เรื่องราวความรักแสนอบอุ่นของช่างภาพหนุ่มไส้แห้งกับคุณหนูร่างกายอ่อนแอ (อัพทุกวันไม่เว้นวันหยุด)

ตอนที่ 2-2 อาการป่วยของเธอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 2-2 อาการป่วยของเธอ

คำค้น : นิยายญี่ปุ่นถูกลิขสิทธิ์ นิยายญี่ปุ่น นิยายแปล เก็บภาพฝันฉันกับเธอ โรแมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 230

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ค. 2563 17:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2-2 อาการป่วยของเธอ
แบบอักษร

”นี่มันยอดเยี่ยมมากเลยนะคะ!” 

นัทสึกิจังตอบสนองเกินจำเป็น 

หลังจากเสร็จสิ้นงานพิเศษ ผมเรียกเธอมาคุยในสวนหลังสตูดิโอแล้วแอบเล่าให้เธอฟัง 

“จริงๆ ก็แค่งานเล็กๆ เอง” 

ผมว่าพลางจับจมูกตัวเองไปด้วย ตัวผมเองก็อยากเล่าให้เธอฟังเหมือนกัน 

“อย่าถ่อมตัวเลยค่ะ! ขนาดคนอย่างฉันยังรู้จักนิตยสารอันจ์เลยนะคะ!” 

ทั้งคำชื่นชมที่เธอมอบให้ และการที่ผมน่าจะทำคะแนนเพิ่มขึ้นจากเดิมนั้นชวนให้ดีใจจนแทบหลุดยิ้มออกมา 

“ยินดีด้วยจริงๆ ค่ะ สุดยอดไปเลย จริงๆ เลยน้า รุ่นพี่นี่สุดยอด” 

เธอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พลางใช้มือดันๆ แขนทั้งสองข้างของผม การถูกเนื้อต้องตัวเล็กๆ น้อยๆ นั่นทำให้ผมยินดีจนใจเต้นผิดจังหวะ 

“งั้นวันนี้มาฉลองกันนะคะ…เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง!” 

“เธอจะเลี้ยงทำไม” 

“ไม่ได้เหรอคะ” 

ทำท่าหงายหลังซะเว่อร์เชียว น่ารักจัง 

ตอนนั้นเองผมถึงปิ๊งขึ้นมา ผมใช้โอกาสนี้ชวนเธอไปกินข้าวได้ 

ทั้งๆ ที่อยากจะเอ่ยปากชวนมเสียเดี๋ยวนี้ แต่ก็อยากจะถอดใจ เร็วเข้า ต้องรีบๆ ชวน 

“...ก็ไม่ได้บอกว่าห้ามเลี้ยง…” 

“จะว่าไป! คุณจินคะ เรื่องนั้น ตกลงว่ายังไงเหรอคะ”  

เธอกระซิบกระซาบถามผมด้วยท่าทีเหมือนสายลับกระจอกๆ 

“เรื่องไหน?” 

“มาทำเป็นจำไม่ได้ คุณฮานาคิไงคะ รุ่นพี่ได้ลองถามให้ฉันหรือยัง?” 

ความรู้สึกลิงโลดเมื่อสักครู่ดิ่งลงพื้นทันที 

“...อ๋อ ถามแล้วล่ะ” 

พอพูดอย่างนั้น แววตาของนัทสึกิจังก็ส่องประกายระยิบระยับ คนละแบบกับที่เธอมักมองมาทางผม เห็นได้ชัดว่าระดับความตื่นเต้นมันคนละชั้นกัน 

“เขาว่าไงเหรอคะ ว่าไงเหรอคะ!?” 

“งานยุ่ง” 

พอเห็นว่าประกายในดวงตาของเธอดับวูบไป ก็เกือบรู้สึกได้ถึงความลิงโลดอันดำมืดในใจของตัวเอง 

“ว่าแล้วเชียว” 

เธอตอบมาง่ายๆ แล้วก็หัวเราะฮะๆ ออกมา เหมือนกับเด็กว่านอนสอนง่ายที่เลิกงอแงจะซื้อของเล่น ผมจึงพูดออกไป 

“ไว้วันหลังจะลองถามให้อีกทีนะ” 

ก็คิดเหมือนกันว่าหาเรื่องใส่ตัวชัดๆ 

“จริงเหรอคะ?” 

“อือ” 

เมื่อได้เห็นรอยยิ้มดีใจของเธอแล้ว ความโล่งใจและความรวดร้าวก็ผสมปนเปกันไปหมด ทำไมกัน 

เมื่อบอกลากับนัทสึกิจังซึ่งขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับบ้านแล้ว ผมก็ถอนหายใจ 

สุดท้ายก็ไม่ได้ชวนนัทสึกิจังไปกินข้าว ถ้าตัดสินใจได้เร็วๆ เหมือนตอนไปที่บ้านคุณยูคิมุระได้ ทุกอย่างคงจะไปได้สวยกว่านี้แท้ๆ พออีกฝ่ายเป็นคนที่ชอบแล้วก็ทำอะไรไม่ถูกไปซะหมด 

“สุวะ!” 

คุณโทเนะส่งเสียงเรียก 

เมื่อผมกลับเข้ามาจากสวนด้านหลังก็เห็นคุณโทเนะกวักมือเรียกมาจากโต๊ะในเลาจ์ ผมวิ่งเหยาะๆ เข้าไปหา คิดในใจว่ามีเรื่องอะไรกันนะ 

“ครับ” 

“ได้ยินว่าได้งานจากอันจ์งั้นเรอะ?” 

...รู้ได้ไง 

อย่าบอกนะว่าได้ยินที่ผมคุยกับนัทสึกิจังเมื่อกี้ ไม่หรอก ดูจากระยะห่างแล้วเป็นไปไม่ได้ 

“เรย์จังบอกฉันมา” 

ช่างทำผมนั่นเอง 

ผมไม่รู้ว่าเขายกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดทำไม คุณโทเนะพูดเหมือนสังเกตเห็นสีหน้าของผม 

“นายบอกกับกองบรรณาธิการไปว่าเรย์จังทำงานดีใช่ไหมล่ะ มันต้องไปถึงเจ้าตัวสักทางนั่นแหละ แล้วเรย์จังเองก็รู้ว่า อ๋อ เป็นคนที่ทำงานกับคุณโทเนะ” 

...ลามไวอย่างกับไฟไหม้ ผมพลาดเอง 

“เมื่อกี้ฉันโทรศัพท์คุยกับหัวหน้ากองบรรณาธิการอันจ์ แล้วก็ฝากฝังนายไว้แล้ว” 

ผมรู้สึกอยากเดาะลิ้นขึ้นมา 

“...ครับ” 

“ทำไมทำหน้างั้น” 

“...เปล่าครับ” 

ทั้งๆ ที่อยากจะทำงานโดยไม่ต้องพึ่งพาชื่อของคุณโทเนะแท้ๆ  

“นี่จะบอกอะไรให้นะ” 

คุณโทเนะสูบไอคอสแล้วก็พ่นออกมา 

“ถึงจะไม่มีเรื่องเรย์จังเข้ามาเกี่ยว ยังไงข่าวมันก็แพร่เร็วอยู่แล้ว วงการนี้ก็แคบแค่นี้” 

“...” 

“ถ้าฉันไม่โทรศัพท์ไปคุยกับเขา ดีไม่ดีแกอาจจะโดนแคนเซิลงานไปแล้วก็ได้” 

“เอ๋” 

“ยังจะมาเอ๋ ทำงานอยู่กับฉันแท้ๆ แต่ดันไปทำลับๆ ล่อๆ ถ้าเขารู้เข้าว่าแกปิดบังอยู่เขาจะทำยังไง? ไม่คิดบ้างเหรอว่าเขาอาจจะคิดว่าแกกับฉันมีเรื่องกัน?” 

ผมอึ้งไป 

“เขาจะสงสัยว่าแกเป็นคนแบบไหนเอาน่ะสิ” 

บอกตรงๆ ผมไม่ได้คิดถึงจุดนี้เลย 

“ไม่ใช่แค่นั้นนะ เกิดเขาสงสัยแล้วถามขึ้นมาว่า ‘แล้วทำงานกับคุณโทเนะเป็นยังไงบ้าง’ แล้วแกจะตอบยังไง จะพาลเดือดร้อนกันทั้งฉันทั้งคนอื่นๆ ที่ทำงานที่นี่น่ะสิ เข้าใจไหม? คิดไม่ถึงล่ะสิ” 

ผมไม่รู้จะตอบอะไรกลับไป 

ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์กลับกลายเป็นความอับอายอันเย็นเยียบที่ชอนไชไปทั่วร่างกาย 

“...ขอโทษครับ” 

พอผมก้มศีรษะลง ก็เห็นภาพของพื้นที่เต็มอยู่ในคลองสายตา คลอไปด้วยดนตรีตะวันตกจังหวะช้าๆ ซึ่งดังมาจากเครื่องเสียง นี่คือทิวทัศน์ยามที่คุณโทเนะดุสั่งสอนผม 

“แกคงคิดว่าไม่อยากจะพึ่งพาชื่อของฉัน หรืออะไรราวๆ นั้นใช่ไหมล่ะ?” 

แก้มของผมร้อนวูบ 

“...ใช่ครับ” 

“เจ้าโง่” 

เสียงของเขาดังขึ้น 

“จะได้หรือไม่ได้งานมันก็เพราะฝีมือของแกนั่นแหละเว้ย” 

กลิ่นไหม้ๆ ของไอคอสลอยกรุ่นในบรรยากาศ ผมยังคงก้มศีรษะอยู่แบบเดิม กัดฟันรับความไม่เอาไหนของตัวเอง 

คุณโทเนะเงียบไป ดูเหมือนว่าเขาเองก็ลำบากใจเหมือนกัน สุดท้ายก็พูดออกมาเบาๆ  

“เอาวะ สู้ๆ ละกันนะ” 

เมื่อผมเตรียมข้าวของพร้อมกลับบ้านแล้วก็เดินออกมาจากสตูดิโอมาคนเดียว 

ภาพของเมื่อยามค่ำคืนคลี่ตัวแผ่ออกเบื้องหน้า 

ผมนี่ยังเด็กจริงๆ พอโดนพูดตรงๆ ให้รู้ว่าตัวเองทำอะไรไม่ดูตาม้าตาเรือก็ซึมแบบนี้ อายุอานามก็ตั้งยี่สิบสี่ เป็นแบบนี้ต่อไปจะดีเหรอ 

ไม่พอเลย ผมไม่มีอะไรดีพอเลยสักอย่าง 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว