ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ep.17-ปะป๊ากับความเจ็บปวดในอดีต

ชื่อตอน : ep.17-ปะป๊ากับความเจ็บปวดในอดีต

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ค. 2563 13:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ep.17-ปะป๊ากับความเจ็บปวดในอดีต
แบบอักษร

.

 

.

23 ปีก่อน

"ช่วยด้วย!!!ไฟไหม้!!!"

"กรี้ดดดดดด!!!"

"ไม่นะรีบไปเอาน้ำมา!!!!"เสียงชุลมุนวุ่นวายทั่วทั้งวังหลังใหญ่ที่มีเหล่าสิงโตอาศัยอยู่เป็นครอบครัวใหญ่

เหล่าสัตว์วิ่งกันจ้าละหวั่นเนื่องจากมีไฟลุกไหม้นอกวังและกำลังจะลุกลามมายังด้านใน

เรื่องราวเกิดขึ้นรวดเร็วในยามวิกาลของคืนหนึ่งผู้คนต่างหลับใหลแต่เมื่อได้ยินเสียงข้าน้อยใหญ่หวีดร้องขอความช่วยเหลือต่างก็ตื่นขึ้น รวมทั้งคริสในวัย7ปี

เด็กตัวเล็กต้องตื่นขึ้นกลางดึกเพราะเสียงโหวกเหวกด้านนอกห้อง พ่อและแม่ของเขาพาออกมาจากห้องนอน ระหว่างทางเขามองเห็นเปลวเพลิงสีแดงที่เริ่มลุกลาม เหล่าสัตว์ต่างวิ่งวุ่นเอาตัวรอด

"พาลูกไปให้ไกล อย่าหันกลับมาเข้าใจไหม"เสียงทรงอำนาจของผู้เป็นพ่อดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะกลายร่างเป็นราชสีห์ตัวโตวิ่งเข้ากองเพลิง

ดวงตาเบิกโตเห็นบ้านของตนที่เคยเป็นสถานที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยผู้คนใจดีกำลังมอดไหม้

น้ำตาหยดเล็ดไหลออกมาจากดวงตา คนเป็นแม่อุ้มอีกคนขึ้นหลังกลายเป็นเป็นสิงโตสาววิ่งเข้าป่าไป

เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการฆาตกรรม ไม่อาจรู้ได้ว่ามาจากกลุ่มไหนแต่จุดประสงค์ของมันคือการกวาดล้างตระกูลสิงของเรา

หนี คือสิ่งเดียวที่คนเป็นแม่อย่างคีน อลิซาเบธต้องกระทำ

เพื่อปกป้องลูกชายวัย7ขวบของนาง

สี่ขาวิ่งเข้าป่ารวดเร็วพยายามทำให้เสียงฝีเท้าของตนเงียบและไร้ร่องรอยมากที่สุด นางรับรู้ถึงไออุ่นร้อนและหยดน้ำตาจากลูกชายหยดบนหลังนาง

สามีของนางจะจากไปอย่างไม่หวนกลับ ข้อนี้นางรู้ดี

เพราะการเป็นผู้นำจึงต้องเสียสละ ถึงแม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม

เมื่อคิดว่าไกลออกมาแล้วจึงก้มมองดูเด็กน้อยที่หลับทั้งน้ำตา คีนกลายร่างกลับมาเป็นคนเช่นเดิม อุ้มลูกชายขึ้นกล่อมเบาๆ หันกลับไปมองวังใหญ่ที่เคยสง่างามบัดนี้กลับมอดไหม้เต็มไปด้วยเปลวเพลิง เพลิงที่ลุกโชนเด่นสะท้อนในดวงตาสีเหลือง หยาดน้ำตาไหลรินออกมาช้าๆ

หมดสิ้นแล้วเหล่าราชสีห์

.

 

.

สองแม่ลูกเดินลัดเลาะเข้ามาในป่า จนพบกับหมู่บ้านเล็กๆที่มีสัตว์ทุกชนิดอาศัยอยู่ปะปนกัน

คนเป็นแม่อุ้มลูกกระชับอกก่อนจะมองหาสถานที่ที่สามารถพักผ่อนได้ กายบางเดินย่างเข้าไปในตรอกแห่งหนึ่ง พบกับนางกวางที่ยืนตากผ้าอยู่ สังเกตได้จากเขาที่ยาวงอกออกมา

"เจ้ามาใหม่รึ"นางกวางหันมาถามด้วยรวามงุนงง เห็นสภาพเปรอะเปื้อนตามเนื้อตัวของอีกคน พลางหยิบผ้ามาเช็ดตามหน้าและแขนให้

"ขอบคุณ...ข้าหนีคนร้ายมา ท่านพอจะหาที่พักย่อมๆให้พักสักคืนสองคืนได้หรือไม่"นางถามเสียงเหนื่อย นางกวางพยักหน้ารับก่อนจะพาไป

"นี่เป็นห้องเก็บของอาจจะต้องจัดอะไรนิดหน่อย ข้าจะช่วยอีกแรงให้เจ้าหนุ่มน้อยได้นอนดีๆก่อนดีไหม"

"ขอบคุณมากๆ"

.

 

.

"เจ้าจะปล่อยเด็กคนนี้ไว้งั้นรึ?!"เสียงนางกวางพูดขึ้นดัง

หลังจากที่สองแม่ลูกมาอาศัยที่นี่ก็ได้นางกวางสาวโสดคอยดูแลและทำอาหารให้ทานทุกมื้อ

"ข้าต้องไปจัดการบางอย่าง มันอันตรายจึงคิดว่าควรฝากคริสไว้กับท่าน"จากการที่อาศัยอยู่ร่วมกันทำให้คีนเห็นว่ากวางสาวมีนิสัยจิตใจดีและเชื่อถือได้

"ตัวข้าน่ะไม่เป็นไร แต่เด็กคนนี้จะคิดอย่างไร"

"ข้าต้องไป ไม่เช่นนั้นตระกูลสิงได้หมดสิ้นจริงๆเป็นแน่"เนื่องจากนางและลูกเป็นเพียงสองคนที่เหลือรอด นางจึงต้องออกมาหาพรรคพวกทำทุกอย่างเพื่อกู้คืนสิงคืนมา สายเลือดนักล่าที่แข็งแกร่งในกายปะทุขึ้น นางก้มมองลูกชายที่นอนหลับสนิทอยู่บนตัก

คืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายที่นางจะได้กอดลูกชาย

เพื่อตระกูล

และลูกชายที่รัก

.

 

.

10 ปีต่อมา

"ข้าไปนะท่านน้า ขอบคุณสำหรับที่ผ่านมา"คริสก้มหัวเพียงนิดขอบคุณกวางสาวที่ดูแลมาตลอดสิบปี

หลังจากที่เขาตื่นขึ้นในวันนั้นแม่ของเขาก็หายไป น้ากวางก็ไม่อาจทราบได้ว่าแม่เขาไปที่ไหน ไม่มีแม้แต่คำล่ำลา ทอดทิ้งเขาไว้คนเดียว

ตลอดหลายปีที่แม่จากไปเขาก็ออกมาช่วยงานน้ากวางและออกทำงานเล็กๆที่สามารถทำได้ เนื่องจากร่างกายที่กำลังเติบโต คริสในวัยสิบเจ็ดปีจึงเลือกที่ออกมาใช้ชีวิตคนเดียว เพราะหากวันใดเขาสามารถแปลงกายเองได้แล้วน้ากวางอาจเป็นอันตราย

อย่างไรสิงโตก็เป็นสัตว์กินเนื้อ

ในส่วนนี้น้ากวางเข้าใจและปล่อยเขาออกมา เขาเดินทอดน่องไปตามทางที่ไม่ได้เปลี่ยนไปเท่าไหร่ตลอด17ปี มองไปบนเขาสูงที่ที่ตรงนั้นเคยเป็นบ้านของเขา

บัดดี้คงไม่เหลืออะไรให้กลับไป

ตลอดเวลาเขามักจะยืมหนังสือมาอ่าน ฝึกภาษาและฝึกวิชาสำหรับเผ่าพันธ์ของเขาและวิชาที่สนใจเพื่อป้องกันตัว

เป้ใบเล็กข้างตัวถูกกระชับขึ้น ร่างสูงโปร่งเดินไปเรื่อยๆ จนพบกับป้ายประกาศตามทางจนสะดุดตากับผู้คนหนึ่งที่สวมชุดสีดำคลุมทั้งตัวน่าสงสัย พลันร่างกายก็ถูกกระชากจากด้านหลังเข้าตรอกแคบไป

"ข้าต้องการจ้างเจ้าเด็กหนุ่ม"เสียงทุ้มดังมาจากชายปริศนาด้านหลัง เขามองด้วยความตกใจก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

"ช่วยไปลักพาตัวเด็กคนนี้มาที ข้าต้องการตัวเขาด่วน"พลางหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่วาดรูปเด็กคนหนึ่งด้วยดินสอ

เขาลอบมองคนสองคนก่อนจะพยักหน้าและคนตรงหน้าก็หายวับไป

.

 

.

ร่างสูงโปร่งเดินไปตามที่ในกระดาษเขียนไว้ จนพบกับบ้านหลังเล็กตั้งอยู่โดดเดี่ยว

เพล้ง!

เขาสะดุ้งเบาๆได้ยินเสียงดังจากในบ้าน

"อย่าดิ้น!!อยากตายรึ!!!"เสียงดังตะคอกมาจากข้างใน เขาค่อยๆเดินไปใกล้เอาหูแนบฟังเสียงกระทบกันภายใน

"ฮึก ท่านพ่อ อย่าทำเลย"เสียงเด็กร้องไห้เบาๆ และเสียงตบตีตามมา เขากัดฟันกรอด

พ่อที่ไหนทำกับลูกได้เช่นนี้

"เห้ย ใครน่ะ!"เสียงดังขึ้นข้างหลัง คริสไม่ทันหันมองก็โดนของแข็งบางอย่างฟาดเข้ากลางหลัง โดนลากไปต่อยและถูกฟาดอยู่ซ้ำๆ หูเขาได้ยินเสียงเด็กน้อยหวีดร้องในบ้าน สมองสั่งการให้เขาลุกขึ้นลืมความเจ็บและตรงไปที่บ้านหลังนั้น

เขาถีบประตูเดินเข้าไปเตะอีกคนเสียหลัก คว้าเด็กขึ้นแนบอกและวิ่งออกมา

ร่างกายของเด็กวัยรุ่นมีพละกำลังเเข็งแรงและรวดเร็ววิ่งไปตามเส้นทางที่ในกระดาษบ่งบอกให้เป็นจุดนัดพบ

"เจ้าอายุเท่าไหร่"

"4 ขวบ"เสียงเด็กดังเบาๆ ดวงตาเล็กลอบมองด้านข้างของอีกคนที่ดูหล่อเหลาและร่างกายสมส่วน

"หยุดเดี๋ยวนี้!!!!!"เสียงโหวกเหวกจากด้านหลังทำให้คริสต้องหันไปมอง เขาตกใจเมื่อพบกับกลุ่มคนเดิมที่กระถืบเขาเมื่อครู่ เขาเร่งฝีเท้าสุดแรง จนด้านหน้าไปพบกับหน้าผา

ดูท่าเขาจะมาผิดทางกับจุดนัดพบเสียแล้ว

"แฮ่ก!! ส่งลูกข้ามา!!!"เสียงคนเป็นพ่อที่ถูกเขาเตะดังขึ้นพลางเดินเข้ามา ทำหน้าโหดเหี้ยมใส่เขา

"เหตุใดข้าต้องส่งให้ ท่านทำร้ายลูกตัวเองจนเจ็บช้ำเช่นนี้"เขาโต้กลับ

"หุบปาก! หาใช่เรื่องของเจ้าส่งเด็กคนนั้นมา!!!"

"ส่งมาเดี๋ยวนี้!!"เสียงจากผู้หญิงข้างหลังที่ดูเหมือนจะเป็นแม่ดังเข้ามาใกล้ เขากระชับเด็กในอกแน่น อย่างไรก็ต้องพาเด็กคนนี้ถึงจุดนัดพบ

"เจ้ารู้ไหมว่าเด็กนั่นสำคัญแค่ไหน เนื้อหนังของมันจะทำให้ข้าเป็นอมตะ!!ข้าจะถลกหนังมันกิน!!!"เสียงของพ่อเด็กดังขึ้น เขาผงะตกใจ วิปริตแค่ไหนจะถลกหนังลูกตัวเองกิน

แต่มองดูแววตาคนเหล่านั้นเขาก็รู้ได้ทันทีว่ามีแววตาอาฆาตขนาดไหน

เขายืนคิดอยู่พักหนึ่งว่าจะวิ่งต่อไปหรือกระโดดที่หน้าผานี้

เขาตัดสินใจโยนเด็กลงหน้าผาและคิดจะกระโดดตามลงไป แต่เด็กตรงหน้ากับโดนลูกธนูปักมาที่กลางอกเสียก่อน เขามองด้วยสายตาตื่นตะลึง พลันโดนลูกธนูอีกดอกเฉือนที่แขนเป็นทางยาว และทั้งสองร่างก็ตกหน้าผาไป

.

 

.

"เหตุใดป่านนี้แล้วยังไม่มา"เสียงหวานดังขึ้นมองไปที่ทางด้านหน้าด้วยความร้อนใจ

คีนและพรรคพวกนับสิบคนอยู่ที่นี่รอลูกของเขา

นางเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของการว่าจ้างให้คริสทำงานลักพาตัวเด็กมาที่นี่

เพื่อนางจะได้พบกับเขาโดยที่นางไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจ และเพื่อช่วยเด็กคนนั้นให้รอดพ้นจากฝีมือพ่อแม่วิปริต

นางเพียงต้องการให้ลูกมาเห็นความสำเร็จที่จะยึดครองความเป็นเจ้าป่ากลับมาอีกครั้ง

นางได้พรรคพวกที่บังเอิญพบกันระหว่างทำภารกิจว่าจ้าง เป็นกลุ่มเสือดาวที่ย้ายถิ่นฐานมาเป็นกลุ่มใหญ่

ได้พูดคุยกันถูกคอจึงร่วมมือกันอยู่เป็นกลุ่ม

นางอยากให้ลูกได้เห็นว่านางพยายามมากเช่นไรเพื่อลูกชาย เพื่ออนาคตที่จะอยู่ได้โดยไม่ต้องตกเป็นเป้านิ่งของใครๆ ระหว่างนั้นนางสืบหาต้นตอของเหตุการณ์ลอบวางเพลิงได้แล้ว

ซึ่งนั่นคือตระกูลงู

นางและพรรคพวกเสือดาวร่วมมือกันกำจัดและล้างชั่วโคตรจนเกือบหมดสิ้น มีบางส่วนที่หนีไปได้

ซึ่งคืองูที่จะเป็นพญางูรุ่นต่อไป

นางคับแค้นใจเป็นอย่างยิ่งแต่เลือกที่จะเก็บตัวเงียบไว้ก่อน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

นางก็จะล้างชั่วโคตรมันอีกครั้ง

.

 

.

ไม่นานนักนางก็ได้สายรายงานว่าคริสตกหน้าผาไปพร้อมกับเด็กคนนั้น ใจนางแตกสลายทรุดลงร่ำไห้เสียดังลั่น กึกก้องไปทั้งผืนป่า เสียงร่ำไห้ดังราวขาดใจ กู่ร้องออกมาสุดเสียงคล้ายเสียงคำราม สัตว์เล็กสัตว์น้อยต่างวิ่งหนีไป ไอสีเหลืองแผ่ออกทั่วบริเวณ เหล่าเสือดาวต่างก้มหน้าลง ยืนนิ่งเงียบให้นางสิงร้องไห้

ใครจะคิดว่าแผนการพบเจอลูกชายจะผิดพลาดและเสียลูกชายไปตลอดกาล

แต่หารู้ไม่ว่ามีปฏิหารอยู่ด้านล่าง

.

 

.

คริสได้รับการช่วยเหลือจากเฮลสัตว์นรกตนหนึ่ง และได้เป็นพวกพ้องซึ่งกันและกัน เขาออกเดินทางอีกครั้งและออกทำงานทุกอย่างที่ได้เงิน เขาค่อยๆสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้น ได้พบกับความยากลำบากหลายรูปแบบแต่เขาไม่ท้อ

เพื่อให้ตัวเองเก่งพอที่จะจัดการคนชั่วได้

ยกมือกุมอกตนที่เด็กคนนั้นได้กลายเป็นไข่มุกสีทองฝังในร่างกายของเขา แรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้เขาลุกขึ้นทุกครั้งที่รู้สึกท้อ เขาคิดจะตามหาแม่แต่ก็ล้มเลิกไปเมื่อรู้สึกว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร

ในเมื่อแม่ทิ้งเขาอย่างไม่ใยดี เขาก็จะไม่สนใจแล้วเช่นกัน

วันหนึ่งที่เขาออกทำงานก็พบกับกลุ่มหนึ่งคล้ายกับกำลังรุมทำร้ายกัน

เขาเข้าไปช่วยและพบเสือดาวตัวผอมที่นอนหายใจรวยริน เขาเข้าไปช่วยและดูแลอีกคนไว้จนหายดี และทั้งสองก็กลายเป็นเพื่อนกัน เสือดาวตัวนั้นชื่อว่าไทน์เขารู้มาว่ามันพลัดหลงฝูงและหลงถิ่นมาถูกทำร้าย ไทน์มองคริสเป็นผู้มีพระคุณจึงสาบานจะตามดูแลคริสตลอดไป ทั้งสองจึงได้เป็นทั้งเพื่อนทั้งเจ้านายและลูกน้อง

ลำบากตรากตรำเสียนานจนได้พบกับกลุ่มหมีที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้ ได้รับเงินก้อนหนึ่งมาตั้งตัวจนได้เป็นใหญ่ และไม่ลืมที่จะตอบแทนเหล่าหมี

ทั้งสองออกทำงานฝึกฝนวิชาและภาษาต่างๆมากมายจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่

ทุกอย่างอยู่ในสายตาของอีกคนทั้งหมด

.

 

.

คริสในวัย 25 ปี

กำลังกักตัวอยู่ในห้องกว้าง ร่างกายบิดด้วยความเจ็บปวด ส่งเสียงฮือในคอ เล็บจิกลงบนพื้นตะเกียกตะกายด้วยความทรมาน เหงื่อผุดตามกรอบหน้าเรียว

เขากำลังจะกลายร่างเป็นสิงโต

ในค่ำคืนมืดสนิทมีเสียงหอบร้องด้วยความเจ็บปวดดังแว่วออกมา

ไทน์ที่เดินวนไปวนมาอยู่นอกห้องทำหน้าร้อนรน

ตามจริงเหล่าสัตว์จะแปลงกายได้เมื่ออายุ20ปีแต่คริสนั้นช้าถึง5ปีเลยทีเดียว

เขาไม่รู้ว่าเพราะไข่มุกในกายหรือพลังอันใดในร่างเขากันแน่

จนได้ยินเสียงคำรามดังออกมาไทน์จึงโล่งใจ

ร่างกายที่เปลี่ยนสภาพกลายเป็นราชสีห์ตัวใหญ่สง่า ดวงตาสีทองอร่ามเด่นชัดในความมืดมิด ทอดมองตนเองในกระจกแล้วหลับตาบางเบา ดูดดมกลิ่นหอมที่มาจากด้านนอก พลันร่างกายแผ่ไอมืดเย็นออกมาช้าๆ ปรับสภาพของตนเอง

สัญชาตญาณบอกให้เขาวิ่งออกไปล่า ล่า และล่า

จนพอใจก็กลับมาและกลับร่างมนุษย์เช่นเดิม คริสมองมือที่สั่นและเปื้อนเลือด

สัญชาตญาณดิบได้เกิดขึ้นแล้ว

.

 

.

คริสในวัย 30 ปี

บัดดี้ได้รับตำแหน่งเจ้าป่าอีกครั้ง หลังจากที่ทำงานหาเงินเป็นนักธุรกิจแนวหน้าได้มีทรัพย์สินหลายอย่างไว้ครอบครอง มีคนสนิทเป็นเสือดาวหนุ่มและเหล่าลูกน้องเสือที่เขาเลี้ยงดูมา ได้รับการยกย่องเชิดชูจากผู้นำหลายตระกูลสัตว์จนมีชื่อเสียงตามผู้คนกล่าวขานนั่นคือ'คิง' ใบหน้าคมสมวัยทอดมองภูเขาลูกใหญ่ ที่เคยเป็นที่ตั้งของบ้านหลังเก่าในความทรงจำ

ขายาวเดินเข้ามาในห้องสีขาวสะอาดของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ก้มลงมองร่างเล็กที่นอนสลบไสลอยู่บนเตียง

เด็กน้อยที่เกิดจากไข่มุก

เขาสืบจนรู้มาว่าคนที่ผลักเป็นตระกูลงู และใช้อำนาจสืบสวนได้ความเพิ่มอีกว่าตระกูลงูนี่แหละที่เผาบ้านและครอบครัวของเขา บันดาลโทสะปลิดชีพงูที่ผลักลูกเขาทิ้งทันที

เหตุผลของมันเพียงต้องการเลือดจากมนุษย์ที่มีจิดใจบริสุทธิ์

ข้ออ้างโง่ๆของงูโง่ๆที่บอกว่าถ้าได้ดื่มเลือดจะกลายเป็นอมตะ

ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ใครหน้าไหนก็ไม่มีวันได้ลิ้มลองเลือดเด็กคนนี้แน่นอน

.

 

.

สังคมยุคสมัยทุกอย่างเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ขายาวเดินเข้ามาในหมู่บ้านที่เคยเติบโต ตอนนี้กลับกลายเป็นเพียงหมู่บ้านร้างที่ไร้ผู้อยู่อาศัยเสียแล้ว

ยิ่งมีสัตว์มักมากในทรัพย์สินเงินทอง คนพวกนี้จึงต้องหลบหนีจากถื่นอาศัยและกลายเป็นคนเร่ร่อนไป

เขาเดินกลับมาที่บ้านหลังเล็กในตรอกแคบ มองเห็นน้ากวางที่ยังคงยืนตากผ้าอยู่ผู้เดียว เขาแอบมองอีกคนที่ดูแก่ตัวลงไปมาก แต่ยังคงรอยยิ้มอ่อนโยนประดับหน้าเสมอ

"ท่านน้า"เสียงทุ้มลึกเรียกเบาๆ น้ากวางหันมาช้าๆใบหน้าเหี่ยวตามกาลเวลาตกใจ โผเข้ากอดร่างหนาอีกคนทันที

"หายไปนานเลยนะคริส"มือหนาโอบกอดตอบ ก่อนจะซุกไหล่น้ากวาง

ไหล่ที่เคยเป็นที่รองรับเวลาเขาฝันร้ายและร้องไห้ในทุกคืน

"มีชีวิตที่สุขสบายดีสินะ"

"ครับ"

"ดีแล้ว ๆ.."รอยยิ้มอบอุ่นถูกส่งมา คริสมองด้วยในใจโหยหา

บางครั้งก็อยากให้คนตรงหน้ากลายเป็นแม่ของเขา

"ทำไมท่านน้าไม่ยอมหนีไปเหมือนผู้อื่น"

"ข้า..อยากเจอเจ้าอีกครั้ง"

"..."

"เผื่อว่าวันหนึ่งเจ้าจะกลับมายืนยิ้มให้ข้าและกอดข้าเช่นเคย"ความผูกพันธ์ของทั้งสองที่อยู่ด้วยกันมาทำให้กวางโสดอย่างเธอรู้สึกโหยหาในใจ

"แต่ตอนนี้เจ้ากลับมาข้าก็ตายตาหลับแล้ว"เสียงหวานแหบเอ่ยเบาๆ หลับตาลงช้า ลมพัดมาส่งเสียงหวิวๆเบาๆ

ความปราถนาสุดท้ายของนางกวางที่ต้องการมองเห็นอีกคนเติบโตด้วยความสุขสบายบัดนี้ได้สมปราถนาแล้ว

วาระสุดท้ายของนางกวางหลับไหลอยู่ในอ้อมกอดอุ่นของลูกบุญธรรมที่รัก

.

 

.

คริสยืนมองหลุมศพของนางกวางเงียบๆ ปล่อยให้ความรู้สึกพัดพาไปกับสายลม

เขาหลับตาบางเบา คนที่รักล้วนตายจาก

เหนื่อยเหลือเกิน..

.

 

.

เมื่อกลับมาเด็กน้อยก็ได้ตื่นขึ้น เขามองเห็นความแปลกปะหลาดของอีกคนได้ชัดเจนจึงสืบที่มาที่ไปและได้พบว่าเด็กน้อยของเขาๆจริงๆได้ตายไปแล้ว และมีเด็กคนใหม่มาอยู่แทนที่

และนั่นทำให้เกิดความรักอีกรูปแบบหนึ่ง

ความรักของคู่ชีวิต

.

 

.

คริสใช้ชีวิตเรียบง่ายกับเด็กน้อยคนใหม่จากอีกโลก เขาได้รับสิ่งที่ห่างหายมานาน

เขาถูกเติมเต็มจนอิ่มในใจ

เขายกยิ้มมองฟ้าสีครามด้านนอก

ท่านแม่หากท่านดูอยู่ ตอนนี้ข้ามีความสุขมาก

ท่านจะเป็นอย่างไรยังอยู่ดีมีสุขหรือไม่

เรื่องที่เพิ่งเกิดไม่นานมานี้มาจากตระกูลงู และความเจ็บปวดที่พวกเราได้รับในอดีตก็มาจากตระกูลงู

ลูกจะจัดการล้างตระกูลมันให้สิ้น

ท่านแม่มองเห็นหรือไม่

ข้าโตพอจะจัดการเหล่าคนพวกนั้นได้ด้วยตนเองแล้ว

.

 

.

ในความเงียบสงัดของค่ำคืนเดือนแรม

กลุ่มนางสิงเเละเหล่าเสือดาวต่างวางแผนบางอย่าง

สืบสาวราวเรื่องจนรู้ทุกอย่างมาได้แม้กระทั่งเรื่องที่คริสเปิดตัวเด็กน้อยกับการไปประชุมครั้งใหญ่ในรอบหลายปี

เป็นสัญญาณให้นางรู้ว่าเรื่องที่ค้างคามานานควรได้รับการจัดการเสียที

.

 

.

 

.

//เป็นอดีตระหว่างคริสที่เติบโตและแม่ที่มองอยู่ห่างๆนะคะ มีเรื่องเกิดขึ้นมากมายและบางครั้งก็หนักหนาไปสำหรับเด็กอายุแค่ไม่กี่ปี มันเศร้าเนอะ ขอโทษที่มาต่อช้า ไม่ว่างจริงๆค่ะ ใกล้จะจบแล้วฝากติดตามจนถึงตอนสุดท้ายไปด้วยกันนะคะ ทุกๆเรื่องที่กล่าวไปเรากำหนดมาหมดทุกอย่างแล้วรู้สึกยังไงติชมคอมเม้นต์ได้นะคะ ขอบคุณมากค่ะ

 

#ปะป๊าขอลูบหน่อย

 

Phatcher..

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น