facebook-icon Instagram-icon

เป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดถูกใจและดาว รวมทั้งซื้อนิยายด้วยกุญแจหรือเหรียญด้วยนะคะ ^^

ภาคพิเศษ ฉบับ ลี ยูจีน >> ผมก็แค่...อยากรักใครซักคน (ครั้งแรกกับเจย์ซี) 4.2

ชื่อตอน : ภาคพิเศษ ฉบับ ลี ยูจีน >> ผมก็แค่...อยากรักใครซักคน (ครั้งแรกกับเจย์ซี) 4.2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 88

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 พ.ค. 2563 12:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภาคพิเศษ ฉบับ ลี ยูจีน >> ผมก็แค่...อยากรักใครซักคน (ครั้งแรกกับเจย์ซี) 4.2
แบบอักษร

ในที่สุดทั้งสองก็มาถึงกระท่อมหลังเล็ก ลี ยูจีนแทบอดใจรอเปิดประตูถลาเข้าไปข้างในไม่ไหว แต่อนิจจา ที่นี่ไม่มีไฟฟ้าเข้าถึง จึงเป็นหน้าที่ของเจย์ซีที่เป็นคนจุดไฟใส่ตะเกียงที่แขวนอยู่ข้างขื่อ เมื่อแสงไฟจากตะเกียงส่องสว่างบวกกับแสงของไฟฉาย ช่วยให้พ่อบ้านหนุ่มมองเห็นสภาพรอบตัวได้ดีขึ้น 

ตรงหน้าเขาคือพื้นที่ใช้สอยว่างๆขนาดสี่เสื่อผืนใหญ่ๆ ถัดไปเป็นเตียงไม้พร้อมฟูกนอนเก่าๆ มีหมอนและผ้าห่มพร้อมใช้อยู่สองชุด ที่นี่ไม่มีตู้หรือโต๊ะใดๆวางไว้ให้เปลืองเนื้อที่ ช่างดูเรียบง่ายและชนบทเสียเหลือเกิน 

เจย์ซีเดินไปเปิดหน้าต่างที่มีเพียงสามบานทั้งกระท่อม ลมหนาวเริ่มพัดเข้ามา ทำให้อากาศภายในกระท่อมระบายถ่ายเทได้ดียิ่งขึ้น  

“พ่อบ้านลีคงหิวน้ำแล้ว”เจย์ซีส่งขวดน้ำลายทหารพรานให้พ่อบ้านหนุ่ม 

“ขอบคุณครับ” 

เมื่อดื่มเสร็จ ก็ส่งให้เจ้าของขวดน้ำดื่มบ้าง 

“พ่อบ้านลีนั่งพักบนเตียงก่อนดีกว่า ไม่งั้นคงเมื่อยขาแย่” 

“ขอบคุณครับ” 

ลี ยูจีนหย่อนร่างลงบนฟูกนอน ในยามที่เหนื่อยจากการเดินเท้าเป็นกิโลๆ ต่อให้นั่งบนยอดพีระมิดพ่อบ้านหนุ่มก็ยอมทั้งนั้น 

ดูเหมือนเจย์ซีจะถึกทึนกว่าที่ลี ยูจีนคิดไว้มาก ขนาดเดินมาด้วยกันร่วมหลายกิโล พ่อบ้านหนุ่มยังแทบจะลากสังขารไปนั่งบนเตียงไม่ไหว แต่เจย์ซีกลับยืนนิ่งเหมือนองครักษ์เฝ้าประตูได้เฉยๆโดยไม่รู้สึกอะไร เขาไม่มีอาการเหนื่อยหอบเลยสักนิด คล้ายกับว่าอีกฝ่ายคงชินเสียแล้วกับการใช้กำลังหรือเดินทางบ่อยๆ 

“ถอดเสื้อออกเถอะ พ่อบ้านลีเหงื่อออกเต็มเลย ซ้ำอากาศก็เย็นขนาดนี้ ผมเกรงว่าจะเป็นปอดบวมได้นะ”เจย์ซีเตือน  

“ได้ครับ” 

ลี ยูจีนถอดเสื้อคลุมออกกองไว้ที่ปลายเตียง จึงเหลือเพียงแค่ชุดนอนกับเสื้อกล้ามข้างในสองชั้นเท่านั้น เมื่อจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้ว พ่อบ้านหนุ่มจึงหันไปมองอีกฝ่ายบ้าง  

ลี ยูจีนรู้สึกใจแกว่งประหลาด ทั้งๆที่ไม่มีอะไรน่ากลัวเลยสักนิด 

เจย์ซียังคงยืนปักหลักอยู่ริมหน้าต่าง หากแต่เจ้าตัวไม่ได้มองออกไปข้างนอก นัยน์ตาสีน้ำข้าวดูแวววาวเป็นประกายคล้ายดวงตาของสัตว์นักล่ายามออกหากินกลางคืน เขาหันหน้ามาหาลี ยูจีน มือถือขวดน้ำลายทหารพรานไว้ เสื้อผ้ายังอยู่ครบทุกชิ้น ทั้งๆที่เป็นคนแนะนำให้พ่อบ้านหนุ่มถอดเสื้อคลุมเอง 

“หายเหนื่อยหรือยัง พ่อบ้านลี”ถามเสร็จก็วางขวดน้ำลายทหารพรานไว้กับพื้นห้อง 

“ครับ กระผมคิดว่าน่าจะเดินกลับไหวแล้ว” 

“เราอยู่ที่นี่ต่ออีกสักหน่อยก็ได้ ยังไม่ดึกเกินไปสำหรับ “การนอน” หรอกใช่ไหม” 

ลี ยูจีนบอกตัวเองว่าทุกอย่างปกติดี นั่นเป็นประโยคธรรมดาที่เรียบง่าย แต่ทำไมชายหนุ่มถึงได้คิดลึกไปไกล ว่ามันมีความนัยแอบแฝงอยู่นะ 

“เอ้อ เจย์ซี...”เอ่ยได้แค่นั้นแล้วก็เงียบไป 

“มีอะไรเหรอ พ่อบ้านลี” 

ทำไมเจย์ซีถึงต้องยิ้มแบบนั้นด้วย มันเป็นยิ้มแบบที่ลี ยูจีนไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน และก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรด้วย พอถูกเจย์ซีถามกลับ พ่อบ้านหนุ่มจึงได้แต่อ้ำอึ้ง 

ขอร้องล่ะครับ อย่าทำตัวเป็นปริศนาตอนนี้ได้ไหม กระผมกลัวนะครับเนี่ย 

“กลัวเหรอ พ่อบ้านลี” 

นี่คุณเข้ามานั่งเล่นอยู่ข้างในหัวกระผมหรืออย่างไรกัน ? 

นี่เป็นครั้งแรกที่ลี ยูจีนเริ่มตัวสั่นทั้งๆที่เหงื่อแห้งไปหมดแล้ว อากาศหนาวในเขตเมดิเตอร์เรเนียนไม่สามารถทำอะไรผิวหนังของคนที่เติบโตมาในประเทศที่ในฤดูหนาวอุณหภูมิติดลบเกือบสิบองศาได้ 

ไม่ทันไรลี ยูจีนก็เผลอขยับตัวถอยหลังไปโดยที่ไม่รู้ตัวเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของอีกฝ่ายค่อยๆก้าวเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้า 

“ไม่ต้องกลัวหรอก พ่อบ้านลี ผมยังไม่ทันทำอะไรคุณเลย” 

“คือว่ากระผม...” 

“นั่งอยู่ตรงนั้นแหละ อย่าขยับไปไหนนะ ผมแค่อยากจะมานั่งด้วย ก็เท่านั้นเอง” 

ในที่สุดร่างของเจย์ซีก็นั่งอยู่บนเตียงเดียวกับพ่อบ้านหนุ่ม 

“หนาวไหม” 

“ไม่ครับ” 

“ผมว่าคุณหนาวนะ” 

“ไม่หนาวครับ”ลี ยูจีนพยายามแย้ง 

“มองหน้าผมสิ” 

ลี ยูจีนหันไปมอง ก่อนจะรู้ตัวว่าเขาคิดผิด นัยน์ตาสีน้ำข้าวของอีกฝ่ายเปล่งประกายแวววาว ช่างดูน่ากลัวราวกับหมาป่า แต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนมีมนต์ขลัง แค่เพียงจ้องมองก็ราวกับถูกดูดสติสัมปชัญญะให้หายลับไป 

ร่างบอบบางของลี ยูจีนถูกผลักให้นอนลงบนเตียง 

“พ่อบ้านลีต้องถอดเสื้อ”  

แต่ลี ยูจีนไม่ได้ถอด เขาไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด นัยน์ตาเรียวรีของพ่อบ้านหนุ่มถูกสะกดให้อยู่กับใบหน้าหล่อเหลาเหลือร้ายของอีกฝ่าย จากนั้นเจย์ซีก็เป็นฝ่ายถอดเสื้อผ้าของตัวเอง เริ่มจากชิ้นนอกสุดไปหาชิ้นใน ทั้งท่อนบนและท่อนล่าง 

โอ ลี ยูจีน นายมาทำบ้าอะไรในที่แบบนี้ ? 

เท่านั้นแหละ ลี ยูจีนกระเด้งตัวขึ้นมาจากเตียง เขาพยายามออกแรงอย่างแข็งขันเพื่อที่จะหลุดพ้นจากการการกักขังที่แสนรัญจวนนี้ 

“สายไปเสียแล้วมั้ง พ่อบ้านลี” 

“เจย์ซี อย่าทำแบบนี้!” 

ลี ยูจีนร้องเสียงหลง ร่างของเขาถูกผลักให้ล้มลงไปนอนกองบนฟูกอย่างแรง 

“ผมรู้นะว่าคุณต้องการอะไร” 

“กระผมไม่ได้ต้องการแบบนี้!” 

เสียงเสื้อผ้าเนื้อบางฉีกขาด ลมหนาวปะทะเข้ากับผิวเนื้อที่ขาวผ่องและเนียนใสคล้ายเด็กทารก 

“แค่ผมมองตาของคุณ ผมก็รู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร พ่อบ้านลี คุณปฏิเสธผมไม่ได้หรอกนะ” 

ลี ยูจีนพยายามดิ้นรนเพื่อให้หลุดพ้นจากวงแขนแกร่ง แต่คนตรงหน้า ไม่ใช่สิ ตอนนี้ต้องบอกว่าคนที่อยู่ข้างบน กำลังคร่อมทับร่างเปลือยเปล่าของเขาเอาไว้ แขนเรียวยาวทั้งสองข้างของพ่อบ้านหนุ่มถูกตรึงไว้เหนือศีรษะ หมดสิทธิ์ต่อสู้ขัดขืนเรี่ยวแรงมากมายมหาศาลจากร่างสูงใหญ่นี้ได้เลย 

“อย่าลืมนะ พ่อบ้านลี ร่างกายคุณเป็นของผม” 

เจย์ซีโน้มใบหน้าลงมา ลี ยูจีนไม่รู้อีกแล้วว่าอะไรเป็นอะไร ตอนนี้ความรู้สึกแปลกใหม่กำลังเข้ามาเล่นงานชายหนุ่ม มันคือความเสียวซ่านระคนหฤหรรษ์อย่างที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนในชีวิต 

  

  

  

  

จิ๊บๆๆ 

กระผมยังจำได้ดีถึงละครที่เคยดูกับพ่อสมัยตอนที่ยังเป็นเด็กๆ กระผมจำฉากที่ฉายถึงท้องนาที่บ้านเกิดได้ไม่มีวันลืม กระผมนึกถึงสีเขียวอ่อนของต้นข้าวละเลงไปกับสีเหลืองทองสว่างของเมล็ดข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว นึกถึงคันนาที่เต็มไปด้วยดินโคลนชุ่มน้ำไว้ให้ข้าวได้นำสารอาหารไปหล่อเลี้ยงตามลำต้น นึกถึงควายตัวใหญ่เพื่อนซี้ของกระผมที่ชอบทำหน้าซื่อๆเหยียบย่างเท้าไปบนคันนาอย่างเฉื่อยชาราวกับกำลังเดินจงกรมในวัดแบบพุทธอย่างไรอย่างนั้น กระผมนึกถึงยอดมะพร้าวและตาลโตนดอันสูงลิ่วที่ใฝ่ฝันว่าอยากจะปีนขึ้นไปพิชิตบนยอดนั้น และสุดท้าย กระผมคิดถึงกระท่อมปลายนาแบบที่ชาวนายากจนใช้ซุกหัวนอน 

