Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ~ เรื่องที่3 เฮียน่านน้ำกับน้องข้าวสวย

น่านน้ำถูกทิ้ง : Ep.39 - ตรวจเช็คคำผิดแล้ว

ชื่อตอน : น่านน้ำถูกทิ้ง : Ep.39 - ตรวจเช็คคำผิดแล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 731

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2563 22:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
น่านน้ำถูกทิ้ง : Ep.39 - ตรวจเช็คคำผิดแล้ว
แบบอักษร

 

 

น่านน้ำ talk's

 

"ไงคะ!! น้อง...." ....ไอ้ข้าวปั้น

"!!!" ทำให้ดวงตาของผมเบิกโพลงกว้างด้วยความตกใจไม่ต่างจากไอ้ผู้ชายที่มันกำลังมองหน้าผมเลยสักนิด

"ไงฮ่ะ...."

"มึง...!? มาที่นี่ได้ไง!?" และคนที่ทำให้ผมกับไอ้ข้าวปั้นออกจากห้วงแห่งความตกใจนั้นก็คือ...ไอ้กัสโซ่นั่นแหละ

"ไม่ได้เจอกันนานเลยว่ะ...ไอ้ปั้น" ผมเอ่ยทักทายไอ้คนที่มองหน้าผมอย่างไม่เป็นมิตรนี่ไป

"ไม่คิดว่าจะเจอมึงที่บ้าน...ของน้องสาวกู" มันพูดออกมาพร้อมมองหน้าผมตาเขม็ง

 

ถ้าแค่ฟังก็อาจจะเป็นแค่ประโยคทักทายทั่วๆไปแต่...ถ้ามามองหน้ามันตอนนี้คือ...มันกำลังตั้งคำถามกับผมว่า...มึงมาทำอะไรที่บ้านของน้องสาวกู? นั่นแหละครับ

 

"....." ผมเงียบและมองหน้ามันอยู่อย่างงั้น

"เข้าไปนั่งในบ้านก่อนดิ่ พอดีกูอยากรำลึกความหลังกับมึงสักหน่อย" อ่า...รู้เลยครับว่าความหลังของมันต้องเป็นเรื่องที่มันเคยขอร้องผมไว้แน่นอน

"ข้าว...กำลังจะกลับมา กูต้องกลับแล้ว" ผมบอกมันไป

"มึงมันก็ยังเหมือนเดิม..." มันพูดเพียงแค่นั้นก็...

 

ตุ่บ!! เดินมากระแทรกไหล่ของผมและหยุดตรงข้างๆผม

 

"หึ! เลวเหมือนเดิม..." มันพูดเพียงแค่นั้นและก็เดินเข้าไปในบ้านของข้าวสวย

"กู...ไม่ได้ล่ะ..." ยังไม่ทันที่จะได้พูดจบประโยคที่ว่า ไม่ได้เลว เลยครับ

 

ตุ่บ! มันก็ปล่อยกระเป๋าเดินทางลงบนพื้นและก็หันหน้ามา

หมับ!! กระชากคอเสื้อผมเข้าไป

 

"เด็กนั่น...เด็กคนนั้นเป็นลูกของมึง...ใช่ไหม!?" มันถามผมมาด้วยใบหน้าที่โกรธมากๆแต่...น้ำเสียงของมันก็เบาๆลงนิดหน่อยอย่างสงบสติอารมณ์

"อื้อ ลูกของกูกับข้าวสวย..." ผมตอบมันตามความจริงและมันก็เตรียมตัวที่จะ...

"มึง...!!" ยกกำปั้นของตัวมันเองขึ้นสูงและกำลังจะปล่อยหมัดลงมาที่หน้าของผม

 

แต่...แล้วดวงตาของมันก็ไหววูบพร้อมกับมันชะงักหมัดของตัวเองหยุดก่อนที่จะถึงหน้าของผมอีกแค่ไม่ถึงคืบมันก็จะต่อยโดนหน้าผมแล้วแต่...มันก็ชะงักหมัดของตัวเองไป

เป็นอะไรของมันว๊ะ? แค่ต่อยหน้าของผมทำไมมันไม่ทำ? มันไม่ทำร้ายใครก่อนอันนี้ผมพอรู้นะครับแต่...ผมไม่ยอมทำตามคำขอของมันก่อนไงหมัดแห่งมิตรภาพอ่ะ กูอยากได้หมัดนั้นเว้ย...!

 

"ทำไม...? มึงถึงไม่ต่อยกู...?" ผมจึงเอ่ยถามมันไปน้ำเสียงเรียบเนือย

"มึงผิดสัญญา..." มันพูดเสียงเรียบเหมือนกันแต่...มันนิ่ง

"กู...ไม่เคยสัญญา!" ใช่ ผมเคยตอบตกลงมันซ๊ะที่ไหน

"แต่...กูก็ขอร้องมึงไปแล้ว...ไม่ใช่หรอว๊ะ!?" มันถามผมมาน้ำเสียงอดกลั้น ก่อนที่มันจะ...

 

ผลัก!! ผลักตัวผมออกมาจากประตูบ้านของมัน

 

"ไซ๊หัวมึงไปซ๊ะ! ไอ้น่านน้ำ!! อย่าสะเออะมาให้กูเห็นหน้ามึงอีก...! ตั้งแต่วันนี้ไปมึงกับกูเราขาดกัน!!" มันพูดมาเพียงแค่นั้นและก็หันหลังเดินเข้าไปในบ้านทันที

"กรี๊ดดดดดด!!!!" เอ๊!? ผมหันไปมองด้านข้างตัวเองทันทีที่เสียงกรี๊ดที่ผมคุ้นเคยดังขึ้น

"ข่ะ..ข้าวสวย!?" ผมเอ่ยเรียกเธอไปน้ำเสียงตกใจทันที

"ข้าวคะ!!?" ไอ้ปั้นเรียกชื่อน้องสาวของตัวเองออกไปด้วยความตกใจเหมือนกัน ก่อนที่มันจะวิ่งเข้าไปหาข้าวสวยที่มองหน้าผมด้วยสายตาโกรธแค้นแบบสุดๆ

"มันมาที่นี่ทำไม!!? มันมาทำไม!!? พี่ปั้น!! บอกน้อง!!! พี่พามันมาใช่ไหม!!?" ข้าวสวยถามไอ้ปั้นเสียงดังลั่นทันที

"ไม่!!...." มันยังพูดไม่ทันจบ

"ทำไม!!! ทำไมพี่ปั้นต้องทรยศน้องด้วย!!! กรี๊ดดดด!!! ออกไป!!! ฮึ่ก! ฮืออออ! เอามันออกไป!!!" ข้าวสวยพูดกับไอ้ข้าวปั้นเสร็จก็เอามือปิดหูทั้งสองข้างและหลับตาพร้อมนั่งยองๆลงไปตามด้วยกรีดร้องออกมาไหนจะน้ำตาไหลพรากราวกับเขื่อนแตกนั่นอีก

"ข่ะ..ข้าวคะ?" ผมเอ่ยเรียกข้าวสวยไปพร้อมกับกำลังจะเดินเข้าไปหาเธอ

"อ๊ายยยยยย!!!" แต่...ข้าวสวยก็ลืมตาขึ้นมาเห็นผมซ๊ะก่อน

 

กึ่ก! ทำให้ผมต้องหยุดชะงักฝีเท้าเพราะเสียงกรี๊ดนั่น

 

"....ข้าว..." ได้แต่เรียกข้าวสวยไปด้วยความน้ำเสียงสั่นคลอ

"ฮึ่ก! ฮือออ!! เอามันออกไป!!! กรี๊ดดดด!! คนสกปรก!!! อ๊ายยยย!!! ฮึ่กๆ! กรี๊ดดดด!! พี่ปั้น!!! น้องบอกให้เอามันออกไป!!! ฮือออ! สกปรก!!!" ข้าวสวยพูดขึ้นมาพร้อมกรีดร้องและร้องไห้ราวกับน้ำไหลไฟดับ ไอ้ปั้นจึงลุกขึ้นมา...

 

หมับ!! มันเดินตรงมาทางผมและมันก็ดึงคอเสื้อผมและลากคอเสื้อของผมออกไปทางประตูไม้หน้าบ้าน

 

"มึง...! กลับไปซ๊ะ!!" มันพูดออกมาน้ำเสียงเด็ดขาดผสมหงุดหงิด

"แต่...ข้าว" ผมยังพูดไม่ทันจบประโยคที่ว่า ข้าวเป็นเมียกู เลยครับมันก็...

"กลับไปซ๊ะ!!!" พูดออกมาน้ำเสียงดังหงุดหงิดซ๊ะก่อนพร้อมกับ

 

ผลัก!! ผลักคอเสื้อผมแบบกดลง

ตุ่บ! ด้วยแรงของมันที่เหนือกว่าผมและรูปร่างที่ใหญ่กว่าผมมันจึงทำให้ผมล้มลงไปนั่งกลับพื้นในทันที

 

"กลับไปอยู่ในโลกที่แม่ของมึงสร้างให้และอย่าเหยียบมาที่นี่อีก!! แม้แต่เสียงของมึงกูก็ไม่อยากได้ยิน!!!" มันคงจะฟิวส์ขาดแล้วจริงๆ

"....." ผมเงียบและมองหน้ามันไป

"ตั้งแต่นี้ต่อไปมึงกับกูเราก็แค่คนที่รู้จักกันผ่านเพื่อนของเพื่อนเท่านั้น!!! เหอะ! แม้แต่สถานะคนรู้จักกูก็ไม่อยากให้มึงเลยเหี้ยน่านน้ำ!!!" มันพูดเพียงแค่นั้นก็หันหลังและปิดประตูไม้ที่ยาวถึงแค่หน้าอกผมเองครับ ....นั่นแหละ มาทั้งสองข้างโดยที่มันไม่แม้แต่จะเสตามามองผมที่นั่งอยู่เลย

 

และพอมันหันหลังไปปุ๊บผมก็ลุกขึ้นไปเกาะประตูรั้วดูข้าวสวยทันที

ข้าวสวยพอไอ้ปั้นไปจับตัวเธอก็

 

"กรี๊ดดดดดด!" กรี๊ดออกมา ก่อนที่เธอจะสลบไป

"ข้าว...!?" ผมเรียกข้าวสวยไปแต่...ทั้งไอ้ปั้นและข้าวสวยก็ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองผมเลย

"ฮึ! ฮึ่กๆ ข้าว...เฮียขอโทษ...จริงๆค่ะ!" เอ่ยขอโทษเมียสุดที่รักของผมเพียงคนเดียวออกไปถึงแม้จะรู้ว่าคงไม่มีใครได้ยิน

 

ผมขับรถกลับไปที่คอนโดเพื่อกินเหล้าและเดี๋ยวค่อยไปผับไอ้ทิศเหนือตอนกลางคืนเอาครับ

.

.

.

ข้าวปั้น talk's

@ห้องนอนของข้าวสวย เวลา15:40น.

 

ฟุ๊บ~ ผมอุ้มน้องสาวของตัวเองมานอนลงเตียงนอนที่ผู้ชายที่กำลังอุ้มหลานของผมบอกว่านี่คือห้องของข้าวสวย

และผมก็เดินออกไปด้านนอกห้องนอนอีกครั้งนึง

 

"มา...ขออุ้มหน่อย" ผมพูดขอผู้ชายคนนั้นไป

"อ่ะ~ นี่ค่ะ~ งั้นฉันไปแล้วนะคะ" หืม?

"อืม" ผมตอบรับคำพูดของผู้ชายที่แค่ร่างกายแต่ใจคงจะอยากเป็นผู้หญิงคนนั้นไป

"....." มองหน้าเด็กผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมแขนนี่ไปนิ่งๆด้วยความรู้สึกโกรธพ่อของแกมากแต่...จะว่าไป

"หน้าตาเหมือนข้าวเลยเนอะเฮีย..." ใช่ เหมือนมากเลยครับ

"อื้ม" ผมพยักหน้ายอมรับความจริงกับคำพูดของไอ้กัสโซ่ครับ

"แล้วนี่...มึงรู้อยู่แล้วใช่ป้ะ? แล้วไม่คิดที่จะบอกกูเลยอ่ะนะ?" นั่นดิ่

"ก็อยากบอกอยู่ครับแต่...เพราะรู้ว่าเฮียปั้นอ่ะต้องเรียนหนักกว่าคนอื่นเพราะเฮียสอบขอทุนใช่ป้ะหล่ะผมเลยคิดว่า...ให้เฮียปั้นมาเจอเองดีกว่า" เหอะ! เป็นน้องชายที่โครตดีเลยว่ะ

 

เอาจริงก็...หนักกว่าคนอื่นจริงๆนั่นแหละครับเพราะผมสมองคนสามัญชนทั่วๆไปไงครับไม่ได้สมองเทวดาอย่างพวกไอ้เขื่อน,ไอ้ทิศเหนือ,ไอ้น่านน้ำและก็...ไอ้ดีกรีอ่ะนะ ผมเลยต้องพยายามกว่าคนอื่นๆเพื่อให้ได้ทุนตอนนี้ก็คือขอทุนเรียนต่อป.โทกับเอกแบบสองปีอยู่อ่ะนะไม่รู้จะได้หรือเปล่า

 

"อืม...ขอบใจมึงมากนะเว้ยที่อยู่เป็นเพื่อนข้าวตลอดอ่ะ" ผมจึงไม่ลืมที่จะเอ่ย ขอบคุณ มันไป

"เฮ้ย! เฮียมาคงมาขอบใจอะไรเล่าผมทำเพราะผมรักข้าวอยู่แล้วเหอะ" ทำไมต้องตกใจถึงขนาดนั้นว๊ะ?

 

คนทำอะไรให้เราเราก็ต้องขอบคุณเป็นเรื่องปกติป้ะ? ซีเรียสตกใจห่าเหวไรนักหนา?

 

"อื้ม นั่นแหละ" ผมพูดไป

"เออ เฮียพักผ่อนเถอะครับ ผมกลับหล่ะ เฮียปั้นหวัดดีครับ~" มันพูดพร้อมกับยกมือไหว้ผมผมจึงพยักหน้าให้มันไปและมันก็เดินออกไปในเวลาต่อมา

"....." มองเด็กผู้หญิงในอ้อมแขนของตัวเองอีกรอบนึง

 

ถ้าไม่ใช่ลูกของไอ้เหี้ยน่านน้ำผมอาจจะรักแกมากกว่านี้ก็ได้นะครับแต่...นี่แกคือลูกของมันสิ่งที่ผมให้ได้ก็คงจะแค่อุ้มและก็...เลี้ยงดูนั่นแหละ

และผมก็เดินกลับเข้าไปในห้องนอนของข้าวสวยอีกรอบนึงและเอาลูกของมันไปนอนบนเปลนอนของเด็กและเดินไปนั่งที่...

ฟุ๊บ~ ข้างเตียงของข้าวสวยอย่างแผ่วเบาพร้อมกับเอามือหนาของตัวผมเองเช็ดน้ำตาที่คลออยู่ที่หางตาออกให้เธออย่างแผ่วเบา

หึ! ผมไม่ใช่คนหวงน้องสาวนะครับแต่...เพราะข้าวสวยเป็นน้องสาวเพียงคนเดียวของผมเป็นแก้วตาดวงใจของผมผมเลยห่วงและยิ่งเป็นมันที่แม่ของมันเคยทำร้ายน้องสาวของผมปางตายแบบนั้นผมยิ่งห่วงไม่อยากให้ข้าวสวยต้องไปเกี่ยวพันกับคนในครอบครัวนี้

 

@ย้อนกลับไปเมื่อ 6 ปีก่อน

@P hospital ห้องของคุณหมอ

 

"พ่ะ..พี่คะ?" หืม? เด็กคนนี้?

"ครับ?" ผมหันหน้าไปขานรับเด็กผู้หญิงหน้าดุคนที่บอกจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับน้องสาวของผม

"เอ่อ...ข่ะ..ขิงขอเข้าไปด้วยได้ไหม?" หืม? ชื่อขิงหรอ?

"อ่า...น้องจะออกค่ารักษาพยาบาลให้กับข้าวสวยน้องเข้ามาด้วยกันเลยก็ได้ครับ" ผมอนุญาตให้เธอเข้ามากับผมได้ ดวงตาดุบวมนิดหน่อยเพราะเพิ่งร้องไห้มา

 

ครื้ดดดด~ ผมเลื่อนประตูเปิดเข้าไปด้านในตามด้วยปิดมันลงที่เดิมเมื่อคนตัวเล็กนั่นเดินเข้ามาด้านในแล้ว

 

"เอ่อ...คุณหมอสวัสดีครับ" ผมเอ่ย สวัสดี คุณหมอไปตามมารยาทที่เด็กอย่างผมต้องเจอกับผู้ใหญ่ ส่วนเด็กผู้หญิงที่มากับผมก็แค่ยกมือสวัสดีเฉยๆ

"ครับ ครับ" คุณหมอเอ่ยพร้อมยกมือรับไหว้พวกผมทั้งสองคน

"ม่ะ..มี ฮึ่บ อะไรหรอคะคุณหมอ? ท่ะ..ทำไมถึงต้องคุยเป็นการส่วนตัวหล่ะคะ? ฮึ่ก แล้วการผ่าตัดหล่ะคะ? ทำไมคุณหมอไม่ไปผ่าตัดให้เพื่อนหนู?" อ่า...ถามตรงประเด็นมากเลยนะครับเด็กคนนี้

"หมออยากจะบอกกับญาติผู้ป่วยว่า...ตอนนี้ผู้ป่วยกำลังตั้งครรภ์ได้สองเดือนนะครับ" ทันทีที่คุณหมอพูดจบ

"!!!" ดวงตาของผมก็เบิกโพลงกว้างด้วยความตกใจในทันที

"ท่ะ..ท้องหน่ะหรอคะ?" เด็กคนนั้นถาม

"ครับ! และหมอก็...ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ เนื่องจากว่าอายุครรภ์ยังน้อยมากเด็กในท้องเลยไม่รอดครับ เด็กเสียแล้วครับ" และทันทีที่คุณหมอพูดจบอีกประโยคนึง

"!!!" ดวงตาของผมก็เบิกโพลงกว้างขึ้นกว่าเดิม

"ท้องกับใครหรอครับ?" ผมถามคุณหมอออกไป

"ฮึ่กๆ ฮึ่บ จะท้องกับใครก็ชั่งแต่...มันก่ะ..ก็ดีแล้วนี่คะ!" ทันทีที่เด็กคนนั้นพูดจบ

 

ควับ! ผมก็หันควับไปมองหน้าของเธอทันที

 

"ลูกของใครที่เหี้ยแบบนั้นหน่ะตายไปได้ก็ดี...! อย่าให้เด็กที่น่าสงสารต้องลืมตาดูโลกมาแบบนี้เลย...!" เธอพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นๆ

"ล่ะ..แล้วน้องของผมหล่ะครับ...?" ผมเอ่ยถามคุณหมอด้วยน้ำเสียงสั่นคลอ

"คือ...หมอต้องขอโทษด้วยนะครับ" ห๊ะ!?

"ขอโทษ?" ผมมองหน้าคุณหมอไปด้วยสายตาสงสัย

"ทำไม!? ฮึ่กๆ! ก็บอกไปแล้วไงว่าจะจ่ายไม่อั้น! หมอต้องช่วยเพื่อน ฮืออๆ~ หนูสิคะ ช่วยมัน ฮึ่ก! ฮือออ~ สิคะ" เธอพูดขึ้นพร้อมน้ำตาไหลมาอีกระลอก

"ใจเย็นๆก่อนนะครับหมอยังพูดไม่จบเลยครับ" หืม?

"???" ผมไม่ถามอะไรต่อแต่มองหน้าคุณหมอด้วยสายตาสงสัยในทันทีที่คุณหมอพูดจบ

"เนื่องจากเทคโนโลยีทางการแพทย์ของประเทศนี้ยังไม่ก้าวหน้าเท่าของต่างประเทศในแถบอเมริกาหมอเลยอยากปรึกษาญาติผู้ป่วยหน่อยหน่ะครับว่า...ถ้าหมอจะส่งคนไข้ไปรักษาตัวที่ต่างประเทศญาติคนไข้จะมีปัญหาหรือเปล่าครับ" ห๊ะ!?

"งั้น...ค่ารักษาก็ต้องเพิ่มอีกหรอครับ?" ผมเอ่ยถามกับคุณหมอไปแต่ไม่ได้มองหน้าเพราะผมก้มหน้ามองมือตัวเองอยู่

"ก็...ต้องแล้วแต่ทางโรงพยาบาลทางโน้นหน่ะครับ" คุณหมอตอบผม

 

เหอะ! เหมือนฟ้ากลั่นแกล้งผมเลยว่ะ ทำไมผมถึงต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยว๊ะทั้งๆที่ผมจนอยู่แล้วแต่นี่....

 

"เพื่อนหนู...ฮึ่กๆ จะหายแน่ใช่ไหมคะ?" เด็กคนนั้นถาม

"หมอไม่สามารถการันตีได้นะครับแต่...เทคโนโลยีของที่นั่นก้าวไกลกว่าของที่นี่มากก็ต้องขึ้นอยู่กับตัวคนไข้ด้วยนะครับว่า...คนไข้จะสู้หรือเปล่า" คุณหมอตอบ

"ถ้า...คุณหมอพูดถึงขนาดนั้นก็ส่งไปเลยค่ะ ฮึ่บ! ฮึ๊บๆ! หนูพร้อมจ่าย" เฮ้ย!

"น้อง!?" ผมเรียกเธอไป

"ฮึ่กๆ ขิงไม่อยากให้เพื่อนตาย...ฮือออ~ ไม่ต้องห่วง ขิงไม่ได้ให้ยืม ฮึ่ก! ฮือออๆ~ แต่...ขิงให้เลย ขอแค่มันรอดแค่นั้นก็พอ" ใจหรืออะไรทำไมมันใหญ่จังว๊ะ!?

"เอ่อ...ต้องเซ็นยินยอมโดยญาติคนไข้นะครับ" คุณหมอพูดมาพร้อมกับหยิบเอกสารขึ้นมาเตรียมให้ผมเซ็น

"แต่...พี่ ไม่อยากให้ครอบครัวน้องลำบาก" ผมพูดออกไป

"ฮึ่กๆ ไม่ลำบากหรอก!! ขิงเป็นน้องสาวแท้ๆของเฮียเขื่อน!! ฮึ่บ! ฮึ๊บๆๆ! เพื่อนพี่ไง!" ทันทีที่เธอพูดจบ

"!!!" ดวงตาของผมก็เบิกโพลงกว้างอีกครา ซึ่งมันเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ของวันนี้

 

น่ะ..น้องสาวไอ้เขื่อนหรอว๊ะ!? แต่...ไอ้เขื่อนมันไม่มีน้องไม่ใช่หรอ!?

 

"ไอ้เขื่อนมันไม่มีน้องไม่ใช่หรอ?" ผมถามเด็กคนนั้นออกไป

"มีสิ ขิงนี่ไง มีอีกเยอะเลยด้วย นี่ไงอ่านชื่อเอาสิ" เด็กคนนั้นพูดออกมาพร้อมกับจับผมที่ถูกรวบเป็นหางม้าแบบด้านข้างไว้ออกและให้ผมดูชื่อ

"อดิภา รัตนพรหมไพศาล..." จริงหรอว๊ะ!?

"เชื่อยังหล่ะ? คราวนี้ไม่ต้องเป็นห่วงครอบครัวขิงแล้ว...! และเป็นห่วงน้องสาวตัวเองโน้น! มันกำลังจะตายนะพี่! ถ้าพี่เซ็นมันก็มีโอกาสรอดไม่มากก็ไม่น้อย!! เซ็นเถอะพี่ ขิงขอร้อง!" เด็กคนนี้...เชื่อก็ได้ว๊ะ

 

ผมจึงหยิบเอกสารที่คุณหมอให้เซ็นมาอ่านทำความเข้าใจก่อนที่จะเขียนชื่อของตัวผมเองลงไป

 

"งั้นหมอจะทำการส่งคนไข้ไปเลยนะครับ" คุณหมอพูดหลังจากที่รับเอกสารนั่นคืนไปแล้ว

"เดี๋ยวก่อนครับคุณหมอ ผมมีเรื่องให้คุณหมอช่วยหน่อยหน่ะครับ" ผมบอกคุณหมอไปคุณหมอเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผมด้วยสายตาสงสัยทันที

"คุณหมอช่วยสร้างเรื่องให้น้องของผมเสียชีวิตได้ไหมครับ?" ผมพูดเชิงขอร้องคุณหมอครับ

"ห๊ะ!? ทำอย่างงั้น...มันผิดจรรยาบรรณของหมอนะครับ" ทำให้คุณหมอคนนั้นมองหน้าผมพร้อมอุทานออกมาอย่างตกใจสงสัยในทันที ก่อนที่จะพูดออกมา

"ผมอยากให้ไอ้คนที่มันทำมันรับรู้ว่า...น้องผมได้ตายไปแล้วครับ!" ผมบอกคุณหมอไปตามความจริง คุณหมอกำลังลังเลใจ

"แต่ว่า...." คุณหมอจะพูดอะไรผมก็ไม่รู้หรอกนะครับ

 

ครื้ดดดดด!! แต่เสียงเปิดประตูเหมือนกับมีเรื่องน่าตกใจเกิดขึ้นก็ดังขึ้นมา

 

"คุณหมอคะ!!! เฮ้อ! เฮ้อ! เด็กหญิงเขมจิรา เทพปกป้อง!! ช็อกค่ะ!" ทันทีที่นางพยาบาลคนนั้นพูดจบ คุณหมอก็รีบเดินจ้ำอ้าวออกไปทันที รวมถึงผมกับน้องขิงด้วย

 

@หน้าห้องผ่าตัด

 

อ่า...ผ่านมาหลายสิบนาทีแล้วครับที่ผมรออยู่หน้าห้องผ่าตัด

 

"เฮ้ย!! ไอ้ปั้น!! เกิดเรื่องห่าไรขึ้นว๊ะ!!?" เสียงของไอ้ล่ามโซ่เพื่อนที่ผมสนิทที่สุดในตอนนี้ถามผมออกมาเสียงดังตกใจในทันที ตามด้วยไอ้เขื่อนวิ่งเข้ามาด้วย

"เดี๋ยวผมเล่าให้ฟัง" คนที่อยู่ในเหตุการณ์พูดออกมา

 

และมันก็เล่าให้ไอ้ล่ามโซ่ฟังทุกอย่างรวมถึงให้พวกผมฟังด้วย เอาจริง ผมแค่ดูจากท่าทางของน้องขิงผมก็พอจะรู้แล้วหล่ะนะแต่...พอได้มาฟัง

 

"....เรื่องทั้งหมดก็เป็นแบบนี้หล่ะครับ" ที่ไอ้เด็กนั่นเล่ามา

 

ผมก็ต้องกำมือจิกเล็บเข้าที่กลางฝ่ามือแน่น ม่ะ..ไม่จริงอย่าบอกนะว่า...มันคือพ่อของลูกน้องสาวผมอ่ะ

 

"เหี้ยเอ๊ย!!! มึงข่มขืนเพื่อนกูหรอ!!? ไอ้สัสนรก!!!" เด็กผู้หญิงคนนั้นพูดขึ้นมาพร้อมกับกำลังจะเข้าไปถีบไอ้น่านน้ำ

"น่ะ..นี่เธอใจเย็นก่อนสิครับ!" ไอ้เขื่อนเข้าไปล็อกแขนน้องสาวมัน

"ปล่อย!!! ปล่อยกู!!! ฮึ่กๆ! มันทำเพื่อนกูนะ!!!"

"หนู!!! ใจเย็นก่อน!!"

 

แอ๊ดดดดดดด!! จังหวะดีสำหรับไอ้น่านน้ำที่คุณหมอเปิดประตูออกมาก่อน ทำให้เด็กคนนั้นหยุดคลั่งและเดินไปหาคุณหมอ

 

"เอ่อ...ผู้บาดเจ็บขอพบญาติครับ" คุณหมอพูดมา

"....." ผมพยายามจะมองหน้าคุณหมอแต่...ท่านก็หลบสายตาของผม

 

ย่ะ..อย่าบอกนะว่า...นี่ไม่ใช่การแต่งเรื่องอ่ะ

เมื่อคิดได้ดังนั้นผมจึงรีบลุกขึ้นและกำลังจะวิ่งเข้าไปด้านในทันทีแต่ว่า...

หมับ! ผมก็ถูกกระชากแขนกลับมาโดยน้องขิง

 

"ข่ะ..ขิงขอเข้าไปด้วยได้ไหมคะ!?" เธอขอร้องผมมาเสียงสั่น

"กูด้วยไอ้ปั้น!" ไอ้ล่ามโซ่

"ผมด้วยเฮีย!" ไอ้กัสโซ่

"อื้ม" ผมจึงพยักหน้าขึ้นหนึ่งทีพร้อมครางในลำคอเป็นการยืนยันคำตอบ

 

@ในห้องผ่าตัด

 

"ตามหมอมาเลยครับ" คุณหมอพูดพวกผมจึงเดินตามคุณหมอเข้าไปครับ

"ฮึ่กๆ ฮือออ~" เสียงของน้องขิงร้องไห้ออกมา

"ใจเย็นไอ้ขิง" ไอ้กัสโซ่เอ่ยปลอบ

"!!!" และดวงตาของผมก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจในทันทีที่...ผมเห็นร่างกายของน้องสาวของตัวเองนอนอยู่บนเตียงนอนสีเขียวหายใจเหนื่อยหอบราวกลับเหนื่อยมามากแล้ว

"น้อง..." ผมเอ่ยเรียกข้าวสวยไปด้วยสรรพนามแบบเก่าๆที่ผมใช้เรียกข้าวสวยเป็นประจำ

"พี่ชาย...พี่โซ่...กัส...แล้วก็ อ๊ะ! อึ่ก"

"ไม่เป็นไรมึง ไม่ต้องพูดก็ได้..." น้องขิงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังก็รู้ว่ากำลังกลั้นเสียงสะอื้นอยู่

"พี่ชายคะ...อึ่ก" ข้าวสวยเรียกผมขึ้นพร้อมกับเอามือขึ้นมาหวังจะให้ผมจับซึ่งแน่นอนผมก็...

 

หมับ~ จับเข้าไปอย่างแผ่วเพราะกลัวว่ามันจะแหลกสลายหายไปจากผม

 

"คะ? ข้าวสวย..."

"ย่ะ..อย่าโกรธ...อึ่ก เขา...นะคะ"

"ยังจะห่วงไอ้เหี้ยนั่นอีก!! มึงนี่มัน!! นางฟ้าลงมาเกิดไงว๊ะ!!?" น้องขิงพูดออกมา

"ฮิ๊ม... อึ่ก ย่ะ..อย่าให้ ม่ะ..อึ่ก เฮ้อ...มิตรภาพของพี่ชาย...อึ่ก ต้องจบลง...อึ่ก เพราะข้าว...เลยนะคะ" ข้าวยิ้มหวานให้กับน้องขิง ก่อนที่จะหันมาและพูดกับผม

"พ่ะ..พี่เองก็เหมือนกันนะคะ เฮือก อึ่ก! พี่โซ่" ข้าวสวยหันเหสายตามองไอ้ล่ามโซ่

"ย่ะ..อย่า เฮ้อ ป่ะ..ไปโกรธ อึ่ก ข่ะ..เขาเลย ร่ะ..รับปากกับข้าวสิคะ ท่ะ..ทุกคนเลย เฮือกๆ" ข้าวสวยเริ่มหายใจฟืดฟัด

"ค่ะ พี่ชายสัญญา" ผมตบปากรับคำขอของข้าวสวยครับ

"ฉันเองก็สัญญา" ไอ้กัสโซ่

"....." ตอนนี้เหลือแค่น้องขิงกับไอ้กัสโซ่ที่เงียบ

"มึงรับปากข้าวไปสิว๊ะ" ไอ้กัสโซ่พูดไปกับน้องขิง

"ฮึ่กๆ กู...มึงห้ามตายดิ่ ถ้ามึงตายมันกับ...ฮือออ~ ครอบครัวมันก็ไม่เป็นสุขเหมือนกัน! ฮึ่ก! อิข้าว"

"เฮือกกๆ" ชีพจรของน้องสาวผมลดฮวบๆ ก่อนที่เครื่องจะส่งสัญญาณร้องบอกหมอกับพยาบาลให้เข้ามาดูอาการ

"ข้าวสวย!! น้องอย่าเป็นอะไรไปนะคะ!!!" ผมตะโกนบอกข้าวสวยไปเสียงดัง

"อิข้าว!!! มึงอย่าตายนะ!!! หมอช่วยเพื่อนกูด้วยนะ!! ค่ารักษาเท่าไหร่กูยอมจ่ายหมดเลย!! อย่าตายนะ!!" น้องขิงร้องบอกหมอพร้อมทั้งกอดข้าวสวยไว้

"มึง ใจเย็นก่อนดิ่ว๊ะ!!" ไอ้กัสโซ่พูดและดึงตัวน้องขิงออกมา

"ข้าวสวย..."

"ญาติคนไข้เชิญออกไปด้านนอกด้วยค่ะ!" นางพยาบาลคนนึงบอกมา พวกผมจึงต้องเดินออกมาข้างนอก

 

เมื่อออกมาถึงข้างนอกแล้วผมก็ยังเห็นมันนั่งอยู่ที่เดิมโดยไม่รู้สึกรู้สาห่าเหวอะไรเลย

หมับ!!! ผมจึงเดินตรงไปหามันกระชากคอเสื้อไอ้น่านน้ำขึ้นมาและเงื้อหมัดเตรียมตัวจะต่อยหน้ามัน

 

"ย่ะ..อย่า เฮ้อ ป่ะ..ไปโกรธ อึ่ก ข่ะ..เขาเลย' แต่...เสียงของข้าวสวยดันเข้ามาในโสตประสาทของผม

 

ผลัก! ผมจึงผลักคอเสื้อให้มันลงไปนั่งที่เดิมและผมก็เดินไปยืนรอที่หน้าประตู

 

"มึงแม่ง! เหี้ยชิบหาย!!! มึงก็มีน้องสาวมึงควรจะเข้าใจความรู้สึกของพี่ชายดิ่ว๊ะ!! เหี้ยน่าน...!!" ไอ้ล่ามโซ่พูด

 

แอ๊ดดดด~ หมอเดินออกมาและส่ายหัวให้กับผมครับแต่...ครั้งนี้ท่านมองหน้าผม อยู่ดีๆผมก็รู้สึกว่าตัวเองมีหวังขึ้นมา

 

"หมอ...ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ" คุณหมอพูดมาเพียงแค่นั้นและมองหน้าผมอยู่ ก่อนที่คุณหมอจะพยักหน้าให้ผมนิดหน่อยและก็หันหลังเดินเข้าไป

"ไม่จริง!!! ไหนหมอบอกว่ามันจะหายไงว๊ะ!!? ไอ้หมอ!!!" น้องขิงตะโกนเรียกคุณหมอเสียงดัง

 

หมับ~ ผมจึงเข้าไปจับตัวน้องขิงไว้แบบกอดไหล่หน่ะครับ

 

"ข้าวรอดแล้วครับ..." และผมก็กระซิบบอกน้องเขาไป

"เอ๊!!?" ทำให้น้องขิงอุทานออกมาอย่างตกใจน่าจะสงสัยด้วยและหันหน้ามามองหน้าผมทันที

"....." ผมไม่ตอบแต่พยักหน้าขึ้นลงแทนคำตอบแทน

"ไอ้ปั้น...กูเสียใจด้วยนะ" ไอ้เขื่อนเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างผมกับน้องสาวมันและพูดออกมาพร้อมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ

"อื้ม" ผมตอบรับมันไป ก่อนที่จะหันหลังกลับไปมองไอ้น่านน้ำที่นั่งก้มหน้ามองมือตัวมันเองอยู่

"ไอ้น่านน้ำ...กูมีเรื่องจะคุยกับมึง" ผมเดินเข้าไปหามันและพูดกับมันไป มันเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผมด้วยสายตานิ่งๆก่อนที่มันจะ...

"อืม..." ตอบผมออกมา

 

@หน้าP hospital

 

"ไอ้ปั้น...มึงมีอะไร...?" อ่า...นานเท่าไหร่แล้วว๊ะ? ที่ผมไม่ได้ยินมันพูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้

"กูมีเรื่องอยากขอร้องมึงหน่อย" ผมพูดออกไปและหันหลังกลับไปมองหน้ามัน มันไม่เอ่ยถามแต่...เลือกที่จะส่งสายตาสงสัยมาถามผมแทน

"กู...ขอร้องมึงไม่ต้องมาให้ข้าวเห็นหน้าอีกวันเผาก็ไม่ต้องมาไม่ต้องมายุ่งกับข้าวสวยอีก!!" ผมพูดออกไปน้ำเสียงหงุดหงิด

 

ความหมายที่ผมพูดไปก็ไม่เห็นจะมีอะไรเข้าใจยากเพราะผมก็ต้องการให้มันเข้าใจความหมายอย่างที่ผมพูดไปนั่นแหละ

 

"แต่ว่า...กูอยากไป..." แต่...ดูเหมือนว่ามันจะไม่เข้าใจความหมายที่ผมพูดไปสินะ? มันถึงได้ตอบมาแบบนี้

"กูขอ...มึงอย่าทำให้ความสัมพันธ์ของกูกับมึง...ต้องเปลี่ยนจากเพื่อนเป็นศัตรูเลยว่ะ..." ผมพยายามทำใจให้เย็นมากกว่าประโยคแรกและพูดกับมันไปในน้ำเสียงที่เบาลง

"แต่...เรื่องนี้กูผิด..." มันพูดออกมา เหอะ ถือว่ารู้ตัว

"มึงรู้ตัว? ก็ดี...และมึงจำไว้ด้วยว่าถ้ามึงเสร่อมาให้น้องสาวกูเห็นหน้าอีก กูกับมึงขาดกัน" ผมพูดไปเพียงแค่นั้นและก็หันหลังเดินกลับห้องเช่าของผมทันที

 

ระหว่างทางเดินกลับห้องเช่าของพวกผมนั้นผมก็คิดไปด้วยว่า...ผมจะทำยังไงให้ตัวเองได้ไปหาน้องสาวแท้ๆของผมที่อเมริกาดี

เอี๊ยดดดดดด~ มีรถคันนึงสีดำกระจกเงาวับขับมาจอดด้านข้างตัวผมแบบถ้า...ผมไม่หลบเข้ามาด้านในก่อนก็คงจะถูกเฉียวไปแล้วหล่ะ

 

"หืม? ม่ะ..แม่?" ผมเอ่ยเรียกแม่แท้ๆของไอ้น่านน้ำและแม่เลี้ยงของพวกผมที่บ้านเด็กกำพร้าแสงดาวออกมา

"ไงจ๊ะ ข้าวปั้น" ท่านเอ่ยทักทายผมออกมา

"สวัสดีครับ" ผมเอ่ยทักทายพร้อมพนมมือไหว้ท่านไปด้วย

"ไปทานอาหารกับแม่สักมื้อได้ไหม?" ท่านถามผมมา

"เฮ้อ~ ครับ" ผมตอบท่านไป

 

@ร้านอาหารในโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง

 

"กินเยอะๆเลยลูกตัวผอมมากเลยรู้ไหม? ถ้าอยู่ที่นั่นอยู่ลูกก็คงจะไม่ตัวผอมขนาดนี้" ท่านพูดมา

"ไม่...เป็นอะไรครับ แม่มีอะไรจะคุยกับผมหรือเปล่าครับ?" ผมตอบปฏิเสษท่านไป ก่อนที่จะถามท่านไปในประโยคต่อมา

"แม่...ได้ยินมาว่าข้าวสวยลูกรักของแม่ถูกรถชนหรอจ๊ะ...ตอนนี้อาการเป็นยังไงบ้างหล่ะ?" ทันทีที่จบประโยคคำถามนั่น

"!!!" ดวงตาของผมก็เบิกกว้างด้วยความตกใจในทันที

 

ท่ะ..ท่านรู้ได้ยังไง ข่ะ..ข่าวอะไรจะไวขนาดนั้น? ไอ้น่านน้ำก็ยังไม่น่ากลับถึงบ้านมันป้ะ? งั้น...ลองทำอย่างงี้ไปก่อน

 

"ตอนนี้น้องปลอดภัยดีครับ แม่...." ผมยังพูดไม่ทันที่จะจบประโยคที่ว่า แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ เลยครับ ท่านก็...

"ห๊ะ!?" อุทานสงสัยและตกใจออกมาอย่างหงุดหงิดซ๊ะก่อน เพราะน้ำเสียงและปฏิกิริยาบนใบหน้าของท่านมันกำลังบอกว่าท่านหงุดหงิด

"แม่...หงุดหงิดที่น้องไม่ตายหรอครับ?" ผมถาม

"เอ๊!? ป่ะ..เปล่าหนิ! อ่ะ...งั้นนี่แม่ให้" ท่านตอบผมมาอย่างตกใจและยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ผม

 

มันคือ...เช็คเงินสดมูลค่าหนึ่งแสนบาท

 

"ค่า...อะไรหรอครับ?" เดาไม่ยาก

"แม่ได้ยินมาว่า...เทคโนโลยีที่อเมริกามันดีกว่าส่งน้องไปรักษาตัวที่นั่นดีกว่านะจ๊ะ" เป็นอย่างที่ผมคิดจริงๆด้วย

"เอาจริง ผมก็อยากส่งน้องไปนะครับแต่...ไอ้น่านน้ำมันบอกว่าไม่ให้ไป" แววตานั่นแหละสุมไฟอีกสักหน่อย

"และมันบอกว่า...จะมาดูแลน้องเองทุกวัน ผมเลยตามใจมันครับ"

 

ตุ่บ!!! ท่านทุบโต๊ะจนอาหารที่อยู่บนโต๊ะสะเทือนไปหมด

 

"???" ผมขี้เกียจจะเอ่ยถามว่า...ท่านเป็นอะไร ผมเลยเอียงคอมองท่านด้วยสายตาสงสัยแทน

"น้อง...อยู่ที่นี่ไม่ได้หรอกเชื่อแม่...รับเงินแม่ไปเถอะนะหรือว่า...มันน้อยไปใช่ไหม...!?" ท่านกัดฟันพูดออกมาอย่างอดกลั้นอะไรสักอย่าง

"ไม่เป็นอะไรครับแม่...ไอ้น่านน้ำมันไม่ให้น้องไปหนิครับแม่จะขัดใจมันได้หรอครับ?"

"ไม่ต้องเอาน่านน้ำมาอ้าง!!!" หึ! สติแตกจนได้

"???" ทำแบบเดิมครับ

"เพราะแกอยากให้น้องสาวแกยกระดับมาเป็นเมียของน่านน้ำสินะ!? แกถึงได้จะยกน้องแกประเคนให้น่านน้ำถึงที่แบบนี้!!" นี่...หรอว๊ะ!? ความคิดและคำพูดของผู้ดี

"หืม?" ผมก็ยังคงทำแบบเดิม

"แกจำไว้เลยนะไอ้ข้าวปั้น...ถ้าฉันเห็นอิเด็กข้าวสวยน้องสาวแกอยู่กับน่านน้ำอีกฉันฆ่ามันแน่!!!" สายตาแววโรจด้วยความโกรธของท่านพูดออกมา

"ฮึ!" ผมยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะทันที ในที่สุดแม่ที่ทุกคนรักก็เปิดเผยตัวตนออกมาว่าเธออ่ะคือแม่...มด

"ฉันพูดจริงแกอย่าคิดว่าฉันไม่กล้า...! จำใส่หัวสมองของแกไว้ด้วย! ไอ้ข้าวปั้น!! ส่วนเงินนี่...ฉันเอาคืน!!!" ท่านพูดเพียงแค่นั้นและก็เดินออกไป

"กู...คิดถูกแล้วสินะ? ที่ขอให้มึงไม่ต้องมายุ่งกับน้องสาวกูอีกหน่ะ..." ผมพูดกับตัวเองออกมาอย่างแผ่วเบา

 

ถึงแม้ว่า...จะไม่มีเรื่องนี้ยังไงๆผมก็ไม่อยากให้มันมาเจอหน้าของน้องสาวผมอยู่ดีเพราะข้าวสวยหน่ะคงจะรักไอ้น่านน้ำเข้าแล้วหล่ะ

แต่นี่...ยิ่งมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วยแล้วผมยิ่งไม่อยากให้มันเจอกับข้าวสวยน้องสาวผมเพราะกลัวว่าเธอจะเป็นอันตรายแม่มดแบบเธอหน่ะโรคจิตชิบหายเลยหล่ะ จะบอกให้

 

@กลับมาที่เวลาปัจจุบัน

@ห้องนอนของข้าวสวย เวลา19:45น.

 

หลังจากนั้นหนึ่งเดือนหมอที่อเมริกาก็ติดต่อมาว่า...ข้าวสวยฟื้นขึ้นมาแล้วแต่...ผมจะไปหาน้องยังไงหล่ะ

และเดือนต่อมาพิมพ์ก็ให้ทุนไปเรียนต่อที่อเมริกากับผมเรื่องนี้คงไปถึงหูพิมพ์ผ่านไอ้เขื่อนนั่นแหละพิมพ์ถึงยกทุนให้ผมแบบรายบุคคลคือ...เข้าใจใช่ไหมครับว่าเธอไม่ได้สละสิทธิ์แต่เธอรับทุนมาให้กับผมอ่ะ

เมียเป็นคนดีขนาดนี้ยังทิ้งได้ลงเนอะเหี้ยเขื่อน เหอะ! เลยลำบากไอ้ดีกรีต้องผิดใจกับคนที่มันชอบเลยไหมหล่ะ?

แต่...ไอ้ดีกรีก็ดีเกินไปดีจนเกินเหตุจริงๆนั่นแหละ

 

"อื้อออ~" ข้าวสวยน้องสาวของผมครางออกมา ก่อนที่จะค่อยๆลืมตาขึ้นมา

"ตื่นแล้วหรอคะ?" เอ่ยถามน้องสาวตัวเองไป ข้าวสวยจึงหันหน้ามามองหน้าผมด้วยสายตาสงสัย

"อ๊ะ!!? พี่ปั้น!!?" และน้องก็ลุกขึ้นมาตามด้วยเรียกผมมาด้วยน้ำเสียงตกใจปนแปลกใจในทันที

"ค่ะ! พี่เอง...อ๊ะ!" ทันทีที่ผมพูดยืนยันจบ

 

สวบ! ข้าวสวยก็เข้ามาสวมกอดผมทันที

 

"คิดถึงที่สุดเลยค่ะ!" ผมจึงค่อยๆเอามือสวมกอดน้องเหมือนกัน

"พี่เองก็...คิดถึงข้าวเหมือนกันค่ะ" ผมบอกน้องของตัวเองไป

"ฮึ่กๆ" ทันทีที่ผมได้ยินเสียงสะอื้นนั่น ผมก็ผละตัวเองออกมาทันที

"หืม? ร้องไห้ทำไมคะ?" ผมเอ่ยถามน้องสาวของตัวเองที่นั่งอยู่บนเตียงนอนนั่น และใช้นิ้วโป้งเกี่ยน้ำตาของน้องออกไป

 

หมับ~ น้องจึงจับมือของผมมากุมไว้และข้าวสวยก็ก้มหน้าส่ายหัว

 

"ฮึ่กๆ ข่ะ..ข้าว...ฮือออ~ ข้าวขอโทษนะคะที่ไม่ยอมเชื่อฟังพี่ปั้น ฮึ่ก!"

"เห็นพี่เป็นคนใจร้ายขนาดนั้นเลยหรอคะ? หืม? เด็กนั่น...เอ่อ" ผมหยุดพูดไปกระทันหันเพราะไม่อยากเรียกลูกสาวของน้องสาวตัวเองว่า เด็กนั่น หน่ะครับ

"ฮิ๊ม~ น้องสานฝันค่ะ สานฝัน..." น้องพูดออกมาพร้อมยิ้มหวานมาให้ผมด้วย

"ค่ะ นั่นแหละ น้องสานฝันก็เป็นหลานพี่นะคะ พี่คงไม่ใจร้ายส่งหลานสาวเพียงคนเดียวของตัวเองไปอยู่สถานสงเคราะห์หรอกค่ะ" ผมพูดออกไป ถึงจะไม่อยากยอมรับให้เด็กคนนี้เป็นหลานก็เถอะแต่...ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ป้ะ?

.

.

.

ข้าวสวย talk's

 

"พี่ปั้น...ยอมรับได้จริงๆหรอคะ? น้องสานฝันเป็นลูกของเขานะคะ" ฉันถามพี่ชายของตัวเองไป

"หึ! ตอนนี้ยังไม่ได้หรอกค่ะแต่...พี่จะเลี้ยงไว้เอาบุญเผื่อสักวันนึงพี่จะยอมรับได้" อ่า...ตอบตรงจังเลยนะพี่ชายฉัน

"เขามาที่นี่จริงๆหรอคะ? มันไม่ใช่ความฝันใช่ไหม?" ฉันถาม

"ค่ะ มันมาที่นี่จริงๆผู้ชายคนนั้น เอ่อ...หมายถึง" อ๋อ...

"พี่เคสเป็นสาวสองค่ะ ทำไมหรอคะ?" ถ้าเดาไม่ผิดพี่ปั้นน่าจะกำลังพูดถึงพี่เคสนะ

"นั่นแหละ น่าจะรู้มาตลอดเพราะดูจากลักษณะและคำพูดของไอ้น่านน้ำแล้วมันไม่น่าจะเพิ่งมาวันนี้เป็นวันแรก" พี่ปั้นพูดมา

"เหอะ! ชีวิตของข้าวไม่มีใครเคยจริงใจด้วยเลยจริงๆสินะคะ?" ฉันยิ้มเยาะให้กับชีวิตของตัวเองและเอ่ยถามความคิดเห็นของพี่ปั้นไป

"อื้อๆ ไม่จริงหรอกค่ะ"

"ในเมื่อไม่มีใครจริงใจกับข้าวข้าวก็จะไม่จริงใจกับใครแล้วเหมือนกันตั้งแต่วันนี้ไปทุกๆคนสำหรับข้าวจะมีแต่ผลประโยชน์เท่านั้น...!" ฉันพูดไปน้ำเสียงเด็ดขาด อ่า...อาจจะยกเว้นพวกเพื่อนและก็พวกพี่แค่บางคนก็แค่นั้น

"น้อง...." พี่ปั้นจะพูดอะไรฉันไปรู้

"พี่ปั้น...ข้าวมีเรื่องอยากจะขอนิดหน่อยค่ะ" พี่ปั้นไม่เอ่ยถามแต่ส่งสายตาสงสัยมาถามฉันแทน

"ต่อจากนี้ไปเลิกพูดกับข้าวด้วยคำลงท้ายว่า คะ ได้ไหมคะ ข้าวฟังทีไรแล้ว...คิดถึงเขาทุกที" ฉันเอ่ยขอร้องพี่ปั้น

"ค่ะ เอางั้นก็ได้" เอ๋...?

"หืม?" มองหน้าพี่ปั้นไปอย่างปรามๆ ป่ะกี๊นี้ฉันเพิ่งบอกไปเองนะ

"มันต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไปสิคะ ข้าวสวย" อ่า...แล้วกว่าจะถึงตอนนั้นมันเมื่อไหร่หล่ะ

"ฮึ๊บ~" ฉันค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงนอนของตัวเองและตรงเข้าไปหาน้องสานฝันที่นอนหลับอยู่

 

ฟอด... และกดจมูกไปที่แก้มข้างขวาของแก ใช่จริงๆด้วยสินะ กลิ่นของเขาจริงๆด้วย

ก่อนที่จะเดินออกไปด้านนอกเพื่อหยิบกรรไกรและฉันก็เดินเข้าห้องน้ำไป

 

@ห้องน้ำ

 

ยืนมองตัวเองอยู่ที่กระจกก่อนที่จะจับผมของตัวเองที่ถูกรวบอยู่มาและก็...

 

"ตั้งแต่...วันนี้ไปฉันจะเป็นคนใหม่คนที่ผ่านมาในชีวิตก็แค่...มีผลประโยชน์ร่วมกันเท่านั้น...!" พูดกับตัวเองออกมาเพียงแค่นั้น

 

ฉับ!! และตามด้วยตัดผมของตัวเองทิ้งให้สั้นปะบ่าในทันที

.

.

.

น่านน้ำ talk's

@Tts. Club ห้องVip เวลา22:45น.

 

"อึ่กๆๆๆๆ! เฮีย...อึ่ก ขอโทษไง!! ไม่ได้ยินไงว๊ะ!? ว่าเฮียขอโทษ!! อึ่กๆๆๆๆ!" ผมพูดออกมาและกระดกเหล้าเข้าปากแบบเพียวๆ

"ข้าว...ข้าวคะ ข้าวสวยคะ...ข้าวสวย เฮียขอโทษ ข้าว...อึ่กๆๆๆๆ!" เมื่อเหล้าถูกใครสักคนเทลงมาบนแก้วผมแล้วผมจึงกระดกมันเข้าปากและวางลงที่เดิม

"อึ่ก ข้าวสวยคะ...ข้าว...เฮียขอโทษ เพราะรักมาก เพราะเฮียรักข้าวมากเฮียถึงต้องทำแบบนั้นกับข้าว อึ่ก เฮียรักข้าว...อึ่กๆๆๆ!"

"มึง...ทำอะไร?" คนที่ถามแค่ฟังจากน้ำเสียงก็รู้ได้เลยว่าคือไอ้ล่ามโซ่

"กู อึ่ก กู...กูปากหมาใส่เมีย...ปากกูแม่งโครตเหี้ยเลยว่ะ อึ่กๆๆๆๆ" ผมโกหกไปบอกแล้วไงว่าคอผมแข็งแดกแค่นี้ไม่สะทกสะท้านถึงประสาทผมหรอกครับ

 

End ep.39

.

.

.

.

.

{Spoil next episode}

 

???ปี???เดือนผ่านไป

"ทั้งงานทั้งเรียนหักโหมไปมันก็ไม่ดีนะ"

"บอกแต่น้อง...แล้วทีตัวเองหล่ะ? ยังหักโหมเลย..."

 

{To be continue...}

 

ย้อนอดีตในเรื่องที่อิเฮียน่านน้ำไม่รู้

สรุปเหตุการณ์ที่น้องข้าวสงสัยว่า...น้องข้าวได้บอกพี่ชายของตัวเองหรือเปล่าสรุปคือ...หลังจากที่โดนอิเฮียข่มขืนน้องก็ไม่ได้บอกนะคะ

บอกแล้วไงว่าคนอย่างพี่ปั้นรักศักดิ์ศรีรักษาสัจจะวาจาเป็นที่สุด!

.....

 

บางทีคุณหมอก็อยากจะช่วยญาติคนไข้บ้างนะคะ 555555 แต่ว่า...คุณหมอก็ไม่ได้บอกนะคะว่าขอแสดงความเสียใจด้วยเรื่องอะไร

หนูขิงใจคนหรืออะไรคะทำไมมันป๋าจังอ่ะด้วยเหตุผลนี้พอน้องบอกพี่ปั้นว่า...ย้ายไปอยู่กับขิงพี่ปั้นจึงยอมแบบง่ายๆเลยนะคะ 55555

.....

 

ตอนนี้น้องผมสั้นแล้วตอนหน้าก็จะแซ่บกว่านี้ตอนหน้าเราจะแบบข้ามไปเลยเนอะเพราะว่าชีวิตประจำวันของอิเฮียน่านน้ำนั้นมันอยู่ในเรื่องของอิเขื่อนหมดแล้ว ก็แค่ดื่มเหล้านั่นแหละ

.....

 

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจคร้าบ~

ผิดพลาดตรงไหนขออภัยมาไว้ตรงนี้นะคะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว