่อนจะใช้จังหวะชุลมุนนั้นพาธารินวิ่งหลบออกไปในทันที เสียงปืนปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่กับลูกน้องของนายเดชาดังลั่นไปทั่วผับ 

"โอเครึเปล่า?"พอพ้นประตูออกมาได้ จึงเอ่ยถามเธออย่างห่วงๆ ธารินพยักหน้าเบาๆด้วยว่ายังเหนื่อยไม่หายที่ต้องวิ่งมาราธอนมาเมื่อครู่ 

พอเงยหน้าขึ้นมองวราธรก็ไม่แปลกใจเลยที่พวกนั้นจับได้ หนวดที่ดกดำในตอนแรกเริ่มหล่นหายจนทำให้เค้าโครงใบหน้ากลับมาเป็นดังเดิม 

"ไอ้ธร เหมย ทางนี้"เวหาที่ยืนอยู่กับเหล่าเจ้าหน้าที่โบกมือเรียกทั้งสอง  

"เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนรึเปล่า?" 

"ไม่มีแม้แต่รอยถลอก ระดับผมแล้วนะพี่เว แค่นี้กล้วยๆ"ยักคิ้วพร้อมยิ้มกวนๆ พลอยให้ธารินอมยิ้มตามไปอีกคน 

"เออ! พอรอดมาได้ก็โม้จริง ไหนละหลักฐานได้มารึเปล่า"เวหาแบมือขอชิ้นงานจากน้องชายจอมขี้โม้ 

ปากกาอัดเสียงที่ยัดอยู่ในสูทถูกยื่นมาให้เวหาพร้อมๆกับเข็มกลัดรูปกุหลาบที่อยู่บนเสื้อธารินซึ่งมีกล้องขนาดเล็กซ่อนอยู่ 

พอเอาหลักฐานต่างๆให้เวหาจนครบวราธรก็คิดอะไรบางอย่างได้ก่อนจะรีบถอดเสื้อสูทตัวเองออก แล้วสวมทับลงบนร่างของธารินด้วยความรวดเร็ว พลอยให้ผู้เป็นพี่ชายยิ้มขำในนิสัยขี้หวงที่เป็นมาตั้งแต่เด็กๆไม่เคยเปลี่ยนของน้องชายตัวดี 

 

เสียงโหวกเหวกโวยวายของบุคคลที่ถูกจับกุมจนต้องนอนค้างคืนในตารางราวสามสิบกว่าคนดังประท้วงทั่วสถานีตำรวจ ล้วนแล้วแต่เป็นลูกค้าในบ่อนส่วนลูกน้องของเดชาก็จับได้เพียงแค่พวกหางแถวที่ไม่รู้อะไรมากนักหากแต่หนึ่งในนั้นมีสมคิดอยู่ด้วย 

ธารินที่ถูกวราธรพาไปเปลี่ยนชุดมาใหม่ เดินตรงเข้าไปบริเวณห้องขังในทันที พร้อมหยุดยืนตรงชายที่ก้มหน้ามองพื้น ก่อนที่มันจะเงยขึ้นมามองหล่อน 

"อ้าว ลูกสาวฉันหนิ มาประกันตัวพ่อหรือลูก"มันพูดด้วยท่าทางกวนๆ 

"แกฆ่าแม่ฉันทำไม?"หลังจากที่สอบสวนอยู่นานมันจึงยอมรับสารภาพว่าเป็นคนฆ่าสุขแสง 

"ก็แม่มึงแส่จะไปแจ้งตำรวจมาจับกูเอง ช่วยไม่ได้"ใบหน้าที่ไม่ทุกข์ร้อนของมันพลอยให้ในใจของธารินเดือดพล่านไปด้วยความโกรธ หญิงสาวพอจะรู้ข้อมูลมาจากตำรวจว่าสุขแสงนั้นไปบังเอิญทราบเรื่องที่มันค้าสิ่งเสพติดและหลอกให้เธอเล่นพนันจนหมดตัวแถมยังขโมยของในบ้านไปขาย ทำให้สุขแสงโกรธจนจะไปแจ้งตำรวจแต่ก็ถูกมันทำร้ายร่างกายจนสาหัส แต่พอมันรู้ว่าสุขแสงยังมีชีวิตอยู่ก็ตามมาปิดปากถึงที่โรงพยาบาลต่อ เพราะกลัวว่าจะถูกตำรวจจับ...แต่สุดท้าย มันก็หนีกรรมไม่พ้น 

"ไอ้ชั่ว"เสียงเล็กตะโกนลั่น เธอกัดฟันแน่นจนสั่นไปทั้งหน้า 

"อยากด่าก็ด่าไป ต่อให้มึงจะนั่งด่ากูอยู่ทั้งคืน แม่มึงก็ไม่ฟื้นขึ้นมาหรอก"มันยิ้มเยาะเย้ย  

วราธรมองธารินด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าหญิงสาวสั่นไปทั้งตัว มือเล็กกำหมัดแน่นก่อนจะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อของสมคิดพลอยให้หน้ามันกระแทกเข้ากับกรงเหล็กทำให้เลือดไหลซึมออกมาจากริมฝีปาก แต่มันก็ยังไม่หยุดทำท่าทางกวนๆเพื่อป่วนอารมณ์ของธาริน 

"มึงไม่ตายดีแน่ ไอ้ชั่ว ไอ้เลว แมลงสาปในท่อน้ำเสียมันยังมีค่ามากกว่ามึงซะอีก"วราธรถึงกลับยืนนิ่งด้วยว่าตกใจกับท่าทางน่ากลัวของธารินซึ่งเขานั้นไม่คิดว่าหล่อนจะมีมุมนี้มาก่อนเพราะมันดูจะไม่เข้ากับใบหน้าหวานๆของเธอเลยสักนิด แววตาของธารินคลอไปด้วยหยาดน้ำตามันแดงก่ำจนน่ากลัว 

"แล้วไง"มันยังคงกระตุกยิ้มกวนอารมณ์ เธอกระชากคอเสื้อมันกระแทกกับกรงเหล็กอยู่หลายครั้งด้วยความโกรธพร้อมกับเสียงตะโกนด่าที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวด วราธรที่พึ่งได้สติรีบตรงเข้าไปดึงธารินออกมาอย่างทุลักทุเลพร้อมๆกับเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาระงับเหตุการณ์เอาไว้ 

"ขอให้กรรมมันสนองกลับมึงล้านเท่ากับสิ่งที่มึงทำไว้"เธอเอ่ยประโยคสุดท้ายก่อนที่วราธรจะพาเธอออกไป 

มือหนาที่กอบกุมมือของธารินแน่น มันยังคงอยู่เหมือนเดิมแม้ว่าจะกลับมาถึงบ้านแล้วก็ตาม ใบหน้าที่นิ่งเงียบก้มมองแต่พื้น พลอยให้ใจของวราธรรู้สึกแย่ไปด้วย 

เท้าที่กำลังจะก้าวเข้าบ้านพลันหยุดนิ่งก่อนที่ร่างเล็กจะถูกกระชากไปสวมกอด 

"โกรธมากใช่มั้ย?"เธอพยักหน้าเบาๆพร้อมๆกับเสียงสะอื้นที่ดังขึ้น ซึ่งเธอพยายามห้ามมันไว้ในตอนแรกแต่ตอนนี้ดูท่าจะเก็บความรู้สึกนั้นไม่ไหวเสียแล้ว 

"เขาเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาพรากชีวิตคนอื่นได้หน้าตาเฉยแบบนั้น"เสียงสั่นเครือบ่งบอกถึงความเจ็บปวดของคนพูด มือหนายกขึ้นลูบเบาๆที่หัวของเธอ 

นั้นสิ...ไม่มีใครมีสิทธิ์พรากชีวิตคนอื่นได้ กับเมฆาก็เช่นกัน  

แต่ทำไมในตอนนี้ความแค้นที่มีคล้ายว่ามันจะถูกอะไรบางอย่างเข้ามาบดบังเอาไว้ จนเขานั้นไม่อาจที่จะนึกโกรธเคืองเธอได้อีกเลย ทั้งๆที่ภาพในวันนั้นของเพื่อนรักยังคงวนเวียนไม่จางหาย แต่หัวใจกลับบอกว่าธารินไม่ใช่คนที่จะทำร้ายใครได้ง่ายๆ ยิ่งเป็นคนที่เธอรักยิ่งไม่มีทางเกิดขึ้นโดยเด็ดขาด 

"ไม่มีใครหนีกฏแห่งกรรมได้หรอกนะ เดี๋ยวสักวันเขาก็ได้รับผลกรรมในสิ่งที่เขาทำเอง" 

"แต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้"เธอยังคงเอ่ยประโยคเดิมด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวด ทำให้วราธรยิ่งโอบกอดเธอแน่นกว่าเดิม 

ผ่านไปราวสิบกว่านาทีที่ทั้งสองยืนกอดกันอยู่อย่างนั่น ก่อนที่วราธรจะผละออก หากแต่หญิงสาวยังคงสะอื้นไม่หยุด หยดน้ำตาไหลอาบแก้มของเธอราวกับสายลำธาร มือหนาค่อยๆเช็ดใบหน้าของเธอให้เหือดแห้ง 

"หยุดร้องได้แล้ว"วราธรยกฝ่ามืออุ่นๆทาบทับลงบนหัวของธารินก่อนจะโยกมันเบาๆ ใบหน้าคมคายค่อยๆโน้มลงไปหาเธอเพื่อให้อยู่ในระดับความสูงเสมอกัน"ยิ้มหน่อยนะ" 

ดวงตาที่ก้มมองพื้นเมื่อครู่เงยขึ้นในทันทีที่เสียงอบอุ่นนั้นเอ่ยบอก ก่อนจะฉีกยิ้มให้กับเขา ที่เธอยิ้มได้ก็เพราะคนตรงหน้าส่งยิ้มมาให้เธอเช่นกัน...รอยยิ้มที่ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย 

"เก่งมาก" 

ในตอนนี้เขาเหมือนเป็นได้ทั้งเพื่อนที่มีไว้คอยระบายความในใจและพี่ชายที่คอยโอบกอดเธอไว้ให้อบอุ่น แต่อีกสถานะหนึ่งเธอยังไม่กล้าที่จะคิด...เพราะเธอยังไม่รู้ว่าคนตรงหน้าจะรู้สึกเหมือนกันมั้ย  

หากว่า...ไม่...ก็คงจะเจ็บปวดน่าดู 

ความคิดเห็น