facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 [II] 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ค. 2563 21:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 [II] 100%
แบบอักษร

 

 

ตอนที่ 15 

 

ผมเดินไปเปิดประตูเพราะมันกดรัวๆจนผมเมทนไม่ไหว พอเปิดออกก็ต้องทำหน้าหงุดหงิดเพราะไอ้อาร์ตอนนี้มันเมา กลิ่นเหล้าหึ่งจนผมต้องเบือนหน้าหนี 

 

พรึ่บ 

ร่างบางกอดผมไว้แน่นจนผมต้องรีบดันมันออก 

 

“กูจะเรียกคนของมึงมารับกลับ” 

 

“ม่ายยยอาวววว ผมจะนอนนี่” ไอ้อาร์พูดไม่พอยังเดินไม่ตรงเข้าห้องผมหน้าตาเฉย ผมได้แต่ส่ายหน้าหน่ายๆ ยอมให้มันล้มตัวนอนลงโซฟา ผมเดินไปหยิบโทรศัพท์กดโทรออกหากันต์ 

 

(“ว่าไงทราฟ”) 

 

“มารับอาร์ด้วยครับ ดูเหมือนจะเมามาก”  

 

(“อีกแล้วหรอ เฮ้อ เดี๋ยวพี่ส่งคนไปรับนะที่คอนโดเราใช่มั้ย”) 

 

“ครับ” 

 

(“ขอโทษจริงๆนะทราฟ อาร์นี่ชอบรบกวนเราตลอดเลย”) 

 

“ครับ ไม่เป็นไร” 

 

(“โอเค งั้นเดี๋ยวพี่จัดการส่งคนไปรับรบกวนทราฟพาน้องลงมารอที่ด้านล่างด้วยนะ”) 

 

“ได้ครับ” ผมตอบรับด้วยความหงุดหงิด  ก่อนจะกดตัดสาย 

 

“หาเรื่องให้กูได้ตลอด” ผมพูดพร้อมมองไอ้อาร์ที่นอนพึมพำอะไรไม่รู้บนโซฟา  

 

“ทราฟกอดหน่อย” พอผมเดินเข้าไปใกล้มันก็ส่งเสียงเรียกผม พร้อมพยายามเอาแขนจะมาดึงผมไปกอดให้ได้ 

 

“เจ็บจัง” มันพูดก่อนจะสะอื้นร้องไห้ออกมา 

 

“…..” ผมเงียบ ไม่รู้จะพูดอะไร 

 

“ฮึกก แม่งดันมารักคนใจร้ายแบบนี้ได้ยังไง อึ่ก ทราฟใจร้าย ฮืออออ” มันพูดบ่นๆแล้วก็ร้องไห้บางคำผมก็แปลไม่ออก  

 

พรึ่บ 

อยู่ดีๆไอ้อาร์ก็ลุกขึ้นนั่ง มองมาที่ผมด้วยสายตาแดงก่ำ น้ำตานองหน้า สติมันกลับมาแล้วหรอ ? 

 

“เลิกกับชามแล้วเลือกผมไม่ได้หรอ” 

 

….มันพูดแบบนี้รอบที่เท่าไหร่แล้วนะ 

 

“กูทำไม่ได้และไม่คิดจะทำ” ผมพูดแค่นั้นก็หมุนตัวจะกลับเข้าห้อง แต่ร่างบางกลับลุกขึ้นมากอดผมไว้แน่นจากทางด้านหลัง 

 

“ผมไม่ยอม ทำไมถึงเป็นผมไม่ได้ผมเองก็ชอบก็รักไม่ต่างจากชามหรอก” 

 

“มันไม่เหมือนกัน กว่ากูจะมีไอ้ชามในวันนี้ได้มันก็ไม่ได้มาง่ายๆหรอกนะ” ผมพูดพร้อมกับยืนนิ่ง อาร์กอดผมไว้แน่นกว่าเดิน แผ่นหลังผมเปียกเพราะน้ำตาของมัน ผมก็สงสารเพราะแบบนี้ผมเองก็มองว่ามันเป็นน้องคนหนึ่ง 

 

“ฮึกก ฮืออออ ใจร้าย” 

 

“กูจะพามึงลงไปรอพี่มึงมารับ” ผมพูด ไอ้อาร์ปล่อยผมทันทีก่อนจะรีบเดินเซๆอ้อมมาเผชิญหน้ากับผม 

 

“ผมไม่กลับ ผมจะนอนที่นี่” พูดไปก็เช็ดน้ำตาไป ผมมองหน้ามันด้วยสีหน้าเหนื่อยๆ 

 

“นอนนี่มึงก็นอนข้างนอก” ไอ้อาร์อึกอักทันที แน่ล่ะคุณหนูอย่างมันจะนอนโซฟาหรอเป็นไปไม่ได้ 

 

“ผมกลับก็ได้ แต่ผมยังอยากอยู่ที่นี่สักพักให้สร่างกว่านี้หน่อย” 

 

“ตามใจ กูไปทำธุระล่ะ” ผมพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก็เดินกลับเข้าห้องนอนเพื่ออาบน้ำเตรียมตัวนอน ไม่ลืมที่จะล็อคประตู จนผมอาบน้ำเสร็จไอ้ชามก็ส่งข้อความมาบอกว่านอนแล้ว ผมก็ได้แค่บอกฝันดีไปไม่ได้โทรหา พอผมออกมาด้านนอกไอ้อาร์กำลังฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะอาหาร 

 

“หิวจัง” มันบ่นพร้อมเงยหน้ามองผมด้วยสายตาอ้อนๆ คงสร่างเมาแล้วจะหิว 

 

“ก็ให้คนขับรถพาไปซื้ออะไรกิน” ผมพูดแบบไร้เยื่อใย อาร์หน้าบึ้ง 

 

“ทำข้าวต้มให้กินหน่อย สัญญากินเสร็จจะกลับ” 

 

“เฮ้อ” ผมถอนหายใจแต่ก็พยักหน้ารับ ทำข้าวต้มให้มันกิน มันก็นั่งดื่มน้ำรออย่างอารมณ์ดี ทำข้าวต้มเสร็จผมก็ให้มันมาตักกินเอง 

 

“มาตักเอง”  

 

“ได้สิ” ไอ้อาร์เดินมาหยิบถ้วยกับช้อนเดินมาใกล้ผมที่ยืนอยู่หน้าเตา 

 

พรึ่บ 

จุ๊บ 

“!!!” ผมชะงักมือที่กำลังถือทัพพีอยู่ก่อนจะหันไปมองหน้ามันสายตาวาวโรจน์มันฉวยโอกาสหอมแก้มผมซึ่งผมไม่คิดว่ามันจะกล้าทำ ทุกครั้งที่มันเกาะแกะผมมันไม่กล้าทำถึงขนาดนี้ ไอ้อาร์หน้าถอดสีแต่ก็รีบทำสายตาไม่รู้เรื่อง 

 

“ทำตัวน่ารักกับผมทำไมล่ะ ผมก็ให้รางวัลไง” 

 

เคว้ง! 

ผมโยนทัพพีลงอ่างล้างจานแบบแรงมากตามอารมณ์ ไอ้อาร์สะดุ้งตกใจรีบวางถ้วยกับช้อนทันที 

 

“อย่ามาล้ำเส้นกูให้มาก” ผมพูดเสียงรอดไรฟัน ตอนนี้ผมโกรธมากกัดฟันอดทนจนเส้นเลือดปูดที่ขมับ ไอ้อาร์เห็นท่าทีไม่ดีมันเลยรีบกลบเกลื่อนความกลัว 

 

“มันก็แค่หอมแก้ม” 

 

“คนที่จะทำแบบนี้ได้มีแต่ชามคนเดียว คนอื่นอย่ามาวุ่นวายกับกู!” ผมกระแทกเสียงใส่มัน น้ำตาอาร์ร่วงทันทีมองผมด้วยสายตาเจ็บปวด 

 

“ไม่แดกก็กลับไปก่อนที่กูจะโยนมึงออกไปเอง” 

 

“ไม่! ผมไม่ยอมกลับหรอก!” 

 

“สัสเอ้ย! พูดไม่รู้เรื่องหรอวะ!” 

 

“ฮึกก ฮืออออออออออ” คราวนี้มันปล่อยโฮเสียงดังเจอผมโกรธจริงจังขนาดนี้มันต้องขวัญเสียบ้างแหละ ก็ดีจะได้เลิกวุ่นวายสักที 

 

“ใจร้ายที่สุด ผมจะฟ้องพี่!” 

 

“เชิญ!” ผมตะคอกใส่หน้ามันไม่หยุด 

 

“กูอุตส่าห์ทำดีกับมึงเพราะเห็นเป็นน้อง! แต่อย่ามาก้าวก่ายให้มากนักจะได้มั้ย” 

 

“ก็ผมรักทราฟนี่!” 

 

“มันไม่ใช่ความรัก มึงมันบ้า!” ผมอดจะด่ามันไม่ได้ มองมันด้วยสายตาสมเพช ไอ้อาร์ดูช็อคกับเหตุการณ์ครั้งนี้มาก ผมไม่เคยระเบิดใส่มันขนาดนี้มันเองก็คงไม่เคยเจอใครโมโหใส่แบบนี้เหมือนกันมันถึงได้ทำหน้าช็อคขวัญเสียขนาดนี้ ก่อนที่สายตาจะเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์แทน คงจะคิดว่าผมไม่มีสิทธิมาทำแบบนี้กับมัน มือเล็กกำหมัดจนเส้นเลือดที่แขนเด่นชัด 

 

“เออ คอยดูนะผมบ้าได้มากกว่านี้อีก!” ไอ้อาร์ตะคอกใส่หน้าผม ผมส่ายหน้าหน่ายๆกับแรงอารมณ์ของมัน ทำไมถึงได้เอาแต่ใจแบบนี้ นี่มันเกินจะควบคุมแล้ว 

 

“เชิญมึงอยากจะทำอะไรก็เรื่องของมึง” ผมไล่มัน ไอ้อาร์เบือนหน้าหนีเหมือนจะทนฟังคำพูดผมไม่ได้ 

 

“แล้วทราฟจะเสียใจที่พูดกับผมแบบนี้” 

 

“….” ผมเงียบ ผมเบื่อเต็มทีกับคนแบบนี้ ผมตัดปัญหาด้วยการเดินหนีเข้าห้อง แล้วแต่มันจะทำอะไร 

 

เช้าผมตื่นมาก็โทรหาไอ้ชามเป็นคนแรก วันนี้ผมรู้สึกเหนื่อยเป็นพิเศษแต่ก็ไม่อยากทำให้มันเป็นห่วงถึงพยายามทำตัวตามปกติ ผมไม่ได้บอกมันว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น อีกอย่างตื่นเช้ามาอาร์มันก็กลับไปแล้ว ซึ่งนั่นก็ดี วันนี้ผมเลยนัดไอ้ริโซ่ไปเที่ยวผับกันผมอยากดื่ม บอกชามแล้วมันก็ไม่ได้ว่าอะไร ผมกลับเข้ามาทำงานในบริษัทตามปกติ แต่ก็ต้องปวดหัวหนักกว่าเดิมเพราะเจอกันต์ที่มานั่งรอผมที่ห้อง แต่รอบนี้มาคนเดียว 

“สวัสดีครับ” ผมทักทายก่อน เป็นมารยาท กันต์พยักหน้ารับยิ้มๆ ผมเลยไปนั่งโซฟาอีกตัว 

 

“มีอะไรรึเปล่าครับ” ผมถามเพราะรู้ว่าไม่ใช่เรื่องงานหรอก 

 

“ถูกมองออกอีกแล้ว เฮ้อ พี่มาคุยเรื่องอาร์นั่นแหละ” 

 

“…” ผมเงียบ รอฟังที่กันต์พูด กันต์เองก็มีสีหน้าลำบากใจคงจะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับเรื่องน้องชายตัวเอง 

 

“ตอนนี้อาร์อารมณ์ร้ายมากกว่าเดิมมากนัก เมื่อคืนกลับมาถึงบ้านก็ดื่มเหล้าต่อพี่ถามก็ไม่ยอมบอก บอกแค่ว่าให้มาถามทราฟเอง” 

 

“ก็ไม่มีอะไรนี่ครับ” ผมตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก็ผมไม่ได้ใส่ใจขนาดนั้น 

 

“จริงหรอ พี่นึกว่าทะเลาะกันซะอีก อาร์ถึงร้องไห้ขนาดนั้น” ผมองสบสายตากันต์ก่อนจะถอนหายใจ 

 

“ครับ ผมเผลอว่าอาร์เขาไปนิดหน่อย” 

 

“อาร์ทำตัวไม่น่ารักหรอ” 

 

“ก็ประมาณนั้นครับ เขาล้ำเส้นผมเกินไป ถ้าคุณดูออกก็คงคิดเหมือนกันว่าเขากำลังทำผิดกับชามและผม” ผมไม่อยากพูดตรงๆ แต่แค่นี้กันต์เก็พยักหน้ารับรู้แล้ว 

 

“พี่ก็ดูออก แต่ไม่คิดว่าอาร์จะรักเรามากขนาดนั้น นึกว่าจะโดนไล่แล้วตัดใจซะอีก เฮ้ออ”  

“งั้นพี่จะคอยตักเตือนเท่าที่ทำได้ให้นะ ตอนนี้พี่เองก็ห่วงน้องกลัวจะคิดสั้นเพราะอาร์เขาอารมณ์รุนแรง เคยคิดจะฆ่าตัวตายก็หลายครั้งมันทำให้พี่ก็เครียดเหมือนกัน ยังไงก็ขอโทษทราฟกับชามด้วยนะ” 

 

“ครับ” ผมตอบรับ พอจะมองออกเลยว่าพี่ชายคนนี้ให้ท้ายน้องชายเกินไปจริงๆ เป็นแบบนี้ไอ้อาร์มันถึงได้เอาแต่ใจนัก แต่ผมแค่ต้องทนไม่กี่อาทิตย์ก็จะไม่ต้องพบเจอคนพวกนี้แล้ว เรื่องของทั้งสองคนผมไม่อยากยุ่ง  

 

กันต์กลับไปผมก็เรียกอลิสเข้ามาคุยงาน วันนี้ไอ้อาร์ไม่มาวอแวผม ซึ่งมันดีผมเลยได้คุยกับไอ้ชามทั้งวัน พอดึกถึงเวลาที่ผมนัดกับไอ้ริโซ่ไว้มันก็มารับผมที่คอนโด  

“เด็กมึงละ” ผมขึ้นรถก็ต้องแปลกใจเพราะริโซ่มันไม่เอาแทนมาด้วย ปกติเด็กนั่นตามติดไอ้ริโซ่แจเหมือนกัน 

 

“อ่านหนังสือ แล้วเด็กมึงให้ไปไง” 

 

“เออ ขัดอะไรกูไม่ได้หรอก” ผมพูดพร้อมยกยิ้มบาง แต่ชามมันก็น้อยใจแหละผมรู้ แต่ผมก็แค่อยากไปดื่มแก้เครียดเท่านั้น ไม่มีอะไรมากกว่านั้น เราสองคนมาถึงคลับของเพื่อนริโซ่มันผมก็เข้าไปทักทาย คนพวกนี้ต้องมีบอดี้การ์ดตามติดตลอดเวลาซึ่งผมก็ไม่ได้เกร็งอะไร ผมทักทายเจโรเพื่อนของริโซ่ 

“ไง ได้เจอซักทีเห็นริชพูดถึงตลอด” 

 

“อืม” ผมตอบรับเสียงเรียบ เจโรมองผมด้วยสีหน้าไม่ยี่หระ หมอนี่ตัวร้ายใช่ย่อยดูท่าเป็นเสือสาวซะด้วย แต่ผมเป็นผู้ชายยังยอมรับเลยว่าหล่อ ฝรั่งหล่อๆนี่ก็หายากอยู่นะ 

 

“มันเป็นแบบนี้แหละ ไม่ค่อยพูด” ริโซ่เผาผม ผมมองมันเอือมๆ ก่อนที่เราจะย้ายกันไปนั่งที่โต๊ะแบบส่วนตัวของเจ้าของคลับ สาวๆก็เดินเข้ามาหาเจโรทันที  

 

“นายอยากได้แบบนี้มั้ย” 

 

“ไม่ล่ะ” ผมปฏิเสธ เจโรทำหน้าสงสัยก่อนจะมองไปที่เพื่อนของตัวเอง 

 

“มันมีเมียแล้ว แต่งงานแล้วด้วย” 

 

“ว้าว อยากเห็นหน้าเจ้าสาวจังจะสวยขนาดไหน เจ้าบ่าวเล่นหล่อขนาดนี้” ผมยกยิ้มกับคำพูดของมัน ก่อนจะหยิบรูปไอ้ชามในกระเป๋าตังค์มาให้เจโรดู คนตัวใหญ่เบิกตามองหน้าผมด้วยความตกใจ 

 

“นี่พวกนายสองคนไม่สนใจสาวๆเลยรึไง” เจโรพูดพร้อมทำท่าทางไม่อยากจะเชื่อ ไอ้ริโซ่หัวเราะขำกับท่าทีเพื่อน 

 

“เดี๋ยวนายได้ลองแล้วก็ถอนตัวไม่ได้เหมือนพวกฉันเนี่ยแหละ” ริโซ่ตอบเพื่อน ผมนั่งดื่มพร้อมกับฟังสองคนนี้คุยกันเงียบๆ 

 

“ไม่เอาหรอก ฉันไม่มีวันสนใจผู้ชาย สาวๆสวยๆเยอะแยะ” 

 

“หึหึ ฉันก็เคยคิดแบบนั้น” ผมพูดพร้อมนึกย้อนไปถึงเมื่อก่อน ผมไม่เคยคิดจริงๆว่าตัวเองจะรักจะหลงผู้ชายด้วยกันขนาดนี้ แถมเป็นไอ้ตัวแสบซะด้วย 

 

“แล้วนี่เรามาสนุกแบบนี้แฟนพวกนายสองคนไม่ว่าอะไรหรอ แถมฉันหิ้วสาวมาให้อีก” 

 

“ก็อย่าให้รู้สิ” ไอ้ริโซ่พูดพร้อมกับยิ้มร้ายๆ มันนี่ก็ร้ายไม่เปลี่ยนจริงๆ เรโจตบมือชอบใจใหญ่ก่อนจะหันมามองหน้าผม 

 

“กูไม่เอา” ผมพูดหยาบทันที เจโรไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดผม 

 

“เออ คนที่นายต้องการฉันหาให้ได้แล้ว” เจโรพูดขึ้นทำให้ผมประหลาดใจไม่น้อย พอมองไปที่ไอ้ริโซ่ก็รู้ทันทีเพราะมันยิ้มมาให้ผม 

 

“กูให้มันช่วยไง มันมีอิทธิพลมากกว่ากูอีกน่ะเจโรน่ะ” 

 

“อืม ขอดูหน่อย” ผมหันไปพูดกับเจโร เจโรสั่งลูกน้องให้นำซองเอกสารมาส่งให้ผม ผมเปิดดูก็ยกยิ้มถูกใจ 

 

“ขอบใจมาก” ผมพูดไปตรงๆ 

 

“ไม่เป็นไรเรื่องเล็กน้อย ส่วนเงินค่อยโอนมาคืนฉัน” 

 

“ได้” ผมตอบรับ หมอนี่จัดการให้ผมได้รวดเร็วดี รู้ได้ทันทีเลยว่าผมต้องการอะไรแค่ผมบอกขอแค่คนคนเดียวมันก็จัดมาให้ครบเซ็ทขนาดนี้ การอ่านเกมของเจโรทำให้ผมขนลุกไม่น้อย ผมขอไม่เป็นศัตรูกับมันทางธุรกิจแล้วกัน ดูท่าย่อยยับแน่ๆ 

 

เรานั่งดื่มกันมาสักพักผมก็เล่าเรื่องของอาร์กับกันต์ให้เพื่อนฟังหลังจากที่ดูท่าแล้วมันจะเกินขอบเขตที่ผมวางไว้ กันต์มันดูเข้าข้างน้องเกินไป 

“กูกลัวว่ามันจะขอให้กูเลือกน้องมัน” ผมพูดไปตรงๆ เจโรเองยังเครียดแทนผมเลย ไอ้ริโซ่มองผมก่อนจะถอนหายใจ 

 

“ความรักของพวกมึงนี่ยุ่งยากจังวะ” 

 

“เป็นเพราะคนอื่น” ผมพูดบอก 

 

“อดทนไปก่อน ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็บอกพวกนั้นไว้” ผมพยักหน้ารับ ผมยังไม่ได้คุยกับพวกไอ้โคม่าเลยมีแค่ไอ้อชิที่รับรู้ 

 

“แต่ชื่อคุ้นๆจังวะ อาร์หรอ” เจโรที่เหมือนจะเพิ่งนึกได้ว่าไอ้อาร์หน้าตาเป็นยังไง 

 

“ทำไมเคยเจอหรอ” ไอ้ริโซ่ถามเจโรที่กำลังนั่งนึก 

 

“คิดว่านะ แต่ไม่มั่นใจเพราะฉันไม่สนใจผู้ชายด้วยสิ”  

 

 

******************* loading 50 per. ************************** 

 

ครืดดด ครืดดด

โทรศัพท์ผมสั่นทำให้ผมต้องขอตัวจากเพื่อนมารับโทรศัพท์ เพราะไอ้ชามโทรเข้ามาผมเดินออกมาข้างนอกเสียงจะได้ไม่ดังรบกวน

 

(“เสี่ย กลับรึยัง”) เสียงอ้อนๆของมันทำให้ผมคิดถึงจนใจจะขาด อยากกอด

 

“ยัง กำลังได้ที่เลย”

 

(“ชิ คงจะสนุกล่ะสิถึงไม่โทรหาผมเลย”)

 

“ก็นึกว่านอนแล้ว นี่ก็จะเช้าอยู่ละ” ผมพูดพร้อมมองนาฬิกาข้อมือก่อนจะคุยพร้อมกล่อมให้มันนอนจนเสร็จถึงได้เดินกลับมาหาเพื่อน ผมมองไอ้ริโซ่ที่กำลังโอบสาวอยู่ด้วยสายตาหน่ายๆ

 

“เมียโทรมาหรอวะ”

 

“อืม” ผมตอบเจโรที่เริ่มเมา มันลวนลามผู้หญิงพวกนั้นออกหน้าออกตา ไอ้ริโซ่อยู่กับเพื่อนแล้วสนุกก็ชอบใจใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องเลวๆมันถนัดนัก

 

“ระวังแทนมาเห็น” ผมพูดเตือนเพื่อน ริชมันหันมามองผมด้วยสีหน้าไม่ทุกข์ร้อน

 

“มันไม่รู้หรอก”

 

“ถ้าน้องมันรู้จะทำยังไง กูเตือนเพราะหวังดี” ผมพูดเสียงเรียบ ผมเองก็เคยประสบพบเจอมา คั่วสาวแบบไม่สนใจคนที่เขารักตัวเอง ไม่แคร์ใคร ผมนึกว่าริโซ่มันจะรักแทนแล้วซะอีก

 

“มันไปจากกูไม่ได้หรอก”

 

“ตามใจ” ผมตอบปัดๆอย่างไม่ใส่ใจก่อนที่เราสามคนจะหันมานั่งดื่มด้วยกัน จนผมเริ่มมึนผมเองดื่มไปเยอะเหมือนกัน เจโรให้คนขับรถไปส่งเราที่คอนโด ผมหันไปลาเพื่อนก่อนจะขอตัวกลับ ไอ้ริโซ่ตอนนี้เมาจนผมอยากจะกระทืบมัน

 

“กลับไปให้เมียเช็ดตัวให้ซะนะ” ผมพูดบอกเพื่อนที่กำลังเอาแขนก่ายหน้าผากเผื่อจะส่รางเมา

 

“มีแต่จะจับมันปล้ำน่ะสิ หึ”

 

“น้องมันอ่านหนังสือไม่ใช่รึไง”

 

“ช่างมัน” ริโซ่ตอบเสียงห้วน ผมหัวเราะขำกับอาการของเพื่อนตัวเองก่อนจะมองออกไปนอกถนน แสงไฟมากมายจากกรุงลอนดอนทำให้ผมอดจะเม่อไม่ได้ มันเหมือนมีความรู้สึกหม่นๆในใจผม แต่ผมก็หาคำตอบไม่ได้ว่ามันคืออะไร

 

“กลับดีๆ” ผมพูดบอกริโซ่หลังจากที่ลงมาจากรถ มันยกมือไล่ผมก่อนจะนั่งรถออกห่างจากสายตาผม ผมขึ้นมาถึงห้องพักก็กดส่งข้อความบอกไอ้ชามมันว่าถึงห้องแล้ว ไม่ลืมที่จะถ่ายรูปส่งให้ด้วยเผื่อมันไม่เชื่อ ที่ที่ผมอยู่เที่ยงคืนแล้วแต่เวลาไทยคงกำลังจะเช้า ผมเลยบอกมันว่าไม่ได้โทรหาเพราะวันนี้ไม่ไหว ผมเองก็เมาเหมือนกัน หวังว่ามันจะเข้าใจ

 

เช้าผมลืมตาตื่นพร้อมกับบิดขี้เกียจวันนี้ผมตื่นเที่ยงเพราะมันคือวันหยุดสิ่งแรกที่ผมหยิบขึ้นมาคือโทรศัพท์มือถือ ตอนนี้ชามมันก็คงเลิกงานพอดี ผมกดคอลวิดีโอไปไอ้ตัวแสบมันก็กดรับทันที แต่ผมก็ต้องขมวดคิ้วไม่พอใจ

“ขับรถอยู่ไม่ต้องรับก็ได้” ผมดุมัน ชามทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ใส่ผม

 

(“ใกล้แค่นี้เอง”)

 

“ตรงไหน แถมรถก็เยอะ ไม่ต้องดูจอนะดูถนนไปอย่าให้กูดุ” ชามกำลังทำให้ผมเป็นห่วง

 

(“เสี่ยก็ดุอยู่นี่ไงเล่า”) ไอ้ชามทำเสียงง้องแง้งอะไรของมัน แต่ก็น่ารักอยู่ดี

 

“มึงมันดื้อ” ผมอดจะว่ามันไม่ได้ ผมตั้งกล้องไว้พร้อมกับเดินไปธุระส่วนตัวแล้วออกมาทำกับข้าว พอดีกับทีไอ้ชามถึงบ้านผมก็พอได้เห็นบ้านตัวเองไปด้วย

 

“กูเริ่มรู้สึกว่าบ้านเดี่ยวมันไม่ดีแล้วว่ะ เราซื้อคอนโดทั้งชั้นเลยดีมั้ย” ผมพูดเสียงเรียบ ผมเองก็ชอบคอนโดนะ แต่บ้านเดี่ยวมันก็ดี ยังไงล่ะมีทั้งสองอย่างไว้ก็ไม่เสียหาย

 

(“เปลืองตังค์แย่ ถ้าซื้อจะไปอยู่ไหนล่ะทีนี้”)

 

“ก็อยู่ทั้งสองที่นั่นแหละ เผื่อกูอยากเปลี่ยนบรรยากาศเอามึงที่บ้านสลับกับคอนโดงี้”

 

(“แหนะ ทะลึ่งอีกแล้ว”)

 

“หึหึหึ” ผมหัวเราะขำก่อนจะมองฟิกที่เดินเข้ามาในกล้องพร้อมกับเถียงอะไรกับไอ้ชามก็ไม่รู้ผมฟังไม่ถนัด

 

(“เสี่ย ทานข้าวยังครับ”)

 

“กำลังทานครับ”

 

(“เขินนะเว้ย”) ผมยกยิ้มกับท่าทีของไอ้ชาม พอผมพูดเพราะหน่อยมันก็อ่อนระทวยแล้ว

 

“วันนี้จะออกไปไหนมั้ย”

 

(“ถามตัวเองเถอะ เมื่อคืนก็เมา”)

 

“ไม่ไปหรอก นานๆกินทีมันก็เมาดิ” ผมตอบเสียงเรียบ มองไอ้ชามที่ทำปากขมุบขมิบล้อเลียนผม ถ้าอยู่ใกล้ๆจะบีบปากแรงๆ

 

(“ผมไม่ไปไหนหรอก ช่วงนี้เหนื่อยๆอีกแค่สิบเอ็ดวันเสี่ยก็กลับมาละผมค่อยออกไปกับเสี่ยไง”)

 

“ก็ดี”

 

(“พูดแค่เนี้ยอ่ะนะ แล้ว….ไอ้อาร์มันได้มาวอแวเสี่ยป่าว”)

 

“ไม่มานะ มันหายไปเลยตั้งแต่เมื่อวาน” ผมพูดตามจริง วันนี้เป็นวันหยุดผมแท้ๆมันกลับไม่เสนอหน้ามา ผมก็อดจะแปลกใจไม่ได้

 

(“นึกว่ามันเห็นว่าเสี่ยหยุดแล้วจะมาตามตื้อซะอีก แต่ไม่มีก็ดี คึคึ”)

 

“อาบน้ำแล้วไปหัดทำอาหารกับฟิกได้แล้ว” ผมเปลี่ยนเรื่อง ไอ้ชามที่กำลังนอนอยู่บนเตียงทำหน้ายุ่งใส่ผม แต่ก็ยอมลุกไปอาบน้ำดีๆ ผมไม่ได้ตัดสายหรอกก็ดูมันทั้งอย่างนี้แหละ ผมทำธุระเสร็จพอดีก็ย้ายตัวเองไปที่ห้องครัว ไม่ลืมเอาโน้ตบุคไปด้วย ไอ้ชามเองก็อาบน้ำเสร็จพอดี

 

(“ทานข้าวกับอะไรอ่ะ”) ผมยกยิ้มกับท่าทีเด็กน้อยของมัน

 

“ข้าวผัดธรรมดา” ผมตอบพร้อมตักข้าวเข้าปาก

 

(“อยากกินด้วยยย”)

 

“เดี๋ยวก็ได้กินด้วยกันแล้ว” ผมพูดบอกยิ้มๆ ไอ้ชามเองก็ยิ้ม เราเริ่มคุยเรื่องเที่ยวกันว่าหลังผมกลับจะไปที่ไหนกันดี ซึ่งผมไม่เกี่ยงว่าจะที่ไหน เงินก็ไม่เป็นปัญหา ขอแค่ผมได้อยู่กับมันทั้งวันทั้งคืนก็พอ ผมตัดสายเมื่อถึงเวลานอนของชาม

 

สองวันต่อมาผมแปลกใจมากเพราะไอ้อาร์มันไม่มาวอแวผมหลังจากวันนั้น แต่คนที่เข้ามาหาผมที่ห้องทำงานวันนี้คือกันต์ เขาเข้ามาพร้อมสีหน้าไม่สู้ดีนัก ดูเหนื่อยใจมากกว่าเหนื่อยกาย

“สวัสดีครับ” ผมทักทายก่อน กันต์นั่งลงเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานผม

 

“พี่พูดตรงๆเลยนะ ตั้งแต่วันนั้นที่อาร์ทะเลาะกับทราฟมันทำให้อาร์เปลี่ยนไป” ผมขมวดคิ้วกับสิ่งที่ได้ยิน

 

“เปลี่ยนไปยังไงครับ” ผมถาม รู้สึกเหมือนจะมีคนหาเรื่องมาให้ผม

 

“อาร์ขังตัวเองอยู่แต่ในห้องยอมให้พี่เข้าไปหาแค่ช่วงก่อนจะนอน ไม่ออกไปไหนเลยมันแปลกมาก พอพี่เห็นสภาพน้องแล้วพี่รับไม่ไหว อาร์เขาร้องไห้”

 

“….” ผมเงียบไม่รู้จะพูดอะไรปล่อยให้กันต์เขาได้ระบายมันออกมา ซึ่งมันก็แปลกสำหรับผมเหมือนกันปกติผมไล่ให้ตายยังไงมันก็ไม่ไปไหน แต่ครั้งนี้มันคงคิดจะตัดใจจากผมจริงๆ

 

“เขาต้องการให้ทราฟไปหา พี่เองก็ขอร้องพี่ไม่อยากให้อาร์อยู่ในสภาพนั้น”

 

“ผม..”

 

“แค่ครั้งเดียวจริงๆ” กันต์ทำสีหน้าอ้อนวอนผม ผมเบือนหน้าหนีกับภาพตรงหน้า กัดปากตัวเองด้วยความขัดใจ มันไม่ใช่อย่างที่ผมคิดไอ้อาร์มันไม่ได้จะตัดใจจากผม

 

“ถ้าผมไปผมกลัวมันจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ สักวันอาร์เขาคงจะคิดได้เอง” ผมพูดไปตามตรง ซึ่งกันต์น่าจะดูผมออกว่าผมไม่อยากไป

 

“ไปในฐานะพี่น้อง ไปคุยกับน้องให้เข้าใจจริงๆด้วยเหตุผลพี่ว่าอาร์เขาต้องเข้าใจแน่ อย่างน้อยเราก็ยังมีมิตรภาพให้กันอยู่”

 

จะเอาให้ได้เลยใช่มั้ย ผมเริ่มอารมณ์ไม่ดี ถอนหายใจใส่หน้ากันต์เพื่อบ่งบอกถึงอารมณ์ผมซึ่งผมไม่อยากจะแคร์คนพวกนี้เลยจริงๆ ถ้าไม่ติดที่มันเหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่วันผมจะไม่มานั่งทนอยู่แบบนี้เลย ผมเครียดเมื่อนึกถึงสิ่งที่มันทำให้ชีวิตผมยุ่งยากวุ่นวาย

…ผมชักจะไม่อยากทนกับเรื่องพวกนี้แล้ว

 

“อีกอย่างถ้าทราฟทำได้พี่จะยอมยกหุ้นที่ทิชอยากได้ให้เขาฟรีๆเลย”

 

“มันมากเกินไปครับ” ผมพูดเสียงเรียบ ถ้าขนาดพี่ชายยอมทำขนาดนี้เขาคงจะรักน้องมาก ซึ่งแน่นอนถ้าเอาเรืองธุรกิจมาพูดผมปฏเสธไม่ได้ อีกอย่างผมไม่รู้เรื่องหุ้นที่ทิชมันอยากได้เลยสักนิด

 

..เวรเอ้ย!

 

“พี่ยกให้ ยังไงซะอาร์ก็สำคัญกว่า หวังว่าทราฟจะเข้าใจ”

 

“ครับ ผมขอเคลียงานตรงนี้ก่อนแล้วกัน” ผมตอบปัดๆ ยิ่งคุยด้วยผมยิ่งจะพาลคุมตัวเองไม่อยู่

 

“ขอบคุณมากนะ ขอโทษเราจริงๆ” ผมพยักหน้ารับกันต์เขายิ้มรับผมก่อนจะขอตัวออกไปจากห้องทำงาน ผมยกมือลูบหน้าตัวเองเสยผมที่มันกำลังปรกหน้าผมอยู่ตอนนี้ด้วยความขัดใจ ผมกดโทรศัพท์โทรหาพี่ชายตัวเองทันที ไม่สนว่าตอนนี้ที่ไทยกี่โมงหรือมันกำลังทำอะไรอยู่

 

(“ว่า”)

 

“อยากได้หุ้นอะไร” ผมถามขึ้นเสียงห้วน เริ่มไม่ชอบใจพี่ชายตัวเองวันๆหาแต่เรื่อง

 

(“หึ เขายกให้แล้วหรอวะ”)

 

“เออ”

 

(“ได้ไงเนี่ย ฉันขอหุ้นของการส่งออกสิ้นค้าตั้ง 15 เปอร์เซ็นเลยนะเนี่ย แกไปทำยังไงถึงได้มา”)

 

“ไม่ต้องอยากรู้ ไม่รู้จะอยากได้อะไรนักหนากับบริษัทนี้”

 

(“ไปถามป๊านู่น”) คำตอบของทิชทำให้ผมเงียบ เพราะขัดอะไรครอบครัวตัวเองไม่ได้ ผมชะงักไปนิดเมื่อได้ยินเสียงคนจากฝั่งทิช พอดูเวลาที่ไทยก็น่าจะดึกมากแล้ว

 

“อยู่กับใคร”

 

(“ไม่บอก แค่นี้แหละรีบกลับมาหาเมียแกได้แล้วจะได้พาหลานไปเที่ยวด้วย บ่นคิดถึงแต่น้า พ่อตัวเองอยู่ด้วยทั้งคน”)

 

ตี๊ด

ผมกดตัดสายตัดรำคาญ พอเหล้าเข้าปากแล้วทิชมันนิสัยเสียตลอด ซึ่งตรงนี้ผมกับพี่ชายเราเข้ากันไม่ได้เลย ยิ่งมันพูดถึงเรื่องนิวเยียร์หลานคนเดียวของผม ผมยิ่งไม่สบอารมณ์ ผมเจอหน้ามันต้องบอกทุกครั้งให้ไปหาลูก ไม่ใช่เอาแต่ไปไหนไม่รู้ไม่ยอมกลับบ้าน เป็นแบบนี้เมียมันถึงยอมหย่า

 

ถึงเวลาผมบอกไอ้ชามว่าไปทำธุระทำให้ไม่มีเวลาโทรไป ผมนั่งรถคนของกันต์ที่มารับผมเพื่อไปบ้านของเขา ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากที่ทำงาน พอมาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่กันต์ก็มารอรับ ผมมองไปรอบๆไม่เข้าใจว่าทำไมผมถึงต้องมาที่นี่

 

“ทราฟตามมาเลย” กันต์เดินนำผมเข้าบ้าน มีทั้งบอดี้การ์ดทั้งแม่บ้านเต็มไปหมด ก็ต้องยอมรับว่ากันต์เขาเป็นนักธุรกิจที่เก่งถึงได้สร้างทุกอย่างแบบนี้ด้วยตัวคนเดียว

 

“นี่แหละห้องอาร์”

 

“ครับ” ผมพูดตอบ กันต์ก็ปล่อยให้ผมอยู่คนเดียว ผมจำใจเคาะประตู

 

ก๊อกๆ

“ใคร” เสียงของอาร์ดังออกมาจากในห้อง ผมไม่ตอบสักพักประตูก็ถูกเปิด อาร์ตกใจไม่น้อยที่เห็นผมแต่มันก็รีบยิ้มกว้างออกมาทันทีก่อนจะโผล่เข้ากอดผมไว้แน่น ตามันบวมแดงคงจะร้องไห้หนักจริงๆ ผมรีบดันมันออกทำให้ใบหน้าของอาร์ถอดสีหุบยิ้มทันที

 

“เข้ามาก่อนสิ” อาร์รีบเชิญผมเข้าห้องด้วยยิ้มเจื่อนๆ

 

“อืม” ผมตอบรับก่อนจะเป็นคนปิดประตู

 

“ทราฟมาทำไมหรอ” อาร์ถามผมพร้อมจับชายเสื้อชุดนอนตัวเองไว้อย่างประหม่า คงจะไม่กล้ามั่นใจในตัวเองเพราะผมนิ่ง ทำหน้าไม่เต็มใจที่จะมาและไม่ใช่มาง้อมัน

“พี่มึงบอกให้กูมาคุย” ผมพูดตามตรง อาร์กัดปากด้วยความขัดใจก่อนจะมองผมด้วยสายตาขวางๆ ท่าทีประหม่าเมื่อกี้หายไป

 

“ทำไมพี่กันต์ต้องทำแบบนั้นด้วย”

 

“เขาไม่อยากเห็นมึงอยู่ในสภาพนี้” ผมพยายามพูดความดีของกันต์ แต่เหมือนจะไม่เข้าสมองไอ้อาร์เลยสักนิด มันยิ่งทำสีหน้าโกรธพี่ชายมัน

 

“ไม่ใช่เพราะทราฟอยากมาเองงั้นหรอเลยเอาพี่กันต์มาอ้างน่ะ!” ไอ้อาร์พูดเสียงดัง มองหน้าผมด้วยสายตาเว้าวอนเหมือนอยากจะได้คำพูดบางอย่างจากผม

 

“ไม่ใช่” ผมปฏิเสธทันที ผมให้มันไม่ได้หรอก อาร์ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง

 

“แล้วจะมาทำไม! ฮึก คนอย่างทราฟเนี่ยนะแค่พี่กันต์ขอร้องแล้วจะมา!”

 

“….” ผมเงียบถ้าไม่ใช่เพราะกันต์ขอร้องขนาดนั้นผมก็คงไม่มา อีกอย่างผมก็อยากมาคุยให้มันจบๆ

 

“เงียบทำไม! รู้มั้ยบางครั้งทราฟก็ทำให้ผมคิดเข้าข้างตัวเอง” ไอ้อาร์พูดเสียงอ่อน ผมมองมันอย่างเหนื่อยใจ

 

“ที่กูมาเพราะกูสงสารพี่มึง มึงเองก็ควรเข้าใจได้แล้วว่าคนไหนที่ควรแคร์และควรรัก”

 

“ไม่ มันไม่เหมือนกัน ผมรักพี่กันต์แต่ก็รักทราฟ มันไม่เหมือนกัน!” ไอ้อาร์กลับมาสติแตกเหมือนวันนั้นอีกครั้ง ผมข่มตาแน่นเพื่อระงับอารมณ์ไม่อยากใช้อารมณ์ผมอยากใช้เหตุผลคุยกับมัน

 

“ถ้าคนอื่นที่เขาไม่รักมึงไม่ได้คิดอะไรกับมึง มึงก็ควรถอยแล้วหันไปดูคนที่เขารักมึงบ้าง” ผมพูดเสียงเรียบ เผื่อมันจะเข้าสมองมันแต่เหมือนจะไม่ได้ผล

 

“ไม่ ผมไม่ต้องการใครทั้งนั้น ถ้าคนนั้นไม่ใช่ทราฟผมก็ไม่เอาหรอกรู้ไว้ด้วย ฮึกฮือออ” ไอ้อาร์พูดพร้อมสะอื้นไห้

 

“มึงไม่เหนื่อยบ้างหรอ” ผมถามมัน มันยังเด็กเรื่องพวกนี้มาก ไอ้อาร์ส่ายหน้าไปมาก่อนจะปรี่เข้ามาดึงมือผมไปกุมไว้

 

“ผมไม่เหนื่อย ผมก็รักผมเลยพยายามเข้าหา อึ่ก ก็คนมันให้ใจไปแล้วนี่ผมถอนตัวไม่ได้ ฮืออ ผมเจ็บจัง” มันพูดไปร้องไห้ไปจนผมต้องดึงมือตัวเองกลับนั่นยิ่งทำให้ไอ้อาร์ร้องไห้หนักกว่าเดิม

 

“กูว่าเหตุผลคงใช้กับมึงไม่ได้ ถ้ายังเป็นแบบนี้กูคงต้องกลับไปในที่ของกู สักวันมึงก็คงจะทำใจได้เอง แต่ถ้ามึงทำไม่ได้แล้วยังเข้ามาวุ่นวายแม้แต่คำว่าคนรู้จักกูก็จะไม่ให้มึง”

 

“!!!”

ผมหันหลังเพื่อจะออกจากห้องแต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เท้าผมต้องหยุดชะงักคือคำพูดของไอ้อาร์

 

“แล้วถ้าไม่มีชาม ทราฟจะหันมารักผมรึเปล่า”

 

“ไม่มีวัน” ผมตอบโดยที่ไม่มองหน้ามัน

 

“หึ ผมจะรอดู”  

 

พรึ่บ

ผมหันไปกระชากแขนเล็กนั่นเข้าหาตัวเอง มองหน้ามันด้วยสีหน้าของคนข่มอารมณ์ ไอ้อาร์ตกใจแต่มันก็ยังพยายามกัดฟันสู้กับผม

 

“ถ้ามึงทำอะไรเมียกู กูเอามึงตายแน่” ผมพูดเสียงรอดไรฟัน ไอ้อาร์ที่เห็นผมร้อนเป็นไฟมันกลับทำสีหน้าชอบใจ ยกยิ้มเหมือนคนไม่มีสติ ผมบีบแขนมันแรงมากจนร่างเล็กขัดขืนไม่ได้ น้ำตามันยังซึมไม่รู้ว่ามันจะเจ็บรึเปล่าแต่ผมไม่สนใจ

 

“ผมก็อยากเห็นเหมือนกันว่าความตายมันเป็นยังไง”

 

พลั่ก

“โอ้ยยย!”  ไอ้อาร์ร้องเสียงหลงเมื่อผมผลักมันลงพื้นอย่างไม่ปราณี ผมเริ่มจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ผมถึงได้รีบออกจากห้องมันไม่งั้นผมต้องบีบคอมันให้ตายคามือผมแน่ สิ่งที่ติดอยู่ในใจผมตอนนี้คือผมกลัวว่ามันจะทำร้ายไอ้ชาม

 

“อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกก!!” เสียงไอ้อาร์ดังตามหลังผมมามันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดกับสิ่งที่มันเก็บมาฝังใจเอง คิดเองเออเอง  ผมคิดว่ามันน่าจะป่วยแล้วจริงๆ

กันต์ที่ได้ยินเสียงน้องชายตัวเองรีบวิ่งเข้ามาหาผมด้วยสีหน้าตื่นตกใจพร้อมกับการ์ดอีกสามคน

 

****************

ตอนหน้าเสี่ยจะไม่ทนแล้ววววววววววว โกรธมากๆๆๆ

เริ่มเบื่อสองพี่น้องนี้แล้วว

 

TBC.

 

 

ความคิดเห็น