กระซิกๆๆ 

กระผมได้ยินเสียงใครคนหนึ่งร้องไห้ เสียงนั้นอยู่ไม่ไกลนัก ยิ่งได้ฟังแล้วยิ่งรู้สึกสะเทือนใจ อยากรู้เหลือเกินว่าใครกันที่ร้องไห้ เสียงนั้นฟังดูปริ่มจะขาดใจ ระโหยโรยแรง ราวกับสะอึกสะอื้นมาเนิ่นนาน กระผมอยากจะหาผ้าเช็ดหน้าไปซับน้ำตาให้เหลือเกิน 

“เมื่อคืนนี้มีความสุขดีไหม” 

เสียงห้าวของใครคนหนึ่งดังขึ้น ทำไมหมอนี่ไม่เดินไปปลอบใจคนๆนั้นนะ เสียงร้องไห้ยังคงดำเนินต่อไป โดยเฉพาะเสียงสะอื้น 

“ไม่เอาน่า เราตกลงกันแล้วนี่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมาจากความเต็มใจของทั้งสองฝ่าย” 

ใครคนนั้นยังไม่หยุดสะอื้นเสียที 

กระผมกำลังนอนอยู่ ใช่แล้ว กระผมกำลังนอนตะแคงข้าง วันนี้เตียงนอนไม่ได้นุ่มนิ่มอย่างที่เคยเป็นอีกแล้ว มันทั้งแข็ง กระด้างและหนาวเย็น กระผมรู้สึกโหยหาฮีตเตอร์ กาแฟเอสเปรสโซและม้านั่งตัวเดิมที่เคยนั่งรับลมหนาว แต่กระผมก็ทำได้แค่นึกเท่านั้น ขนาดแรงที่กระผมจะใช้ลุกยังไม่มีเลย  

กระซิกๆๆ 

กระผมสะอึกสะอื้นจนเหนื่อยหอบ ลมหนาวในช่วงเช้าพัดผ่านหน้าต่างเข้ามาปะทะเข้ากับผิวเนื้อที่อ่อนแอและบอบบางของกระผม ผ้าห่มสีขาวเหลือบเทาบ่งบอกถึงอายุคลุมอยู่เหนือเอวกระผมอย่างหมิ่นเหม่ ปล่อยให้ร่างกายท่อนบนของผมเปิดเปลือยไร้อาภรณ์ใดๆปิดบัง สิ่งที่ทำได้เพียงอย่างเดียวก็คือ การนอนตะแคงคู้ตัวเพื่อปกปิดเนื้อหนังในร่มผ้าจากสายตาจาบจ้วงของใครคนหนึ่ง 

“เช้านี้อากาศดีนะ พ่อบ้านลี” 

กระผมยังคงสะอื้นต่อไป ใช่แล้ว ถ้าไม่ติดที่ว่ากระผมอยู่ในสภาพแบบนี้ล่ะก็ กระผมคงตอบเขากลับไปอย่างฉะฉานว่าตัวเองก็เห็นด้วย แต่ในยามนี้ สิ่งเดียวที่กระผมรับรู้ได้ก็คือ 

เหตุการณ์เมื่อคืนนี้ 

กระผมจำได้ถึงพายุที่โหมกระหน่ำระหว่างร่างสองร่าง คลื่นอารมณ์ที่รุนแรงและเร่าร้อนพัดพาเอาความรู้สึกผิดชอบชั่วดีให้สลายหายไปกับลมหนาวที่กระหน่ำโจมตีกระท่อมหลังน้อย 

ถ้าเป็นที่บ้านเกิดของกระผมล่ะก็ ในฉากๆนี้ ฟ้าจะต้องผ่าต้นตาลโตนดหักลงมา และเมื่อนางเอกรู้สึกตัวอีกที ท้องฟ้าจะเริ่มเป็นสีเหลืองสว่างด้วยแสงอาทิตย์แรกแย้มโผล่พ้นขุนเขา 

ตอนนี้กระผมก็มองเห็นนะ ท้องฟ้าเป็นสีเหลืองในช่วงเวลาหกโมงเช้า ฤดูหนาวก็แบบนี้แหละครับ ท้องฟ้าอาจจะสว่างช้าซักหน่อย แต่กระผมก็ยังคงมองเห็นสีเหลืองส่องประกายอยู่รำไร 

หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนได้ผ่านพ้นไป ผนวกกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า แบบนี้ใช่ไหมที่เขาเรียกว่า “ฟ้าเหลือง” น่ะ 

“พ่อบ้านลีจำอะไรได้บ้างเมื่อคืนนี้ ผมชอบนะกับเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเรา” 

ถามว่ากระผมจำอะไรได้บ้างเหรอ ไม่รู้สินะ เมื่อคืนนี้มีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นกับกระผมมากมายเกินกว่าจะรับไหว ใช่แล้ว! เจย์ซี ผู้ชายที่อยู่ข้างบน และกระผมก็อยู่ข้างล่าง เขาบอกว่าตัวเองมีความสุขมากที่สุด จากนั้นเขาก็...โจนจ้วงเข้ามาข้างในตัวกระผม 

แรกเริ่ม กระผมรู้สึกได้ถึงความร้อนระอุราวกับความร้อนจากดาบเหล็กกล้า กระผมรู้สึกกลัวขึ้นมาทันใดจนต้องสะบัดตัวหนี 

จากนั้นก็ตามมาด้วยความนุ่มนวลและอบอุ่นเหมือนเปลวเทียนบนโคมลอยนับพันๆดวง ลอยละล่องอยู่ข้างในตัวกระผม 

แล้วมันก็แปรเปลี่ยนเป็นดอกไม้ไฟที่บางคราก็เย็นเฉียบ บางครากลับร้อนบาดผิว ดอกไม้ไฟข้างในตัวกระผมนำพาซึ่งความตื่นเต้นยามที่มันถูกจุดขึ้นมานับครั้งไม่ถ้วน 

และแล้วกระผมก็รู้สึกได้ถึงปล่องภูเขาไฟกำลังระเบิดแตกเป็นเสี่ยงๆ ลาวาร้อนๆจากแรงระเบิดคุกรุ่นอยู่ข้างในตัวกระผม  

“ยังไม่ตอบผมอีกเหรอ งั้นช่วยบอกผมซักนิดหนึ่งสิว่าพ่อบ้านลีรู้สึกอย่างไร” 

รู้สึกอย่างไรน่ะเหรอ นี่คือครั้งแรกของกระผม คิดเสร็จนัยน์ตาเรียวรีของกระผมก็หันขวับไปมอง “ว่าที่สามี” (?) อย่างเอาเรื่อง 

กระผมจำได้แต่ว่า เมื่อคืนนี้...ภูเขาไฟของคุณมันระเบิดลูกแล้วลูกเล่าอยู่ในตัวกระผม ทั้งคืนเลยนะเว้ย! 

เจย์ซีหัวเราะให้กับอาการงอนของหนุ่มเกาหลี ร่างสูงใหญ่ยืนเปลือยท่อนบนอยู่ริมหน้าต่างเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า ในขณะเดียวกันในปากก็ดูดมาโบโร่ไปด้วยอย่างสบายอารมณ์ 

นักค้าข่าวเถื่อนยิ้มแป้นอย่างอารมณ์ดี ชายหนุ่มเดินตรงไปหาร่างบอบบางบนเตียงนอน ก่อนจะโยนสิ่งหนึ่งลงตรงหน้าลี ยูจีน 

ธนบัตรห้ายูโรจำนวนหนึ่งใบ 

“ถือซะว่านี่เป็นค่าปิดปาก จากนี้ไปขอให้พ่อบ้านลีลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ซะ” 

ลี ยูจีนแทบจะกระเด้งตัวขึ้นจากเตียงแทบไม่ทัน เขาอยากจะด่าอีกฝ่ายเสียเหลือเกิน ค่าจ้างห้ายูโร (ธนบัตรที่มีมูลค่าน้อยที่สุดในจำนวนธนบัตรทั้งหมด) แลกกับการลืมเรื่องทั้งหมดและพรมจรรย์ (มีด้วยเหรอ?) ที่เขาต้องเสียไปเนี่ยนะ 

“ไม่มีทาง ตอนนี้กระผมตกเป็นของคุณแล้ว อย่างไรซะ คุณก็ต้องรับผิดชอบ”พ่อบ้านหนุ่มยื่นคำขาด 

“พ่อบ้านลีลืมไปแล้วเหรอ เรื่องกฎข้อที่สามของซีเคน่ะ” 

“อะไรนะ”ลี ยูจีนร้อง 

“ก็หมอนั่นบอกว่าห้ามกินกันในบ้าน เพราะฉะนั้นเรื่องระหว่างผมกับพ่อบ้านลีจะให้คนในบ้านรู้ไม่ได้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้น พ่อบ้านลีก็น่าจะรู้ชะตากรรมนะว่า ไม่เราคนใดคนหนึ่งจะต้องถูกเตะโด่งออกไปจากคฤหาสน์นี้” 

โอ ไม่นะ นั่นมันรายได้ทั้งหมดของกระผมเลยนะครับ 

“ฉะนั้นเข้าใจหรือยัง พ่อบ้านลี” 

ลี ยูจีนไม่ได้อยากตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้า คายไม่ออก ต้องกินน้ำใต้ศอกแบบนี้ แต่ผู้ชายที่บอบบาง ไร้ทางสู้เช่นเขาจะทำอะไรได้ล่ะ 

  

  

  

  

เรื่องราวของกระผมก็ลงเอยแบบนี้แหละครับท่านผู้อ่าน กระผมพูดจริงๆนะ เจย์ซีคือปรมาจารย์ด้านเกมกามของกระผม แต่เหนือสิ่งอื่นใด กระผมเองก็อยากจะเป็นผู้ถ่ายทอดวิทยายุทธนี้ให้แก่ผู้อื่นบ้าง เห็นอย่างนี้ก็เถอะครับ แต่กระผมอาจจะเป็นอาจารย์ที่ดีได้เหมือนกันนะ 

และตอนนี้ สวรรค์อาจเริ่มมองเห็นเงาหัวของกระผมบ้างแล้วก็ได้ เป็นโชคดีของกระผมจริงๆที่ชาร์มมิ่ง สจ๊วตได้มาอาศัยอยู่ชายคาเดียวกับกระผม 

อา อย่าพึ่งหนีกระผมไปไหนนะพ่อหนุ่มชาร์ม คราวนี้แหละ กระผมจะจับคุณให้ได้ พ่อนักต้มตุ๋น! 

โป๊ก! 

โอ๊ย! 

“นี่ฝันกลางวันอีกแล้วเหรอ พ่อบ้านลี รู้ไหมตอนนี้สมาชิกคนอื่นๆเขารอกินอาหารฝีมือนายอยู่นะ รีบๆทำให้มันเสร็จๆซะทีสิ ฉันหิวข้าวจะแย่แล้วนะ” 

เสียงแหลมๆของคู่ปรับคนสำคัญของกระผม...คริสติน่า หยาง พึ่งใช้กระทะเทฟลอนฟาดหัวกระผมเข้าอย่างจัง จนกระผมต้องรีบรุดทำอาหารเย็นให้เสร็จทันเวลา ไม่เช่นนั้นกระผมอาจจะกลายเป็นศพถูกหมกคาห้องครัวนี้ได้ 

ฝากไว้ก่อนเถอะ แม่ตัวแสบ ไว้วันหลังกระผมจะเอาคืนให้หนักเลย!  

ความคิดเห็น