facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

3. -1 (มาแว้ว มาให้อ่านเยอะอยู่นะ)

ชื่อตอน : 3. -1 (มาแว้ว มาให้อ่านเยอะอยู่นะ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 158

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ค. 2563 13:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
3. -1 (มาแว้ว มาให้อ่านเยอะอยู่นะ)
แบบอักษร

เด็กหญิงผมเปียยืนมองขึ้นไปบนศาลาท่ามกลางสายตารังเกียจและเสียงซุบซิบนินทาว่า วันที่บุคคลที่นอนไร้ลมหายใจอยู่ในโลงจะเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์นั้น คนสุดท้ายที่เขาได้เจอก็คือ เด็กหญิงคนนี้เป็นผู้เดินไปหาเขาที่บ้าน ทั้งคู่พูดจากันอะไรสักอย่างเขาก็ขับรถไปทำงาน ก่อนจะขับไปประสานงากับรถบรรทุกทำให้เสียชีวิตคาที่  

ตอนนี้ เสียงเล่าลือถึงอาถรรพ์ของเธอยิ่งหนาหู และตอกย้ำให้ทุกคนหวาดกลัวว่าเธอเป็นตัวอัปมงคล  

"กลิ่น กลับบ้านเราลูก" เสียงของมารดาเธอ ท่านคงรีบมาตามเธอกลับด้วยท่าทางดูร้อนใจที่รู้ว่าลูกสาวแอบมางานขาวดำงานนี้ งานที่เจ้าภาพงานทำท่าจะไม่ต้อนรับเสียด้วย 

"แม่" เธอเงยหน้ามองหน้าท่าน  

แม่ก็มองตอบด้วยสีหน้าบึ้งตึง ก่อนจะก้มมากระซิบบอก "แม่บอกแล้วว่าห้ามมา!" ผู้เป็นแม่จะดุลูกสาวอีกก็ที่ห้ามแล้วไม่ฟัง แต่ยามสบตากับดวงตาเศร้า ๆ ของลูกจึงทำได้แค่ทอดถอนใจ จับมือข้างหนึ่งของลูกไว้ แล้วบอกแค่ว่า "กลับเถอะ ยายรอกลิ่นกลับบ้านอยู่นะ" 

จากนั้นทั้งสองแม่ลูกก็พากันเดินออกจากบริเวณศาลาวัดนี้ และขณะนั้น เธอก็ได้ยินคนในงานพากันซุบซิบนินทาตามหลังเธอกับแม่ และเธอก็เชื่อว่าแม่ก็ได้ยินเสียงนินทาเหล่านั้นด้วย เนื่องจากมือข้างที่จับข้อมือเล็ก ๆ ของเธอได้เพิ่มน้ำหนักลงไปกว่าเดิม 

"ครอบครัวนี้ประหลาดนะเธอ พากันย้ายมาจากไหนก็ไม่รู้ พอย้ายมา เวลานังเด็กนี่ไปยืนเกาะหน้าบ้านใครทีไร บ้านนั้นต้องมีคนตายทุกที..." 

"อย่างคุณสันต์นี่ใช่มั้ย ก่อนจะขับรถออกไปทำงาน นังเด็กนี่โผล่พรวดเข้าไปหาคุณสันต์ คุณสันต์นี่ก็เหลือเกินนะ ไม่เคยเชื่อพวกเราว่านังเด็กนี่คือตัวอัปมงคล หึ ถ้าเชื่อกันสักนิด เช้าวันนั้นไม่ออกไปทำงาน เปลี่ยนเป็นมาอาบน้ำมนตร์ล้างซวยอยู่ที่บ้านแทน ป่านนี้...เคราะห์คงไม่ร้ายเท่ากับมานอนตายทิ้งลูกทิ้งเมียแบบนี้หรอก ว่ามั้ยเธอ" 

"นั่นน่ะสิ จะว่าไป นอกจากนังเด็กนี่จะน่ากลัวแล้ว ครอบครัวนี้ยังประหลาดและดูลึกลับด้วย ดูสิ ย้ายมาจากไหนก็ไม่มีใครรู้ ไม่ค่อยสุงสิงกับเพื่อนบ้านอีก ประหล๊าด ประหลาด" 

"นี่ มีคนเล่าว่า กลางคืนเคยขับรถผ่านบ้านหลังนี้ เห็นกุมารทองสองตัวยืนแลบลิ้นปลิ้นตาหลอกให้จับไข้หัวโกร๋นอีกด้วย" 

"ห๊า!! จริงเหรอ" 

"อืม..." 

มารดาเธอได้ยินถ้อยคำนินทาพวกนี้จริง ๆ ด้วย เพราะท่านเม้มริมฝีปากเข้าด้วยกันแน่น ก่อนจะข่มใจจูงแขนลูกสาวไปจากที่นี่เสีย "ไปเถอะลูก อย่าไปสนใจคำพูดคนพวกนี้เลย!" 

'ครอบครัวประหลาด'  

คำพูดที่กล่าวถึงครอบครัวเธอ เป็นคำพูดที่พู่กลิ่นได้ยินอยู่บ่อย ๆ เพราะตั้งแต่เด็ก เธอ แม่และยายต้องย้ายที่อยู่ตลอด จนมาถึงปัจจุบันนี้เท่านั้นที่อยู่ปักหลักนานกว่าที่อื่น ซึ่งเธอเคยถามแม่ว่าทำไมยายจะต้องพาแม่และเธอย้ายบ้านบ่อย ๆ แม่ก็ตอบว่าเพื่อความปลอดภัย เพราะยายเธอไปสร้างศัตรูเอาไว้ ศัตรูที่เป็นถึงเจ้าพ่อ ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ส่วนต้นสายปลายเหตุก็มาจาก ยายรับทำนายนั่งทางในดูดวงชะตาให้กับเจ้าพ่อคนนั้น คุณยายจึงได้เห็นความลับของเจ้าพ่อคนนั้นด้วย เป็นความลับเกี่ยวกับเรื่องผิดฏหมาย ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในบ้าน ยายจึงต้องพาเธอและแม่ย้ายมาอยู่ที่นี่ นั่นเป็นเหตุให้เธอได้รู้จักกับพี่รักษ์และคุณพ่อของเขา... 

คุณลุงสันต์และพี่รักษ์ดีกับเธอมาก ทั้งสองคนไม่เชื่อว่าเธอจะเป็นตัวนำความโชคร้ายมาสู่ใคร ๆ แต่แล้วคุณสันต์ก็ต้องมาเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุในเช้าวันหนึ่งระหว่างทางที่กำลังขับรถไปสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัย นั่นเองที่ทำให้พี่รักษ์และคุณแม่ของเขาต้องพากันย้ายไปตั้งต้นชีวิตใหม่ที่อื่น 

"อะไรนะ! จะพากันย้ายบ้านเลยเหรอ แม่" 

"ใช่ เช้านี้แม่ไปตลาด ได้ยินเขาพูด บอกว่าคุณนายเรืองรินจะพาลูกชายย้ายไปอยู่ที่อื่น เพราะ...เฮ้อ! พวกเขาอยู่ที่บ้านหลังเดิมไม่ได้แล้ว" 

"โธ่ ก็เกิด แก่ เจ็บตาย เป็นเรื่องปกตินะ นี่สามีเขาตายเพราะถึงคราวตายหรอก ไม่เกี่ยวกับยายกลิ่นของเราสักหน่อย" 

แม่บ่นกับยายขณะกำลังหั่นผักลงกับเขียง ก่อนจะหันมาถามยายด้วยความสนใจอีกครั้ง "แล้วนี่คุณนายเรืองรินจะพาลูกชายย้ายไปกันเมื่อไหร่ แม่ได้ยินชาวบ้านพูดถึงมั้ย" 

"วันนี้แหละ เห็นว่าสาย ๆ จะไปกันแล้ว" 

"หา วันนี้เลยเหรอ!" 

"อื่ม..." 

พู่กลิ่นได้ยินมารดาและคุณยายคุยในกันห้องครัวถึงเรื่องบ้านพี่รักษ์ คุณแม่ของพี่รักษ์จะพาพี่รักษ์ย้ายไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ เพราะการเสียเสาหลักของครอบครัวไปอย่างกะทันหัน ทำให้ทั้งสองไม่สามารถตั้งสติรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ การย้ายออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทิ้งสภาพแวดล้อมเดิม ภาพความทรงจำเดิมไว้ด้านหลัง คงเป็นเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับพี่รักษ์และคุณแม่ 

เด็กหญิงมีแววตาเศร้าสร้อยอีกหน คราวนี้เธอรู้สึกเศร้ายิ่งกว่าการล่วงรู้วาระสุดท้ายของคุณลุงสันต์เสียอีก เพราะตั้งแต่เธอย้ายมาที่นี่ก็มีแต่พี่รักษ์และคุณพ่อของเขาที่ดีกับเธอ ทั้งสองนอกจากจะไม่เรียกเธอว่าเด็กผีแล้ว ยังคอยปกป้องเธอจากชาวบ้านคนอื่นอีกด้วย แต่วันนี้ คนที่ดีกับเธอซึ่งเหลืออยู่คนเดียวกำลังจะจากเธอไปอยู่ที่อื่น...คงเป็นที่ไกลแสนไกลกัน 

พู่กลิ่นรู้สึกอ้างว้างขึ้นมาภายในจิตใจ เธอจึงแอบย่องออกไปจากบ้าน ทั้งที่มารดาและยายห้ามแล้วว่าไม่ควรไปยุ่งกับบ้านพี่รักษ์อีก แต่เธอทำใจไม่ได้ที่จะจากพี่ชายที่แสนดีโดยไม่ได้ล่ำลากัน เด็กหญิงวิ่งไปตามถนนเล็ก ๆ ในหมู่บ้าน ไปที่บ้านหลังนั้น ไม่ห่างจากบ้านของเธอ และแล้วก็ได้เห็นรถบรรทุกคันใหญ่ที่มีของเต็มรถจอดอยู่ตรงหน้าบ้านหลังนั้นหนึ่งคัน ถัดมาก็เป็นรถยนต์ของคุณน้าเรืองริน โดยใกล้ ๆ รถคันนี้พี่รักษ์กำลังจะก้าวขาขึ้นไปนั่งภายในรถอยู่แล้ว แต่... 

"พี่รักษ์คะ!" 

เด็กหนุ่มชะงัก แล้วค่อย ๆ หันกลับมามองตามเสียงเรียกชื่อเขา ความเศร้าโศกบนใบหน้านับจากวันในงานศพคุณพ่อของเขานั้นดูคลายลงไปมาก เขาทำท่าจะเดินเข้ามาหาเธอ ทว่า ... 

"อย่านะรักษ์!" 

มารดาเขานั่นเองที่รีบวิ่งออกมาจากตัวบ้านที่กำลังจะปิดตายตลอดกาล คุณน้าเรืองรินก้มมองเธออย่างชิงชัง ก่อนจะหันไปสั่งลูกชายเสียงเข้มต่อ "รักษ์ ขึ้นรถไป ไปรอแม่ในรถ" 

"คุณแม่...ผม..." เด็กหนุ่มพยายามจะค้านด้วยสุ้มสียงแหบแห้ง แต่ ...  

"ไปสิ แม่สั่ง!" คุณน้าเรืองรินเอ่ยเสียงเข้มกว่าเดิม ลูกชายจึงทำได้แค่ถอนหายใจ แล้วหมุนตัวกลับเข้าไปนั่งภายในรถเสีย 

"คุณน้ารินคะ"  

"หยุดยุ่งกับพวกเราเสียที! ฉันเสียลูกชายไปอีกไม่ได้แล้ว!"  

เด็กหญิงเงยหน้าสบสายตากับแววตาแดงก่ำที่ทอดมองเธอด้วยความเจ็บปวดสลับกับชิงชัง เธอเริ่มหวาดกลัวสายตาทั้งคู่ขึ้นมา เพราะแต่ไหนแต่ไร ดวงตาทั้งสองของคุณน้าไม่ได้มีแววชิงชังเธอมากเท่ากับตอนนี้ อาจจะเป็นเพราะว่าก่อนหน้า คุณน้าเรืองรินไม่กล้าแสดงออกว่ารังเกียจเธอ เนื่องจากยังเกรงใจสามีซึ่งก็คือคุณลุงสันต์ แต่ยามนี้ไม่มีคุณลุงคอยปรามแล้ว คุณน้าเรืองรินจึงไม่ต้องมิดเม้นความรู้สึกทั้งเกลียดทั้งกลัวเธออีกต่อไปนั่นเอง 

"แต่ กลิ่นอยากจะคุยกับพี่..." 

"เพราะเธอฉันถึงมีวันนี้!" เรืองรินโทษเด็กหญิงตรงหน้า ที่เป็นต้นเหตุทำให้ตนสูญเสียเกือบทุกอย่างไป "ถ้าไม่เพราะเธอ! สามีฉันคงไม่ตาย" 

"มันไม่ใช่อย่างนั้น กลิ่นไม่ได้ทำอะไร กลิ่นก็แค่..." วันนั้นเธอก็แค่จะรีบวิ่งมาเตือนคุณลุงสันต์ ว่าไม่ควรขับรถออกไปไหนทั้งนั้น แต่ท่านไม่ฟังเธอเลย  

เด็กหญิงตั้งท่าจะอธิบายถึงความจริงในเช้าวันนั้นกับคุณน้าเรืองริน ว่าเธอเห็นอะไร และจุดประสงค์ที่เธอรีบมาหาคุณลุงสันต์เพราะอะไร แต่เธอก็ไม่มีโอกาสอธิบายเลย เพราะร่างอ้วนสูงของสตรีอีกคนได้ปราดเข้ามาขัดขวางเธอเสียก่อน 

"ริน! นังเด็กนี่คือตัวโชคร้าย ไม่ต้องคุยกับมันมาก รินรีบขึ้นรถตามตารักษ์ไปเร็ว"  

ผู้หญิงคนนี้คือพี่สาวของคุณน้าเรืองรินที่มาจากต่างจังหวัดเมื่อคราวมาช่วยงานศพน้องเขยแล้วยังไม่กลับไปนั่นเอง พูดไม่พูดเปล่ายังรีบดึงตัวน้องสาวให้รีบขึ้นรถเพื่อหนีให้ห่างจากนังเด็กผีคนนี้อีกด้วย "ไปเร็ว!" 

ไม่นาน รถบรรทุกคันใหญ๋ที่อัดแน่นไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านก็ค่อย ๆ เคลื่อนออกไป แล้วก็ตามด้วยรถเก๋งคันสีแดงสดอีกคัน 

พู่กลิ่นยืนอย่างไร้เรีี่ยวแรงยามมองตามรถเก๋งคันนั้น เธอยังจับจ้องอยู่กับท้ายทอยของเขา และก่อนที่รถคันดังกล่าวจะลับตาไป เขาก็ค่อย ๆ หันกลับมามองเด็กผู้หญิงผมเปียคนนี้อีกครั้งหนึ่ง ด้วยสายตาที่แสนจะว่างเปล่า... 

 

ป.ล. กุมารทองทั้งสอง...นี่เดาออกมั้ยว่าเป็นใคร ใช่ค่ะ 'สมบัติกับอรัญญา' นั่นเอง ใครที่อ่านลางร้ายลางรักมาแล้ว คงรู้ถึงฤทธิ์เดชของเด็ก ๆ ดีเนอะ ^^ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว