เรื่องราวความรักแสนอบอุ่นของช่างภาพหนุ่มไส้แห้งกับคุณหนูร่างกายอ่อนแอ (อัพทุกวันไม่เว้นวันหยุด)

ตอนที่ 2-5 อาการป่วยของเธอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 2-5 อาการป่วยของเธอ

คำค้น : นิยายญี่ปุ่นถูกลิขสิทธิ์ นิยายญี่ปุ่น นิยายแปล รักสามเส้า ดราม่า โรแมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 367

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ค. 2563 20:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2-5 อาการป่วยของเธอ
แบบอักษร

“มีอัดรายการตลกเอาไว้ดูหรือมีแผ่นดีวีดีบ้างไหม?” 

ผมเอ่ยถามขณะที่กำลังนั่งดื่มชาด้วยกันในห้องรับแขก 

“ผมอยากรู้ว่าคุณชอบดูตลกแบบไหน” 

คุณเอโต้อาจจะติดธุระ ตอนนี้เขาไม่อยู่ด้วยกันกับพวกเรา พอคิดว่าช่วงแรกๆ ที่มาที่นี่เขาจับจ้องผมทุกฝีก้าวไม่วางตาแม้แต่วินาทีเดียวก็รู้สึกได้เลยว่าที่นี่น่าจะคุ้นเคยกับตัวตนของผมมากขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน 

“เอ๋อ ก็ปกตินะคะ” 

“ปกติที่ว่าคือ?” 

“พวกการประกวดช่วงปลายปี? อะไรอย่างนั้นน่ะค่ะ” 

อย่างนี้นี่เอง ปกติจริงๆ ด้วย 

“มีไหม? ผมอยากดูด้วย” 

“ได้ค่ะ” 

มีที่อัดเก็บไว้ค่ะ เธอว่าอย่างนั้นแล้วหยิบรีโมตของเครื่องอัดขึ้นมา 

“อยู่ในห้องนี้เหรอ?” 

“ปกติดูทีวีที่ห้องนี้น่ะค่ะ” 

จากมุมมองของคนที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ขนาดวันเคอย่างผมแล้วรู้สึกว่าชีวิตแบบนี้มันช่างหรูหราเหลือเกิน 

“ขอถ่ายรูประหว่างคุณดูได้ไหม” 

“เอ๋” 

“ขอร้องล่ะ” 

ผมประกบมือขอร้อง นี่แหละจุดประสงค์ที่ชวนดูตลก 

“ผมคิดว่าต้องได้รูปที่ดีแน่ๆ” 

“...แต่ฉัน หัวเราะเยอะมากเลยนะคะ อ้าปากกว้างด้วย” 

”นั่นแหละ ขอผมถ่ายเถอะ” 

“เอ๋... “ 

พอมองเธอที่เงยหน้าขึ้นมองด้านบนแล้วก็รู้สึกว่าเราเริ่มสนิทกันมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน ตอนแรกเธอให้ความรู้สึกเหมือนหลุดออกมาจากหนังสือนิทานภาพ แต่พอเห็นท่าทีแบบนี้ก็รู้สึกว่าเธอเป็นแค่หญิงสาวธรรมดาคนหนึ่ง 

ผมตื๊อแบบตายไปข้าง เธอยอมตกลงในที่สุด 

“อ๊ะ” 

เมื่อกดเปิดโทรทัศน์กับเครื่องอัด บนจอก็ปรากฏรายการโทรทัศน์ที่กำลังออกอากาศอยู่ตอนนี้ 

“อ๊ะ” 

หลุดอุทานออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว เพราะตอนนี้บนโทรทัศน์กำลังฉายงานแถลงข่าวนักกีฬาเสก็ตลีลาหญิงถอนตัวจากวงการ นักกีฬาชื่อดังที่ใครๆ ก็รู้จัก 

“จะว่าไปก็มีประกาศออกมาเมื่อวานนี่เนอะ” 

“เหรอคะ?” 

“เอ๋ ไม่เห็นในเน็ตเมื่อวานเหรอ” 

“ขอโทษด้วยค่ะ ฉันไม่ค่อยเล่นอินเตอร์เน็ตน่ะค่ะ โทรทัศน์ก็เอาไว้ดูหนังซะมากกว่า” 

“หืม” 

ดวงตาของเธอหยีลงจนบางเพียงเส้นด้ายเมื่อรู้สึกได้ว่าปฏิกิริยาของผมบ่งบอกกลายๆ ว่าเธอแปลก ผมรู้ว่านั่นคือการยิ้มตามมารยาท 

“ขอโทษทีนะ ขอดูอันนี้ต่ออีกหน่อยได้ไหม?” 

“ค่ะ” 

เมื่อเธอตอบมา ผมรู้สึกว่าตัวเองควรจะระวังการแสดงออกให้มากกว่านี้ 

งานแถลงนั้นเข้าสู่ครึ่งหลังแล้ว เป็นช่วงที่สำนักข่าวแต่ละแห่งต่างยกมือถามคำถาม 

“คิดว่าตั้งแต่ประกาศว่าจะถอนตัวจากวงการก็คงมีใครหลายคนมาพูดคุยด้วย ไม่ทราบว่าคำพูดไหนประทับใจที่สุด?” 

นักกีฬาหญิงหยิบไมค์ขึ้นมา 

“หลายท่านบอกกับฉันว่า ‘ขอบคุณสำหรับความเหนื่อยยากที่ผ่านมา’ ตัวฉันเองก็เลยเหมือนระลึกได้ว่าตัวเองกำลังจะออกจากวงการแล้วจริงๆ” 

เมื่อได้ฟังคำนั้น ผมถึงเข้าใจ 

ถ้าตอบ “คำพูดที่ประทับใจที่สุด” ไปจริงๆ ก็แปลว่าคำพูดอื่นๆ นอกเหนือจากนั้นไม่ได้ประทับใจอะไรเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นเธอจึงเลือกใช้คำว่า ‘หลายท่าน’ เพื่อลดความเฉพาะเจาะจง สมกับเป็นคนที่อยู่ในวงการมานานจริงๆ  

“แล้วประทับใจคำพูดไหนหรือครับ” 

แต่นักข่าวก็ยังถามคำถามเดิมซ้ำ 

ผมหงุดหงิดขึ้นมา 

คงจะอยากได้คำพูดชัดเจนเพื่อเอาไปเขียนข่าวหรือเอาวิดีโอตอนพูดไปออกอากาศ ไม่ว่าจะรู้หรือไม่ว่านักกีฬาตอบเช่นนั้นเพื่อรักษาน้ำใจทุกคน แต่ทำแบบนี้เห็นได้ชัดว่าคนถามไม่ได้สนสี่สนแปดใดๆ 

มาถึงตรงนี้ผมเซ็งจนไม่อยากดูต่อ แต่มีแรงกดดันจากคำพูดของตัวเองบอกว่าอยากดู เลยต้องหันหน้าจ้องจอต่อ 

“ตอนที่พยายามกระโดดเป็นครั้งสุดท้าย รู้สึกอย่างไรบ้าง?” 

ถามถึงการแสดงที่ผิดพลาด 

ก็เข้าใจว่าอยากรู้ แต่คนดูอย่างผมอยากให้หยุดถามสักที แต่ก็รู้สึกว่าการถามลึกเข้าไปถึงความรู้สึกของนักกีฬานั้นเป็นสิ่งที่คนสมัยนี้จะทำเป็นปกติ 

คำถามทั้งหลายไม่ได้แย่ไปเสียหมด แต่ก็มักจะเป็นคำถามที่ซ้ำกับคนก่อน หรือไม่ก็เหมือนถามเผื่อๆ ไว้อย่างกับกลัวขาดเหลืออะไร งานมันเลยดูติดๆ ขัดๆ ไปหมด 

“มีแผนจะแต่งงานไหม?” 

ก็กล้าเนอะ 

ผมหมดความอดทนแล้ว 

“...ขอบใจนะ พอแล้วละ” 

ผมหันกลับไปหาเธอ 

...เอ๊ะ 

ใบหน้าด้านข้างของเธอดูผิดแปลกไปอย่างมาก 

แดง 

สีแดงๆ ซึ่งชวนให้ใจหายใจคว่ำแผ่ซ่านไปทั่วหน้าของเธอ 

เธอหันหน้ามาทางผมจนเห็นทุกอย่างชัดยิ่งกว่าเดิม ทั้งใบหน้าของเธอมีจุดแดงๆ กระจายอยู่ทั่วใบหน้าเหมือนมีกรวดสีแดงโปรยปรายอยู่ทั่ว 

เมื่อเห็นสีหน้าของผม เธอก็ทำหน้าตื่นตกใจไปด้วย 

“นั่นมัน...” 

ก่อนที่ผมจะพูดจบ เธอก็ปิดซ่อนใบหน้าด้วยสองมือ 

เธอหดตัวอยู่บนโซฟาราวกับถูกราดด้วยน้ำร้อน แล้ว 

อึก!...เฮือก...!... อะ......อึก...อึก...! 

เธอส่งเสียงเหมือนหลอดลมถูกปิดกั้นเอาไว้ 

“เป็นอะไรน่ะ! ไหวไหม!” 

ทันทีที่ผมจับไหล่ของเธอไว้ 

“เจ็บ!!” 

ผมผงะเพราะเสียงตวาด 

เธอยังคงตัวสั่นเล็กๆ ส่งเสียงฟู่ ฟู่ ออกมาจากลำคอ แล้วสุดท้ายเสียงก็เงียบไป ทั้งร่างไม่ขยับแม้เพียงนิด ราวกับกล้ามเนื้อทั้งร่างและเลือดทั้งกายของเธอได้แข็งค้างไปแล้ว ผมรู้สึกได้ว่าเธอกำลังกัดฟันทดนความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส 

ผมตะโกนเรียกคุณเอโต้เสียงดังลั่น 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว