Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ~ เรื่องที่3 เฮียน่านน้ำกับน้องข้าวสวย

น่านน้ำถูกทิ้ง : Ep.40 - ตรวจเช็คคำผิดแล้ว

ชื่อตอน : น่านน้ำถูกทิ้ง : Ep.40 - ตรวจเช็คคำผิดแล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 740

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2563 22:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
น่านน้ำถูกทิ้ง : Ep.40 - ตรวจเช็คคำผิดแล้ว
แบบอักษร

 

 

น่านน้ำ talk's

@1 ปี 6 เดือนต่อมา

@PTK AIRPORT สาขาประเทศไทย เวลา09:45น.

 

"เดินทางดีๆหล่ะมึง!" ไอ้ล่ามโซ่พูดส่งผมมา

"อืม..." ผมตอบรับมันไปน้ำเสียงเนือยๆเพียงแค่นั้นและตัวผมเองก็เดินเข้าเกทมาครับ

 

เป็นหนึ่งปีกับอีกหกเดือนที่โครตทรมารเลยรู้ป้ะ? เวลาแต่ละวันที่ผ่านพ้นกว่าพระอาทิตย์จะตกดินและขึ้นใหม่แม่งโครตนาน ผมเลยต้องกินเหล้าเพื่อให้ตัวเองหลับไม่งั้นผมจะทรมารเพราะคิดถึงเมีย

ผมออกจากวงโคจรของคุณแม่ได้ยังไงหน่ะหรอครับก็เมื่อเดือนก่อนหลังจากที่ผมเรียนจบ...

 

@ย้อนกลับไปเมื่อเดือนที่แล้ว

@คฤหาสน์สงค์ไพศาลโรจน์ ห้องทำงานของคุณแม่

 

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ผมเคาะประตูห้องนอนของคุณแม่ตามด้วย...

กริ๊ก! แอ๊ดดดด~ เปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของท่านหลังจากที่เคาะประตูเสร็จทันที

 

"หืม? มีอะไรงั้นหรอน่านน้ำ?" ท่านเอ่ยถามผมออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"ผมเรียนจบแล้ว..." ผมเอ่ยกับท่านด้วยน้ำเสียงเนือยๆนิ่งๆ

"แล้ว...เราอยากจะทำงานอะไรหล่ะ...?" ท่านถามผมมาแต่ก็ยังคงก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่

"ไม่ครับ...ผมไม่ทำ..." ผมตอบท่านไปด้วยน้ำเสียงแบบเดียวกันกับประโยคแรก

"หือ? ลูกว่าไงนะ?" ทำให้ท่านต้องละสายตาจากเอกสารตรงหน้าขึ้นมามองหน้าผมด้วยใบหน้าหงุดหงิดทันที

"นี่ครับ" ผมยื่นใบปริญญาของตัวผมเองให้ท่าน

"อะไร?" เห้อ~ ไม่รับไปแล้วจะรู้ได้ยังไงหล่ะครับ?

"....." ผมไม่พูดอะไรต่อแต่...ก็วางใบปริญญาของตัวเองลงและก็เลื่อนไปให้ท่าน ท่านจึงหยิบขึ้นไปอ่านดูและก็ยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจแต่...

"สิ่งนี้เป็นสิ่งที่คุณแม่ต้องการแต่...สิ่งที่ผมอยากได้คือข้าวสวย" ผมพูดเน้นชัดย้ำคำว่า ข้าวสวย ไปครับ ....ขอโทษทีแล้วกันครับที่ผมต้องดับฝันบุพการีผู้ที่ให้ผมลืมตาดูโลก

 

แต่...ในเมื่อท่านต้องการใบปริญญาจากผม ผมก็ทนเรียนให้ท่านจนจบ ด้วยเกรียตินิยมอันดับหนึ่งนี้ถือว่าผมตอบแทนพระคุณของท่านแล้วละกันนะ

 

"ลูกว่าไงนะน่านน้ำ!?" ทันทีที่ผมพูดจบใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มภูมิใจของท่านก็หายไป ก่อนที่ท่านจะถามผมออกมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดนิดหน่อย

 

ได้ยินไม่ชัดหรอ? ทั้งๆที่ผมก็พูดกับท่านชัดเจนแล้วนะ

 

"ผมทำตามสิ่งที่คุณแม่ต้องการแล้ว...ชีวิตต่อจากนี้...ของผมผมขอทำตามสิ่งที่ผมต้องการบ้าง...!" ผมเพิ่มระดับเสียงแต่ยังคงใช้น้ำเสียงเดิมบอกท่าน

"ไม่!!! อิเด็กนั่นมันมีอะไรดี!!? ทำไมลูกถึงได้หลงมันจนโงหัวไม่ขึ้นแบบนี้!!?" ท่านเอ่ยถามผมออกมาเสียงดังหงุดหงิด

"....." ผมไม่ตอบอะไรไปแต่...เลือกที่จะเดินออกไปจากห้องนี้แทนแต่ว่า...

"หยุด!!!" ท่านก็สั่งผมออกมาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

 

กึ่ก ผมจึงหยุดเพื่อรอฟังประโยคต่อไปจากท่านก่อน

 

"....." ผมยืนหันหลังให้ท่านเงียบๆ

"ถ้าแกก้าวขาออกไปอีกแค่เพียงก้าวเดียวแกกับฉันขาดกัน!!!" ขู่...? ผมจึงหันแค่หน้ากลับไปมองท่าน

"ฮึ! ผมกำลังรอประโยคนี้อยู่เลยครับ!" ผมตอบรับคำขู่ของท่านไป และเดินออกไปในทันที

 

แอ๊ดดดดด~ แกร็ก! และผมก็ปิดประตูลงมาเหมือนเดิมแต่แค่ครั้งนี้ผมรู้สึกพอแล้ว ไม่ได้อยากสะใจท่านแล้วผมจึงเลือกที่จะเดินออกมาและตรงไปหาคุณพ่อที่บ้านสวนทันที

 

@บ้านสวน ห้องนั่งเล่น

 

"วันนี้อยู่กินข้าวกับพ่อหรอ?" คุณพ่อถามผมออกมา

"ครับ" ผมตอบรับท่านไป

"คุณพ่อครับ ผมมีเรื่องอยากถามหน่อยหน่ะครับ" ผมเอ่ย

"หืม?" ท่านขานถามผมมาในลำคอ

"ถ้าผมมีเมียอยู่แล้วคุณพ่อจะยอมรับเธอได้ไหมครับ?" ผมถาม ในเมื่อคุณแม่ไม่ยอมรับเมียผมแล้วผมก็อยากให้คุณพ่อยอมรับเธอให้ได้

"หืม? มีอะไรที่พ่อจะยอมรับภรรยาของเราไม่ได้งั้นหรอ?" ท่านตอบมาเป็นคำถาม

"คุณพ่อ...หมายความว่า?" ผมถามท่านไป

"อื้มๆ ถ้าเป็นคนที่ลูกรักและรักลูกพ่อก็ยอมรับได้หมดนั่นแหละ" ท่านพยักหน้าขึ้น ก่อนที่จะตอบผมออกมา

"ผมทำผิดกับเธอจนบางที...เธออาจจะหมดรักผมแล้วก็ได้" ผมบอก

"ลองแล้วหรอไง?" ห๊ะ!?

"???" ไม่เอ่ยถามแต่ส่งสายตาสงสัยไปถามท่านเหมือนถามเป็นนัยๆไปว่า ลองอะไรครับ นั่นแหละ

"ลองถามเธอดูหรือยัง? ว่ายังรักลูกอยู่หรือเปล่า?" เหอะ!

"ขนาดผมพูดขอโทษเธอเป็นร้อยสองร้อยรอบเธอยังไม่ให้อภัยผมเลยครับ" ลองไปถามแบบนั้นมีหวังได้ถูกถีบแน่นอน

"บางทีผู้หญิงอาจจะไม่ได้ต้องการเพียงแค่คำว่า...ขอโทษก็ได้นะ" หมายความว่ายังไง?

"???"

"บางทีเธออาจจะอยากได้ยินประโยคอื่นๆอาจจะเป็นประโยคเก่าๆที่เมื่อก่อนลูกพูดให้เธอฟังทุกวันหรืออาจจะเป็นประโยคใหม่ที่ลูกไม่เคยพูดกับเธอเลยก็ได้แต่...แค่คำพูดเธอก็อาจจะไม่รู้สึกถ้าลูกอยากให้เธอรู้สึกลูกต้องใช้ความรู้สึกของลูกพูดออกไปด้วย" ยิ่งคุณพ่อพูดมาแบบนี้ ผมก็ยิ่งงงในงงเข้าไปใหญ่

"ครับ...ผมจะลองดู" แต่...ผมก็เลือกที่จะตอบท่านไปเหมือนเข้าใจในสิ่งที่ท่านพูด ทั้งๆที่ความจริงแล้วผมไม่ได้เข้าใจท่านเลยสักนิด

 

@กลับมาที่เวลาปัจจุบัน

@บนเครื่องบินไฟต์ไทย-สหรัฐอเมริกา เวลา10:45น.

 

และตอนนี้ผมก็ขึ้นมานั่งบนเครื่องบินเป็นที่เรียบร้อยครับ

 

"รอเฮียก่อนนะคะ...ข้าวสวย"

.

.

.

ข้าวสวย talk's

@ประเทศสหรัฐอเมริกา นครนิวยอร์ก บ้านของพี่ปั้น ห้องนั่งเล่น เวลา23:35น.

 

"ฮัดชิ่ว! ฮัดชิ่ว! ฮัดชิ่ว!" ใครนินทานะ?

 

อ่า...หลังจากวันนั้นจนมาถึงวันนี้ก็เป็นเวลาหนึ่งปีหกเดือนแล้วค่ะ ตอนนี้ฉันเรียนอยู่ที่A universityค่ะ มหาวิทยาลัยของพี่เอ็ดการ์เพื่อนของพี่ปั้นหน่ะค่ะ คณะที่ฉันเรียนอยู่ก็คือ ดีไซน์เนอร์ สาขา งานออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่น อีกหนี่งปีก็จะจบแล้ว

อ่า...ตอนนี้ฉันกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่หน่ะค่ะ เอ๊!? เรียกว่าอ่านไม่ได้สิต้องเรียกว่าดูต่างหาก

 

"ไปนอนป้ะ...!" พี่ปั้นพูดเชิงไล่ฉันให้ไปนอน

"อื้อๆ ข้าวจะอ่านหนังสือ..." ส่ายหัวปฏิเสษ ก่อนที่จะตอบพี่แกไปด้วยน้ำเสียงเนือยๆ

"ทำไมดื้อ!?" พี่ปั้นขึ้นเสียงถามฉันมาด้วยน้ำเสียงหมันเขี้ยว

"ไม่ได้ดื้อ...แค่จะอ่านหนังสือ..." ใช่ ก็น้องจากอ่านหนังสืออ่ะ

"....ข้าว...ช่วงนี้หักโหมไปหรือเปล่าครับ?" ที่ปั้นจึงเปลี่ยนน้ำเสียงถามฉันมา

"หืม?" ฉันจึงต้องละสายตาจากนิตยสารที่ตัวเองกำลังดูอยู่และเงยหน้าขึ้นไปครางในลำคอถามพี่ชายของตัวฉันเอง

"ทั้งงานทั้งเรียนหักโหมไปมันก็ไม่ดีนะ" พี่ปั้นตอบมาในขณะที่ตนเองกำลังอ่านหนังสือเล่มหนาเป็นปึก

"บอกแต่น้อง...แล้วทีตัวเองหล่ะ? ยังหักโหมเลย..." ใช่! บอกแต่ฉันทำไมไม่บอกตัวเองบ้างหล่ะ?

"พี่ไม่เคยหักโหม...พี่ง่วงพี่ก็นอนที่ห้องพักครูของพี่ได้...แต่เรากลางวันไปเรียนแถมยังต้องดูแลน้องสานฝันพอเลิกเรียกก็ต้องไปถ่ายแบบแบบนี้ต่างหากเรียกว่าหักโหม..." อ่า...ฉันลืมไปได้ยังไงนะว่า...พี่ปั้นเป็นเพื่อนผู้อำนวยการที่ควบตำแหน่งผู้สร้างเนี้ย หึหึ!

"อื้มๆ ก็ได้ค่ะ...ข้าวไปนอนก็ได้...!" ฉันพูดเพียงแค่นั้นและก็วางนิตยสารไว้บนโต๊ะตามด้วยลุกขึ้นและเดินขึ้นไปข้างบน

 

@ห้องน้องสานฝัน เวลา23:50น.

 

กริ๊ก... แอ๊ดดดด... ฉันค่อยๆเปิดประตูเข้าไปในห้องของลูกสาวของตัวเอง

ห้องเก่าของลูกชายพี่ดีกรีหน่ะค่ะซึ่งพี่ดีกรีก็แถมเฟอร์นิเจอร์ให้พี่ปั้นหมดเลย

ฟุ๊บ~ และเดินไปนั่งที่ข้างเตียงของลูกสาวตัวเองที่หลับไปตั้งแต่หัวค่ำค่ะ

มือบางขึ้นลูบกรอบหน้าเล็กๆนั่นไป ก่อนที่ฉันจะ...

ฟอดดด~ กดจมูกไปที่แก้มยุ้ยๆของน้องสานฝันและหายใจเข้าปอดฟอดใหญ่ฟอดหนึ่ง

อ่า...ตอนนี้น้องสานฝันอายุได้สองขวบสองอาทิตย์แล้วค่ะ เพราะลูกของฉันเกิดวันที่สิบห้าเมษาวันสงกรานต์วันสุดท้ายของไทยพอดิบพอดีเลยหน่ะสิคะ นิสัย ตอนนี้ที่เห็นได้ชัดๆเลยคือ...ชอบพูดเสียงเนือยๆนิ่งๆ แถมยังชอบทำร้ายข้าวของด้วยและก็ชอบพูดแบบกวนๆอ่ะ แบบว่า เกะกะบ้าง รกตาบ้าง หนวกหูบ้าง ยิ่งเวลาที่แบบว่า...นั่งมองดินสอนะเหมือนกับจมไปอยู่อีกโลกนึงเลยหล่ะค่ะ มันมีอะไรน่ามองคะน้องสานฝันดินสอเนี้ย...!? และก็ขี้โมโหมากโมโหแบบไม่มีเหตุผลเลยคือ...อยู่ๆพอนึกอะไรขึ้นได้ก็จะโมโหส่วนมากจะเป็นเรื่องของฉันกับเพื่อน ย้ำนะคะว่า เพื่อนแต่แค่เป็นผู้ชายที่มหาวิทยาลัยหน่ะค่ะ และที่สำคัญปั้นหน้าเก่งเกิ๊น! แบบโมโหก็หน้านิ่งและมาพังข้าวของทีเดียวที่บ้านอ่ะ ไปเอานิสัยแบบนี้มาจากใครก็ไม่รู้

แกร็ก... เดินออกมาจากห้องนอนของลูกสาวตัวเองและปิดประตูลงมาอย่างแผ่วเบา

กริ๊ก! แอ๊ดดดด~ และฉันก็เดินมาที่ห้องของฉันที่เป็นห้องนอนเก่าของเมียพี่ดีกรีหน่ะค่ะ

ก็แปลกนะ...ผัวเมียกันแต่ไม่นอนด้วยกันอาจจะเพราะว่า...พวกเขาให้พื้นที่ส่วนตัวของกันและกันหล่ะมั้ง

อ่า...ฉันคงจะลืมบอกอีกอย่างนึงไปตอนนี้ฉันทำงานเป็นนางแบบถ่ายแบบลงนิตยสารอยู่หน่ะค่ะ ทั้งรายวันและรายสัปดาห์แบบรายเดือนกับรายปีฉันยังไปไม่ถึงจุดนั้นค่ะเลยยังไม่ได้

ฟุ๊บ~ ฉันล้มตัวนอนลงบนเตียงนอนแบบนอนคว่ำ

 

"....." พลันสายตาเจ้ากรรมของฉันก็ดันไปมองเห็นแหวนที่อยู่ที่นิ้วนางข้างซ้ายของตัวฉันเอง

 

ควับ! ฉันจึงหันหน้าหนีมันไปอีกทางและฉันก็หลับไปตอนไหนก็ไม่รู้

 

@เช้าวันต่อมา

 

"อื้ออออ~" ฉันครางงัวเงียพร้อมกับบิดขี้เกียจ ก่อนที่จะลืมตาตื่นขึ้นมาและเสตามองไปที่นาฬิกาติดผนัง

 

@ห้องนอนของฉัน เวลา07:00น.

 

"อ่า...อื้ออออ!" ครางออกมาอย่างขี้เกียจและก็ลุกขึ้นนั่งในเวลาต่อมา

 

@ชั้นล่าง ห้องครัว เวลา07:30น.

 

หลังจากที่ฉันอาบน้ำเสร็จแล้วฉันก็ลงมาข้างล่างเพื่อเตรียมตัวทำกับข้าว

แต่ว่า...พอลงมาปุ๊บก็เจอเข้ากับพี่ปั้นกำลังทำอาหารอยู่ส่วนน้องสานฝันลูกสาวสุดที่รักของฉันก็นั่งมองดินสอที่วางนิ่งๆอยู่บนโต๊ะกินข้าว

หืม? มันมีอะไรน่ามองคะ?

ฟอดดดด~ ฉันจึงเข้าไปหอมแก้มน้องสานฝันฟอดใหญ่ๆหนึ่งที

 

"อ๊ะ...หม่ามี๊...?" น้องสานฝันอุทานออกมาอย่างตกใจตามด้วยเรียกฉันออกมา

"ค่ะ หม่ามี๊เอง~" ฉันตอบรับลูกสาวไปด้วยน้ำเสียงสดใส

 

สรรพนามแทนตัวของฉันกับลูกคือลูกจะเรียกฉันว่า...หม่ามี๊ค่ะ ส่วนฉันจะเรียกลูกสาวตัวเองว่า...สานฝันค่ะ

 

"สานฝัน...กำลังทำอะไรอยู่หรอคะ?" ฉันถามลูกสาวของตัวเองไปด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

"ฝัน...กดจิต...ดินสอ..." น้องสานฝันพูดมาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆเนือยๆเหมือนเหนื่อยหน่ะค่ะ

"หืม? ทำอะไรนะคะ?" กดจิต...คืออะไร?

"กดจิต...มัน..." กดจิตคืออะไรคะลูก?

"???" เมื่อไม่เข้าใจคำตอบที่ลูกสาวพยายามจะสื่อฉันจึงหันหน้าไปมองหน้าพี่ชายของตัวเองด้วยความสงสัยค่ะ

"อ่ะ ทานอาหารก่อนนะคะสานฝันหลานสุดที่รักของลุง" พี่ปั้นพูดกับน้องสานฝันและหยิบดินสอออกพร้อมวางข้าวผัดอเมริกันให้ลูกสาวฉัน

 

จุ๊บ~ และไม่ลืมที่จะจุ๊บไปที่กระหม่อมบางๆนั่นไปด้วยความรัก

หึหึ จำได้ไหมคะว่า...พี่ชายสุดที่รักของฉันเคยพูดไว้ว่ายังไง? เลี้ยงไว้เอาบุญไงคะแต่...ตอนนี้ก็ดูเอาเองแล้วกัน

 

"รายการในทีวีหน่ะ" ฉันที่กำลังมองหน้าน้องสานฝันอยู่ก็ต้องหันเหสายตาไปมองหน้าของพี่ปั้นค่ะ

"รายการอะไร?" และก็ต้องเอ่ยถามพี่ชายของตัวเองไปอย่างไม่เข้าใจในทันที

"มันเป็นวาไรตี้ทางจิต เจ้าตัวเล็กเปิดไปเจอก็เลยได้ดูและก็อยากทำตาม" พี่ปั้นตอบฉันมาเสียงเรียบ

"ที่ไหนหรอคะ? น้องสานฝันไปดูที่ไหนมา?" นั่นสิ ที่บ้านไม่ใช่แน่ๆอ่ะเพราะฉันไม่ค่อยเห็นน้องสานฝันดูทีวีเลย

"ที่มหา'ลัย" หืม? อ่า...รู้และ

"อ๋อ...อืม" ฉันจึงตอบรับไปอย่างเข้าใจและตามด้วยกินข้าวเสร็จฉันกับพี่ปั้นก็ไปที่มหา'ลัยโดยรถส่วนตัวที่พี่ปั้นเพิ่งถอยออกมาคันแรกค่ะ

 

@A university ห้องพักครูของพี่ปั้น เวลา12:00น.

 

หึ! ไม่ใช่ห้องพักครูทั่วๆไปนะคะจะบอกให้มันคือห้องพักครูแบบพรีเมียมผสมวีไอพีเลยหล่ะ

อ่า...ตอนนี้พี่ปั้นก็ยังคงเรียนอยู่นะคะเรียนต่อโทกับเอกพร้อมเป็นอาจารย์ไปด้วย

 

"พี่ปั้น! มารับน้องสานฝันไปกินข้าวค่ะ" บอกกับพี่ชายตัวเองที่กำลังนั่งอ่านหนังสือเล่มหนาเล่มเดิม

"อ้าว...เที่ยงแล้วหรอ? อื้มๆ รอเดี๋ยวพี่ไปกินด้วย!" พี่ปั้นบอกฉันมา

"ค่ะ สานฝันคะ?" ฉันตอบรับพี่ปั้น ก่อนที่จะเรียกน้องสานฝันที่กำลังใจจดใจจ่อกับทีวีจอแบนตรงหน้าของตัวเองฉันจึงเดินเข้าไปหาน้องสานฝันค่ะ

"ทำอะไรอยู่หรอคะ?" เอ่ยถามเจ้าแก้มหอมของตัวเองไปแต่เจ้าตัวเล็กก็กำลังใจจดใจจ่อกับทีวีอยู่ได้

"หืม?" ฉันจึงหันหน้าไปมองทีวีตามน้องสานฝันค่ะ

 

เอ๋...!? รายการนี้หน่ะหรอที่เป็นวาไรตี้ทางจิตหน่ะ? หืม? อ๋อ...กำลังสอนวิธีสะกดจิตสิ่งมีชีวิตนี่เอง แต่...แม่ว่าหนูควรจะสะกดจิตสิ่งที่ไม่มีชีวิตเช่นดินสอของตัวเองก่อนดีกว่าไหมคะลูกรัก...?

 

"ป้ะกินข้าวกัน!" พี่ปั้นเอ่ยชวนพร้อมกับปิดทีวีลงฉันกับลูกจึงเดินออกมาจากห้องนั้นในเวลาต่อมา

 

@ห้องเรียน เวลา12:45น.

 

หลังจากทานอาหารเสร็จฉันก็กลับมาเรียนที่ห้องเรียนค่ะแต่ว่า...ตอนนี้ยังไม่เริ่มเรียนค่ะ

บอกก่อนนะคะว่า...ที่นี่ไม่ได้ปิดกั้นเรื่องเพศในการทำงานเลยดีไซน์เนอร์ออกแบบเสื้อผ้าที่เป็นผู้ชายมีถมเถไป

 

"หม่ามี๊ขา~ ฝันง่วง..." น้องสานฝันพูดออกมาพร้อมกับเขยิบเข้ามานั่งบนตักฉันและก็เอาหน้าซบลงมาที่ร่องอกอวบแนบชิดกันของฉัน

"หืม? ปกติก็ไม่เห็นจะง่วงนี่คะ" นั่นสิ ปกติไม่เห็นง่วงแถมนั่งตาใสแป๋วมองดินสอของตัวเองตลอดไม่ใช่?

"ก็...นี้ง่วง..." คงจะพูดว่า ก็วันนี้ง่วง สินะคะ

"ขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับ?" เสียงผู้ชายพูดขึ้นมาเป็นภาษาอังกฤษ ฉันจึงหันหน้าไปมอง

"อ่า...เชิญค่ะ" ฉันจึงตอบรับเขาไปเพราะเขาคุยกับฉันแน่ๆ

"นั่น...น้องสาวหรอครับ? หน้าเหมือนกันจังเลยนะครับ"

"ไม่ใช่น้องสาวค่ะ ลูกสาวค่ะ" ทันทีที่ฉันตอบจบผู้ชายหน้าตาน่ากินคนนี้ก็เบิกดวงตาโพลงกว้างด้วยความตกใจในทันที

"โห~" และตามด้วยอุทานออกมาด้วยความตกตะลึงในทันที

"น่ารักจัง....อ๊ะ!" หืม? มือเป็นอะไรอ่ะ? ทำไมยกค้างไว้อย่างงั้นหล่ะ?

 

ปั่บ! ปั่บ!! ปั่บ!!!

 

"ค่ะ..คุณทำอะไรคะ!!?" เอ่ยถามเขาไปเสียงดังตกใจพร้อมทั้งกระเถิบตัวหนีออกมา

"โอ๊ยยยย!!!" เอ้า!?

 

ปั่บ!!! ปั่บ!!! ปั่บ!!! เขาก็ยังคงเอามือตบหัวตัวเองเสียงดังอยู่เลยหน่ะสิคะ

 

"คุณ!!! คุณเป็นอะไร!!?"

 

ปั่บ!!! ปั่บ!!! ปั่บ!!! ผู้ชายคนนี้เป็นบ้าอะไรเนี้ย...!? ตบหัวตัวเองอยู่ได้ทุกคนในห้องนี้มองมาที่ผู้ชายคนนั้นค่ะ

 

"โอ๊ยยยยย!!!!" และเขาก็ลุกขึ้นไปในเวลาต่อมา

"คิกๆ หลกอ่ะ เป็งไรอะ? หม่ามี๊...นั่น...คิกๆ หลกเนอะ?" ฉันมองหน้าน้องสานฝันอย่างตั้งคำถามกับตัวเอง น้องสาวฝันหรอ?

"อื้อๆ" และฉันก็ส่ายหัวไล่ความคิดบ้าบอนั่นออกไป ลูกฉันยังเด็กนะคะ เด็กมากด้วย...! ไม่มีทางมีจิตที่แข็งขนาดนั้นได้หรอกค่ะ

 

@บ้านของพี่ปั้น ห้องนั่งเล่น เวลา16:45น.

 

อ่า...วันนี้ฉันเลิกเรียนบ่ายสองค่ะแต่ว่า...มีถ่ายแบบฉันจึงกลับมาบ้านช้านิดหน่อยหน่ะค่ะ

ฟุ๊บ~ เดินเข้ามานั่งที่โซฟาได้ยังไม่ทันหายเมื่อยก้นเลยค่ะ

 

"หม่ามี๊...ถือๆ ให้ฝัน" เสียงของน้องสานฝันก็ดังขึ้นมา

"หืม? อะไรคะ?" เอ่ยถามเจ้าแก้มหอมไปด้วยความสงสัย

"ถือโน่ย..." น้องสานฝันพูดขึ้นมาพร้อมกับยื่นดินสอมาให้ฉัน

"มาค่ะ" ฉันจึงถือให้ลูกสาวตัวเอง

"งี้..." น้องสานฝันถือให้ฉันดูแบบจับไว้ทั้งสองด้านหน่ะค่ะ

"ค่ะๆ" ฉันจึงพยักหน้ารับและถือให้ลูกสาว

"....." และฉันก็มองหน้าของลูกสาวตัวเองไปแบบเงียบๆ เจ้าแก้มหอมถือโพสอิทไว้ค่ะและก็มองมาที่ดินสอ

 

เอ๋...วิธีนี้

ฉับ กึ่ก!

 

"อุ๊บ!" ฉันเกือบหลุดหัวเราะเยาะลูกสาวตัวเองแล้วไหมหล่ะคะ

"เราะไร?" อ้าว? ไหงมาโมโหใส่หม่ามี๊หล่ะคะ?

"เปล่าคะ...อ๊ะ! สานฝัน...?" เด็กคนนี้...ชักจะนิสัยไม่ดีใหญ่แล้วไหมหล่ะ?

 

ตัวเองทำไม่ได้เองแท้ๆยังมาพาลโมโหหงุดหงิดใส่คนอื่นอีกนะแถมยัง...แย่งดินสอด้ามเก่งของตัวเองไปจากมือของหม่ามี๊อีก ตามใจจนเคยตัวแล้วเห็นไหม?  ไม่ได้และต้องอบรมบ่มนิสัยใหม่แล้วหล่ะ

เมื่อคิดได้ดังนั้นฉันจึงวิ่งตามน้องสานฝันออกไปด้านนอกทันที

 

"สานฝัน!! สานฝันคะ!! อยู่ไหน...." ประโยคขาดหาย

 

เมื่อภาพที่ฉันเห็นอยู่มันกำลังเฉลยว่า...น้องสานฝันลูกของฉันกำลังคุยกับเขาผู้ชายที่ฉันควรจะลืมไปตั้งแต่เมื่อหนึ่งปีหกเดือนที่แล้วที่อยู่ด้านนอกประตูนั่น

หมับ! ฉันเดินเข้าไปกระชากแขนของน้องสานฝันออกมาให้ห่างจากประตูหน้าบ้านนั่น

 

"ข้าว..."

"อ๊ะ...หม่ามี๊...ฝันเจ็บ..." น้องสานฝันเอ่ยบอกฉันมา ฉันจึงเปลี่ยนจากจับแขนเป็นอุ้มน้องสานฝันขึ้นมาแทน

"จำที่หม่ามี๊บอกไม่ได้หรอคะ?" ฉันถามลูกสาวของตัวเองน้ำเสียงอบอุ่น น้องสานฝันไม่เอ่ยถามแต่เอียงคอมองหน้าฉันด้วยสายตาสงสัยแทน

"หม่ามี๊เคยบอกไว้ว่า...ไม่ให้คุยกับคนแปลกหน้าไงคะ" ตรงประโยคที่ฉันพูดไปว่า คนแปลกหน้า ฉันหันหน้าไปมองหน้าของเขา

"เข้าบ้านกันดีกว่านะคะ" ฉันเอ่ยกับเจ้าแก้มหอมลูกสาวของฉันไปเพียงแค่นั้นและก็หันหลังเดินเข้าบ้านในทันที

 

@ห้องนั่งเล่น เวลา17:15น.

 

"ไปไหนกันมาหล่ะครับสองแม่ลูก?" พี่ปั้นเอ่ยถามฉันกับน้องสานฝันออกมาน้ำเสียงอบอุ่น

 

ตุ่บ~ ฉันค่อยๆวางน้องสานฝันลงบนโซฟาอย่างแผ่วเบา

 

"ข่ะ..ข้าว...เห้อ~" ฉันกำลังจะพูดไปแต่น้ำเสียงฉันมันสั่นฉันเลยต้องถอนหายใจออกมาและมองบนเพื่อกลั้นน้ำตาของตัวเอง

"หืม?"

"เดี๋ยวข้าวไปทำอาหารเย็นก่อนนะคะ" ฉันพูดเสร็จก็หันหลังและเดินเข้าไปในห้องครัวทันที

.

.

.

ข้าวปั้น talk's

 

ได้แต่มองตามแผ่นหลังบางๆของน้องสาวสุดที่รักของตัวเองที่เดินหายออกจากห้องนั่งเล่นและตรงไปที่ห้องครัว

แปะ! น้องสานฝันวิ่งมาเกาะตรงหน้าขาผมดวงตาใสแป๋วนั่นมีอะไรบางอย่างที่กำลังสงสัยเหมือนอยากจะถามผม

 

"ฮึ๊บ!" ผมจึงอุ้มหลานสาวสุดที่รักอีกคนนึงขึ้นมานั่งบนตักแกร่งของตัวผมเอง

"มีอะไรจะถามลุงหรือเปล่าคะสานฝันคนสวย" ผมจึงเอ่ยถามหลานสาวคนสวยของตัวเองไป

"พ่อ...คือไร...?" ทันทีที่น้องสานฝันถามผมจบ

"!!!" ดวงตาของผมก็เบิกโพลงกว้างด้วยความตกใจในทันที ไปเอาคำนี้มาจากไหน?

"ไปได้ยินมาจากไหนหรอคะ?" ผมถามต่อ

"ป่ะกี๊...มีคน...บอกว่าเป็นพ่อฝัน...ฝันไม่เข้าใจ...พ่อคือไร...?" น้องสานฝันตอบผมมาเป็นคำถาม

 

อ่า...คงจะเป็นเพราะน้องสานฝันโตที่นี่หน่ะครับมันเลยไม่แปลกที่น้องสานฝันจะไม่เข้าใจประโยคบางประโยค ถึงจะพูดภาษาไทยแต่...บางประโยคของคนไทยน้องสานฝันก็ไม่เข้าใจ

 

"พ่อคือ...แด๊ดดี๊ค่ะ" ผมตอบคำถามของน้องสานฝันไป

"แต่...หม่ามี๊บอกว่า...แด๊ดดี๊ตายไปแล้ว..." น้องสานฝันพูดออกมา

"ค่ะ...แด๊ดดี๊ตายไปแล้ว" ผมตอบรับน้องสานฝันไป

"ก็แปลว่า...คนป่ะกี๊ หกฝันหรอคะ...?" น้องสานฝันถามผมมา

"อื้อๆ เปล่าค่ะ คนป่ะกี๊ไม่ได้โกหกสานฝันค่ะเขาแค่ไม่ใช่แด๊ดดี๊ของสานฝัน" น้องสานฝันเอียงคอมองหน้าผมด้วยสายตาสงสัยแบบเดิม

"เอ่อ..." เชี้ยเอ๊ย! แค่จะบอกความจริงหลานทำไมมันยากงี้ว๊ะ!?

"สานฝันนั่งรอลุงอยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวลุงเปิดทีวีให้ดูเอาไหม?" ผมจึงต้องเลี่ยงประเด็นตอบน้องสานฝันไปก่อนครับ

"อื้มๆ" ใบหน้านิ่งๆพยักหน้าขึ้นลงและหันไปมองที่ทีวี เด็กยังไงก็คือเด็กนั่นแหละนะเมื่อถึงเวลาแกก็จะลืมไปเอง

"งั้นก็...นั่งกับพื้นนะคะเดี๋ยวลุงเปิดการ์ตูนให้ดู" ผมบอกน้องสานฝันพร้อมทั้งอุ้มหลานสาวของตัวเองให้แกนั่งกับพื้นตามด้วยเดินไปเปิดทีวีช่องการ์ตูนให้เจ้าตัวดูเสร็จผมก็เดินไปหาข้าวสวยในห้องครัว

 

@ห้องครัว เวลา17:50น.

 

"คิดจะปิดบังความจริงไปอีกนานแค่ไหนงั้นหรอครับ? ข้าวสวย" พอเดินเข้ามาถึงในห้องครัวผมก็เอ่ยถามข้าวสวยในทันที ข้าวสวยยังคงเงียบและยังคงทำอาหารต่อไป

 

หมับ~ ผมจึงเดินเข้าไปหาข้าวสวยและจับตัวน้องให้หันมาเผชิญหน้ากับผม

 

"มันมาแล้ว...ใช่ไหม?" ผมก็ยังคงเอ่ยถามน้องสาวของผมต่อ

"ฮึ่ก" น้ำใสๆเอ่อนองในตาสวยและค่อยๆไหลออกมา

 

อ่า...ตั้งแต่วันนั้นมาผมก็ไม่เคยเห็นน้ำตาของข้าวสวยอีกเลยรู้ป้ะ? มันเป็นใครมาทำให้น้องผมร้องไห้อีกว๊ะ?

ถามอะไร? มันก็เป็นคนที่ข้าวสวยน้องสาวสุดที่รักเพียงคนเดียวของผมไม่มีทางลืมได้ไงว๊ะ

 

"ฮึ่กๆ พ่ะ..พี่ปั้น ฮืออ~ ข่ะ..ข้าวลืมเขาไม่ได้ ฮือออ~ ฮึ่ก ท่ะ..ทำไมหล่ะ? ฮึ่ก! ฮือออ~" ข้าวสวยถามผมมา

"อืม...ข้าวหน่ะลืมคนเหี้ยๆแบบมันไม่ได้หรอก" ผมตอบ

"ฮึ่กๆ ฮือออ~ ทำไมหล่ะ? ทำไมถึงล่ะ...ฮึ่ก เขาไม่ได้หล่ะคะ? ทั้งๆที่ ฮือออ~ ไม่ได้รักเขาแล้ว ฮึ่ก ฮืออ~" ฮึ! สั้นๆง่ายๆ

"ที่เราคิดว่าไม่ได้รักมันแล้ว...คือเรื่องโกหกไง" ก็ตามนั้น...

"ฮึ่กๆ ย่ะ..ยังไง!?"

"เรื่องทั้งหมดคือข้าวโกหกตัวเอง...โกหกว่าไม่ได้รักมันโกหกว่า...ข้าวลืมมันได้ เรื่องทุกอย่างคือเรื่องโกหกไงครับ" ผมเอ่ย

"ฮึ่กๆ พี่ปั้น...แต่เขาเคยบอกให้ข้าวไปเอาน้องสานฝันออก ฮึ่บ! ฮึ๊บๆ!" ทันทีที่ข้าวสวยพูดจบ

"ห๊ะ!?" ผมก็อุทานอย่างสงสัยและหงุดหงิดออกมาทันที และข้าวสวยก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ผมฟัง

 

พอ! พอจริงๆไอ้เหี้ยน่านน้ำมึงกับกูเราจบกันจริงๆ ไอ้สัส! กูว่า...กูจะช่วยพูดกับข้าวสวยให้ฟังมึงหน่อยเพราะสงสารหลานแต่...พอกูฟังเรื่องนี้ปุ๊บ มึงกับกู...ไม่ควรเกี่ยวดองกันจริง เหี้ย! เลว...ชิบหาย!

.

.

.

น่านน้ำ talk's

@R of U condo ชั้น9 ห้องของผม เวลา20:45น.

 

คอนโดในเครือไอ้เขื่อนของประเทศอเมริกาผมซื้อมาเมื่อเดือนที่แล้วก่อนเรียนจบและหลังจากที่ไอ้ล่ามโซ่มันคอนเฟิร์มแน่ๆแล้วว่า...ข้าวสวยอยู่ที่ไหน ผมเลยเลือกซื้อกับไอ้เขื่อนไปครับ

อ่า...ลูกสาวผมหน้าตาสวยน่ารักเหมือนแม่ไม่มีผิด หึ! ผมว่า...ผมรู้แล้วหล่ะครับว่าลูกสาวผมเหมือนผมตรงไหน

 

@ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่ผมได้คุยกับลูกของตัวเอง

@หน้าบ้านของข้าวสวย เวลา17:05น.

 

"หืม...? สานฝัน น้องสานฝันคะ" ผมเอ่ยเรียกชิ่อของลูกสาวผม

"ลุง...เป็งใคร...?" น้องสานฝันถามผมออกมาด้วยภาษาไทยแปล่งๆ น่ะ..น้ำเสียงเนือยๆและใบหน้านิ่งๆนี่มัน...

"พ่อ...พ่อเป็นพ่อของน้องสานฝันไงคะ" ผมตอบคำถามจากน้ำเสียงนิ่งๆเนือยๆนั่นไป

"พ่อ...? คือไร...?" ห๊ะ!? อย่าบอกนะว่า...ข้าวสวยไม่เคยบอกเรื่องของผมให้ลูกฟังจริงๆอ่ะ?

"พ่อก็คือ...." ยังไม่ทันที่ผมจะได้อธิบายให้ลูกเข้าใจเลยครับน้องสานฝันก็โดนข้าวสวยกระชากแขนขึ้นไปอย่างรุนแรงซ๊ะก่อน

"ข้าว..."

 

@กลับมาที่เวลาปัจจุบัน

 

"อ่า...แววตานั่นมัน..." อะไรกันว๊ะ...?

 

แววตาที่ข้าวสวยมองผมมันคือแบบไหนกันแน่ว๊ะ? จะเกลียดก็ไม่ใช่จะให้อภัยก็ไม่เชิง

 

"คิดหรอเมียรัก...? ว่าผัวจะยอมถอยง่ายๆ?" ถามข้าวสวยออกไปทั้งๆที่ตัวผมเองก็รู้ดีอยู่ว่าเธออ่ะนะไม่สามารถมาตอบผมได้

 

@วันต่อมา

@หน้าบ้านของข้าวสวย เวลา15:45น.

 

อ่า...ผมมายืนรอข้าวสวยอยู่ที่หน้าบ้านของเธอครับ

เอาจริง ตอนนี้ของแค่ได้เจอใครก่อนก็ได้จะเป็นไอ้ปั้นหรือยัยเมียเด็กก็ได้หน่ะครับ

ปรี๊ดดดด!!! ปรี๊ดดดดด!!! เสียงบีบแตรรถของใครสักคนดังขึ้นมาทางด้านหลังของผม

ขนาดนี้แล้วไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหมครับไอ้ปั้นแน่นอน ผมจึงเดินถอยมาทางประตูเล็กและมันก็กดรีโมทเปิดประตูบ้านและขับรถเข้าไป

 

"เห้อ~" และผมก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ

 

แค่เหนื่อยไม่ได้ท้อและจะถอยแค่อยากให้ใครสักคนนึงหยุดเพื่อฟังผมบ้างอย่าให้ผมต้องเป็นฝ่ายที่วิ่งอยู่ฝ่ายเดียว

.

.

.

ข้าวปั้น talk's

@บนรถของผม

 

หลังจากที่ผมไปส่งยัยข้าวสวยน้องสาวสุดที่รักของตัวเองที่โมเดลลิ่งมาแล้วผมก็ขับรถกลับบ้านครับ

 

"สานฝัน อยากกินอะไรก่อนไหมคะ? หรือจะรอหม่ามี๊กลับมาตอนเย็นดีคะ?" ผมเอ่ยถามหลานสาวของตัวเองไปครับ

"ฝัน...ไปสวน..." หืม?

"อะไรนะคะ?"

"หยัก...ไปสวนทานะ..." อ๋อ...สวนสาธารณะหรอ?

"สวนสาธารณะหรอคะ?" 

"อื้ม ฝันหยักไป..." หึ! ใครว่าหลานสาวผมไม่เหมือนพ่อแกเอาจริงคือโครตเหมือนเหี้ยน่านน้ำเลยหล่ะ

"พรุ่งนี้เนอะ พรุ่งนี้หม่ามี๊หยุดค่ะ" แต่ว่า...งานที่นักศึกษาทำยังไม่ได้ตรวจเลยนะหมายถึงตัวผมเองนี่แหละครับ

""โอ๊ะ! คนแปลกหน้า...มาอีกแล้ว..." น้องสานฝันพูดออกมา ทำให้ผมรีบหันหน้ากลับไปมองทางข้างหน้าทันที

 

ปรี๊ดดดด!!! ปรี๊ดดดดด!!! ผมจึงบีบแตรรถไล่มันไปแต่...มันไม่ได้เดินหนีมันเลือกที่จะ...ถอยไปยืนที่หน้าประตูบานเล็กแทน

ไอ้สัสนี่ มึงจะใจกล้าหน้าด้านสัสๆเกินไปแล้วนะไอ้เหี้ย

ผมก็ไม่สนใจ...และก็กดรีโมทเปิดประตูบ้านบานใหญ่แทนตามด้วยขับรถเข้าไปจอดและกดปิดประตู

 

"ลุงปั้น...คนแปลกหน้า...มาทำไร?" น้องสานฝันดูสนใจพ่อของตัวเองมากเลยครับ ผมอุ้มหลานสาวของตัวเองลงจากรถและพาเดินเข้ามาในบ้าน

"คงจะมา...ขอข้าวกินหล่ะมั้งคะ" ผมตอบ

 

@ห้องนั่งเล่น เวลา15:50น.

 

"สานฝันดูการ์ตูนรอลุงแป๊บนึงนะคะเดี๋ยวลุงเอาเงินไปให้คนแปลกหน้าก่อน" ผมพูดกับน้องสานฝันด้วยน้ำเสียงอบอุ่น น้องสานฝันไม่ตอบอะไรมาแต่พยักหน้ารับผมมาแทน

 

ผมเดินไปเปิดทีวีให้น้องสานฝันเสร็จผมก็เดินออกมาด้านนอกและตรงไปที่หน้าประตูบ้านทันที

แกร็ก! แอ๊ดดดดด~ ผมเปิดประตูทำให้มันที่นั่งอยู่ที่ขั้นฟุตบาทหน้าบ้านผมต้องหันหน้ามามองพร้อมลุกขึ้นยืนทันที

 

"มึงมีอะไร มาเฝ้าหน้าบ้านกูแบบนี้...ต้องการอะไร?" ผมถามมันออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

"กู...อยากคุยกับข้าวสวย" เหอะ! ตอบมาได้เนอะ

"มีอะไรที่ต้องคุยกันอีกว๊ะ? ถ้าเป็นรื่องน้องสานฝันกูว่า...น้องสาวของกูพูดชัดแล้วนะ" ใช่! จากที่ข้าวสวยเล่าให้ผมฟังอ่ะนะ

 

End ep.41

.

.

.

.

.

{Spoil next episode}

 

"สานฝัน...! ขอโทษเธอเดี๋ยวนี้...!!"

"ไม่...ฝันไม่โทษ...เกะกะทางเอง..."

 

{To be continue...}

 

ตอนหน้าน้องสานฝันแผลงฤทธิ์แบบวร้ายๆที่ไม่รู้ว์ว่าน้องเหมือนใคร?

ตอนนี้น้องข้าวก็ยังแซ่บเด้อ...เป็นนางแบบเลยนะ

ส่วนอิเฮียแกเหมือนโรคจิตเลยว่ะเอาจริงมาด้อมๆมองๆหน้าบ้านเขาอ่ะ

55555 ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ได้บ้าก็คงจะถูกใครบางคนสะกดจิตหน่ะค่ะ

.....

 

พี่ปั้นไหนบอกเลี้ยงเอาบุญเท่าที่เห็นคือ...แกหลงหลานหนักมากเลยนะเว้ย...!!

 

อีก3ตอนจะจบแล้วนะคะ...ฝากติดตามอ่านกันจนจบเลยนะคร้าบ

.....

 

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจค่ะ...!

ผิดพลาดตรงไหนขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคร้าบ...!

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว