เรื่องราวความรักแสนอบอุ่นของช่างภาพหนุ่มไส้แห้งกับคุณหนูร่างกายอ่อนแอ (อัพทุกวันไม่เว้นวันหยุด)

ตอนที่ 1-7 พบกับเธอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-7 พบกับเธอ

คำค้น : นิยายญี่ปุ่นถูกลิขสิทธิ์ นิยายญี่ปุ่น นิยายแปล เก็บภาพฝันฉันกับเธอ โรแมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 283

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ค. 2563 12:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-7 พบกับเธอ
แบบอักษร

ถุงพลาสติกของร้านสะดวกซื้อส่งเสียงกรอบแกรบ 

พอได้เดินกลับไปยังอพาร์ตเมนต์ด้วยกันแบบนี้ก็ชวนให้นึกถึงสมัยก่อน 

“แถวนี้ไม่เปลี่ยนไปเลย” 

คาเสะพึมพำพบางมองไปรอบๆ ซอยแคบๆ 

ฮานาคิก็ทำแบบเดียวกัน แล้วก็แสดงความห็นพ้องออกมาทางสีหน้า 

หลังจากนี้พวกเขาจะมาดื่มกันต่อที่บ้านของผม คาเสะบอกว่าเขาวางแผนเอาไว้แบบนั้นตั้งแต่แรกแล้ว 

อพาร์ตเมนต์ของผมอยู่ตรงหน้า 

อาคารสองชั้นที่ไม่โดดเด่นสะดุดตาตั้งอยู่ในย่านพักอาศัยซึ่งซ่อนตัวอยู่ในมุมหนึ่งของเมือง หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ผอมๆ ส่องแสงเรืองรองในความมืด หลอดไฟที่ใกล้หมดอายุใช้งานกะพริบแปลบปลาบ น่าขายหน้าจริง 

ฮานาคิเปิดกระเป๋าล้วงเอากล้องฟิล์มออกมาแล้วก็กดชัตเตอร์ไปเร็วๆ แชะ แชะ ถ่ายไปสองภาพขณะเดินไปด้วย 

“ฉันด้วย ฉันด้วย” 

คาเสะหยิบไอโฟนออกมาถ่ายบ้าง 

มองทั้งสองคนถ่ายภาพที่อยู่อาศัยของผมเหมือนจะเก็บไว้เป็นที่ระลึกแล้วรู้สึกเจ็บในอกอย่างบอกไม่ถูก 

ผมกลั้นความรู้สึกนั้นกลับลงไปแล้วเสียบกุญแจเข้าไปในลูกบิด 

เมื่อเปิดออกมาก็เห็นโถงทางเข้าผนังคอนกรีตคุ้นตา และครัวขนาดเล็ก 

“โหย โคตรคิดถึง!” 

“นี่แหละกลิ่นของอพาร์ตเมนต์จิน” 

ทั้งสองคนพึมพำความรู้สึกของตนเองออกม 

“รอแป๊บนะ เดี๋ยวเคลียร์ที่ให้” 

“โอ๊ย ไม่เห็นเป็นไรเลย นั่งทั้งรกๆ นี่แหละ” 

“ไม่ได้เว้ย” 

ผมปิดประตูกระจกที่กั้นระหว่างครัวกับตัวห้อง แล้วก็เริ่มเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายอยู่บนเสื่อพื้นห้อง 

“ถ้าจะมาก็บอกกันล่วงหน้าหน่อยสิวะ” 

“ของอย่างนี้มันต้องเซอร์ไพรส์สิถึงจะสนุก!” 

“ไปเซอร์ไพรส์แฟนแกเถอะ” 

“จะเหลือเหรอ วันก่อนพาบินจากฮาเนดะไปฮอกไกโดเพื่อไปกินราเมงแบบไม่บอกไม่กล่าว แฟนฉันประทับใจมากด้วยนะจะบอกให้” 

“ถามจริง” 

“ก็เขาเคยพูดๆ ให้ฟังว่าอยากกิน ตางี้พราวระยับเลย ผู้หญิงชอบเซอร์ไพรส์นะ พวกแกก็ลองทำบ้างสิ รับรองว่าสาวชอบ!” 

“ฉันคิดว่าคาเสะสุดยอดมากๆ จริงๆ ที่ทำแบบนั้นได้” 

ฮานาคิชมอย่างเป็นจริงเป็นจัง 

“โทษที เสร็จแล้ว” 

หลังจากทำความสะอาดเสร็จก็ให้ทั้งสองคนเข้ามาในห้อง 

“ใช่เลย นี่แหละ ห้องของจิน” 

“เหมือนจะเปลี่ยนแค่คอมหรือเปล่านะ?” 

“ภาพของสไตเคนอันนั้นยังอยู่ที่เดิมเป๊ะ! โต๊ะญี่ปุ่นก็ด้วย โห มองไปมองมาชักขนลุกละ” 

“เบาๆ หน่อยก็ได้ ฉันก็อยู่ใกล้ๆ แค่นี้” 

“เออว่ะ” 

ผมเอาเหล้าและกับแกล้มที่ซื้อมาออกมาวางเรียงบนโต๊ะญี่ปุ่น 

จูไฮรสเกรปฟรุต สเมอร์นอฟ ชาอู่หลง มันฝรั่งทอด ช็อกโกแลต ปลาแห้งสอดไส้ชีส เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เปิดๆ แต่ละซองไป กลิ่นของแต่ละอย่างก็โชยออกมาปะปนกัน แล้วความทรงจำสมัยก่อนก็ย้อนกลับมาในหัว 

“เอาล่ะ มาชนกันหน่อย” 

พวกเขาร้องไชโยกันออกมาเบาๆ 

แล้วพวกเราก็ได้เริ่มต้นการดื่มด้วยกันเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่เรียนจบมา 

“ได้ยินว่าซาวาดะจะแต่งงาน” 

“จริงดิ?” 

แน่นอนว่าหัวข้อสนทนา ก็คืองานเลี้ยงร่วมรุ่นเมื่อสักครู่ 

“เห็นยามากุจิแล้วจำเกือบไม่ได้” 

“ก็แต่ก่อนออกจะแต่งตัวแต่งหน้าจัด…” 

“แต่ฮานาคิแลกไลน์เอาไว้แล้วนี่” 

“ก็เขามาขอแลก” 

พวกเขาคุยกันเรื่อยเปื่อยเรื่องคนนั้นคบกับคนนู้น คนนู้นเลิกกับคนนี้ 

แต่ตัวผมเอง ยิ่งคุยไปเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกถึงบางสิ่งที่ผิดธรรมชาติ 

ทั้งสองคนไม่คุยกันเรื่องงานเลย 

…พวกเขาจงใจไม่พูดเพราะไม่อยากให้ผมรู้สึกแย่  

ความคิดเช่นนั้นเอาแต่พองตัวขึ้นในจิตใจ จนผมไม่อาจทนกับความอึดอัดได้อีกต่อไป จึงตัดสินใจกำจัดมันออกไปด้วยตัวเอง 

“จะว่าไป คาเสะ ตอนที่อยู่ในงานเหมือนได้ยินนายบอกว่าไปเกาะกวมมา” 

“หืม?...อ๋อ” 

เขาตอบผมมาเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร 

“ไปถ่ายภาพแนวฤดูร้อนอ่ะ” 

“อย่างนี้นี่เอง” 

งานสายโฆษณานั้น ปกติจะต้องถ่ายภาพเตรียมไว้ก่อนที่ฤดกาลจะมาถึงจริงๆ เพราะฉะนั้นช่วงนี้เลยต้องเตรียมงานแนวฤดูร้อนเอาไว้ พูดอีกอย่างก็คือ ต้องใช้แสงในโล่งแจ้งให้ดูเหมือนกับถ่ายภาพระหว่างฤดูร้อน 

“ทุ่มทุนดีนะ” 

ฮานาคิพูดออกมาอย่างประทับใจ เพราะปกติจะใช้วิธีจัดแสดงหรือไม่ก็แต่งรูปเอาเพื่อทดแทนการวางแผนการเดินทางออกกองนอกสถานที่หรือการยกกองไปต่างประเทศ 

“จะว่าเงินหนาก็หนาจริงนั่นแหละ” 

แค่ฟังก็ชัดเหมือนโดนทิ่มหูว่าเป็นลูกค้ารายใหญ่ คาเสะเล่าพลางหลบตาเหมือนกำลังเล่าความเป็นไปของคนอื่น  

“เจ๋งว่ะ” 

ผมได้แต่พูดออกไปจากใจเช่นนั้น 

“คุณโทเนะสบายดีเปล่า?” 

คาเสะเปลี่ยนเรื่อง เขาดูจะเกรงใจผมจริงๆ ด้วย 

“อืม พูดถึงนายกับฮานาคิอยู่บ่อยๆ” 

แล้วผมก็นึกได้ 

“...นี่ฮานาคิ” 

“อะไรเหรอ” 

“มีน้องที่ที่ทำงานบอกว่าอยากเจอนาย เป็นเด็กที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่น่ะ” 

สัญญาที่ให้ไว้กับนัทสึกิจัง ถึงจะไม่ทำตามนั้นเจ้าหล่อนก็คงไม่รู้ แต่การผิดสัญญามันขี้ขลาดเกินไป ผมไม่อยากทำ 

“เขาบอกว่าเป็นแฟนตัวยงของนายเลย” 

“เหรอ” 

การตอบสนองช่างจืดชืด 

“นายว่าไง?” 

“อืม ก็ได้” 

ตอบทันควัน ดูแล้วคงจะไม่สนใจเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ไม่ผิดจากเมื่อก่อนเลย 

“โอเค” 

ผมไม่อยากแสดงออกว่าโล่งใจ เลยจงใจพูดออกไปเหมือนกับว่านี่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ 

คาเสะมองพวกผมคุยกันเรื่องนั้นแล้วก็รีบวางแก้วที่ดื่มลง 

“มีอะไรให้เล่นบ้างไหม?” 

เขายืนขึ้นแล้วสอดส่องไปทั่วห้อง 

“เหมือนนายเคยมีเกมป่ะ?” 

“ขายทิ้งไปแล้ว” 

“อา ฉันก็อยากหาอะไรเล่นเหมือนกัน!” 

แล้วฮานาคิก็หยิบพอร์ตโฟลิโอของผมมาถือไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ 

“เฮ้ย!” 

ผมหลุดอุทานออกไป ผมน่าจะเก็บมันให้พ้นสายตาไปซะ 

ไม่เว้นช่วงให้เอ่ยห้าม ฮานาฮิเปิดมันออกโดยไม่บอกไม่กล่าว  

“โห พอร์ตภาพถ่ายเหรอเนี่ย” 

คาเสะกับฮานาคินั่งเรียงกัน 

“...” 

ผมได้แต่นั่งประจันหน้ามองทั้งสองคน กำปั้นเกร็งแน่นอยู่บนเข่าด้วยความประหม่า 

ทั้งสองคนเปิดหน้าดูไปเรื่อยๆ โดยไม่พูดอะไรเลยสักคำ สายตาของพวกเขาดูมีความเบื่อหน่ายเจือปน 

หัวใจของผมเต้นแรงแบบที่ผมไม่ชอบ 

แต่ไม่ใช่เพราะใจเสียจากปฏิกิริยาในตอนนี้ของทั้งสองคน แต่เป็นเพราะ...ใกล้จะถึงหน้าสุดท้ายแล้ว 

ภาพนั้น 

ถ้าทั้งสองคนได้เห็นภาพนั้นแล้วยังคงแสดงปฏิกิริยาเช่นเดียวกันนี้ ถ้าทั้งสองคนตัดสินว่าภาพนั้นไม่ได้ดูดีอะไรมากมาย ความุ่งมั่งตั้งใจของผมก็คงจะถูกทำร้ายรุนแรงมากเลยทีเดียว เพียงแค่ลองคิดก็เหมือนจะปวดมวนในท้องขึ้นมา 

แล้วทั้งสองคนก็...เปิดไปหน้าสุดท้าย 

สำเร็จ 

เป็นครั้งแรกที่ผมเข้าใจถึงความหมายของสำนวนที่ว่า สีในดวงตาเปลี่ยนไป เพราะมันเกิดความเปลี่ยนแปลงในดวงตาจริงๆ แสงแรงขึ้น ทำให้ตาดำหดตัวลง 

คิ้วของคาเสะค่อยๆ เลิกขึ้นน้อยๆ 

“...ก็ดีนี่” 

เสียงพึมพำนั้นกังก้องไปทั่วห้องขนาดหกเสื่อ ผมถึงเพิ่งรู้ตัวว่าทั้งห้องเงียบกริบมาตลอดช่วงเวลาทั้งสองดูพอร์ตโฟลิโอของผม 

“จิน” 

ฮานาคิมองมาทางผมด้วยสีหน้าสดใส 

“ภาพนี้ ดีมากๆ เลย” 

ส่วนลึกของร่างกายร้อนวาบขึ้นมา 

ฮานาคิไม่เคยโกหกเวลาพูดเรื่องภาพถ่าย ถ้าคิดว่าดีก็จะบอกว่าดี อะไรที่ไม่ดีก็จะบอกว่าไม่ดี เขามักจะพูดออกมาตรงๆ เป็นนิสัย สมัยเรียนนั้นก็สร้างบรรยากาศที่ไม่ดีเอาไว้กับเพื่อนร่วมชั้นหลายคนรวมทั้งพวกผมเองด้วย ตลอดสองปีที่เรียนจนจบวิทยาลัยนั้น ฮานาคิไม่เคยบอกว่าภาพถ่ายของผมดีเลยสักครั้ง แต่ฮานาคิคนเดียวกันนั้นกลับ 

“ฉันว่าเป็นงานชิ้นโบแดงเลย” 

เขาชมภาพของผมถึงขนาดนี้ 

กระบอกตาของผมจี๊ดขึ้นมา รู้สึกเหมือนกำลังจะร้องไห้ 

“อย่าบอกนะว่าไม่ได้แต่งภาพ?” 

คาเสะมองภาพพลางถามคำถาม 

“ไม่ได้แต่ง” 

“เหวย” 

เขาส่งเสียงแปลกๆ ออกมาแล้วเพ่งภาพอีกครั้งด้วยสายตาเฉียบคมเหมือนตอนกำลังทำงาน 

“ฉันก็ว่า ถ้าแต่งคงพังหมด โห นี่เป็นช็อตปาฏิหาริย์ชัดๆ” 

“นี่ใครเหรอ? ไม่ใช่นางแบบใช่ไหม?” 

“เนี่ย ว่าจะถามพอดี สวยอ่ะ ดูแล้วน่าจะบังเอิญถ่ายติดมาใช่ป่ะ ติดต่อบอกเจ้าตัวไปหรือยัง?” 

“อืม ขออนุญาตมาแล้ว” 

“ใครเหรอ? ใครเหรอ? ดูออกแนวลูกคุณหนูแฮะ” 

ผมเล่าเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบเกี่ยวกับหญิงสาวคนนั้นให้ทั้งสองฟังคร่าวๆ  

ทั้งเรื่องที่เธออาศัยอยู่ในคฤหาสน์ขนาดมหึมา และดูเหมือนว่าจะมีอาการป่วยที่ทำให้ออกไปข้างนอกไม่ได้ รวมไปถึงสิ่งที่เธอขอร้องกับผม 

ทั้งสองฟังด้วยสีหน้าจริงจัง เมื่อผมพูดจบก็ตอบกลับทันที 

“ทำเป็นซีรี่ส์ไปเลยเหอะ” 

คาเสะว่า ฮานาคิพยักหน้า 

ซีรี่ส์...พูดอีกอย่างก็คือ ถ่ายภาพของหญิงสาวคนนี้ไปเรื่อยๆ แล้วก็นำมารวบรวมให้เป็นผลงานภายใต้ชื่อเดียว 

ถ้าผมสามารถทำแล้วส่งเข้าประกวดจนชนได้ก็จะนับเป็นผลงานของผม ถ้าเสียงตอบรับดีก็อาจจะได้จัดงานแสดงภาพหรือออกหนังสือรวมภาพถ่ายก็ได้ และเส้นทางของการเป็นศิลปินช่างภาพก็จะเริ่มเปิดออกตรงหน้า จริงๆ แล้วผมเองก็อยากทำแบบนั้นเหมือนกัน 

“...แต่ว่าเขาอนุญาตให้ฉันใช้ในพอร์ตโฟลิโออย่างเดียว” 

“ขอร้องเขาจนกว่าจะตายไปข้าง” 

“หา” 

“ได้แบบนี้มาแล้วภาพนึง ก็มีแต่ต้องไปต่อแล้วปะวะ นายเป็นช่างภาพนะ เป็นช่างภาพที่ชื่อสุวะ จิน” 

การพูดจาวกไปวกมาแบบนี้ฟ้องชัดว่าคาเสะเริ่มเมาแล้ว 

“แล้วก็ไปล่ารางวัลการประกวดมันให้เรียบ ดังเปรี้ยงเป็นพลุแตก เอาให้ฮานาคิมันร้องห่มร้องไห้ขอโทษแกไปเลย” 

“ทำไมฉันต้องขอโทษด้วย?” 

“จริงจังเหรอ” 

คาเสะแหย่กลับ 

“เอาเป็นว่า ฉันอยากให้นายดังว่ะจิน” 

“ทำไม” 

“จะได้ดื่มกันสนุกๆ ไง” 

พูดจบแล้วหน้าของคาเสะก็ดูหมองลง 

ผมเองก็เข้าใจความหมายที่เขาจะสื่อ 

ว่าแล้ว ทั้งสองคนคอยระวังความรู้สึกของผมอยู่ตลอด 

คาเสะดูจะปล่อยให้ความเมาพาไป เลยพูดต่อไปไม่หยุด 

“เป็นงี้ต่อไปก็ไม่โอเคใช่ป่ะละ ทั้งฉันทั้งนายนั่นแหละ” 

ผมรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของคาสะและความหงุดหงิดต่อตัวเอง 

“...อืม ไม่โอเค” 

ความเงียบทิ้งตัวลงปกคลุมห้องพักยามค่ำคืนอย่างอ่อนโยน มันเป็นความเร่าร้อนที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวิตชีวาและความแน่วแน่ ซึ่งต่างออกไปอีกแบบจากสิ่งที่เคยรู้สึกในสมัยเรียน 

ฮัดเช้ย 

ฮานาคิดันจามออกมาในเวลาแบบนี้ซะได้ 

“โทษที” 

“แกนี่มัน! คนเขากำลังสื่อใจถึงใจกันอยู่ดีๆ” 

“ก็ขอโทษแล้วไง” 

คาเสะทำท่าจะโถมเข้าไปหาฮานาคิ แต่เข่าดันกระแทกเข้ากับโต๊ะญี่ปุ่น 

“เจ็บเว้ย!” 

“เงียบๆ กันหน่อย” 

ผมมองนาฬิกา ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว 

จากนี้พวกผมก็คงจะดื่มกันชิวๆ ไปเรื่อยๆ ยันเช้าจนรถเที่ยวแรกเริ่มวิ่ง เฉกเช่นอย่างที่ไม่ได้ทำมานาน 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว