email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ชิงเกียร์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ค. 2563 22:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชิงเกียร์
แบบอักษร

     วันนี้ก็เป็นวันชิงเกียร์แล้ว ฉันตัดสินใจว่าถ้าชิงเกียร์เสร็จแล้วความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับพี่ไนท์ยังไม่ดีขึ้นฉันจะซิ่วไปเรียนที่จีน เมื่อคืนฉันตื่นมากลางดึกฉันได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเห็นโพสของพี่ไนท์ว่า “ที่ถาม เพราะคิดถึง” มันทำให้ฉันมีความแอบบยิ้มอยู่ในใจแต่ก็ได้ไม่นานฉันได้เลื่อนอ่านคอมเมนต์แล้วมาหยุดอยู่ที่คอมเมนต์ใครคนนึง “miss U” อ่ะไม่ต้องสืยเลยว่าใครยัยพรีสนั้นเอง ฉันรู้สึกอารมณ์เสียขึ้นทันที

“อะไรของเขาวะถามเราว่าคิดตัวเองถึงบ้างมั้ย แต่นี้อะไรยังมียัยบ้านี่มาคอมเมนต์อยู่เลย” ฉันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นๆ ฉันคิดขึ้นได้ว่าวันชิงเกียร์ฉันจะต้องได้เคลียร์กับเขาให้ได้ เพราะฉันจมอยู่กับความงงๆแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว

ณ ลานกิจกรรมคณะ

         เวลา 6 โมงเย็น ในขณะที่พวกฉันซ้อมบูมกันอยู่กับพวกเพื่อนๆ

“อี้ผิง มึงโอเคปะเนี่ย” พีชถามฉันขึ้นด้วยความเป็นห่วงเพราะว่างฉันยังเจ็บข้อเท้าอยู่

“สบายมากมึงงง ไม่ต้องห่วงอิสออไรท์จ้า” ฉันตอบกวนประสาทมันไป เอาความจริงมันก็ยังเจ็บๆแหละแต่ก็ช่ว่าจะทนไม่ได้นะ

“จัดแถวครับ!” อยู่ดีๆก็มีเสียงผู้ชายตะโกนขึ้น แล้วไฟสปอตไรท์ที่ลานกิจกรรมก็ดับลง เหลือแค่ไฟที่ตรงถนนเปิดไว้พอได้มีแสงส่อง ตอนนี้มันทำให้พวกฉันจัดแถวกันค่อนข้างที่จะลำบากแต่ว่าก็ยังจัดได้ แต่ถ้าจะให้มองหาตัวของคงพูดนี่หมดสิทธิ์เลย

“ช้า!” เขาพูดขึ้นซ้ำอีก

“สวัสดีครับ/ค่ะ” พวกฉันรีบสวัสดีพวกเขาหลังจากจัดแถวเสร็จ

“สวัสดีครับ” วันนี้พวกคุณรู้ใช้มั้ยว่าพวกคุณมาทำอะไร

“รู้ค่ะ/ครับ” ปี1ทุกคนตอบ

“งั้นผมจะไม่เสียเวลา ผมมีกฏจะให้พวกคุณอยู่แค่ไม่กี่ข้อ 1 บูมให้ผ่าน 2 ถ้าผ่านเอาเกียร์ไป แต่เพื่อนของพวกคุณต้องไม่มีใครล้ม 3 ถ้าไม่เข้าให้กลับไปทวนตั้งแต่ข้อหนึ่งใหม่ ทราบ!” แล้วเสียงนั้นก็ได้พูดเสียงดังขึ้นกว่าเดิม

“ทราบค่ะ/ครับ!” หลังจากที่พวกฉันตอบรับกลับไป ฉันก้มลงไปมองสมาร์ทวอชของฉันนี่มันก็จะเกือบๆ3ชั่วโมงกว่าแล้วที่เราบูมกันมา พวกเราทั้งหมดยังไม่ได้หยุดพักเลยแม้แต่ครั้งเดียวมีเสียงของสั่งขึ้นตลอดเวลา บางครั้งก็บอกให้เราหยุดบ้างเพราะว่าเราบูมไม่พร้อมกัน บางครั้งก็บอกให้เราหยุดเพราะมีคนล้มด้วยความเหนื่อย เราโดนสั่งบูมไปเรื่อยๆจนฉันได้ยินเสียงที่หอบกระเซาของเพื่อนๆ ที่เริ่มจะไม่ไหวฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกันในขณะที่เรายื่นระเบียบเชียร์อยู่

“ขออนุญาตค่ะ” ฉันยกมือขึ้นพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่เริ่มเหนื่อย

“มีอะไรครับ” มีคนตอบฉันมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“ขออนุญาตพักได้มั้ยคะ” ฉันถามกลับ

“แค่คุณหรอครับ” เขาก็ถามฉันกลับคืนแต่น้ำเสียงไม่ใช่คนเดิมก่อนหน้านี้

“ไม่ค่ะ เราทั้งหมดขอพักได้มั้ยคะ” ฉันถามกลับไปด้วยน้พเสียงที่หนักแน่น

“แล้วถ้าผมบอกว่าไม่ล่ะ” เขาถามฉันกลับคืน ฉันได้แต่คิดในใจว่าทำไมรุ่นพี่ต่อรองเก่งจังวะแต่ฉันจะไม่ยอมหรอกฉันจะต่อรองกับเขาไปเรื่อยๆ จนกว่าจะให้ทุกคนได้พัก

“ก็จะขออยู่แบบนี้จนกว่าพี่ๆจะให้พักค่ะ” ฉันตอบเขากลับ ถ้าฉันยกมือขอเขาแบบนี้ไปเรื่อยๆอย่างน้อยมันก็ทำให้เพื่อนๆพอหยุดหายใจกันได้บ้าง แต่มันก็ต้องมีการรำคาญบ้างเรื่องที่ฉันยกมือขอบ้างแหละ

“โอเคผมให้เวลาคุณพัก 5 นาที เชิญ!” เขาพูดกลับด้วยเสียงเรียบๆ

“ขอบคุณค่ะ/ครับ” พอพวกเขาพูดแบบนั้นเพื่อนหลายคนก็ทิ้งตัวลงกับพื้นนด้วยความเหนื่อยล้าบางคนก็ร้องไห้ว่าไม่อยากได้แล้ว บางคนก็นอนนิ่งกับพื้นเพื่อพักผ่อน บางคนก็พากันเดินไปกินน้ำที่พี่เลี้ยง เตรียมไว้ให้ตรงข้างๆลานกิจกรรม แต่คนข้างหน้าฉันอยู่ดีๆฉันทิ้งตัวลงด้านหลังแบบไม่มีสัญญาส่งเสียงบอกอะไรเลยแล้วเธอทิ้งตัวลงมาทางด้านฉัน พอฉันเห็นท่าไม่ดีฉันรีบวิ่งเข้าเอาตัวฉันไปซ้อนคนด้านหน้ากันไม่ให้หัวเธอกระแทกพื้น พอฉันรองรับตัวของเธอไว้มันทำให้ฉันเสล้มลงเพราะน้ำหนักตัวที่มากของเธอและบอกกับข้อเท้าฉันเจ็บมากขึ้นไปอีก

“เธอไหวมั้ยๆ” ฉันถามคนที่ฉันเอาตัวรองรับไว้ด้วยความเป็นห่วง

“ไหวๆ ขอบใจนะที่เอาตัวเข้ามารับฉัน” เธอตอบกลับฉันด้วยใบหน้ายิ้มๆ ฉันจับหน้าเธอแต่ใบหน้านั้นเย็นเหมือนน้ำแข็งเลย

“หมอก ขอน้ำหวานให้ผิงหน่อย” ฉันบอกหมอกไปฉันคาดเดาว่าเธอหน้าจะหน้ามืดเพราะมีอาการขาดน้ำ

“ได้ๆ เดี๋ยวไปเอาให้นะ” หมอกรีบตอบฉัน และรีบวิ่งไปเอาน้ำมาให้พอได้น้ำมาหมอกก็รีบยื่นให้ฉัน ฉันก็ได้ประคองเธอที่นอนบนขาฉันขึ้นมาดื่มน้ำ แต่จู่ๆก็มีเสียงพูดขึ้น

“ทำเป็นตัวเป็นคนดี หึสร้างภาพ” เอ้าอินี่เพื่อนจะเป็นลมตายอยู่แล้วไม่ให้ช่วยเพื่อนให้ช่วยใครวะ ฉันคิดในใจก่อนที่จะหันไปมองหาต้นเสียงว่าใครเป็นคนพูด แต่ทว่า

“ถ้าเธอไม่ช่วยก็ช่วยหุบปากไปเลยพรีส” มีเสียงของเพื่อนผู้ชายพูดขึ้น นั้นทำให้ฉันไม่สนใจที่จะมองหาอีกต่อไป

“พักครับพอรึยังครับ!” จู่ๆก็มีเสียงพูดดังขึ้นมา คนที่นอนตักฉันเธอได้ลุกขึ้นพร้อมกับพูดคำว่า “ขอบคุณนะ”

“สวัสดีค่ะ/ครับ” พวกฉันไม่ลืมที่จะสวัสดีเสียงนั้น

“ผมให้เวลาก่อเที่ยงคืนของวันนี้ถ้ายังบูมผ่าน ก็เชิญกลับบ้านไปซะและผมจะถือว่าพวกคุณไม่ใช่น้องผม!” เสียงนั้นพูดขึ้น ทำให้หลายๆคนสะดุ้งเล็กน้อย

         ในตอนที่ฉันก้มตัวลงไปบูมอีกคืน ฉันมองไปที่สาร์ทวอชของฉัน15 นาทีเที่ยงคืน

“โอ้ย” ฉันอุทานขึ้น เพราะฉันรู้สึดเจ็บขาจนหลุดอุทานออกมา

“ไหวปะผิง” หมอกที่ยื่นอยู่ข้างฉันถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

“ไหววว สบายมาก” ฉันกระซิบตอบกลับไป

“หยุด ใครคุยกัน!!!!” นั้นไง หูดีชะมัด

“ผมถามว่าใครคุยกันนน!!” เสียงนั้นถามซ้ำอีกครั้ง

         ฉันกับหมอกยกมือขึ้น

“พวกคุณทำให้เพื่อนต้องหยุดบูม พวกคุณควรจะทำยังไงกับตัวเอง” เสียงนั่นถามพวกฉันด้วยเสียงเรียบ

“แต่ผมรู้นะว่าควรทำยังไง” มีอีกเสียงหนึ่งพูดขึ้น เสียงนั่นน่าจะเป็นเสียงของพี่ภัทรแน่ๆ

“ลุกนั่ง50ครั้งปฏิบัติ!” พอเสียงของพี่ภัทรพูดจบพวกฉันก็ได้ทำการลงนั่งจนครบ

“น่าเบื่อ จัดแถวเป็นลงกลม 5 4 3 2 1!”  เสียงนี้แปลกจากทุกครั้งมันไม่ใช่เสียงของผู้ชาย แต่มันคือเสียงของผู้หญิง พร้อมกับมีเสียงรอยเท้าเหมือนเดินเข้ามาเป็นกลุ่มใหญ่

         หลังจากที่พวกฉันจัดแถวเป็นวงกลมเสร็จจู่ๆก็มีคนเอาผ้ามาปิดจาจากด้านหลัง ทำให้หลายคนตกใจและส่งเสียงออกมา ส่วนฉันก็แอบตกใจเหมือนกันว่ามันคืออะไรแต่พอตั้งสติได้ก็เลยอยู่นิ่งๆ

“เงียบ!” เสียงผู้หญิงคนเดิมพูดขึ้นซ้ำ

         อยู่ดีๆก็มีมือหนาๆมาจับมือของฉันพร้อมกับดึงมือให้เดินตามไปแต่ไม่ได้มีกางส่งเสียงออกมา แต่ฉันได้กลิ่นของน้ำหอมอ่อนๆ กลิ่นที่ฉันคิดถึง และเขายังเป็นคนที่ฉันคิดดถึงอีกด้วย..พี่ไนท์

         ฉันไม่แน่ใจว่าพวกเราโดนลากมาที่ส่วนไหน ฉันรู้สึกได้ถึงกลิ่นควันของเทียนใช่แล้วในที่สุด...

“เชิญเอาผ้าปิดตาออกครับ” เสียงของผู้ชายคะนึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงโทนอบอุ่น

         หลังจากนั้นฉันก็ได้ดึงผ้าปิดตาออก ในตอนที่ดึงผ้าออกก็มีเสียงร้องเพลงของรุ่นพี่ร้องเพลงคณะ พอฉันแกะผ้าเสร็จฉันได้มองเห็นเพื่อนๆหลายคนร้องไห้เพราะความดีใจ หนึ่งในนั้นไอ้หมอกก็ด้วย ฉันกับพีชเดินไปกอดหมอกพร้อมกับเช็ดน้ำตาให้ หลังจากที่พี่ๆร้องเพลงคณะเสร็จ

“เตรียมบูมพร้อม ” มีเสียงผู้หญิงสั่งขึ้น ฉันคิดว่าผู้หญิงคนนี้น่าจะเป็นพี่ว๊ากปีสูงแน่ๆ

“พร้อม!” เสียงดังไปทั่วลานวางใต้ตึกคณะ

“3 4!”

         ตรึม! เสียงกระทืบข้าวของพวกรุ่นพี่นั้นทำให้พื้นและตัวอาคารสั่นๆ พวกเขากำลังบูมให้พวกฉัน พวกเขากำลังตอนรับพวกฉันเข้าเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขา หลังจากที่บูมเสร็จก็มีเสียงปรบมือดังขึ้น 

“ยินดีต้อนรับอีกครั้งนะทุกคน” เสียงของพี่ผู้หญิงคนเดิมพูดขึ้นอีกรอบ

“ขอบคุณค่ะ/ครับ” พวกฉันขอบคุณด้วยความดีใจ ความเหนื่อยล้าที่มีมาก่อนหน้านี้มันได้หายไปหลังจากที่ฉันได้เห็นแสงเทียนที่อยู่ตรงหน้า

         แล้วไฟใต้ตึกก็ได้ถูกเปิดขึ้นทำให้ฉันมองเห็นอะไรชัดขึ้น และฉันก็ได้มองเห็นพี่ไนท์ชัดขึ้น..

“เชิญน้องๆแต่ละสาขาเดินไปหาพี่สาขาเพื่อที่จะรับเกียร์นะครับ”

         หลัวจากนั้นเพื่อนๆแต่ละคนก็เริ่มแยกย้ายกันไปตามสาขาของตัวเอง สาขาของพวกฉันได้เดินมาหาแต่ละคนเพื่อที่จะมอบเกียร์ให้

“อ่ะนี้ของคนเก่ง เก่งมากนะน้องรหัส” พี่ปุยเมฆเดินเข้ามาหาฉันพร้อมกับยื่นเกียร์ให้

“มาเดี๋ยวพี่ผูกแขนให้” พี่ปุยเมฆพู้ขึ้นพร้อมกับผูกแขนให้ฉัน

“เฮ้ยพวกด้วยๆ” มีพี่สาขาหลายคนพูดขึ้นและเดินมาผูกแขนฉัน แต่มีคนนึงที่ฉันอยากให้เขาพูกแขนให้แต่ฉันกลับไม่เห็นเขา

         พอพี่ๆในสาขาไม่ว่าปีไหนๆที่เขามาผูกแขนให้ฉันบางก็ไม่รู้ ฉันได้แต่ยิ้มและยกมือไหว้ขอบคุณไป

“อ้ไนท์มันมีเรื่องจะคุยด้วย หลังตึกคณะนะ” พี่ปุญเมฆเดินเข้ามากระซิบฉันด้วยท่าทียิ้มๆ พร้อมกับเอาฝ้ายผูกแขนให้ฉัน

         แต่ยังไม่ทันไรฉันก็รีบลากขาอันเจ็บๆของฉันเดินไปหลังตึกคณะ ฉันรีบเดินมาอย่างใจจดใจจ่อเพื่อที่จะได้คุยกับเขา แต่ก็ได้เห็นเขายืนพูกแขนให้กับพรีสอยู่ อะไรวะอยู่คนละสาขายัยนี่มาเสนอหน้าอะไรแถวนี้ ฉันได้แต่หมั่นไส้อยู่ในใจ เดี๋ยวแล้วทำไมเขาต้องยิ้มจะยิ้มหาอะไร ไหนบอกให้ฉันมาหาแล้วนี้คือไรจะเล่นสงครามประสาทกับฉันหรอ ฉันโมโหพร้อมกับเก็บฝ้ายผูกแขนยัดลงในกระเป๋า แล้วเตรียมตัวที่จะเดินออกมา

“เดี๋ยวจะไปไหน” อยู่ๆเสียงพี่ไนท์ก็พูดขึ้น มันทำให้ฉันหยุดเดินและหันหลังกลับไปมองหน้าเขา

“ก็จะไปจากตรงนี้ไง” ฉันตอบกลับเขาด้วยอารมณ์หงุดหงิด

“ไอ้ผิงอยู่นี่เองตาหาซะทั่วเลย” พีชพูดขึ้นด้วยท่าทีที่เป็นห่วง

“ปะแกกลับกัน ฉันเหนื่อยแล้ว” ฉันตอบพีชไปเพราะฉันเหนื่อยจริงๆ เหนื่อยไปหมดเหนื่อยเรื่องนี้ด้วย

“โอเคๆ ไปแล้วนะคะพี่ไนท์” พีชมันพูดขึ้นพร้อมกับยกมือสวัสดีพี่ไนท์

         เอาอีกแล้วไม่เคยจะเดินตามมาง้อทันทีหรอก เจ็บขาก็ไม่เคยจะช่วยยืนมองอยู่ได้ โว้ยยยยยฉันไปหลงรรักคนแบบนี้ได้ไง!

         ณ ลานจอดรถหน้าตึกคณะ

“อี้ผิงๆ” เสียงพี่ปุยเมฆเรียกฉันและเดินมาพร้อมกับเพื่อนในกลุ่มทุกคน เน้นว่าทุกคน

“คะพี่ปุยเมฆ” ฉับตอบกลับพี่ปุยเมฆไป

“พรุ่งนี้ไปฉลองกันนะพวกพี่เลี้ยงเอง พี่ได้ยินข่าวว่ามีร้านเหล้ามาเปิดใหม่ใกล้มอเราเองงง” พี่ปุยพูดพร้อมกับท่าทีอ้อนๆ

“ไปค่ะ!” ไอ้พีชรีบตอบขึ้นทันควัน โว๊ะไอ้นี่เห็นผู้ชายไม่ได้

“ว่าแต่ร้านอยู่แถวไหนหรอคะ” พีชถามกลับไป

“แถว ZX รู้จักมั้ย”  พี่ภัทรตอบไอ้พีชไป

“รู้จักค่ะ รู้จักดีเลย” ไอ้พีชตอบกลับพร้อมกับท่าทีขำ         

“น้องหมอกไปด้วยกันนะครับ” พี่ภัทรหันไปอ้อยไอ้หมอก คุณหนูหมอกของฉันก็เขินจนตัวแดง

“ไปนะ อยากเจอ” พี่ไนท์พูดขึ้นพร้อมหันหน้ามาทางฉัน ด้วยสายาตาเหมือนขอร้อง

“ได้ค่ะ ไว้เจอกันนะคะ” ฉันตอบกลับไปแบบง่ายๆ ก่อนที่ฉันและเพื่อนๆของฉันจะเดินไปขึ้นรถของพีชและ กลับคอนโด

“พรุ่งนี้มึงต้องได้เคลียร์กับน้องมันนะเว้ยกูปูทางให้รอบที่2แล้ว” ไอ้ปุยพูดขึ้นก่อนที่มันจะเดินกลับไปที่รถของมันแล้วขับรถออกไป

.................................................. 

แจ้งนะคะะะ วันนี้ไรท์อาจจะอัพได้แค่ตอนเดียวเน๊าะะะ คนดีของไรท์อย่าพึ่งงอนกันนะะะะ 

เนื่องจากว่าไรท์ไม่สบายมาหลายวัน แต่ว่าไม่ได้เป็นโควิดเด้ออออออออ เป็นแค่ภูมิแพ้อากาศ 

แต่ไรท์จะพยายามอัพให้คนดีของไรท์อ่านทุดวันนะคะะะะ ^^ 

ความคิดเห็น