ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 19

ชื่อตอน : แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 19

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.7k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ค. 2563 00:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 19
แบบอักษร

 

แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 19 

 

ณ ห้องทำงาน 

 

 

ผมนั่งขีดเขียนบนกระดาษ A4 ที่ขอมาจากพี่รอน พ่วงด้วยปากกาด้ามสวยสีน้ำเงินมาเขียนงานที่ไอ้เพื่อนรักทั้งสองส่งงานมาทางไลน์ ผมก็ว่างๆ ไงพี่รอนก็นั่งอ่านเอกสารอย่างจริงจัง บ้างก็มีคนให้เซ็นอะไรไม่รู้ เข้า-ออกห้องพี่รอนเป็นว่าเล่น คนอะไรจะยุ่งขนาดนั้น

ผมก็หันมานั่งทำงานแทนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ฮ่าๆ

แน่นอนว่าผมชี้นิ้วสั่งเอริคให้ไปซื้อเค้กมาแล้วมันกวนประสาทผมนิดหน่อยตอนทำงาน ผมเลยไล่มันไปซื้อชีสเค้กร้านโปรดที่อยู่ห่างจากบริษัทพี่รอนเป็นกิโลฯ ทีแรกเอริคก็บ่นใส่ผม ผมเลยอ้างว่าพนักงานร้านนั้นขาว สวย หมวย เอ็กซ์!

รีบสะบัดก้นใส่ผมแล้วพุ่งเข้าไปที่ประตูก่อนจะปิดประตูอย่างรวดเร็ว ฮ่าๆๆ ผมไม่ทันจะพูดจบเลยแอบเปรยๆ ว่าไอ้ที่สวยที่ว่าเนี่ย นั่นอดีต ปัจจุบันคือตีพุงเรียกลูกค้าเอา คิๆๆ

 

“พี่รอน พรุ่งนี้ผมไปเรียนนะ’ จารย์นัดส่งงานอ่ะ”

 

พี่รอนเงยหน้าจากกองเอกสารพยักหน้ารับ ผมก้มขีดๆ เขียนๆ งานต่อ ดีนะที่งานส่งพร้อมกันเกือบทุกวิชาในวันพรุ่งนี้ ผมก็สบายที่ไปวันเดียวแล้วได้ส่งหลายงานแต่พวกเพื่อนที่รักผมหัวหมุนติ้วเพราะงานส่งพร้อมกัน สมน้ำมันกลายๆ ใครบอกให้ทำตัวเป็นดินพอกหางหมู ดูอย่างผมนี่! อาจโดนหักคะแนนบางวิชาที่เช็กชื่อบ้าง แต่งานผมคะแนนเต็มตลอด เพราะสมองตัวเองบ้างและเฮียซานช่วยสอนบ้าง ตอนนี้ก็มีคุณเรย์โญ่มาช่วยสอนอีก! คะแนนดีแน่ๆ ฮิๆ

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก 

 

“เข้ามา”

เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นเบาๆ ผมเหลือบไปมองก็เบ้หน้าอย่างเงียบๆ คุณเลขาคนใหม่หอบแฟ้มสองสามเล่มใหญ่วางบนโต๊ะพี่รอน มีแอบเช็ดเหงื่อที่ต้นคอระหงด้วย แหม...แค่ถือแฟ้มมานี่เหนื่อยมากมั้ง?

“ขอโทษค่ะที่มาช้า พอดีดิชั้นยังไม่คุ้นกับสถานที่ค่ะ มีหลงทางกันบ้าง แฟ้มก็หนักอีกด้วยแถมรองเท้าส้นสูงนี่ก็ยังเล่นงานค่ะ”

หล่อนเล่าไปหัวเราะไปอย่างน่ารักน่าชัง ถือว่าอัพเลเวลตัวเองดีมาก คุยกับเจ้านายตัวเองอย่างไม่ก้าวร้าว ออกจะสุภาพไม่อุกอาจเกินไป

“เหอะ ใส่ผ้าใบมาทำงานเลยสิ จะได้ไม่บ่น”

ผมบ่นพึมพำเบาๆ แต่ห้องนี้มันเงียบเกินไปจนพี่รอนหันมามองผมพร้อมกับเลขาคนใหม่ พี่รอนละสายตาออกจากผมแล้วหันไปสั่งงานกับหล่อนนานสองนาน ผมแกล้งทำปากกาตกก็แล้ว แกล้งไอก็แล้ว สารพัดแกล้งก็แล้ว พี่คุณเล่นไม่สนใจผมเลย!

แถมเจ้าหล่อนก็ดูท่าจะชอบไปหม้ดดดด คุยงานปานคุยเล่น หัวเราะกันเข้าไป เอ้ออออ ดี!

“เมียนายย เค้กมาละเว้ยย!”

 

ขวับ!  

 

“ใครเมีย!”  

ผมหันไปตวาดใส่เอริคอย่างหงุดหงิด เอริคชะงักปากร้อง อ้าว เบาๆ เดินตัวลีบมาวางกล่องเค้กลงตรงหน้าผม ผมสะบัดหน้าใส่แล้วดันกล่องเค้กไปไกลๆ เขยิบตัวหนีไปชิดขอบโซฟากอดอกทำหน้าบึ้งมองออกไปทางประตูไม่สบตากับใครทั้งนั้น!

“อะไรวะ…ปกติก็เรียกแบบนี้เห็นออกจะชอบ”

เอริคบ่นพึมพำ แต่ผมไม่สนใจเสียงเอริค ภายในห้องเริ่มตกอยู่ในความเงียบและความอึดอัด…

“เวียณ มานี่”

“…”

“เวียณ”

“…”

“วิเวียณ”  

ผมหันไปสบตากับพี่รอน พี่รอนมองผมนิ่งๆ ผมเม้มปากเป็นเส้นตรง กัดปากตัวเองแน่นเมื่อเลขาคนใหม่ขยับตัวมาบังพี่รอน ผมตวัดสายตามองหล่อน หล่อนยกยิ้มอย่างสุภาพแต่แอบกระตุกยิ้มตรงมุมปากนิดๆ เพียงเสี้ยววินาที ผมยิ่งเดือดจนแทบจะระเบิด

 

อยากลองดีกับวิเวียณคนนี้นักใช่ไหม!  

 

ผมแสยะยิ้มลุกขึ้นยืน ขาก้าวไปทางประตูห้อง มือกำลังจับลูกบิดประตู พี่รอนกดเสียงต่ำลงเมื่อผมเริ่มดื้อด้าน

 

“อย่าให้เรียกอีก”  

ผมเบะปากเกือบจะร้องไห้ พยายามจะก้าวขาหนีแต่แรงกดดันจากพี่รอนกลับทำให้ผมรีบวิ่งไปนั่งลงบนตักแกร่งอย่างถือวิสาสะ พี่รอนจับตัวผมนั่งลงตักดีๆ ผมยกแขนคล้องคอแกร่งซบหน้าลงกับอก ตัวสั่นใหญ่จนพี่รอนต้องลูบหลังปลอบอย่างอ่อนโยน

“ออกไปก่อน”

“ค่ะ/ครับ”

สักพักเสียงประตูเปิดและปิดลง ผมน้ำตาไหลทันที พี่รอนกล่อมข้างหูผมมือก็ลูบหลังผมสลับเช็ดน้ำตาที่เปรอะเปื้อนตรงแก้มทั้งสองข้างของผม

“ฮึก...ฮือ”

“โกรธ?”

ผมพยักหน้ารัวๆ ซุกหน้าลงกับแผงอกน้ำตาไหลซึมผ่านเสื้อเชิ้ตสีขาวของพี่รอนจนเปียกฉุ่มเป็นดวง

“ไล่ออกไหม?”

“ไม่เอา! ...ฮึก ถะ ถ้าเขาเก่ง…ฮึก ก็ให้อยู่ที่นี่แหละ”

ผมตอบพี่รอนปนกับเสียงสะอื้น พี่รอนยิ้มนิดๆ ก่อนจะจูบซับน้ำตาที่มันไหลออกมาไม่มีหยุด

โกรธมากจนอึดอัด ที่น้ำตาก็ไหลออกมาก็เพราะความโกรธที่ไม่สามารถเอาไปลงกับอะไรได้

รู้ตัวว่าศัตรูคนนี้ฉลาดนัก แต่ผมก็ไม่ได้โง่ให้ถูกแย่งชิงของสำคัญไปต่อหน้าต่อตาหรอก!

 

…………………………………………………… 

 

ทางด้านรอน 

 

หลังจากที่เขาปลอบคนรักที่ร้องไห้จนเผลอหลับคาอกไปแล้ว มือใหญ่ซับน้ำตาที่เปื้อนกับพวงแก้มนิ่มทั้งสองข้าง จมูกเล็กๆ แดงไปหมด ยกร่างบอบบางแนบอกก้าวขาเดินไปเปิดประตูอีกห้องที่อยู่ด้านในห้องทำงานของเขา เพราะตกแต่งให้กลมกลืนกับผนังสีดำทำให้มองเผินๆ ไม่อาจแยกออกว่ามีประตูอยู่ตรงนี้

นิ้วเรียวกดที่ปุ่มสวิตช์ไฟเล็กๆ ประตูแบบเลื่อนเคลื่อนออก ขายาวๆ ก้าวเข้าไปในห้อง ไฟเปิดขึ้นอย่างอัตโนมัติ เผยให้เห็นเตียงขนาดกลางสีขาว มีเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น ที่เห็นหลักๆ คือตู้เสื้อผ้าและห้องน้ำ

ร่างสูงวางร่างเล็กลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ขยับผ้าห่มผืนเล็กคลุมร่างบางไว้ ก่อนจะปลีกตัวออกจากห้องอย่างเงียบๆ

พอพ้นจากห้องลับ มือใหญ่หยิบโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดออกจากกระเป๋ากางเกง นิ้วเรียวจิ้มที่หน้าจอสองสามครั้งก่อนจะกดโทรออก

รอสายสักพักก็เป็นเสียงทุ้มของลูกน้องคนสนิทเจ้ากะล่อนที่ตนเพิ่งออกปากไล่เมื่อกี้

 

“เอริค…ย้ายคุณวิภาดาไปอีกสาขาหนึ่ง ส่วนแผนกไหนให้เรย์โญ่อ่านประวัติแล้วย้ายเข้าตามใจชอบเลย”

 

------------------------------------- 

  

  

@.University 

 

“ไอ้จอม! เพื่อนรักกก กูคิดมึง!”

ผมแหกปากเรียกเพื่อนรักลั่นหน้าตึกคณะบริหาร กำลังจะวิ่งเข้าไปกอดมันให้หนำใจแต่พอวิ่งไปก้าวแรกทำเอาแทบซุดฮวบถ้าไม่จับโต๊ะหินอ่อนใกล้ๆ พยุงตัวเองซะก่อน

 

ลืมไป

 

เมื่อคืนโดนพี่รอนซัดสะโพกจนปวดไปหมด!

ก็ไม่มีอะไรมาก พี่รอนอุ้มผมที่กึ่งหลับกึ่งตื่นกลับไปบ้านพี่เขา ทีนี้บังคับให้ผมอาบน้ำเพราะตัวผมเน่ามากกกกก ผมก็งอแงแล้วก็ง่วงมากด้วยกว่าพี่รอนจะเลิกประชุมทำเอาพระอาทิตย์ตกไปแล้ว ผมดื้อใส่พี่เขามาก (พี่รอนบอกอ่ะ) พี่รอนเลยจัดให้ผมในห้องน้ำแม่งเลย!

ไอ้ผมก็ฝันดี ฝันว่าโดนพี่รอนเอา (?) ร่อนสะโพกใส่ไม่ยั้งจนต้องสลบคาอกพี่รอนโดยลืมไปว่า

ผม-ต้อง-ไป-เรียน!

 

“เฮ้ย ไอ้เวียณ! มึงโอเคนะเว้ย?!”

ผมทำหน้างงหนักที่ไอ้จอมวันวิ่งมาช่วยประคองผม หน้าตามันวิตกกังวลมากจนผมสงสัย

“เอ้อ…เออๆ กูโอเค ขอบใจมากว่ะ กูคิดถึงมึงมากกกก”

ผมยิ้มร่ากอดไหล่ไอ้จอมแนบแน่นมันก็หัวเราะอารมณ์ดี แล้วช่วยพยุงผมไปนั่งที่โต๊ะประจำหน้าคณะผม แรกเริ่มนั่งปุ๊บทำเอาซี๊ดปากเลย ต้องนั่งนิ่งๆ ปรับสภาพให้ชินซะก่อน ไอ้จอมมันก็เทถุงโจ๊กใส่ถ้วยโฟมคาดว่ามันคงจะซื้อมาไว้เพื่อผมเพราะยังมีถ้วยโจ๊กอีกอันวางอยู่ตรงหน้ามัน

 

“เอ้าๆๆ ทานเข้าไปนะมึง”

ผมพยักหน้าเออออตามมัน แม้จะกินข้าวมาแล้วแต่ก็ทานเช้ามากๆ พี่รอนปลุกผมตอนตี5ลุกมาทานข้าวทานยากลัวไม่สบาย แล้วก็ออกไปทำงาน ตอนนี้ก็ 8โมงกว่าๆ แล้วก็หิวอีกรอบละ

“เนี่ย กูใจหายใจคว่ำหมดเลย มึงแม่งเล่นหายไปเป็นอาทิตย์กูละเป็นห่วง แต่ดีนะที่คุณรอนเขาโทรฯ มาบอกพวกกูไว้ ไม่งั้นกูได้แจ้งตำรวจตามหามึงแน่ ดีจริ๊งจริง! มีคนเลี้ยงดู ฮ่าๆๆ”

 

ผมชะงักมือที่จับช้อนพลาสติก เงยหน้ามองไอ้จอม ที่กินโจ๊กอย่างสบายใจ ตรงกันข้ามกับผมที่หน้าเริ่มซีดเผือด

มะ…มันรู้จักพี่รอน!

 

งั้น…แสดงว่าก็รู้ว่าผมกับพี่รอน--!!

“คือ…กะ กูไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังนะเว้ย ตะ..แต่กูไม่พร้อมว่ะ”

ผมก้มหน้าไม่กล้าเงยหน้ามาสบตากับไอ้จอมและไอ้เพลิงเลยไม่รู้ว่ามันทำหน้ายังไง ถ้าเกิดมันรังเกียจผมละ….ผมมีแค่พวกมันที่เป็นเพื่อนนะ

“เออๆ กูเข้าใจ มันเป็นเรื่องที่ยอมรับยาก แถมยังมาเจ็บตัวอีก เป็นกู กูก็ไม่กล้าบอกหรอก มันน่าอาย”

“มะ..ไม่น่าอายนะ!”

ผมเถียงมันขึ้นมาทันที ไอ้จอมทำหน้างงๆ แล้วพยักหน้าตอบ

“เออๆ แต่ก็ดีแล้วที่มึงไม่เป็นอะไร หายไวๆ นะมึง”

นี่มึงเผื่อแผ่ความห่วงมายังสะโพกกูด้วยเหรอ กระซิกๆ T^T

“แล้วเป็นไงบ้างมึง อาการอ่ะ?”

“เอ่อ…ปวดตามตัวนิดหน่อย-////-”

ผมหน้าแดงซ่าน จู่ๆ ก็ให้มาพูดเรื่องแบบนี้มัน…..

“เหรอ? แรกๆ ก็แบบเนี้ย เดี๋ยวก็ชิน ว่าแต่โดนไปกี่เข็มวะ?”

“มึงถามอะไรวะเนี่ย!”

“เอ้า! ก็ถามเผื่อมึงมียาหลังอาหารไง”

ผ่า?

ผ่าอะไรวะ !  

ตอนนี้หน้าผมล่องลอยแล้วครับ ไอ้จอมมันพูดเหี้ยอะไรของมันวะ นี่คืองงเป็นไก่ตาแตกแล้วเนี่ยย

“นี่มึงแดกยาเยอะจนสมองเบลอเหรอ? ก็คุณรอนโทรฯ มาลา’ จารย์ว่ามึงไปผ่าไส้ติ่งหมอยังไม่ให้ออกจากโรงพยาบาลเพราะมึงอ่อนแออาการเลยทรุด! มึงนี่นะ วันหลังกูจะพาไปฟิสเนท!”

“เหี้ยจอมมม!”

ผมฟุบหน้าลงกับโต๊ะหินอ่อน แอบก้มลงเก็บเศษหน้าที่แตกกระจายไปคนละทิศละทาง

 

พี่รอนนนน ไม่เตี๊ยมกูก่อนเล้ยย!

 

“เออ…ว่าจะถามตั้งนาน ไอ้เพลิงละ?”

“…”

คราวนี้ไอ้จอมมันเงียบ ขมวดคิ้วเคร่งเครียดกับคำถามผม ผมเริ่มเห็นลางสังหรณ์ไม่ดี เลยพักเรื่องนี้ไว้ก่อนทานข้าวให้เสร็จแล้วไปขึ้นเรียนกันก่อน

 

-----------------------------------------​ 

มาอัพแล้วค่ะ ^^

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว