ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เกิดใหม่ครั้งที่13

ชื่อตอน : เกิดใหม่ครั้งที่13

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.4k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 04 พ.ค. 2563 18:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เกิดใหม่ครั้งที่13
แบบอักษร

ปรินซ์มองผู้ชายค่อนข้างมีอายุที่เดินเข้ามาในบ้าน ใบหน้าคุ้นตาราวกับเคยพบกันมาก่อน ยิ่งใกล้เข้ามายิ่งเห็นชัด

 

"คุณบดินทร์" ปรินซ์เอ่ยชื่อของคนมาใหม่ขึ้น คิลล์ที่นั่งอยู่ข้างๆได้ยินเสียงนั้นก่อนจะขมวดคิ้วสงสัย พรีมรู้จักน้าเขาด้วยเหรอ

 

"คุณลุงใจดี"น้องพีชที่นั่งเล่นอยู่บนตักพ่อเงยหน้าขึ้นมาเจอคุณลุงใจดีพีชจำได้

 

"พรีมเหรอ"บดินทร์เอ่ยทักร่างเล็กที่นั่งอยู่ข้างหลานชายตัวเองด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าจะมาเจอกันที่นี่

 

"รู้จักกันด้วยเหรอจ้ะ"เสียงของรินดาถามขึ้นเธอเดินตามหลังน้องชายตัวเองเข้ามาจึงได้ยินทั้งสองคนเรียกชื่อราวกับรู้จักกันมาก่อน

 

"อ่อ พอดีเด็กคนนี้เองครับที่ผมเคยขับรถชน ที่เคยเล่าให้พี่ฟัง"บดินทร์หันมาตอบผู้เป็นพี่สาวของตนที่ย่อตัวลงนั่งข้างๆกัน

 

"โลกกลมจังเลยนะ"รินดาเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งพรีมกับบดินทร์พยักหน้ารับไปตามๆกัน

 

"แล้วนี่ทำไมพรีมถึงมาอยู่ที่นี่ละครับ"บดินทร์หันไปถามพี่สาวของตัวเองก่อนจะหันหน้ามามองพรีมและหลานชายที่มีเด็กตัวเล็กที่เขาเคยเล่นด้วยนั่งอยู่บนตัก

 

"เรื่องมันเป็นแบบนี้จ้ะ"รินดาเป็นผู้เอ่ยเล่าเรื่องราวต่างๆส่งผ่านไปให้ผู้เป็นน้องชายของเธอฟัง

 

บดินทร์รู้สึกตกใจอย่างบอกไม่ถูก คิดไม่ถึงจริงๆว่าเรื่องราวจะเป็นมาแบบนี้

 

"เพราะนิสัยแย่ๆของหลานตอนนั้นสินะคิลล์" บดินทร์หันไปมองหลานตัวเองที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันด้วยสายตาเอือมระอา

 

"โธ่ น้าดินผมก็เปลี่ยนไปแล้วนี่ไง ไม่กลับไปทำแบบนั้นอีกแล้ว"คิลล์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด

 

"งั้นก็หมายความว่าน้องพีชก็เป็นหลานฉันอีกคนสินะ"บดินทร์มองตรงไปยังเด็กตัวน้อยที่นั่งเล่นยิ้มแฉ่งอยู่บนตักพ่อของตัวเอง

 

"แล้วดินมาวันนี้มีเรื่องอะไรหรือเปล่า"รินดาหันไปถามน้องชายที่มาแบบไม่บอกไม่กล่าว

 

"ผมว่าจะมาปรึกษาเจ้าคิลล์เรื่องบริษัท PPC ที่เรากำลังเปิดใหม่น่ะครับ มีแพลนว่าจะเปลี่ยนเป็นบริษัทนำเที่ยว พอดีคนที่เขาขายหุ้นให้เอาแผนงานมาให ้ผมดูแล้วมันค่อนข้างดีทีเดียว ทางนั้นบอกว่าลูกชายตัวเองวางแผนโครงการนี้มาสักพักแล้วเหลือแค่สร้างบริษัทแต่เสียชีวิตก่อนเลยถูกทิ้งไป"

 

"งั้นก็ไปคุยกันก่อนไป เสร็จแล้วจะได้ทานข้าวด้วยกัน"

 

"ได้ครับ เดี๋ยวเราขึ้นไปคุยกันบนห้องทำงานแกแล้วกันคิลล์"

 

"พีช ไปอยู่กับแม่ก่อนนะครับ"คิลล์ยกลูกออกจากตักส่งไปให้ร่างบางที่นั่งข้างกันรับลูกไป

 

"แม่ฮะอันนี้สนุกครับ"พีชชี้ลงบนหนังสือการ์ตูนที่พ่อเอามาให้อ่านให้ผู้เป็นแม่ดูด้วย

 

"ครับ สนุกดี"ปรินซ์ตอบรับลูกไปแต่ในหัวคิดตามเรื่องที่ได้ยินไปเมื่อครู่ เรื่องที่เขาเคยคิดจะขยายบริษัทออกไปจัดตั้งเป็นบริษัทนำเที่ยวที่ปรินซ์เคยคิดไว้เมื่อนานมาแล้วกับจีนเพราะเป็นคนชอบเที่ยวกันทั้งคู่แถมเรียนจบสาขานี้กันมาด้วยอีกหนึ่งใบ เลยวางแผนจะทำบริษัทนี้ร่วมกัน แต่เขาก็มาตายก่อนไม่คิดว่ามันจะถูกรื้อขึ้นมาอีกครั้ง เขาวางแผนอะไรเรียบร้อยหมดแล้วเหลือแค่เพียงสร้างบริษัทขึ้นเท่านั้น

 

ใครกันที่เอาไปเสนอ จีนเหรอ แต่เมื่อกี้ได้ยินว่าคนที่ขายหุ้นเป็นคนแนะนำมา

 

"แม่"ปรินซ์หลุดพึมพำขึ้นมาเบาๆ เป็นไปได้รึไงที่คนแบบแม่จะมาแนะนำอะไรแบบนี้เรื่องอะไรที่เกี่ยวกับเขาไม่เห็นเคยจะสนใจ คงไม่ใช่หรอกเขาไม่เชื่อแน่ๆ

.

.

.

"ฮื่ออ พอแล้วฮะ พีชกินไม่ทันแล้วครับ"เจ้าตัวอ้วนที่นั่งบนเก้าอี้เสริมส่งเสียงน่ารักออกมาแก้มอ้วนๆพองขึ้นเหมือนอึ่งอ่างร้องเวลาฝนตก

 

พีชนั่งมองจานข้าวของตัวเองที่มีอาหารมากมายวางกองไว้บนจาน เดี๋ยวพ่อก็ตักให้ แม่ตักให้ คุณลุงตักให้ ไหนจะคุณย่าอีกตอนนี้จานพีชไม่มีที่ว่างแล้ว พีชอยากให้ทุกคนใจเย็นๆเดี๋ยวคุณพุงของพีชจะแตก

 

"ฮะๆๆพอแล้วย่าไม่ตักแล้ว"รินดามองหลานตัวน้อยที่แสนจะน่าเอ็นดูเสียจริงๆ

 

"พ่อฮะช่วยพีชกินหน่อย"เจ้าอ้วนพีชหันไปหาพ่อที่นั่งด้านข้างส่งสายตาอ้อนๆกระพริบตาปริบๆขอความช่วยเหลือ

 

"ได้ครับ"คนเป็นพ่ออย่างคิลล์เจอความน่ารักของลูกพุ่งเขามาเต็มกำลังมีหรือจะกล้าปฏิเสธ มือหนาเอื้อมไปตักกับข้าวบนจานลูกมาไว้ในจานตัวเอง เหลือไว้ในปริมาณที่พอดีสำหรับพีช

 

"พีชครับอย่าลืมกินคุณผักด้วยนะครับ"ปรินซ์บอกลูกเพราะกลัวเจ้าตัวจะเขี่ยออก พีชพยักหน้ารับก่อนจะตักขึ้นมาหนึ่งคำกินให้แม่ดู

 

"เก่งมากครับ"

 

"ดินพี่ว่าจะปรึกษาเรื่องทำโรงงานด้วยเดี๋ยวกินข้าวเสร็จไปคุยกันนะ"รินดานึกขึ้นมาได้เรื่องของขวัญให้หลาน หันไปสะกิดน้องชายที่มองหลานตัวเองด้วยสายตาเอ็นดูอย่างล้นเหลือ

 

"โรงงานอะไรครับ"บดินทร์ขมวดคิ้วสงสัย พี่สาวเขาจะทำโรงงานอะไร ร้อยวันพันปีไม่เคยคิดจะทำ

 

"ทำไอศกรีมน่ะ"บดินทร์ได้ฟังยิ่งสร้างความงุนงงให้เขาเข้าไปใหญ่

 

"พี่จะทำไปให้ใครครับ"ถ้ามาแบบนี้คงไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้วละ

 

"ของขวัญให้หลานจ้ะ"บดินทร์ได้ฟังก็พอจะเข้าใจทันที แต่ช้าก่อนเขาต้องไม่น้อยหน้าพี่สาวตัวเองสิ

 

"พีชครับ พีชชอบอะไรอีกมั้ยนอกจากไอติม" บดินทร์เอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำเอาพ่อและแม่ของน้องพีชนั่งงงกันทั้งคู่

 

"พีชเหรอฮะ พีชชอบอะไรอีกเหรอนอกจากไอติม ใช่ๆๆพีชชอบกินคุณไก่ทอดฮะ"เมื่อได้รับคำตอบที่พอใจแล้วบดินทร์พยักหน้ารับส่งรอยยิ้มอ่อนโยนให้หลานก่อนจะผุดรอยยิ้มมีเลศนัยขึ้นมา

 

"คงไม่ใช่แบบที่พี่คิดใช่มั้ยดิน"รินดาหรี่ตามองน้องชายที่อยู่ๆก็ถามหลานพร้อมกับรอยยิ้มน่าสงสัย

 

"แบบที่พี่คิดนั่นแหละครับ"ดูท่างานนี้หลานคนแรกของบ้านคอร์นนาสคงจะถูกสปอยเพิ่มอีกแน่นอนแต่นี่เป็นเพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น หากหลานชายตัวน้อยเอ่ยปากอยากได้อะไรคงไม่แคล้วจะซื้อโรงงานมาให้หลานอีกใช่หรือไม่

.

.

.

 

"ดึกแล้วนะ นอนค้างมั้ยพรีม พรุ่งนี้เดี๋ยวฉันให้คนไปส่ง"รินดาถามแม่ของหลานที่นั่งพักอยู่บนโซฟาหลังจากทานอาหารกันเสร็จไปได้ช่วงประมาณหนึ่ง

 

"ไม่เป็นไรครับ รบกวนไปส่งผมหน่อย"ปรินซ์ตอบไปแบบไม่ได้คิดอะไรแค่นี้ก็พอแล้ว เขาไม่ค่อยอยากจะอยู่ต่อสักเท่าไหร่ ไม่รู้ทำไม

 

"แต่พีชจะหลับแล้วนะ"คิลล์มองดูลูกที่กินอิ่มแล้วก็นอนตาปรอยอยู่บนตักแม่ เขาว่าเขารู้แล้วทำไมพุงน้อยๆของลูกถึงได้ไม่หายไปสักทีเพราะแบบนี้นี่เอง

 

ปรินซ์ก้มลงดูลูกที่นอนตาปรอยอยู่บนตัก มันทำให้เขาคิดหนักอีกแล้ว แต่เอาเถอะคืนเดียวเอง

 

"โอเคครับ รบกวนจัดห้องให้ผมหน่อยนะครับ"สุดท้ายปรินซ์ก็ยอม มือก็ลูบหัวลูกเบาๆให้หลับไปสักหน่อยแล้วค่อยปลุกมาอาบน้ำ

 

"นอนห้องเดียวกันกับฉันก็ได้นะ"เสียงคนเสนอตัวขึ้นมาทำเอาปรินซ์จิกตามองแรงใส่ทันที

 

"แต่ผมไม่อยากนอนกับคุณครับ ถ้าไม่แยกห้องก็ไปส่งผมกลับบ้าน"คิลล์ยกมือเป็นเชิงยอมแพ้ก่อนจะเดินไปแจ้งแม่บ้านให้รีบไปทำความสะอาดห้องนอนรับแขก

 

รินดามองลูกชายตัวเองกับแม่ของหลานที่คุยกันอย่างห่างเหินหมายถึงพรีมนะที่ห่าง เรื่องที่เธอเคยคิดเอาไว้คงจะไม่มีทางเกิดขึ้นจริงในเร็วๆนี้เป็นแน่ คิดไปคิดมาก็อดคิดเรื่องเดิมไม่ได้ พรีมเปลี่ยนไปมากจริงๆมากแบบคาดไม่ถึงเลยละ

 

เธอที่เคยเห็นพรีมในเมื่อก่อนกับตอนนี้เป็นใครก็คงคิดเหมือนเธอราวกับมีคนใหม่มาอยู่ในร่างยังไงยังงั้น ถ้าสามีเธออยู่ด้วยก็คงจะคิดแบบเดียวกันแน่ๆแต่ดันมีงานให้ไปต่างประเทศจึงมีแค่เธอที่อยู่บ้าน บ้าจริงเพ้อเจ้อไปใหญ่แล้ว รินดาหยุดคิดก่อนจะเดินออกมาขึ้นไปยังห้องของตัวเองเมื่อเห็นว่าทุกอย่างลูกชายเธอจัดการเรียบร้อยแล้ว

 

"นอนได้มั้ย"คิลล์ที่เดินอุ้มลูกขึ้นมาให้นอนบนเตียงหลังจากที่ห้องจัดการเสร็จแล้วเอ่ยถามแม่ของลูกที่เดินตามมาด้านหลัง

 

"อืม"ปรินซ์ตอบแบบเพลียๆอาการเหนื่อยเหมือนเมื่อกลางวันคล้ายจะกลับมาอีกรอบ

 

"เป็นอะไรมั้ย"คิลล์ที่เห็นดวงหน้าหวานดูเพลียแปลกๆเลยอดถามไม่ได้

 

"ผมไม่เป็นอะไรหรอก คุณกลับไปเถอะ"ปรินซ์โบกมือไล่ใครอีกคนให้ออกไปเร็วๆ เขารำคาญตา

 

"โอเคๆถ้ามีอะไรไปเรียกฉันได้นะห้องข้างๆ"คิลล์ก้มลงหอมหน้าผากลูกหนึ่งทีก่อนจะเบี่ยงตัวออกมาปิดประตูลงอย่างแผ่วเบาไม่ให้รบกวนลูกที่หลับอยู่

 

ปรินซ์เดินไปจัดการเตรียมของมาเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ลูกที่ไม่รู้ว่ามีใครออกไปซื้อมาตอนไหนอุปกรณ์สำหรับเด็กวางครบครันเตรียมไว้ในห้องอย่างกับวางแผนกันมาแล้ว

 

จัดการเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ลูกเรียบร้อยก็มาจัดการตัวเองต่อให้เสร็จ เรียบร้อยแล้วก็พร้อมนอน เดินมากดจูบหน้าผากลูกแผ่วเบาก่อนจะล้มตัวนอนลงขยับตัวเข้าไปกอดลูกหลับตาลงเข้าสู่ห่วงนิทราไปตามกัน

 

แกร็กก

 

ในยามดึกกลางห้องที่เงียบสงัด เสียงประตูห้องที่มีร่างของสองแม่ลูกนอนอยู่บนเตียงถูกผู้บุกรุกเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะร่างสูงของผู้บุกรุกย่องเท้าเข้ามาแผ่วเบา แสงไฟสลัวจากทางหน้าต่างที่ส่องผ่านเข้ามากระทบใบหน้าหวานของคนเป็นแม่ที่ตระกองกอดลูกน้อยไว้ในอ้อมอก

 

คิลล์มองคนเป็นแม่ที่หลับสนิทแก้มน้อยๆน้วยไปกับหมอนเหมือนคนลูก มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย บรรยากาศรอบตัวพรีมตอนนี้ไม่เหมือนที่เขาเคยคุ้นเคย จริงๆแล้วตัวเขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าแม่ของลูกเขาตอนนี้เป็นคนเดียวกันกับเมื่อห้าหกปีที่แล้ว

 

เขารู้จักพรีมในตอนนั้นดีว่าเป็นคนแบบไหนแค่มองตาเขาก็รู้แล้วว่าอีกคนคิดอะไรจะทำอะไร แต่คนตรงหน้าเขาตอนนี้เขาไม่เคยจะเดาออกได้เลยว่ารู้สึกนึกคิดอะไร ความรู้สึกหรือสิ่งบางอย่างในตัวพรีมคนนี้เขารู้สึกว่ามันไม่เหมือนเดิมดูเป็นใครอีกคนที่ไม่ใช่คนเมื่อก่อน

 

ไหนจะความรู้สึกที่เขารู้สึกว่าพรีมฉลาดรอบคอบสุขุมและพูดน้อยกว่าเดิม ดูเป็นคนน่าเกรงขามน่าให้ความเคารพ ทั้งหมดนี้สิ่งที่ทำให้เปลี่ยนไปเป็นเพราะถูกรถชนจริงหรือ เขาไม่อยากจะเชื่อสักนิด แต่ไม่ว่ายังไงเขารู้สึกดีกับพรีมคนนี้มากกว่าคนที่ตนเคยพบ

 

เขารู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเองเมื่อก่อนเช่นกันและข้อผิดพลาดเหล่านั้นเขาได้รับกรรมและชดใช้ไปหมดแล้ว เพียงแต่ไม่ได้เล่าออกไปให้ใครฟังมีเพียงคนตรงหน้ากับลูกเท่านั้นที่เขายังไม่ได้ชดใช้ให้

 

แต่จากนี้ไปชีวิตของเขาที่ได้เปลี่ยนตัวเองใหม่เขาจะเป็นคนที่ดีขึ้น เรื่องในอดีตเป็นบทเรียนที่สำคัญและหนักหนาสาหัสสำหรับเขา มันสอนชีวิตในวัยรุ่นเขาได้เป็นอย่างดีเรื่องทุกอย่างเกิดเพราะความคึกคะนองเป็นเหตุ แต่ตอนนี้เขาโตพอแล้ว มีความคิด มีสำนึกสามารถพาตัวเองกลับมาเป็นคนที่ดีกว่าเมื่อวานได้ และคิลล์สัญญาว่าจะทำมันต่อไปให้ทุกคนได้เห็นไม่ใช่เพียงลมปากเพื่อลูกและครอบครัวของเขา

 

นั่งคิดอะไรในห้องที่แอบเข้ามาอยู่นานกดจมูกลงแก้มกลมของลูกไปอีกครั้ง ก่อนจะย้ายมาทางคนเป็นแม่ คิลล์กดจมูกลงแก้มของพรีมแผ่วเบาผละตัวออกมารีบวิ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวคนที่ถูกฉวยโอกาสตื่นขึ้นมาเจอ ไม่อย่างนั้นวันพรุ่งนี้สำหรับเขาอาจไม่มีอยู่จริง

 

 

 

TBC. 

เมื่อวานไม่ได้ลงขอโทษทุกคนด้วยนะคะแต่ว่า เนื่องจากวันนี้เป็นวันเกิดเรา เราเลยจะลงตอนพิเศษที่ไม่เกี่ยวกับเวลาในปัจจุบันของเรื่องให้อ่านกันก่อนค่ะ เดี๋ยวมาลงให้ตอนค่ำๆไม่ก็ดึกๆนะคะ 

 

ฝากคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้กันหน่อยนะคะ 

 

ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์และทุกๆการติดตามนะคะ 

 

#ปรินซ์ลูกติด 

 

@NATTA493 

ความคิดเห็น