ไหนว่ารักกัน แล้วปิดบังเพื่ออะไร???

ชื่อตอน : 5 : ใคร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 845

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ค. 2563 15:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
5 : ใคร
แบบอักษร

 

 

ฉันยืนมองอยู่อย่างนั้น จนเมลตะคอกใส่หน้ายัยหัวทองไปหนึ่งครั้ง ทั้งคู่จ้องกัน อย่างกับจะกินหัวกันให้ได้ มองไปไกล ๆ เห็นสามหนุ่มเดินมาทางนี้พอดี

 

เปรมทำท่าจะเดินผ่านไปเฉย ๆ แต่ยัยหัวทองนั่นรีบแจ๋นไปเกาะแขนเขา ทูกับไม้มองหน้ากัน สักพักสายตาสองคนนั้นก็ไปหยุดอยู่ที่เมล พวกเขามองกันเหมือนคนที่รู้จักกันเป็นอย่างดี

 

สองคนนั้นมองเลยมาที่ฉัน พอเห็น ไม้เป็นคนเดินไปกระซิบเปรม เขามองฉันครู่เดียว คิดว่าจะเดินมาหา ที่ไหนได้ เปรมดันเปิดปากคุยกับผู้หญิงพวกนั้นอย่างสนิทสนม เมลชักสีหน้า เมื่อเปรมคุยกับยัยหัวทอง เธอเดินออกจากตรงนั้นระคนหงุดหงิด

 

ฉันมึนงง กับคนพวกนี้ ที่งงกว่า คือคนที่ควรเดินมาหาไม่น่าจะเป็นทู

 

“กลับไหม กูไปส่ง”

ทูถามขึ้น เปรมเมินทั้งที่เห็นฉัน คุยกับยัยนั่นไปเฉย ไม้ถอยห่างจากพวกเขา ไปรับสายคุยกับใครสักคนอยู่ห่าง ๆ

 

“ไปดิ”

ฉันบอก พลางเดินนำหน้าไป ฉันไม่รู้หรอกว่าคุยอะไรกัน ฉันบอกตัวเองในใจ

 

อย่าไปให้ความสนใจกับภาพที่เห็นเลย.....

 

“หึงไอ้เปรมเหรอ”

ทูเดินตามมาแล้วเอ่ยถาม

 

“ทำไมต้องหึง”

 

“จะรู้เหรอ เห็นมองนิ่ง คิดว่าหึง”

 

“แค่นี้ก็คิดว่าหึงเหรอ ไร้สาระ”

ฉันว่าให้เขา ที่เริ่มเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่

 

“บางทีกูก็คิดว่าพวกมึงคิดอะไรกันอยู่ ให้อิสระกันขนาดนี้”

คำถามของทูทำให้ฉันต้องคิดตาม

 

“ก็เพื่อนกัน”

ฉันตอบได้ไม่เต็มปากนัก

 

“อะไรที่มันไม่ใช่ สักวันมันอาจจะใช่ ทำไมไม่เปิดใจคุยกันวะ”

 

ฉันหยุดฝีเท้า ทูเองก็หยุด เรามองกันนิ่ง พักนี้ชอบพูดจาแปลก ๆ เกิดจะมีสาระขึ้นมาบางครั้ง

 

ทูพาฉันมาส่งที่บ้าน แล้วขับรถกลับไปตามปกติ สมองของฉันก็ยังไม่เลิกคิดสงสัย ว่าตกลงทั้งเมลและยัยหัวทอง กำลังพัวพันธ์กับใครในสามหนุ่มกันแน่

 

ฉันทำอะไรเรียบร้อยก็เตรียมตัวจะเข้านอน ยังไม่หลับในตอนนี้หรอก ก็กลิ้งเกลือกอยู่บนที่นอนนั่นแหละ

 

ครืด ครืด.....

PREM CALLING

 

(ถึงบ้านรึยัง)

ฉันเบ้ปากเมื่อปลายสายเอ่ยถาม พึ่งรู้ตัวหรือไงว่าควรโทรมา

 

ฉัน:นี่มันสองทุ่มแล้วนะ มึงคิดว่ากูควรจะอยู่ที่ไหนล่ะ

 

(ถามดี ๆ )

มันเริ่มกดเสียงต่ำใส่

 

ฉัน:แล้วไง

 

(ทำไมต้องเหวี่ยง)

 

ฉัน:มีอะไร

 

(หึงเหรอ)

 

ฉัน:กูไม่ล้ำเส้นตัวเองหรอก

 

(งั้นเหรอ อืม... กูหิวอ่ะ)

 

ฉัน:ไปกินที่ร้านพี่มึงดิ

 

(อย่าพึ่งนอน เดี๋ยวไปหา)

 

ฉัน:ไม่ต้อ.... ไอ้บ้าเปรม

มันตัดสายไปเรียบร้อยแล้วค่ะ

 

ฉันก็เลยต้องลุกขึ้น กระทืบเท้าลงบันไดบ้านอย่างหงิดหงิด เห็นแม่นั่งดื่มน้ำอยู่หน้าทีวี สงสัยพึ่งกลับจากข้างนอก

 

“อะไรกัน ต้องเหยียบพื้นแรงขนาดนั้นเนล”

แม่ถามพลางส่ายหน้า ฉันก็เลยหย่อนก้นนั่งลงข้างท่าน

 

“ไอผีบ้าเปรมน่ะสิแม่ มันบอกว่าหิว แล้วยังบังคับเนลให้ออกไปกับมันด้วย”

ฉันพูดเกินจริง ทั้งที่มันแค่บอกอย่าพึ่งนอนจะมาหา แต่ว่าฉันต้องทำเป็นไว้ลายไว้ก่อน

 

“ทำไมไม่คบกันจริง ๆ ไปเลย”

แม่จับผมฉันแล้วลูบเบา ๆ

 

“เราเป็นเพื่อนกันแม่”

 

“เพื่อนกันเขาไม่ตามเฝ้ากันเช้าเย็นแบบนี้หรอก กินข้าวพร้อมกัน ไปเรียนก็ไปด้วยกัน มีอะไรเปรมก็ให้เนลเป็นที่หนึ่งเสมอ เพื่อนจริง ๆ เหรอเนล”

 

“เนล... ไม่อยากคิดไปเอง”

 

“อะไรที่เก็บไว้มาก ๆ มันอาจจะอยู่กับเรา แต่ถ้ามัวแต่เก็บไว้ สักวันมันจะเจ็บเองนะ”

 

“แม่อะ... ”

 

เสียงมอไซด์ของคนที่บอกจะมาหามาถึงหน้าบ้าน แม่ยิ้มให้ฉัน ก่อนจะเดินไปเข้าห้องนอนของท่าน ฉันก็เลยลุกขึ้นเพื่อเดินออกไปหามัน

 

เปรมมันใส่เสื้อยืด กางเกงสามส่วนผมเผ้ายุ่ง ๆ เซอร์ ๆ ต่างจากฉันที่ใส่ชุดนอนตัวยาวเป็นประโปรงมีแค่ซับด้านในที่ใส่อย่างลวก ๆ เมื่อครู่

 

ฉันคงไม่ต้องไปเปลี่ยนก่อนใช่ไหม?

 

“ยังไง กลัวพาไปไกลขนาดนั้น”

เมื่อมันมองชุดฉันเรียบร้อย ก็ถามออกมาด้วยสีหน้ายิ้มขัน

 

“แล้วจะพาไปไหนล่ะ”

 

“มาใกล้ ๆ ก่อนเดี๋ยวบอก”

ทำไมต้องกวักมือเรียกร้องขนาดนี้ บอกมาเลยจะเป็นไรเนี่ย

 

“พูดมา ลีลาอยู่นั่น”

ฉันยืนนิ่ง ดูสายตามันแพรวพราวเกินไป

 

“ขอหอมหน่อย”

มันยิ้ม

 

“ไม่”

ฉันปฏิเสธเสียงแข็ง ชี้หน้ามันด้วยสายตาอาฆาต

 

“ไปตลาดนัดนะ”

ไม่วายต้องไปเปลี่ยนชุดอยู่ดี

 

“งั้นรอแปป”

ฉันหมุนตัวแต่โดนแขนใหญ่คว้าเอวไว้ซะก่อน แผ่นหลังโดนแผงอกของเปรมเต็ม ๆ

 

“ใส่ซับยัง”

เปรมถามชิดหู

 

“ใส่แล้ว... ฮื้อ”

ฉันตอบไป แต่หลุดเสียงเพราะซอกคอกำลังถูกรุกรานโดยปลายจมูกของเปรม

 

ย่นคอหนีเป็นว่าเล่น

ดิ้นสุดตัวจนเหมือนกุ้งเต้น

อีคนฉวยโอกาส ก็กอดหอมแบบเน้น ๆ

 

“เล่นอะไร เดี๋ยวแม่มาเห็นหรอก”

ฉันดุเขาเมื่อดิ้นหลุดจากพันธนาการ

 

ฉันทุบทั้งจิก กว่าคนที่บอกว่าหิวจะหยุดแกล้ง เราสองคนมาที่ตลาดนัดแห่งหนึ่ง สตางค์ไม่ได้พก แต่มีแอบหนีบไว้ในเคสมือถือ ไม่ได้ซุกเงินใคร แต่เผื่อไว้ใช้ยามฉุกเฉินเวลาลืมเงินไว้ที่ไหนสักที่ แต่ถ้ามือถือหาย ก็ฉิบหายเหมือนกันค่ะ

 

“สั่งดิ”

คนหิวบอกฉัน เรามานั่งกันที่ร้านซีฟู๊ด ที่ขึ้นชื่อเรื่องกุ้งถัง ฉันทานได้นะ แต่ไม่ถึงกับชอบ ฉันชอบอาหารบ้าน ๆ มากกว่า

 

“กินหมดนั่นก็อ้วนตาย”

เมื่อเปรมจดรายการยื่นให้พนักงานเสร็จสรรพ ฉันก็เปิดปากบ่นเพราะสิ่งที่เขาจด มันกินได้ประมาณห้าหกคนได้เลย

 

“อ้วนก็ดี จับตรงไหนก็นิ่มมือ”

ยักคิ้วแบบหื่น ๆ ใส่ฉันด้วยล่ะ

 

“แล้วผู้ชายที่ไหนจะมาจีบกูล่ะวะ”

ฉันพูดแกมเล่น ๆ แต่อีกคนไม่เล่นด้วยเลย

 

“อือ... ”

มันตอบแค่นั้น มันถอนหายใจด้วย

 

“เอ้า.. พูดไรผิด”

 

“ไม่มีอะไร”

ไม่มีอะไร แต่แววตาโคตรนิ่งเลย

 

ก็แค่กลัวผู้ชายไม่มอง ต้องมองฉันนิ่งขนาดนั้นเลย

 

อะไรของเปรมนะ อยู่ดี ๆ ก็เงียบไปเลย ทั้งที่ตัวเองเป็นคนลากฉันให้ออกมาด้วยแท้ ๆ แต่มานิ่งใส่แบบนี้ได้ไง กินอาหารไปด้วยความเงียบเชียบ

 

“เป็นไร”

เมื่อพากันทานอิ่มเรียบร้อย ก็มาเดินย่อยก่อนจะกลับบ้านฉันจึงถามขึ้น เปรมกอดคอฉันแล้วลูบผมฉันเล่นเบา ๆ

 

ฉันอยากถามเขาจัง.....

 

“ตอนเย็นคุยอะไรกับพวกนั้น”

ในที่สุดฉันก็ถาม

 

“ก็มึงมีเรื่องกับเขาไม่ใช่เหรอ”

 

“เด็กมึงคนไหนอะ”

อันนี้อยากรู้จริงจัง

 

“ไม่มี”

น้ำเสียงเปรมมันนิ่งมากไป

 

“แล้วของใคร”

ฉันเริ่มหงุดหงิดกับการประหยัดคำพูดของเขาละ

 

“จะรู้ไหม”

 

“แล้วที่ชื่อเมล”

มาถึงคำนี้ เปรมชะงักมือที่ลูบผม สักพักมันก็ขยี้ผมฉันกดจมูกหอมตรงนั้นฟอดใหญ่

 

“เมลคือใคร?”

ไอ้นี่ ฉันก็ถามอยู่ มาตอบแบบนี้ แล้วฉันจะรู้เหรอว่าใคร

ก็ถามอยู่ว่าใคร ก็เห็นคุย

 

แล้วเมลคือใครวะ?

 

 

ความคิดเห็น