facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ~ เรื่องที่3 เฮียน่านน้ำกับน้องข้าวสวย

น่านน้ำถูกทิ้ง : Ep.38 - ตรวจเช็คคำผิดแล้ว

ชื่อตอน : น่านน้ำถูกทิ้ง : Ep.38 - ตรวจเช็คคำผิดแล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 724

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2563 22:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
น่านน้ำถูกทิ้ง : Ep.38 - ตรวจเช็คคำผิดแล้ว
แบบอักษร

น้องข้าวสวยในลุคสวยหรูดูแพงและเซ็กซี่ดูแพง

 

เตโช talk's

@1 อาทิตย์ต่อมา

@T hospital ชั้น2 ห้องตรวจที่14 เวลา11:20น.

 

"ไงคะ มาคุณหมอขออุ้มหน่อยค่ะ~" คุณหมอประจำตัวของน้องเฌอแตมพูดขึ้นมาพร้อมกับทำมือเตรียมจะรับลูกของผม

"งึ่ก! แงงงงง!!!" พอผมส่งไปให้คุณหมอปุ๊บเจ้าก้อนน้อยๆของผมก็ส่งเสียงร้องลั่นห้องตรวจทันที

"โอ๋ๆ ไม่ร้องค่ะ ไม่ไปๆเนอะ" ผมจึงรับน้องเฌอแตมกลับมาที่อ้อมอกของผมเหมือนเดิม

 

ตอนนี้น้องเฌอแตมอายุได้สามเดือนครึ่งแล้วแถมตัวตันน่าฟัดสุดๆเลยหล่ะครับ ก็...ตั้งแต่ที่หลวงพ่อให้ลูกประคำกับน้องเฌอแตมไว้วันนั้นลูกของผมก็ดื่มนมได้เยอะขึ้นโดยไม่มีอาการเหนื่อยและก็เล่นกับผมได้มากขึ้นด้วยครับ

เลยทำให้คุณหมอที่นี่รักน้องเณอแตมกันทุกคนเลยครับแถมยังแสดงออกทางสีหน้ามากขึ้นอีกด้วย ทั้งยิ้มหวานและก็แสดงความโกรธออกมาได้แบบชัดเจนมากด้วย

 

"โยเยติดคุณพ่อมากเลยสินะคะ?" คุณหมอถามผมมาพร้อมกับเดินกลับไปนั่งที่เดิมของตัวเอง ผมจึงเดินไปนั่งที่เก้าอี้เหมือนกัน

"ก็...ครับ" เอาจริง...ติดอยู่สองคนครับคือผมกับหลวงพ่อ

"หืม? มาค่ะ คุณหมอขอฟังเสียงหัวใจหน่อยน้า~ แล้วตอนนี้น้องเป็นยังไงบ้างคะ?" เหมือนเดิมนั่นแหละครับ

"ก็ไม่มีอาการเหนื่อยเลยครับและก็กินนมเยอะขึ้นด้วยเล่นกับผมก็เยอะขึ้นเหมือนกัน" ผมตอบ คุณหมอพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

"น้องอาการยังคงที่นะคะเพราะงั้นยังไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดนะคะ" คุณหมอบอกผมมา แล้วเมื่อไหร่?

"มีโอกาสที่ลูกของผมจะหายขาดไหมครับ?" ผมจึงถามคุณหมอออกไป

"มีค่ะแต่...ต้องรอให้น้องโตกว่านี้ก่อนค่ะ การผ่าตัดจะมีความเสี่ยงน้อยกว่า" เธอตอบ

"แล้วเมื่อไหร่หรอครับ?" ผมถามต่อ

"ต้องดูอาการของน้องด้วยค่ะบางทีอาจจะอีกห้าปีสิบปีหรือยี่สิบปีก็ต้องคอยดูไปก่อนค่ะ คุณพ่อก็มาตามนัดของหมอตลอดก็แล้วกันนะคะ" หมายความว่า...ไม่มีกำหนดงั้นสินะต้องรอให้ถึงเวลานั้นจริงๆหน่ะหรอ? เวลาที่หลวงพ่อบอก

"ครับ" ผมตอบรับคุณหมอไปเพียงแค่นั้นและก็เดินออกจากห้องตรวจหลังจากที่คุยเรื่องต่างๆกับคุณหมอจนเคลียร์ในเวลาต่อมา

 

@ป้ายรอรถเมล์ เวลา12:00น.

 

ระหว่างที่ผมรอรถเมล์อยู่นั้น อ่า...คนไม่มีเลยแฮะ แน่หล่ะ พระอาทิตย์ตรงหัวเด่ขนาดนี้จะมีใครมานั่งรอรถเมล์ตอนนี้ว๊ะ นอกจากผมกับลูกสาวนี่หล่ะ เป็นลูกผมต้องอดทนครับจะได้เหมือนผม

เอี๊ยดดดด... ก็มีรถลีมูซีนคันนึงขับมาจอดตรงหน้าของผมแบบกระจกทึบด้วยนะ

แกร็ก! ตามด้วยมีคนลงรถมาล้อมตัวผมไว้

 

"คุณเตโช ชินวุธหรือเปล่าครับ?" คนที่ยืนประจันท์หน้ากับผมอยู่เอ่ยถามผมออกมา

"ครับ ผมเอง มีอะไรหรือเปล่าครับ?" ผมตอบรับไปว่า...ผมคือเตโช ก่อนที่ผมจะถามคนที่ถามผมออกไป

"มีคนอยากพบคุณครับ ช่วยมากับพวกเราสักหน่อยได้ไหมครับ?" ผู้ชายคนนั้นบอกเหตุผลออกมาและถามผมต่อ

"เอ่อ...ใครหรอครับ?" ผมมีลูกนะเว้ยเฮ้ย

"ช่วยมากับพวกเราได้ไหมครับ? พวกเราไม่ทำร้ายคุณกับคุณหนูหรอกครับ" ผู้ชายคนนั้นพูดออกมา หืม? คุณหนูหรอครับ?

"ก็ได้ครับ" ผมตอบรับไปและผู้ชายคนนั้นก็เปิดประตูรถให้ผมตามด้วยผมขึ้นไปนั่งลงบนรถครับ

 

รถเริ่มเคลื่อนตัวออกไปตามทางของมันครับและมันก็...เลี้ยวเข้าหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งที่ผมรู้สึกคุ้นๆเหมือนกับว่าเคยผ่านมาทั้งๆที่มันไม่ใช่ทางกลับแฟลตผมแต่ก่อนเลยและก็ไม่ใช่ทางไปวัดที่ผมอาศัยอยู่ตอนนี้ด้วย ก่อนที่รถจะเลี้ยวเข้ามาในบ้านใหญ่หลังหนึ่งที่ผมไม่เคยมาแน่นอนอ่ะ ตามด้วยจอดลง

แกร็ก! ผมกำลังจะเปิดประตูออกไปแต่ก็...มีคนมาเปิดมันออกให้ผมซ๊ะก่อน

 

"???" ผมจึงลงจากรถมาแบบงงๆครับ อ่า...บ้านใครว๊ะ!? ทำไมใหญ่แบบนี้?

"เชิญทางนี้ครับ" คนที่ดูเหมือนจะเป็นพ่อบ้านหรือเปล่าไม่รู้แต่...ที่รู้ๆเป็นผู้ชายวัยกลางคนและไม่ได้เป็นการ์ดเหมือนคนที่ไปรับผมมาแน่นอน ....นั่นแหละครับพูดบอกผมมาพร้อมกับเดินนำผมเข้าไปในบ้านหลังใหญ่นั่น

"!!!" ทันทีที่เดินมาถึงห้องรับแขกปุ๊บดวงตาของผมก็เบิกโพลงกว้างด้วยความตกใจปั๊บ พร้อมกับผู้หญิงที่มองหน้าผมด้วยสายตาแบบเดียวกันแต่แค่...ตาของเธอบวมเป่งมาก

"เตโช...ฮึ่ก" เธอเอ่ยเรียกชื่อผมมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาพร้อมน้ำตาไหลออกมา

"พ่ะ..พี่...?" ผมเอ่ยเรียกเธอไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแปลกใจในทันที

"ฮึ่กๆ" เธอร้องไห้สะอึ่กสะอื้นออกมาพร้อมกับค่อยๆลุกขึ้นมาหาผม

"....พี่!?"

 

สวบ! ผมเข้าไปรับเจ้าของร่างบางที่ลุกขึ้นเดินมาแต่เธอดันล้ม ดี...ที่รับหัวทัน พร้อมกับแขนข้างนึงอุ้มลูกไว้

 

"ได้กินข้าวบ้างหรือเปล่า!?" พอเจอหน้ากันปุ๊บก็ทำให้โมโหเลยหรอว๊ะ!? เหอะ! เชื่อเธอเลยจริงๆ

"ฮึ่กๆ คิดว่า...นายกับลูก...จะไม่มาแล้วซ๊ะอีก..." เธอพูดเสียงแผ่วพร้อมน้ำตาไหล

"มาดิ่! มาแล้วนี่ไง!! จะเอาอะไรอีก!!?" เอาจริง ถ้ารู้ว่าเป็นเธอผมก็ไม่มาหรอกครับ

"ย่ะ..อย่าไปไหนอีกเลยนะ...." เธอพูดเพียงแค่นั้นแล้วก็สลบไป

"เฮ้!! พี่...!!? อย่าตายนะเว้ย!!!" ผมพูด

"ตามหมอเดี๋ยวนี้...!" เสียงสั่งของใครสักคนดังขึ้นมา

.

.

.

ชะเอม talk's

 

"อื้อออ~" ฉันค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา

"เตโช...ลูก...อ๊ะ! อื้อออ"  ฉันพูดออกไปและมองที่แขนของตัวเองที่มีสายน้ำเกลือทิ่มอยู่

 

อ่า...ฝันสินะ?

ฉันกำลังจะดึงสายน้ำเกลือออกมาจากแขนของตัวเองแต่ว่า...

กริ๊ก!! แอ๊ดดดด! เสียงเปิดประตูห้องนอนของฉันก็ดังขึ้นมาก่อนที่จะปรากฏร่างกายของ...

 

"เฮ้!! พี่...จะทำอะไร!?" เตโช...?

"ต่ะ..เตโช...? ฮึ่ก" เอ่ยเรียกชื่อของเตโชออกไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาอย่างแปลกใจตามด้วยเอามือขึ้นมาปิดปากและน้ำตาก็ไหลออกมาเหมือนอย่างเคย

"ร้องไห้...ทำไมครับ?" เตโชเดินเข้ามาหาฉันและเอ่ยถามฉันออกมาน้ำเสียงอ่อนโยน

"น่ะ..นายจริงๆหรอ?" ฉันไม่ได้ตอบแต่เลือกที่จะเอ่ยถามเตโชออกไป

"ไม่จริงหรอกครับ...ตอนนี้พี่กำลังฝันอยู่"

 

เพี๊ยะะะ!!! ฉันจึงตบหน้าเตโชไป

 

"โอ๊ยยย!!! เจ็บนะเว้ยเฮ้ย!!" เจ้าตัวอุทานเสียงหลงออกมาตามด้วยร้องบอกฉันออกมา

"ฮึ่กๆ ฮึ นายจริงๆด้วย" น้ำตาฉันไหลแต่มันคงจะเป็นความดีใจนั่นแหละ

"ทำไมไม่ดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้...?" เจ้าตัวถามฉันออกมาบ้าง

"ฮึ่กๆ ฉ่ะ..ฉันคิดถึงนายและก็ลูกหน่ะสิ" ฉันตอบ

 

ตุ่บ~ เตโชจึงนั่งลงอย่างแผ่วเบาที่เตียงนอน

 

"ฮึ! พอแล้วครับ ไม่ต้องร้องแล้วนะ ตาพี่โครตบวม ตัวก็ผอม นมก็แฟ๊บหมดแล้วเนี้ย...!!"

"หึหึ พูดเอาฮาใช่ไหม?" ฉันถาม

"หึ่ ผมพูดจริง" เจ้าตัวส่ายหัวตอบมา

"ล่ะ..แล้วไง!?" ใช่! แล้วมันยังไง!?

"แล้วไง!? ผมก็กินพี่ไม่ลงไงครับ" ห๊า...!?

"ก็ไม่ต้องมากิน!!" ฉันพูดออกไปด้วยอารมณ์หงุดหงิดแบบไม่รู้สาเหตุอีกแล้ว

"แน่ใจ? ว่าไม่อยากให้ผมกิน?" จะเอายังไง?

"เออ! ไม่อยากให้กินอยู่ล่ะ....อื้อออ~" คำพูดขาดหายไปในลำคอพร้อมดวงตาเบิกกว้างทันทีที่ไอ้เด็กบ้านั่นเข้ามาจูบปากฉัน

"อื้มมม~" เจ้าตัวครางออกมาด้วยความพอใจในทันที

"เฮ้อ..." ตามด้วยปล่อยปากฉันออกมาในเวลาต่อมา

"ผมยังไม่ได้คิดบัญชีกับพี่เลยนะ" เรื่องอะไร?

"???" ด้วยความสงสัยแต่ขี้เกียจจะเอ่ยปากถามอ่ะนะฉันจึงมองหน้าไอ้เด็กบ้านั่นไปด้วยสายตาสงสัยแทน

"พี่โกหกผมทำไม?" เห้อ~

"ก็แค่...อยากเอาชนะน่านน้ำและให้น่านน้ำยอมรับว่าตัวเองเป็นพ่อของลูกฉันแค่นั้นเอง" ฉันจึงตอบไปตามความจริง

"แค่นั้นเอง? มันไม่แค่นั้นหรอกครับพี่...เฮียน่านน้ำไม่ได้โง่นะ" ก็รู้แล้วไง

"แล้วไง?" ฉันมองหน้าเตโชพร้อมเลิกคิ้วขึ้นสูงเป็นคำถามค่ะ

"แล้วไง? เหอะ! พี่แม่งโครตใจดำเลยรู้ป้ะ? ทั้งๆที่เด็กในท้องของพี่เป็นลูกผมอ่ะแต่พี่ก็ยังโกหกผมอีกอ่ะนะ?"

"ก็ทำไปแล้วนี่หน่า...จะให้ทำไงได้อ่ะ? จะเอายังไง?" จะเอายังไงกันแน่? มาด่าฉันอยู่ได้

"ไม่เอาไงแต่...จะเอาพี่นั่นแหละ" ห๊ะ!?

"อะไรไหนป่ะกี๊ยังบอกว่ากินไม่ลงอยู่เลย"

"ไม่เป็นไรครับ...เดี๋ยวผมจะขุนพี่ให้กลับมาสวยอวบอิ่มน่ากินเหมือนเดิมเองและผมจะกินพี่ทุกวันเลยคอยดูดิ่" อ่ะ..อะไรนะ!?

"ใครจะให้นายกินฉันจะให้ลูกกิน...ลูกหล่ะ? ลูกอยู่ไหน!?" ฉันถามหาลูกสาวของตัวเองไปค่ะ

"อยู่กับพ่อของพี่อ่ะ" เจ้าตัวตอบฉันมา

"งั้นหรอ? แล้วนายดูแลลูกดีหรือเปล่า?"

"อื้ม ดีครับถึงแม้ว่าสุขภาพของน้องเฌอแตมจะไม่ค่อยดีก็เถอะ" ทันทีที่เจ้าตัวตอบจบ

"อะไรนะ!? ลูกเป็นอะไร!? ทำไมถึงสุขภาพไม่ค่อยดีหล่ะ!?" ฉันก็เอ่ยถามออกไปในทันที

"น้องเฌอแตมเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดครับ"

"ห่ะ..ห๊ะ!? รักษา! ทำไมนายถึงไม่ให้ลูกรักษาหล่ะ!?" ใช่! ต้องรักษา

"มันยังไม่ถึงเวลา...รอพี่แข็งแรงกว่านี้ก่อนผมจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังนะครับ" ทำไมต้องรอ!?

"แต่ว่า...." ยังพูดไม่ทันจบประโยคที่ว่า แต่ว่าฉันอยากรู้เลยหนิ เลยค่ะ

"อย่าดื้อสิพี่!! รอหน่อยมันไม่มีใครตายหรอกหน่า...!?" ฉันเนี้ยแหละจะตาย

 

หัวอกคนเป็นแม่ที่อุ้มท้องลูกของตัวเองมาตั้งเก้าเดือนเลยนะและในวันที่ได้เจอหน้ากันอีกครั้งฉันกลับได้รับรู้ว่า...ลูกของตัวเองเป็นโรคหัวใจเนี้ยนะ ถามหน่อย ใครจะไม่ห่วงบ้าง

 

"แล้วเมื่อไหร่!? เมื่อไหร่ที่นายจะให้ฉันรู้เรื่องอะไรของลูกฉัน!?" ฉันถามต่อเสียงหงุดหงิด

"เมื่อพี่แข็งแรงพอที่จะให้ผมกินพี่ได้นั่นแหละครับ" อ่ะ..ไอ้เด็กหื่นนี่

"วกกลับเข้าเรื่องนี้ได้ตลอดนายมันโรคจิตเตโช!" ใช่! ไม่มีใครเกิน!

"หึ! นอนเถอะครับ" เจ้าตัวพูดมาพร้อมกับจับตัวฉันนอนลง

"อื้ม อย่าพาลูกหนีไปไหนนะ" ฉันพูด

"ครับ ผมสัญญา" เจ้าตัวพูดมาเป็นการสัญญาว่า...จะไม่หนีฉันไปไหน

"อื้ม ว่าแต่ว่า...ลูกชื่ออะไรนะ?" ก่อนหลับขอรู้อีกเรื่องนึงก่อน

"เฌอแตมครับ สะกดด้วย ฌ.เฌอนะ"

"อ่า...ชื่อเพราะจังเลย" และฉันก็เผลอหลับไป

.

.

.

ข้าวสวย talk's

@3 เดือนต่อมา เดือนกรกฏาคม

@ห้างCt. ชั้น2 โซนของใช้

 

อ่า...พอมีลูกแล้วฉันก็ต้องหางานทำค่ะตอนนี้ฉันเป็นพี่เลี้ยงเด็กอยู่ที่โรงเรียนเตรียมอนุบาลที่แม่กลางเคยทำอยู่หน่ะค่ะเพราะฉันสามารถเอาลูกมาเลี้ยงได้ไงคะและตอนนี้ก็เลิกงานแล้วค่ะ

ตอนนี้น้องสานฝันอายุได้สามเดือนกว่าแล้วค่ะชื่อจริง เด็กหญิงสุปินมาดา เทพปกป้อง สุปินมาดา ฉันตั้งเองค่ะ

สุปินแปลว่าความฝัน มาดาแปลว่าแม่ค่ะ รวมกันก็คือ ความฝันของแม่ เป็นเด็กที่แข็งแรงพัฒนาตามวัยมากเลยค่ะ

อ้อ! ลืมบอกไปว่า...ฉันหน่ะตอนนี้อยู่ที่บ้านของแม่กลางนะคะ

 

"เอาอันนี้แหละเนอะ" ฉันพาน้องสานฝันมาซื้อของใช้หน่ะค่ะเพราะเลิกงานแล้ว หยิบของเสร็จฉันก็พาลูกสาวฉันลงไปชั้นล่างเพื่อคิดเงิน

 

@ชั้น1 เคาท์เตอร์คิดเงิน

 

"ทั้งหมดสามร้อยสามสิบบาทถ้วนค่ะ" พนักงานแคชเชียร์พูดขึ้นมา

"ค่ะ" ฉันตอบรับไปพร้อมหยิบเงินไปให้แคชเชียร์สามร้อยสามสิบบาทพอดีเป๊ะเพราะฉันคิดราคาไว้ก่อนแล้วไงคะเสร็จฉันก็หยิบของและเดินออกไปจากโซนเคาท์เตอร์ในทันที

"เดินเล่นกันสักหน่อยดีกว่านะคะ" ฉันบอกลูกสาวของตัวเองไป

 

และฉันก็มาหยุดที่ลานกิจกรรมกลางห้างค่ะ หืม? อะไรอ่ะ? งานเปิดตัวรถยนต์หรอ?

 

"ตายๆๆๆๆ คิตตี้แกจะมาเบี้ยวงานฉันไม่ได้นะย๊ะ" เสียงของผู้ชายที่แอ๊บเป็นเสียงผู้หญิงเสียงสูงปรี๊ดพูดขึ้นมา

"หืม?" อยู่ดีๆนางก็หันมามองหน้าฉันแถมมองตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกด้วย

"ไงจ๊ะ~ หนูน้อย..." เธอทักฉันหรอ?

"ทักฉันหรอคะ?" ก็คือ...กูไม่รู้จักไง

"ทักหนูนั่นแหละจ้า~" ทักทำไมอ่ะ?

"???" ด้วยความสงสัยแต่ขี้เกียจถามฉันจึงมองหน้าพี่คนนี้ไปด้วยสายตาสงสัยแทน

"อยากเป็นพีอาร์ดูไหมจ๊ะ!?" ห่ะ..ห๊ะ!? อะไรคือพีอาร์ไม่ดีกว่า

"ม่ะ..ไม่หล่ะค่ะ" ฉันปฏิเสษไปในทันที

"ทำไมหล่ะจ๊ะ!? งานพีอาร์ ก็คืองานพริ๊ตตี้ประชาสัมพันธ์จ้า~ ไม่ใช่ขายตัวนะ" เธอพูดมา อ้าวหรอ? แต่ว่า...

"หน่ะ..หนูมีลูกแล้วค่ะ" ใช่! ฉันมีลูกแล้วนะเว้ย

"หืม? ว้าย! ลูกหรอเนี้ยเจ๊นึกว่าน้องสาวนะคะเนี้ย...! แต่...ห่งหุ่นองเอวนงนมของหนูนี่มัน...ไม่เหมือนคนมีลูกแล้วนะคะเนี้ย"

"แต่หนูมีแล้วค่ะ จบเนอะ" ฉันพูดเพียงแค่นั้นและก็เดินออกมาแต่ว่า...

"มีแล้วก็เป็นได้ค่ะหนู!"

 

กึ่ก! ฉันก็ต้องชะงักทันที

 

"อยากลองดูสักงานไหมหล่ะคะ!?" เธอถามฉันมา

 

อืม ลองดูสักครั้งก็ไม่เสียหายอะไรหรือเปล่านะ?

 

"ว่าไงคะ? ลองดูสักงานค่าตัวเจ๊ไม่หักค่ะให้เท่ากับคนอื่นๆเลยค่ะ"

"ลองดูสักหน่อยก็ได้ค่ะ" ฉันจึงตอบตกลงข้อเสนอของเธอไป

"จริงหรอคะ!? สุดยอดเลยค่ะ!! ส่วนลูกหนูเดี๋ยวเจ๊ดูแลให้นะคะ!! มาค่ะ มาแต่งตัวนะคะ!" เธอพูดขึ้นมาพร้อมกับพาฉันเดินเข้าไปที่ห้องแต่งตัวค่ะ

 

@ในห้องแต่งตัว เวลา16:30น.

 

"เจ๊เคสคะ นี่ค่ะ~" เสียงผู้หญิงที่เป็นคนแต่งตัวแต่งหน้าให้ฉันเรียกให้พี่คนที่ชวนฉันนั่นแหละให้หันมามอง

"ว้าว!" พอพี่คนนั้นหันมามองหน้าฉันปุ๊บพี่เขาก็เอามือขึ้นมาปิดปากพร้อมอุทานออกมาทันที และพี่แกก็ค่อยๆลุกขึ้นมาพร้อมกับอุ้มน้องสานฝันมาด้วย

"สวยมากลุคหรูหราดูแพงเลยเนอะเจ๊เคส ไม่น่าเชื่อว่าหุ่นแบบนี้จะเป็นแม่ของน้องสานฝันจริงๆ" ทำไมไม่เชื่อ?

"จริงค่ะ" ฉันจึงตอบความข้องใจของเธอไป ก็น้องสานฝันเป็นลูกของฉันมาพูดกันอยู่ได้ว่าไม่น่าเชื่อๆ น่ารำคาณ!

"จ้า~ รู้แล้วว่าจริงหน้าเหมือนกันขนาดนี้อ่ะ" พี่เคสพูดขึ้นมา

"ค่ะ มา มาหาแม่นะคะน้องสานฝัน" ฉันเอามือมาในท่าเตรียมรับลูก และน้องสานฝันก็พุ่งตัวเข้ามาหาฉันในทันที

"อ่ะจ้า~ ไปเลยจ้า~ ไปหาแม่นะ~ ไม่ดื้อเลยเนอะ ไม่โยเยเลยอ่ะ"

"ว่าแต่ว่า...พีอาร์พริตตี้เนี้ย ต้องทำอะไรบ้างหรอคะ?" ฉันจึงถามถึงงานที่ตัวเองต้องทำไปค่ะ

"ง่ายมากค่ะ หนูข้าว" และเธอก็หยิบสคลิปมาให้ฉันอ่านพร้อมอธิบายสิ่งที่ฉันต้องทำ

 

และฉันก็ออกไปทำงานของตัวเองในเวลาต่อมา พอทำเสร็จแล้วฉันก็ได้คำชมจากพี่เคสใหญ่เลยค่ะ ไม่รู้ว่าชมเพราะอยากได้ฉันมาทำงานอีกหรือเพราะฉันเก่งจริงๆแต่ก็เอาเถอะนะ ทำครั้งนี้แค่ครั้งเดียวนี่แหละ

 

@1 อาทิตย์ต่อมา

@บ้านแม่กลาง ห้องนั่งเล่น เวลา07:00น.

 

"นะ~ นะจ๊ะ~ ข้าวสวยช่วยพี่อีกสักงานนึงนะจ๊ะ~" น้ำเสียงแอ๊บร้อยแปดปรอทซีซีเบลแบบนี้มีอยู่แค่คนเดียว พี่เคสไงคะ

"ไม่ค่ะ ก็ข้าวบอกแล้วไงคะว่าข้าวจะทำแค่งานนั้นงานเดียว" ใช่! ฉันบอกพี่แกไปเป็นร้อยๆรอบแล้วนะว่า...ฉันไม่ทำอีกแล้ว แค่งานนั้นงานเดียว เห้อ~ วันนั้นไม่น่าเลย ไม่น่าให้พี่แกมาส่งที่บ้านเลย

"งานนี้พี่ของานสุดท้ายจริงๆนะจ๊ะ~ หนูข้าววันนั้นเพราะหนูข้าวสวยเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ทางออร์แกไนซ์เลยต้องการหนูในงานนี้เพื่อลุคเซ็กซี่ดูแพงหน่ะจ้ะ..." ห๊ะ!?

"ไหนวันนั้นพี่ช่างแต่งหน้าบอกว่า...ข้าวได้ลุคหรูหราดูแพงไงคะ...แล้วทำไมพี่เคสถึงอยากให้ข้าวไปทางเซ็กซี่หล่ะคะ...?" ฉันถามไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งออกเนือย

"ก็แหม~ หุ่นอย่างหนูข้าวสวยอ่ะนะจะเอาแค่ลุคเดียวพี่ก็เสียดายแย่สิคะ~ พี่เลยเสนอทางออร์แกไนซ์ไปหน่ะค่ะ~ พอทางนั้นเห็นปุ๊บก็อยากได้หนูทันทีเลยนะคะ งานนี้ค่าจ้างเกือบหมื่นเลยนะคะ~" คิดจะเอาเงินมาซื้อฉันหรอ?

"พี่เคสดู...แค่นี้ก็น่าจะรู้แล้วไม่ใช่หรอคะ...?" ฉันถามพี่แกไป พี่แกไม่เอ่ยถามแต่กลับมองหน้าฉันมาแบบสงสัยเหมือนถามเป็นนัยๆมาว่า รู้อะไร นั่นแหละค่ะ

"ว่า..ข้าวไม่ได้มีปัญหา...เรื่องเงิน บ้านนี้ก็ของแม่ข้าวแถม...ข้าวยังมีงานมีการทำ...ไม่ได้อดอยากปากแห้ง...ถึงขนาดนั้นนะคะ" ฉันพูดไปเสียงเนือยๆ

"จ้ะ~ พี่รู้จ้ะ~ แต่ว่า...พี่เสนอชื่อน้องข้าวสวยไปแล้วหนิคะ ช่วยพี่หน่อยนะคะ...ไม่งั้นพี่เสียเคดิตแน่เลยค่ะ..." เธอพูดมาด้วยน้ำเสียงที่เศร้าลงทันที

 

อย่านะ...อย่าใจอ่อนเด็ดขาดเลยนะ แกอย่าลืมข้าวสวยว่าแกมีลูกแล้วนะเว้ย...!

 

"ไม่ได้จริงๆหรอคะ...? หนูข้าวสวย...?" อ่า...เกลียดนิสัยขี้ใจอ่อนของตัวเองผิดไหมคะ? อยากตัดขาดกับนิสัยนี้ผิดป้ะ?

"เห้อ~ เอางั้นก็ได้ค่ะ" ทันทีที่ฉันตอบตกลงไป ใบหน้าเศร้าสร้อยนั่นก็มีรอยยิ้มดีใจขึ้นมาทันที

"แต่...มีข้อแม้ว่างานนี้งานสุดท้ายข้าวจะไม่ทำอีกแล้วนะคะ" ฉันพูดออกไป

"จ้ะ~ จ้ะ~ งานสุดท้ายก็งานสุดท้ายจ้า~" พี่เคสตบปากรับคำพูดของฉัน

"และอีกข้อนึงคือ...น้องสานฝันค่ะ ลูกของข้าวต้องไปด้วย" ฉันพูดออกไป

"จ้า~ ได้อยู่แล้วน้องสานฝันน่ารักจะตาย...!" พี่เคสพูดออกมา

 

Rrrrr Rrrrr Rrrrr [พี่เอ๋] อ่า...พี่ที่โรงเรียนอนุบาลโทรมาหรอเนี้ย...? มีอะไรหรือเปล่านะ?

 

"ฮัลโหลค่ะ" ฉันเอ่ยทักทายปลายสายไปด้วยน้ำเสียงทักทายหลังจากที่กดรับสายโทรศัพท์แล้ว

(ข้าวสวยจ๊ะ วันนี้ที่โรงเรียนมีคนมาตรวจหน่ะจ้ะ!)

"ค่ะ แล้วยังไงหรอคะ?" ฉันถาม

(พี่ว่า...มันคงจะไม่เป็นการดีเท่าไหร่ถ้าข้าวสวยเอาน้องสานฝันมาด้วย) พี่เอ๋ตอบมา หมายความว่ายังไง?

"คะ?" งงค่ะ

(วันนี้อย่าเพิ่งเอาน้องสานฝันมาเลยนะคะ) เฮ้ย! หมายความว่าไงว๊ะ!?

"แล้วน้องสานฝันจะอยู่กับใครหล่ะคะ? พี่เอ๋ก็รู้ว่าข้าวไม่มีญาติที่ไหนแล้ว!" ฉันพูดออกไป

 

กัสโซ่หรอคะ? พอเถอะนะแค่นั้นฉันก็รบกวนเจ้าตัวเยอะแล้ว

 

"มีเรื่องอะไรหรือเปล่าจ๊ะ!? หนูข้าว?" และเสียงของพี่เคสก็ดังถามฉันขึ้นมาฉันจึงยกโทรศัพท์ออกจากหูและปิดลำโพงไว้ทันที

"เปล่าค่ะ" ฉันเอ่ยปฏิเสษคำถามของพี่เคสทันที

"งั้นหรอจ๊ะ!? ถ้าจะฝากให้พี่เลี้ยงน้องสานฝันก็ได้นะ" เอ๊!? ก็ได้ยินหมดแล้วหนิจะถามเพื่ออะไร?

 

"เอ่อ...ช่วยรอสักครู่นะคะพี่เอ๋" ฉันจึงจ่อโทรศัพท์เข้าที่หูเหมือนเดิมและบอกพี่เอ๋ไป

(ค่ะ) เมื่อปลายสายตอบมาเสร็จฉันก็ยกโทรศัพท์ออกจากหูและก็ปิดลำโพงไว้

 

"พี่เคสดูแลเป็นหรอคะ?" ฉันถาม

"แหม~ ก็ตัวท๊อปของพี่เป็นแม่ลูกอ่อนหนิคะพี่ก็ต้องศึกษามาไว้บ้างสิ" หืม? หมายถึงฉันใช่ไหมเนี้ย ฉันจึงยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูเหมือนเดิม

 

"ฮัลโหลค่ะ พี่เอ๋"

(คะ?)

"ค่ะ เดี๋ยวข้าวไป" ฉันบอกปลายสายเพียงแค่นั้นและก็ยกโทรศัพท์ออกจากหูแล้วก็กดวางในเวลาต่อมา

 

หลังจากนั้นฉันก็บอกวิธีดูแลลูกของฉันกับพี่เคสไปและก็เข้าไปจุ๊บน้องสานฝันในห้องนอน ก่อนที่จะเดินทางไปโรงเรียนในเวลาต่อมา

.

.

.

น่านน้ำ talk's

@บ้านหลังหนึ่ง เวลา08:00น.

 

"หืม?" ทำไมวันนี้ถึงไม่เอาลูกไปด้วยหล่ะ?

 

อ่า...ผมตามดูข้าวสวยมาสักระยะหนึ่งแล้วหล่ะครับ เจอได้ยังไงหรอครับ? เพราะความบังเอิญหรือไม่ก็ฟ้าฝนคงเป็นใจนั่นแหละผมถึงได้เจอข้าวสวยพร้อมกับลูกของผม

 

"ถ้าวันนี้...ข้าวไม่เอาลูกไป..." ผมก็อาจจะได้เจอหน้าลูก... เมื่อคิดได้ดังนั้นผมจึง...

 

แกร็ก! เปิดประตูและลงจากรถมา

ปั้ง! ตามด้วยปิดประตูและเดินเข้าไปในบ้านของเธอหล่ะมั้งครับ

อ้าว!? ก็ผมไม่รู้หนิครับว่าเป็นบ้านของใคร

เอ่อ...แล้วใครเลี้ยงลูกว๊ะ!? ผมว่า...ผมรู้จักข้าวสวยดีนะครับว่า...เธอคงจะไม่มีทางทิ้งลูกให้อยู่คนเดียวแน่นอน ว่าแต่...ใครจะมาดูแลหล่ะว๊ะ

กึ่ก! ผมชะงักฝีเท้ากึ่กทันทีเลยครับ เมื่อผมเห็นลูกสาวของผมกำลังถูกผู้ชายที่ไหนอุ้มก็ไม่รู้ ไม่จริงใช่ไหม? อย่าบอกนะว่า...

 

@หลายนาทีต่อมา

@ห้องรับแขก เวลา08:15น.

 

สรุปผมก็คิดไปเองอีกตามเคยก็...คือผู้ชายที่ผมเห็นอ่ะเขาเป็นเอ่อ...ร่างกายเป็นชายแต่ในใจเป็นหญิงอ่ะนะ

 

"อื้ออออ" เสียงของลูกสาวของผมครางในลำคอออกมาพร้อมมองหน้าผม

"สรุปเลยนะ คุณคือพ่อและผัว โอ๊ะ สามีของหนูข้าวสินะ?" เขาถามผมมา เอ้า!? ก็กูไม่รู้จะเรียกแทนตัวเขาว่าไงนี่หว่า

"อื้อ" ผมพยักหน้าตอบพร้อมครางในลำคอ

"เลิกกันแล้วจะกลับมาทำไม?" อินี่...!

"ยังไม่ได้เลิกกัน!" ผมตอบกลับไปน้ำเสียงหงุดหงิดทันทีที่คำถามกวนส้นตีนออกมาจากปากของเขา

"อ้าว หรอ? ไม่เห็นหนูข้าวพูดถึงนี่ก็ว่าจะหาผัวใหม่ให้แล้วนะเนี้ย" เอ๊!?

"ไม่ต้อง!! ไม่เลิกกันหรอกฉันกับข้าวหน่ะ!! ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่มีทางเลิกกัน!!" ผมบอกเธอน้ำเสียงหงุดหงิด

"แล้ว...มีเรื่องอะไรกันหล่ะ? ทำไมถึงแยกกันอยู่?" เฮ้อ~ ขี้เสือกจังว๊ะอิเจ๊นี้

"เรื่องส่วนตัวของเราสองคน...คนนอกไม่เกี่ยว!" ใช่! มันไม่เกี่ยวกันเลย

"อ๋อ...ถ้าให้ฉันเดาคงจะเป็นเรื่องผู้หญิงสินะ?"

"....?" ขี้เกียจจะเอ่ยถามผมจึงมองไปที่หน้าของอิเจ๊นั่นไปด้วยสายตาหงุดหงิดปนสงสัยเหมือนถามเป็นนัยๆไปว่า อะไรทำให้คิดงั้นว๊ะ!?

"ห๊ะ!? ไม่ใช่หรอ? งั้นก็คงจะเป็นครอบครัวสินะ? แบบแม่ผัวลูกสะใภ้ไรงี้ใช่ป้ะ?" เห้ย!? อิเจ๊นี่มันเป็นหมอดูหรือเปล่าว๊ะ!?

"อื้อ ประมาณนั้น" ผมจึงตอบความจริงไปครับ ในเมื่ออิเจ๊นี่มันรู้ดีบางทีมันอาจจะมีความคิดที่ดีก็ได้

"งั้น...จะให้ทางออกที่ดีให้ คุณคิดว่า...คุณอยากจะอยู่กับใครไปตลอดชีวิตแม่หรือเมีย? คุณคิดว่า...จะให้ใครดูแลตอนคุณนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลแม่หรือเมีย? คุณคิดว่า...คุณรักใครมากกว่ากันระหว่างแม่กับเมีย?" เป็นคำถามที่ตอบ...

"....." ....ได้ง่ายชิบ แต่...ผมก็เลือกที่จะเงียบครับ

"ถ้าตอบในแง่ของลูกกตัญญูหรือเรียกอีกอย่างก็คือ...ลูกแหง่ ก็คงจะตอบว่าทั้งหมดคือแม่" งั้นกูก็คงจะเป็นลูกอักกตัญญูมากเลยสินะเพราะคำตอบของผมคือทั้งหมดคือเมีย

"....." ผมก็ยังคงเลือกที่จะเงียบและอิเจ๊นั่นก็เงียบเหมือนกัน

"ขอ...ลองอุ้มลูกหน่อยได้ไหม...?" ผมพูดขออิเจ๊นั่น

"อุ้มเป็นหรอจ๊ะ!? ไม่ใช่ว่าทำลูกของตัวเองตกนะ!" หืม? มันจะยากอะไรว๊ะ!?

"เออ ไม่ตกหรอก"

"อ่ะ ไปหาพ่อนะคะ~ น้องสานฝัน" และอิเจ๊นั่นก็อุ้มลูกมาส่งให้ผม ผมจึงได้อุ้มลูกของตัวเองเป็นครั้งแรก

"หึ..." ผมยิ้มหวานมุมปากหน่อยๆให้กับลูกสาวของตัวเอง

"อื้ออ!" น้องสานฝันครางในลำคอออกมาเหมือนกับสงสัยอะไรบางอย่าง

"ทำไมถึงหน้าเหมือนคุณแม่แบบนี้หล่ะคะ? น้องสานฝันไม่ช่วยคุณพ่อเลยหรอคะ?" อย่างน้อยๆก็หน้าตาที่เหมือนผมบ้างก็ยังดีเวลาที่ข้าวมองหน้าลูกจะได้คิดถึงผมบ้างแต่...นี่ไม่มีเค้าโครงของผมเลยว่ะ

 

และผมก็เล่นกับลูกจนถึงเย็นนั่นแหละครับ

 

@เวลา14:00น.

 

"พ่อกลับแล้วนะคะ" ผมบอกลูกสาวของตัวเอง

"อื้อออ" จะว่าไปก็ไม่เห็นยิ้มหัวเราะงอแงเลยว่ะ

 

ฟอด... ผมกดจมูกไปที่แก้มยุ้ยๆข้างขวาของน้องสานฝันตามด้วยหายใจเข้านิดหน่อยครับ

 

"มีเรื่องอยากขอร้องหน่อยนึง..." ผมพูดกับอิเจ๊

"หืม? เรื่องอะไรหล่ะ?" อิเจ๊ถามผมเป็นการอนุญาตให้ผมลองขอร้องดู

"อยากขอให้ช่วย...มาดูแลน้องสานฝันอาทิตย์ละ...สามถึงสี่วัน..." ผมพูดสิ่งที่ตัวผมเองต้องการออกไป

"ห๋า...!? ไม่ไหวหรอกย่ะ! ฉันไม่ได้ว่างทุกวันนะย๊ะ!"

"ก็...ไม่ได้ให้มาทุกวันป้ะ? อ่ะ..." ผมจึงยื่นเบอร์โทรศัพท์ของตัวผมเองไปให้อิเจ๊นั่นครับ

"เบอร์โทร? เอามาให้ฉันทำไมย๊ะ!?"

"ถ้าจะมาดูแล...น้องสานฝันวันไหนก็...โทรมาบอกด้วยหล่ะและ...เรื่องที่ผมมาหาลูก...ช่วยเก็บเป็นความลับของคุณกับผมทีนะ..." ผมพูดขอร้องกับเจ๊นั่นไปเสียงเรียบปนเนือย อ่า...อาการแบบนี้มันมาอีกแล้ว

"อื้อๆ ถ้ามาวันไหนและได้ดูแลจะโทรไปบอกก็แล้วกันนะ!" เจ๊แกพูดมาเป็นการตบปากรับคำขอของผมครับ

"งั้นผมกลับหล่ะ..." ผมบอกไปเพียงแค่นั้นและก็เดินออกมาจากบ้านของข้าวสวยทันที

.

.

.

ข้าวสวย talk's

@บ้านแม่กลาง เวลา15:45น.

 

กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็กินเวลาไปหนึ่งชั่วโมงค่ะ แน่อยู่แล้วค่ะก็โรงเรียนเตรียมอนุบาลเพื่อนหมีหน่ะอยู่ในตัวเมืองเลยนี่คะไม่ได้อยู่แถวชานเมืองที่บ้านของแม่กลางอยู่

 

@ห้องนอนของฉัน

 

"ไงคะ~ เอ๋...? หลับหรอคะ...?" ฉันว่าจะเอ่ยทักทายลูกสาวแต่ว่า...พอเข้ามาแล้วเห็นน้องสานฝันหลับฉันจึงเอ่ยถามพี่เคสไปแทน

"ค่ะ..." พี่เคสตอบคำถามของฉันมาเสียงแผ่ว

"หลับนานหรือยังคะ...?" ฉันถามพี่เคสที่นั่งอยู่บนเตียงนอนแต่...เดินเข้าไปหาลูกของตัวเองที่นอนอยู่ที่เปลนอน

 

ฟอด... และตามด้วยก้มหน้าลงไปและกดจมูกลงไปที่แก้มยุ้ยๆข้างขวาของน้องสานฝันและหายใจเข้านิดหน่อย เอ๊!? กลิ่นนี้มัน...

 

"พี่เคสคะ...?" ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าพี่เคส ก่อนที่จะเรียกพี่แกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาสงสัย

"คะ?" พี่เคสขานรับมาด้วยความสงสัย

"....อื้อๆ ไม่มีอะไรค่ะ..." ชั่งใจอยู่แป๊บนึง ก่อนที่จะส่ายหัวและตอบไป

 

พี่เคสหน่ะ ไม่ต้องรู้อะไรหรอกค่ะให้พี่แกรู้แค่ว่า...น้องสานฝันเป็นลูกของฉันและพ่อแกก็ตายไปแล้วก็พอ

 

"แล้วเรื่องงานหล่ะคะ?" ฉันเอ่ยถามเรื่องอื่นไป

"อ๋อ...เดี๋ยววันพรุ่งนี้พี่เอาสคลิปงานมาให้นะคะ คิกๆ พี่ว่าพี่หลงรักน้องสานฝันเข้าแล้วหล่ะค่ะ" พี่เคสตอบฉันออกมาในประโยคแรกและพูดอะไรออกมาก็ไม่รู้

"???" ด้วยความสงสัยและไม่เข้าใจประโยคบอกเล่าที่พี่แกบอกมาฉันจึงเลือกที่จะมองหน้าพี่แกไปด้วยสายตาสงสัยแทน

"พี่หมายถึงว่า...ถ้าวันพรุ่งนี้พี่มาหาหนูข้าวพี่ขอดูแลน้องสานฝันได้ไหมคะ?" อ่ะ..อะไรนะ?

"เอ่อ...พี่เคสข้าวว่าอย่าเลยนะคะถ้าข้าวทำแบบนั้นเหมือนข้าวทิ้งภาระไว้ให้พี่เลยอ่ะค่ะ" ใช่...ถึงแม้ว่าน้องข้าวจะไม่ใช่ภาระของฉันแต่...กลับคนอื่นอาจจะเป็นภาระก็ได้

"พี่เต็มใจค่ะ อยู่กับพี่น้องสานฝันจะได้ไม่ไปกวนหนูข้าวด้วยไงคะ" เอ๋...? รักน้องสานฝันจริงๆหรอเนี้ย!?

"อ่า...เอางั้นก็ได้ค่ะ" ฉันจึงตอบตกลงพี่แกไป

 

@3 เดือนต่อมา 

@บ้านแม่กลาง ห้องนั่งเล่น เวลา07:00น.

 

"แม่ไปทำงานก่อนนะคะ..." ฉันบอกลูกสาวของตัวเองที่นอนหลับอยู่บนเตียงเปลนอน

 

ฟอด... ฟอด... ก่อนที่จะกดจมูกลงไปที่แก้มข้างซ้ายและขวาและหายใจเข้าปอดอย่างแผ่วเบา

 

"งั้น...ข้าวไปแล้วนะ ฝากน้องสานฝันด้วยนะคะ" ฉันพูดกับพี่เคสไปเหมือนเดิมค่ะ

 

อ่า ไม่อยากจะบอกเลยค่ะ ตลอดสามเดือนที่ผ่านมานั้นทุกครั้งที่พี่เคสมาหาฉันจะมาขอดูแลน้องสานฝันทุกที เหตุผลก็ไม่รู้สินะแต่ส่วนมากแล้วพี่เคสจะบอกว่า...น้องสานฝันน่ารักไม่ดื้อ...ตรงไหนคะ? พี่เคส? และอาทิตย์นึงพี่แกก็จะมามากสุดคือสามวัน(ถ้างานฉันเยอะ) ส่วนน้อยสุดก็คือหนึ่งวัน(ถ้างานฉันน้อย)

ซึ่ง...ด้วยความเกรงใจอ่ะนะฉันจึงขอทำงานพีอาร์ด้วยค่ะจนตอนนี้เงินในบัญชีฉันมีเกือบสามแสนแล้วค่ะรวมงานประจำที่ฉันทำอยู่ด้วยอ่ะนะ

งานส่วนมากที่ฉันทำก็มีเป็นพีอาร์งานมอเตอร์โชว์บ้างหรือไม่ก็พีอาร์สินค้าบ้างแต่...ส่วนมากฉันจะเป็นพริตตี้โฟนมากกว่าค่ะแบบว่า...สวยแล้วต้องมีสมองในการพูดด้วยอ่ะค่ะ

บวกกับฉันเองก็เก่งภาษาอังกฤษพอสมควรด้วยฉันเลยได้งานกับสินค้าต่างประเทศบ่อยๆค่ะ ทั้งรถยนต์ โทรศัพท์ กระเป๋า น้ำหอม หรือแม้แต่...ของกินฉันก็เคยนะคะ

อ่า เอาจริง ฉันก็เพิ่งรู้นะคะว่าฉันมีหัวสมองทางด้านนี้ไม่งั้นฉันคงจะไม่มีเงินเก็บเยอะขนาดนี้ในเวลาแค่สามเดือนหรอกค่ะ

อ้อ ใช่ค่ะตอนนี้น้องสานฝันอายุได้หกเดือนแล้วค่ะ เพราะงั้นจึงเป็นวัยที่ดื้อมากๆค่ะ ฉันเลี้ยงเองรู้อยู่แล้วค่ะซึ่งพี่เคสก็คงจะรู้เหมือนกันนั่นแหละแต่ฉันไม่รู้เหตุผลไงคะและก็ไม่คิดที่จะหาความจริงด้วย จะหาทำไม? พี่แกรักลูกของฉันก็ดีแล้ว

ฉันก็เดินทางไปทำงานแบบปกติค่ะ

.

.

.

น่านน้ำ talk's

@บ้านของข้าวสวย ห้องนั่งเล่น เวลา12:00น.

 

อ่า...ปิดเทอมวันแรกครับซึ่งเมื่อวานสอบวันสุดท้ายอ่ะนะ

 

"แอ้... แอ้..." ลูกสาวของผมเองหล่ะครับ

"คะ?" ผมจึงหันไปมองและขานถามไป

 

แปะ!! เฮ้ย! ทำลายข้าวของหรอว๊ะครับ!? ลูกรักลูกห้ามหัวร้อนนะครับ

 

"แอ้... แอ้..."

"หืม? อยากได้หรอคะ?"

"แอ้..." จะเอา...กูแปลเอง

 

เฮ้ย! บอกกูหน่อยลูกกูจะไม่พูดคำอื่นหรือเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นน้ำเสียงอื่นบ้างเลยใช่ไหมและที่สำคัญเลยนะคือหน้าตาอ่ะ จะนิ่งจนกลายเป็นหาเรื่องแบบนี้ไม่ได้นะคะลูกพ่อ

 

"อ่ะค่ะ พ่อคืนให้นะ~" ผมพูดพร้อมกับยื่นแท่งกรุ๊งกริ๊งให้กับน้องสานฝันครับ

"แอ้... แอะ...!" 

 

แปะ!!! เฮ้ย! อีกแล้วสรุปลูกกูจะเป็นนักเลงแต่เด็กว่างั้นเถอะ

 

"มาค่ะ น้องสานฝันมากินข้าว" เสียงนี้คงไม่มีใครอีกแล้วนอกจากเจ๊เคสครับ

"ผม...ขอป้อน..." อ่า...น้ำเสียงเปลี่ยนอีกแล้วกู

"อ่ะ ป้อนดีๆนะย๊ะ! มันร้อน ลวกปากน้องสานฝันขึ้นมาคุณไม่ได้โดนนะ!" พูดมากชิบ...

"อื้อ...รู้" ผมตอบไป และรับอาหารของน้องสานฝันมาตัก

 

พู่ว์~ พู่ว์~ และเป่า อะไรอ่ะ? ซุปแครอทหรอ? อืมมม น่ากินแฮะ ของเมียกูทำกูก็อยากกินหมดแหละ

 

"แหม่ม แหม่ม หน่อยนะคะ~" ตามด้วยเอามาชิมนิดหน่อยเพื่อวัดความร้อนก่อนที่จะเอาเข้าปากน้องสานฝัน

"อื้อออ~" อื้อหือ...เสียงครางคืออร่อยมากใช่ไหมคะ?

"หร่อยไหม? หร่อยเนอะ!" ถามเองตอบเองนั่นแหละครับ

.

.

.

ใครบางคน talk's

@PTK AIRPORT สาขาประเทศไทย เวลา14:00น.

 

ณ ทางลงเครื่องบินลำหนึ่งมีผู้ชายคนนึงเดินลงเครื่องมาเป็นคนสุดท้าย

 

"ฮึ! ที่นี่ไม่ได้กลับมาซ๊ะนานเลยนะ" ริมฝีปากสีแดงกระเจี๊ยบนั่นพูดออกมา

 

ก่อนที่ผู้ชายคนนั้นจะเดินไปขึ้นรถของทางสนามบินเพื่อที่ไปจอดในแอร์พอร์ท ชายหนุ่มเดินลงมาจากรถบัสรับส่งผู้โดยสารของสนามบินและเดินเข้าไปในอาคาร

 

"เฮีย!! เฮียปั้นทางนี้!!!"

.

.

.

ข้าวปั้น talk's

 

"เฮีย!! เฮียปั้นทางนี้!!!"

"หืม?" ผมหันไปตามเสียงเรียกชื่อของผมก็เจอเข้ากับ...

"ไอ้กัสโซ่?" ไอ้กัสโซ่หรอครับ? ผมจึงเดินไปหามัน

"เฮียปั้นสวัสดีครับ~" น้ำเสียงกระล่อนเหมือนพี่มึงไม่มีผิด

"มึงคือ...ไอ้กัสโซ่?" ผมจึงเอ่ยถามมันไป เพราะกลัวทักผิดถึงจะแน่ใจว่าใช่แต่...ผมก็กลัวผิดคนไหมหล่ะครับ?

"เออดิ่! เฮียจำผมไม่ได้หรอไง!?" มันตอบผมมาในประโยคแรกและถามผมมาในประโยคหลัง

"จำได้แต่กูแค่ไม่มั่นใจว่ะ" ผมตอบมันไป

"ครับๆ แล้วนี่เฮียได้โทรบอกข้าวยังอ่ะ?" ผมจะเซอร์ไพร์สน้องสาวผมไงครับ

"ยัง กูจะเซอร์ไพร์สข้าวไง" ผมตอบมันไปตามด้วยบอกเหตุผลที่ผมยังไม่โทรบอก

"อ๋อ คึกๆ กูว่าคนที่จะได้เซอร์ไพร์สคือเฮียมากกว่า....โอ๊ย!!!"

 

ปั่บ!!! ผมตบไปที่หัวของไอ้กัสโซ่ครับ

 

"ถ้าจะซุบซิบก็ทำให้มันเบาๆหน่อยเว้ย...!" และบอกเหตุผลที่มันโดนผมตบหัวไปหน่ะครับ

"โห่!! เฮียปั้น...มันเจ็บนะครับเว้ย"

"กูก็ตบมึงให้เจ็บไง"

"เอ้อ! ว่าแต่ว่า...เฮียเรียนจบแล้วหรอ?" มันถาม

"อื้ม...ไม่เชิงแต่ว่า...ต้องมาบรรจุเป็นครูที่มหาวิทยาลัยที่ไทยและก็กลับไปใช้ทุนที่อเมริกา" ผมตอบ

"อยู่ที่นี่กี่เดือนอ่ะเฮีย"

"สิบเดือน"

"อ๋อ...อื้ม โอเคครับถึงรถผมและขึ้นรถเลยเฮียเดี๋ยวผมไปส่งที่บ้านของข้าวสวย"

"อืม" ผมตอบรับมันไปเพียงแค่นั้นและก็...

 

แกร็ก! เปิดประตูพร้อมขึ้นรถของมันไปครับ

.

.

.

น่านน้ำ talk's

@บ้านของข้าวสวย

 

"นอนนะคะ~ ลูกพ่อ..." ผมกำลังอุ้มลูกในท่าแกว่งเปลพร้อมเอาขวดนมที่มีนมเมียรักของผมอยู่ด้านในให้ลูกดูดด้วยครับ

 

บอกแค่นี้ก็น่าจะรู้แล้วใช่ไหมครับว่า...ผมกำลังกล่อมลูกอยู่หน่ะครับ

 

"คุณ..." เสียงของเจ๊แกนั่นแหละเรียกผมขึ้นมา

"???" ผมไม่พูดอะไรแต่หันหน้าไปมองหน้าเจ๊นั่นด้วยความสงสัยแทน

"ทำไมยังไม่กลับ...นี่มันตั้งสองโมงกว่าๆแล้วนะ" เฮ้ย! จริงดิ่!

"....!" ผมจึงก้มหน้าลงไปดูนาฬิกาข้อมือของตัวเอง เอาจริงก็คือกูตกใจนั่นแหละแต่ไม่กล้าพูดเพราะว่ากูกล่อมลูกนอนอยู่ไง

 

@เวลา14:50น.

 

"เออ...จริงด้วย..." ผมพูดออกไปเสียงแผ่วเบา

"มา...! มา...! เอาน้องสานฝันมา...! ฉันดูแลต่อเอง..." เจ๊นั่นพูดมา

"อื้ม..." พยักหน้าขึ้นหนึ่งทีเป็นอันตกลงที่จะส่งน้องสานฝันไปให้เจ๊แก

"ฝากลูกผมด้วย...พ่อไปแล้วนะคะลูกรัก" ผมบอกเจ๊แกเสร็จและก็บอกลูกสาวของตัวเองไปและไม่ลืมที่จะ...

 

ฟอด... ฟอด... หอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวตัวเองครับ กลิ่นหอมเหมือนกับกลิ่นของแม่ของลูกเลยนะคะ

และผมก็รีบเดินออกมาในทันทีโดยไม่คิดว่าจะเจอกับ...

 

"ไงคะ!! น้อง...."

 

End ep.38

.

.

.

.

.

{Spoil next episode}

 

"มึงผิดสัญญา..."

"กู...ไม่เคยสัญญา!"

 

{To be continue...}

 

เคลียร์คู่เตโชกับชะเอมแล้วค่ะ

ในที่สุดพี่ปั้นก็มาแถมมาป๊ะฉึ่มกับอิเฮียมันด้วย 55555

.....

 

เอาเลยค่ะพี่ปั้นซัดอิเฮียมันไปสักป้าบสองป้าบเลยค่ะแต่บอกเลยว่าพี่ปั้นแกจะเป็นคนที่รักศักดิศรีมากเลยนะคะคือถ้าพี่แกลั่นวาจาออกมาแล้วก็คือจะทำตามนั้นอ่ะค่ะ

ตอนหน้าก็คือย้อนอดีต โดย พี่ปั้นนะคะ30หน้าขึ้นเหมือนกันค่ะจะเป็นยังไงติดตามกันต่อไปด้วยนะคะ

.....

 

ตอนนี้น้องข้าวแซ่บเนอะ

เจ้เคสตอนหน้าซวยแน่นอนค่ะ

.....

 

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจคร้าบ~

ผิดพลาดตรงไหนขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว