ไหนว่ารักกัน แล้วปิดบังเพื่ออะไร???

ชื่อตอน : 6 : แพ้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ค. 2563 22:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
6 : แพ้
แบบอักษร

 

 

“เมลคือใคร”

ปากที่พูดอยู่ สายตาดันหลบไป

 

“สาบานว่าไม่รู้”

ฉันจ้องมอง

 

“ไม่รู้ไง”

ทั้งขึ้นเสียง แล้วยังมองฉันตาขวาง

 

“ไม่รู้ก็ไม่รู้”

ฉันพยักหน้าเชิงว่า ไม่บอกก็ไม่เป็นไร ฉันโอเคที่จะไม่อยากไปสู่รู้หรอก

 

ถามแค่นี้ ก็ทำเป็นไม่พอใจ แล้วยังมามองฉันตาขวางอีก สำคัญขนาดว่าบอกฉันไม่ได้ ก็ไม่คิดไปเซ้าซี้หรอก

บรรยากาศผ่านไปเงียบ ขากลับฉันก็เลยไม่มีอะไรติดไม้ติดมือมาเลยแม้แต่อย่างเดียว

 

“เดี๋ยวก่อน”

เปรมจับมือฉันไว้แน่น ขณะที่กำลังจะเดินเข้าบ้าน

 

“ง่วงนอนแล้ว”

 

“เนล... ”

เขาเรียกเสียงอ่อน

 

“รีบพูด ง่วงนอน”

ฉันขึ้นเสียงใส่นิด ๆ มองอยู่ได้ รำคาญใจจะตายแล้ว

 

“ขอหอมแก้มก่อน”

เขายิ้ม ฉันเลยยื่นแก้มซ้ายไปให้ เขาจะได้กลับไปให้พ้นหน้าบ้านสักที

 

จุ๊บ!

หน้าผากของฉันถูกริมฝีปากหยักหนากดแช่ค้างเอาไว้

 

“ฝันดีครับ”

ฉันไม่ตอบอะไร รีบเดินเข้าบ้านอย่างไว ถึงจะย้ำกับตัวเองเสมอว่าไม่อยากล้ำเส้น แต่ก็มีบางครั้งที่แอบนอยอยู่เหมือนกัน เปรมมันความลับเยอะ เวลาถามว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร เขาจะบอกแบบนี้ ไม่รู้จัก แต่ทุกครั้งก็มักจะเห็นเปรมคุยสนิทกับพวกเธอตลอด

 

เอากันได้ ไม่ได้หมายความว่าจะได้หัวใจด้วย

 

ฉันท่องคำนี้ไว้เสมอ สัมพันธ์ครั้งนี้ ต้องไม่ใช่ฉันที่รู้สึกก่อน ฉันจะไม่แพ้ต่อเกมนี้

 

วันต่อมา.....

 

“หนูเป็นอะไร”

ฉันนั่งอยู่กับพี่บูม พี่รหัสของฉัน เขาเอ่ยถามพลางยกหลังมือมาแตะหน้าผากของฉัน

 

“เปล่าค่ะ เนลนอนดึกไป”

 

“กับเปรมเป็นไงบ้าง”

พี่บูมผู้ที่ฉันไว้ใจ เขาได้ล่วงรู้เรื่องของฉันมาตั้งแต่สัมพันธ์นั้นเริ่ม เขามักจะถามแบบนี้ ว่าเราทั้งคู่เป็นยังไง ประคองกันไว้ได้อยู่รึเปล่า

 

พี่บูมคงเป็นห่วงฉัน.....

 

“ก็ดีค่ะ”

 

“เลิกเล่นแล้วคบกันเถอะ ทำแบบนี้ มีแต่อึดอัดเปล่า ๆ”

พี่บูมเตือนดี ๆ

 

ฉันกับเปรม เราเล่นเกมกัน มีความรู้สึกเป็นเดิมพัน มีร่างกายเป็นข้อตกลง และมีคำพูดโง่เง่าเป็นคำตัดสินใจ เกมหัวใจในครั้งนี้

ใครรู้สึกก่อน

แพ้......

 

เปรมเข้าใจ ว่าฉันกับพี่บูมเราชอบพอกัน มากกว่าพี่รหัสน้องรหัส เพราะฉันมักแสดงละครตบตาเขาทุกครั้ง เปรมเคยบอกอยู่ครั้ง ว่าเขามีคนที่เขารักมาก รักมานานแล้ว แต่ไม่ว่าจะพูดยังไง เปรมก็ไม่เคยหลุดปาก ว่าเธอคนนั้นคือใคร

 

“เรียนเสร็จ ไปส่งหนูหน่อยสิ”

ฉันอ้อนพี่บูม ซึ่งฉันมักทำแบบนี้ตลอด และพี่บูมก็ใจอ่อนตลอดทุกครั้ง

 

“ได้ครับ แวะร้านคน ๆ นึงก่อนนะ”

คนที่ฉันก็รู้ดีว่าใคร

 

“จะพาเมียน้อยไปให้เมียหลวงตบเหรอ”

ฉันเย้าแหย่

 

“ถ้าเขาตบหนู พี่จะเลิกกับเขา”

สีหน้าของพี่บูมเริ่มจริงจังขึ้นมา

 

“พี่บูม เนลพูดเล่นเอง จะจบกันแบบนี้ไม่ได้ ไหน ๆ ก็รักกันมาตั้งนาน”

 

“พี่รับไม่ได้กับเรื่องแบบนี้”

 

“งะ... ไปเรียนเถอะค่ะ เดี๋ยวเราแวะไปหาเขากันเนอะ”

ฉันรีบเปลี่ยนเรื่อง ก่อนที่พี่บูมจะหน้าตึงไปมากกว่านี้

 

ฉันแยกกับพี่บูมหน้าตึก เราเรียนคนละชั้น ก็เลยแยกกันหน้าลิฟต์ พอเดินมาใกล้ถึงหน้าห้องเรียน ก็เห็นสามหนุ่มยืนปนกับนักศึกษาคนอื่น ๆ อยู่

ฉันเลยอาศัยจังหวะที่คนเดินเข้าห้องเยอะ ๆ แทรกกายเข้าไปจนพ้นประตู

 

แค่รู้สึกไม่อยากคุย ไม่อยากเห็นแม้แต่หน้า

 

ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงกว่า รับงานจากอาจารย์มาเป็นที่เรียบร้อย ฉันก็เดินออกจากห้องตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติ คือเห็นเปรมยืนคุยกับเมล ผู้หญิงที่เขาบอกฉันกับปาก ว่าไม่รู้จักเธอ

 

แล้วดูภาพตรงหน้าของฉันสิ.....

 

เหมือนเมลเสียใจอะไรสักอย่าง เปรมจับมือของเธอไว้ ปากเขาขยับยุกยิก ไม่แน่อาจเป็นคำปลอบประโลม เมลมีหยาดน้ำตาหยดกราย ๆ

 

สิ่งที่ฉันไม่คิดว่าตัวฉันจะรับได้ดันเกิด

 

เปรมดึงเมลเข้าไปกอดแนบอก มือเขาลูบผมเธอ เหมือนที่ทำกับฉันไม่มีผิด สายตาของเธอเปลี่ยนไปเมื่อมองมาเจอฉันที่ยืนนิ่งอยู่ตรงนี้

 

สายตาของเธอ มันมีแต่ความเย้ยหยัน ปากเธอแสยะยิ้ม มือบางยกขึ้นมากอดเปรมกลับ ไล้มือตามแผ่นหลังกว้างเพื่อให้ฉันเจ็บใจเล่น ๆ

 

ฉันไม่รอช้าที่จะโมโห ตามที่เธอต้องการ

ช่า!!!

น้ำที่เคยอยู่ในแก้ว ตอนนี้มันสาดเต็มใบหน้าและเสื้อนักศึกษาของเปรม

 

“เห้ยอะไรวะ... เนล”

เปรมปล่อยกอด ก่อนจะหันมาโวยวาย แต่พอรู้ว่าเป็นฉัน สายตานั้นก็ดุดันมากขึ้น

 

“โทษที พอดีมือมันลื่น จับแก้วไม่ค่อยอยู่มือเท่าไหร่”

ฉันทิ้งแก้วน้ำแบบไร้มารยาท แค่ต้องการทิ้งมันกับพื้นเพื่อความสบายใจเท่านั้น

 

“เอาน้ำมาสาดเราทำไม”

เมลแสร้งยกมือกอดอก ใจจริงก็อยากจะโชว์นั่นแหละ อย่ากระแดะไปหน่อยเลย

 

“ทำบ้าอะไร อย่าล้ำเส้นไง ตกลงแล้วไม่ใช่?”

เปรมหันมาว่าฉัน ทั้งชีวิตมันไม่เคยโกรธหรือโมโหฉันเลย เพราะอีนี่คนเดียว มันถึงกับตะคอกใส่ฉัน

 

สำคัญจริง ๆ สินะ

อาจจะเป็นเมลก็ได้ ผู้หญิงที่มันรักหมดหัวใจ และไม่เคยเผยใจให้ฉันได้มีสิทธิล่วงล้ำเข้าไป

ฉันเข้าใจทุกอย่างแล้ว.....

 

“ไหนว่าไม่รู้จักไง คนไม่รู้จักเขากอดกันกลมแบบนี้น่ะเหรอ”

ฉันเริ่มใส่อารมณ์ไปในคำถาม พูดกับฉันอีกอย่าง กลับมาทำอีกอย่าง ใช้ได้ที่ไหน

 

“จะรู้หรือไม่ มันไม่จำเป็น ครั้งนี้มึงทำเกินไปนะเนล”

มือของเปรม สาละวนกับการดึงร่างเมลไปหลบข้างหลัง ปกป้องมันเห็น ๆ

 

“กูถามดี ๆ มึงก็มาตาขวางใส่ พอทำแบบนี้ก็ไม่พอใจ กูแค่อยากรู้ว่าอีนี่มันเป็นอะไรกับพวกมึง”

หมดกันความอดทนของฉัน ขึ้นเสียงใส่กลับมาแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องพูดดี ๆ กับใครแล้ว

 

“ยังไงมึงก็ไม่มีสิทธิมาเอาน้ำสาดเขา เมลจะเป็นอะไรกับใคร มึงไม่ต้องรู้”

 

“เส้นที่กูขีดไว้ กูก้าวข้ามได้คนเดียว ส่วนมึงอยากทำอะไรก็ทำไป ทำอะไรกับอีนี่ต่อไปก็เชิญตามสบาย กูจะไม่ยุ่งกับพวกมึงแล้ว”

ฉันปาดน้ำตาออกลวก ๆ ไม่รู้ตัวสักนิดว่าไหลมาตอนไหน

 

หมุนตัวเดินหนีกับความไม่คงที่ของห้วงอารมณ์ ก็ถ้าเมลมีความสำคัญถึงขั้นพูดไม่ดีใส่ฉันขนาดนี้ ฉันก็คงจะไม่ไปยุ่งข้องเกี่ยวอะไรกับพวกเขาอีก

เจ็บดี.....

 

ฉันคงแพ้เกมนี้อย่างราบคาบแล้วล่ะ

 

 

เรื่องนี้ไม่มีอ่านฟรีนะคะ

ตอนต่อไป ขออนุญาตติดเรียญค่ะ

กราบขอบคุณผู้สนับสนุนใจดีล่วงหน้า

ขอบพระคุณค่ะ

 

ความคิดเห็น