ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 องค์รัชทายาท

ชื่อตอน : บทที่ 3 องค์รัชทายาท

คำค้น : หลงไป๋,เถ้าถ่านแห่งรัก,หมาป่า

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 210

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ค. 2563 08:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 องค์รัชทายาท
แบบอักษร

ด้วยพลังของเทพอสูรแห่งป่าน้ำแข็ง การรวบรวมวิญญาณที่ลอยล่องอยู่มิใช่เรื่องยาก ขอเพียงให้วิญญาณนั้นยังคงอยู่ในขอบขัณฑ์ที่พลังแห่งเวทย์สามารถเอื้อมถึงได้ 

"เจ้าตัวบัดซบ ข้าไม่น่าปล่อยให้มันมาเที่ยวเล่นอยู่ข้างกายของลูกข้า" เทพอสูรสบถอยู่ไม่ขาดปาก สองมือลูบไล้ผ่านขนสีเงินยวงของสุนัขป่าตัวจ้อยที่ดูเลือนลางคล้ายหมอกควันที่มารวมตัวกัน 

"เจ้าพวกสุนัขขนสีสกปรกพวกนั้น อาศัยอยู่ที่นี่ก็นานมากแล้ว ท่านฉวยโอกาสนี้ขับไล่พวกมันไปจากป่าน้ำแข็งนี่เถิด" ราชินีแห่งป่าน้ำแข็งกล่าวด้วยอารมณ์เคียดแค้น น้ำตายังไหลอาบแก้มอยู่ 

"พลังเวทย์อ่อนด้อยอย่างพวกมัน ออกไปแล้วจะเหลือรอดหรืออย่างไร คงโดนพวกจอมขมังเวทย์ไล่ล่า จนสิ้นเผ่าพันธุ์" ผู้สามีไม่เห็นด้วย 

"มิใช่เพราะว่าท่านมีจิตเมตตาหรอกหรือ หยินหลางจึงประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้" 

เทพอสูรหมาป่าถอนหายใจเฮือกใหญ่ เผ่าสุนัขป่าขนดำ ถึงมิใช่เผ่าพันธุ์ที่อยู่ในระดับสูง แต่ก็เป็นสหายศึก แม้นพลังเวทย์จะต่ำต้อยแต่ก็ไม่เคยถอยหนียามเมื่อมีศึก 

"ในดินแดนมหาเวทย์ ณ ตอนนี้ สงบสุขยิ่งนัก ท่านมิต้องกลัวไปดอกว่าขาดพวกเขาแล้วเราจะพ่ายศึก ขอเพียงเราบ่มเพาะเด็กรุ่นใหม่ขึ้นมา พวกเขาหนึ่งตนยังจะมีพลังมากกว่าพวกสุนัขป่าขนดำสองหรือสามตนรวมกันเสียอีก" นางกล่าวพลางสบัดส่ายขนหางทั้งเก้า 

"แล้วยังมีจิ้งจอกเก้าหางของข้าทั้งเผ่า ท่านกลัวว่าจะพ่ายแพ้แก่พวกสัตว์ปีกสัตว์น้ำตนใดอีก" นางสะบัดเสียงแต่สายตาที่จ้องมองลูกสุนัขป่าขนสีเงินที่นอนขดอยู่ในหมอกควันนั้นด้วยความห่วงใยยิ่งนัก 

 

..... 

..... 

"ข้ามาขอวิญญาณของลูกข้าคืน ท่านจะกักขังเขาไว้เพื่ออะไรกัน" อสูรสุนัขป่าขนสีดำแซมเงิน ตวาดเสียงก้อง เขาคือบิดาของเหิงซิง ผู้ซึ่งบัดนี้ ดวงวิญญาณถูกกักขังไว้ภายใต้พลังของราชันย์แห่งป่าน้ำแข็ง 

"มันทำให้ลูกข้าตาย เจ้ายังมาถามเหตุผลกับข้าอีกหรือ" 

"ไม่แน่ว่าจะเป็นลูกท่านที่ทำให้ลูกข้าตาย" 

"เพลิงดำนั่น มิใช่พลังของพวกเจ้าหรือไร" 

"แล้วกริชนั่นเล่า เห็นอยู่ว่า ซื่อจื่อสิ้นลมเพราะกริชนั่น" ถึงจะด้อยกว่าด้วยฐานะและพลังเวทย์ อสูรหมาป่าขนสีดำก็ใช่ว่าจะเกรงกลัวราชันย์แห่งป่าน้ำแข็ง เขามิเพียงต้องการดวงวิญญาณของบุตรกลับคืน ยังจะเรียกร้องความยุติธรรมให้แกเหิงซิงด้วย 

"ใครจะใช้กริชแทงลูกข้าได้.... หา? หากมิใช่เพื่อนรักที่มันไว้ใจ ฆ่าแล้วกลัวความผิด จึงเผาผลาญด้วยไฟตายตกตามกันไป" ราชันย์ป่าน้ำแข็งตวาดก้อง สองมือวาดเป็นท่วงท่าไข่วคว้าจักรวาล สุดท้ายคล้ายกำอะไรไว้ในฝ่ามือ 

 

"เด็กสองคนนี่รักกันปานนั้น จะเข่นฆ่ากันเองได้อย่างใด" ประมุขอสูรหมาป่าขนสีดำน้ำเสียงอ่อนลง ด้วยรู้ว่าบัดนี้ ดวงวิญญาณที่ปลิดปลงจากร่างของเหิงซิงได้ถูกเรียกให้ออกมาอยู่ในมือของราชันย์แห่งป่าน้ำแข็งแล้ว 

"แล้วเจ้าว่า หยินหลางใช้กริชแทงตัวเองหรืออย่างไร" 

"มิได้หรือ?" 

"จะมีใครที่ไหนวิปลาศจนปลิดชีพตนเองกันเล่า" 

"ใช่ มันก็แค่ความวิปลาศของคนหนุ่ม..." .... วิปลาศเพราะรักจนสุดหัวใจอย่างไรเล่า... เขากลืนถ้อยคำประโยคสุดท้ายลงคอ 

"หุบปากโสโครกของเจ้าเสีย ตราบใดที่ลูกข้ายังไม่ฟื้น เจ้าก็อย่าได้หวังว่าข้าจะคืนดวงวิญญาณโสโครกนี้ให้เจ้า" ประมุขแห่งป่าน้ำแข็งหงายกางฝ่ามือออก ดวงไฟสีดำปนส้มเต้นระริกอยู่บนฝ่ามือนั้นอย่างอ่อนแรง 

"ไฉนดวงวิญญาณจึงอ่อนแรงเยี่ยงนั้น" บิดาของเหิงซิงกล่าวถามด้วยความตระหนก 

"หาได้เกี่ยวกับข้าไม่ เป็นมันเองที่ไม่อยากคงอยู่แม่แต่ดวงวิญญาณ...." 

"เป็นเช่นนี้แล้ว ท่านก็ยังจะหน่วงเหนี่ยวเขาไว้อีกหรือ มอบเขาให้ข้า อย่างน้อยพวกเรายังจะได้มีโอกาสกล่าวลา...." ใช่... หากแม้นเหิงซิงมิมีวาสนากับภพภูมินี้แล้ว ขอเพียงได้กล่าวอำลา พวกเขาย่อมยินยอมปลงใจปล่อยให้บุตรน้อยไปเกิดยังภพภูมิอื่นได้ 

"ไม่...." สตรีแบบบางที่ถูกร่างหนาของอสูรหมาป่าสีดำบังไว้จนมิด ก้าวออกมาด้านข้าง ใบหน้านางแม้จะซีดขาวแต่ก็งดงามปานจะกระชากวิญญาณผู้อื่นให้หลุดจากร่าง 

"หากเขาอยู่กับท่าน ท่านจะยังคงรักษาวิญญาณของเขาให้คงอยู่ตลอดไปได้หรือไม่" นี่มิใช่คำถามแต่มันคือการขอร้อง แววตาโศกนั้นประสานเขากับสายตาของราชันย์แห่งป่าน้ำแข็ง วิงวอนอย่างโศกสลดยิ่งนัก 

"เจ้าเลือกที่จะให้เหิงซิงถูกกักขังหรือ ไฉนเจ้าจึงมิอยากให้เขาได้ไปสูภพภูมิหน้าเล่า" ผู้เป็นสามีหันมาเกรี้ยวกราดได้แต่เพียงสามสี่คำแรก เมื่อเห็นใบหน้าซีดขาวของผู้เป็นภรรยา น้ำเสียงก็ผ่อนแผ่วลงกว่าครึ่ง 

"ไปสู่ภพภูมิหน้า เขาย่อมหลงลืมพวกเราไปสิ้น เหิงซิงไม่มีวันอยากให้เป็นเช่นนั้น" ริมฝีปากสีกลีบบัวโรยคลายคลี่อย่างปวดร้าว 

"นางฟ้าตกสวรรค์ที่โง่เขลาเช่นเจ้า ยังนึกว่าข้าจะอนุเคราะห์เจ้าตัวโสโครกนี้อีกอย่างนั้นหรือ" ราชันย์แห่งอสูรหมาป่าคำรามกลับ ไม่ใส่ใจสตรีร่างบางดั่งลมพัดปลิวนั้นอีก 

"ข้าไม่ทำลายดวงวิญญาณมันจนแหลกเป็นผุยผง มิให้มันมีวันได้ผุดเกิดอีกก็ดีเท่าใดแล้ว" อสูรหมาป่าตระหวัดมือเหวี่ยงลูกไฟในอุ้งมือนั้นขึ้นสูง ตวาดคำว่า ไป เสียงดังลั่น พร้อมฟาดฝ่ามือตาม 

บิดาของเหิงซิงถีบตัวตามลูกไฟ มือขวายืดออกไปรั้งไว้ แต่ยังช้าไปก้าวหนึ่งท้องฟ้าเปิดกว้าง ดูดเอาดวงวิญญาณอสูรหมาป่าวัยเยาว์กลืนหายเข้าไปก่อนที่ผู้เป็นบิดาจักเอื้อมถึง เขาทำได้เพียงแผ่พุ่งพลังรั้งไว้จนสุดฤทธิ์ สุดท้ายได้เพียงกลุ่มพลังวิญญาณส่วนหนึ่งไว้ในฝ่ามือ เขากำมือนั้นไว้แนบอก ก่อนทิ้งตัวลงพื้นอย่างแผ่วเบา ไม่แม้แต่จะมองหน้าประมุขแห่งป่าน้ำแข็ง 

"พวกเราไป...." เขาคำรามเสียงต่ำ หมุมตัวไปฉุดรั้งภรรยาที่ตระหนกจนทรุดลงกับพื้นขึ้นมา รวบนางขึ้นแล้วถีบตัวพุ่งออกไป อสูรหมาป่าดำฝูงใหญ่ต่างถีบตัวพุ่งตามไป.... ไม่มีใครสังเกตุเห็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าของบิดาเหิงซิงยามเมื่อเขาลอบดีดมวลวิญญาณในอุ้งมือให้พุ่งเข้าหาร่างลูกสุนัขป่าตัวจ้อยที่ขดลอยระเรี่ยพื้นที่ห้อมล้อมไปด้วยหมอก มีเพียงภรรยาร่างบางที่เบิ่งตาโตครางประท้วง.... ท่าน! 

"ความทรงจำของเหิงซิง .... ยอมมีแต่หยินหลางที่สมควรเก็บมันไว้" เขากระซิบข้างหูนาง เมื่อกระซิบจบความ อสูรสุนัขป่าขนสีดำทั้งฝูงก็พุ่งล่วงออกมาจากป่าน้ำแข็งจนสิ้นแล้ว 

..... 

..... 

.... ไม่มีใครเห็นพวกเขาอีก... ทั่วทั้งป่าน้ำแข็ง ....จะหาสุนัขป่าขนสีดำไม่ได้อีกเลยตั้งแต่บัดนั้น... 

"แล้ววิญญาณส่วนหนึ่งนั้นเล่า .... เกิดอะไรขึ้นกับมันรึ" ราชนิกูลวัยเยาว์ถามด้วยความสนใจ นัยน์ตาเป็นประกายจับจ้องใบหน้าของราชครูด้วยความคาดหวัง 

"นั่นเป็นความทรงจำของเหิงซิง" 

"เขาไปเกิดอีกภพภูมิหนึ่ง มิใช่ว่าความทรงจำนั้นจะถูกลืมเลือนไปแล้วดอกหรือ..." 

"วิญญาณเขาถูกเทพอสูรหมาป่าส่งเข้าสู่วัฏสงสาร ย่อมต้องผ่านกระบวนการเฉกเช่นมนุษย์ทั้งหลาย กลืนกินน้ำแกงยายเมิ่ง หาความจำอันใดมิได้อีก" 

"แต่ความจำเขามิได้อยู่กับดวงวิญญณของเขา ดังนั้นถึงจะดื่มน้ำแกงยายเมิ่งเข้าไป มันก็ไม่มีผลอะไรใช่หรือไม่ เพราะเขาจำอันใดมิได้ตั้งแต่แรกแล้ว.... "องค์ชายน้อยปรบมือชอบใจ 

"ขอเพียงเขาได้ความจำนั้นกลับคืน เขาย่อมจดจำได้หมดสิ้น" 

"แล้ว แล้ว มันอยู่ที่ใดกันเล่า ....ใช่อยู่กับ อสูรหมาป่าผู้เป็นบิดาของเขาหรือไม่...." 

"เรื่องนั้น.... กระหม่อมก็มิทราบแล้วพะย่ะค่ะ" 

"แล้ว หยินหลางเล่า... เขาฟื้นขึ้นมาหรือไม่" 

"ย่อมฟื้นขึ้นมา... มีชีวิตอันโดดเดี่ยวนับพันปี..." 

"เช่นนั้นมิทรมานแย่หรือ..." องค์ชายน้อยถาม ใบหน้าเหยเก น้ำตารื้นขึ้นมาแล้ว 

"ย่อมต้องทรมาน.... และผู้เป็นบิดามารดาก็ยังทรมานยิ่งกว่า..." 

"สมน้ำหน้าแล้ว ชุบชีวิตบุตรของตนเองได้ แต่กลับส่งบุตรผู้อื่นลงมายังโลกมนุษย์... สมควรเจ็บปวดไปชั่วนิรันดร์แล้ว" องค์ชายน้อยพยักหน้าให้กับคำพูดของตนเองหงึดหงัด ราชครูวัยฉกรรจ์หัวเราะบางๆพร้อมลุกขึ้นยืน 

"ได้เวลาไปซ้อมยิงธนูแล้วพะย่ะค่ะ" 

"อะไรนะ... ข้ายังอยากฟังเรื่องอสูรหมาป่าอีก" 

"แล้วกระหม่อมจะเล่าให้ฟังอีก....." 

..... 

..... 

จูอี้หลงจูงมือนักแสดงเด็กวัยสิบเอ็ดขวบให้ตามเขาเข้ามาในห้องพักนักแสดง 

"วันนี้เกอสั่งขนมหวานมาให้ด้วย" เขาบอกยิ้มๆ 

"ของหวาน.... ผมไม่ชอบสักหน่อย ไม่ใช่เด็กผู้หญิงนะ" เด็กน้อยส่ายหัว แสยะปาก ไป๋อวี่ซัดเปรี้ยงเข้าที่ท้ายทอยเบาๆ 

"น้อยๆหน่อย คนเขาอุตส่าห์ซื้อให้ แค่ขอบคุณนี่พูดไม่เป็นหรือไง" เขาต่อว่า จูอี้หลงทำตาเขียวใส่ไป๋อวี่ 

"อีกแล้ว!" เด็กน้อยตัดพ้อ ยกมือกุมท้ายทอยไว้แน่น 

"แม่บอกว่า อย่าอยู่ใกล้จูเหล่าซือมากไป ไป๋เหล่าซือจะเคืองเอา" หนูน้อยว่า เอามือมาอังไอร้อนจากปากก่อนยกไปประกบท้ายทอย 

"ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย" จูอี้หลงติงกลั้วหัวเราะ 

"ว่าไม่เกี่ยวไม่ได้นะ แม่บอกว่าเดี๋ยวเรือแม่จะล่ม" 

"เรือ? เรือมาจากไหนกันละนี่" ไป๋อวี่พลอยงงไปด้วย 

"ผมก็ไม่รู้" เด็กน้อยส่ายหัว 

"แต่แม่บอกว่าไป๋เหล่าซือขึ้หึง" คราวนี้กลับเป็นถังซันที่ปล่อยก๊ากให้กับคำพูดของเด็กน้อย เขารีบเดินเขามารับกล่องขนมจากมือของจูอี้หลงพร้อมใช้อีกมือคว้าจับแขนเจ้าหนูน้อยไว้ 

"เชิญองค์ชายเสด็จทางนี้....ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ" เขาพานักแสดงเด็กผู้รับบทองค์รัชทายาทในวัยเยาว์ออกไปจากห้องพักนักแสดง ยังทันเหลือบตาเห็นจูอี้หลงที่ทิ้งหางตาค้อนไป๋อวี่ขวับ ในขณะที่ไป๋อวี่คลี่ยิ้มด้วยความขัดเขิน 

ใครจะนึก...ว่าคนเป็นแม่คนแล้ว จะยังมีงานอดิเรกเป็นการ์เดี้ยนเกิร์ลอีก....ไป๋อวี่บ่นอุบอิบ 

**** 

**นักเขียนบอกกล่าว 

ตรงนี้จะไม่เขียนต่อแล้วนะคะ ไม่ถือว่าจบเรื่อง เพราะระหว่างไป๋อวี่กับจูอี้หลงยังไม่มีเรื่องใดจบสิ้น  

จะทิ้งเรื่องนี้ไว้ตรงนี้อีกสักพัก แล้วจะยก "เถ้าถ่านแห่งรัก" ออกไปเขียนเป็นเรื่องต่างหากค่ะ เพราะเริ่มติดใจตัวละครหยินหลางกับเหิงซิงจนพล็อตไหลออกมาเต็มหัวแล้ว..... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว