ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ค. 2563 00:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
3
แบบอักษร

คุณภพทิ้งกันง่ายๆแบบนี้เลย นาราบ่นในใจหันกลับมองผู้ร่วมงานคนแรกในไร่พบว่าอีกฝ่ายมองอยู่แล้ว 

"ต่อไปนี้ต้องขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ" นารายิ้มให้ผักกาดก็ยิ้มตอบกลับมาอย่างคนมีน้ำใจ 

"ครับ ถ้าอย่างงั้นเราเริ่มกันเลยดีไหม หมออิงเชิญดูเอกสารทางนี้ครับ ผมจะเอาตารางให้ดูว่างานประจำวันมีอะไรบ้าง" 

หมอหนุ่มโล่งใจว่าผู้ร่วมงานคนใหม่นี้ดูท่าทางจะเป็นคนดีมีน้ำใจพอสมควร ตอนแรกเขาแอบกังวลกับสายตาแปลกๆที่จ้องมองมา ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรให้ผักกากไม่พอใจเลยสักนิดเห็นอย่างนี้ก็คิดว่าตัวเองคงมองผิดไป 

ผักกาดอธิบายงานให้นาราฟังอย่างคล่องแคล่วสมกับที่ทำมานาน พร้อมกับพาไปดูตู้ยาตู้เก็บวัคซีนที่เป็นตู้เย็นใหญ่สามตู้พร้อมไฟสำรอง 

"ถ้าวัคซีนหมดหรือยาตัวไหนที่หมอเห็นว่าจำเป็นต้องใช้ก็เขียนเบิกเอาไปส่งให้ที่สำนักงานครับ ทางนั้นจะสั่งมาให้ประมาณ 2 วันถึงจะได้ของแต่ถ้าต้องการใช้ด่วนสามารถให้คนงานขับรถไปซื้อในเมืองได้เลย" ผักกาดอธิบายระบบงาน  

นาราดูเอกสารพบว่าหมอคนก่อนทำไว้เรียบร้อยดีทีเดียวก็น่าจะไม่ยากสำหรับการรับงานต่อ ผักกาดกลับไปทำงานตัวเองปล่อยให้หมอคนใหม่ศึกษาเอกสารดูประวัติวัวป่วย เขาพบว่าไม่มีโรคระบาดร้ายแรงให้ต้องกังวล ดูรายงานจนเวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่รู้ตัวจนกระทั่งเจ้าของไร่มาเรียก 

"อิงเก็บของเถอะฉันจะพาไปดูวัว" 

"ครับคุณภพ" นารารับคำแล้วเก็บของเข้าที่หันไปส่งยิ้มให้ผักกาด 

"พรุ่งนี้เจอกันนะครับคุณผักกาด" 

"ครับหมอ" ผักกาดยิ้มตอบทั้งที่ในใจฝืดเฝื่อน ภพธรเพียงพยักหน้าให้เดินนำนาราออกจากคลีนิกทันที ผักกาดหน้าเสียไปหน่อยหนึ่ง นาราเห็นภาพนี้จึงเข้าใจว่าผักกาดแอบชอบเจ้าของไร่อยู่เป็นแน่ 

"ม้าอีกแล้วหรือครับ" นารามองพาหนะของบ่ายนี้ที่เป็นม้าตัวสูงใหญ่อย่างลังเล จะไหวไหมนะ 

"ฉันไม่ให้นายขี่เองหรอก ขี้เกียจไปตามเก็บ" ภพธรเดินมาหยุดที่ข้างม้าแล้วมองหน้าหมอหนุ่มเป็นเชิงให้ขึ้นก่อน 

นารายกขาสูงแทบอกเพื่อเหยียบที่วางเท้า มือพยายามเหนี่ยวอานยกตัวขึ้นไปแต่คงไม่ทันใจเจ้าของไร่ที่ช่วยดันก้นจนลอยขึ้นไปนั่งหน้าคะมำอยู่บนหลังม้า ยังไม่ทันที่นาราจะขยับตัวภพธรก็พาตัวเองขึ้นมานั่งซ้อนหลังนาราเสียแล้ว นี่จะต้องขี่ม้าด้วยท่าน่าอายนี่ไปทั่วไร่หรือไงหมอหนุ่มบ่นในใจ 

"คุณภพครับ ผมว่ามันแปลกๆนะครับ" นาราอดท้วงไม่ได้ 

"แปลกยังไง" ภพธรเร่งม้าทำให้นาราโอนเอนจนเกือบจะตกแต่ได้แขนแข็งแรงรวบเอวเอาไว้เสียก่อน 

"จะขืนตัวไว้ทำไม เดี๋ยวก็ตกหรอก" ภพธรดุแขนแกร่งกอดเอวบางไว้แน่นแต่คนนั่งตัวเกร็งจนรู้สึกได้ 

"คุณภพไม่แปลกบ้างเหรอครับ ผู้ชายสองคนมานั่งซ้อนกันแบบนี้ผมว่ามันแปลกๆนะครับ" นารานั่งยยุกยิกจึงถูกตนข้างล่วงดึงมากอดไว้แนบอก 

"นั่งดีๆ ฉันไม่คิดว่าแปลกซักนิดไว้นายขี่ม้าเองได้เมื่อไหร่ฉันจะให้ขี่เองแล้วกัน" ภพธรไม่ใส่ใจเรื่องที่นาราพูดสักนิด เอาเถอะที่นี่ก็มีแต่วัว อายมันไปก็เท่านั้นนาราลอบถอนหายใจ หวังว่าผักกาดจะไม่เข้าใจผิดนะ 

กว่าจะขี่ม้าทั่วไร่ก็เกือบเย็นแล้วคุณภพเร่งความเร็วของม้าเต็มที่ทำนารานั่งตัวแข็งผิดกับบางคนที่เต็มไปด้วยความพอใจอย่างเต็มเปี่ยม 

"ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ปล่อยให้นายตกลงไปแน่" ลมหายใจอุ่นร้อนกระทบใบหูปนมากับกลิ่นบุหรี่อ่อนจางใกล้จนนาราอดย่นคอไม่ได้ เมื่อไม่มีทางเลือกจึงได้แต่เกาะให้แน่นขึ้นจนรู้สึกว่าความเร็วของม้าลดลง 

"ดูสิ" ภพธรกระซิบ นาราจึงยืดคอขึ้นมองภาพตรงหน้า แสงแดดสุดท้ายของวันระบายก้อนเมฆบนท้องฟ้าเป็นเฉดสีต่างๆกัน เบื้องล่างเป็นแนวเขาทอดยาวเขียวขจี สายลมอ่อนจางพัดกลิ่นดินและหญ้าแห้งที่ตากแดดจนหอมชวนให้ผ่อนคลาย เนินเขานี้สูงที่สุดในไร่ก็ว่าได้ทำให้มองเห็นบริเวณไร่เกือบทั้งหมด นาราเบิกตากว้าง เขารักรรยากาศเช่นนี้จริงๆ  

"สวยใช่ไหม ฉันสร้างไร่นี่มาจากไม่มีอะไรเลย มันเป็นชีวิตของฉันก็ว่าได้" น้ำเสียงภพธรแฝงความภาคภูมิใจ  

"สวยมากครับ" หมอหนุ่มไม่มีความเห็นต่างในเรื่องนี้ คนทั้งคู่มองภาพตรงหน้าเงียบๆจนพระอาทิตย์ลับเหลี่ยมทิวเขาภพธรจึงขี่ม้ากลับไปเก็บที่คอกแล้วขับอีแก่กลับบ้าน ตำลึงที่หายไปทั้งวันโผล่มาเหมือนรู้เวลามันโดดขึ้นท้ายกระบะเหมือนที่เคยพอถึงบ้านมันวิ่งมาหาภพธรเอาหัวดุนมืออยู่สองสามทีก็วิ่งหายไปทางหลังบ้าน 

"ได้เวลากินข้าวมันน่ะ ป่านนี้ป้าแย้มคลุกข้าวให้มันแล้ว" ภพธรพูดเหมือรู้ว่าอีกคนคิดอะไร 

"ไปอาบน้ำกันไป เดี๋ยวฉันจะได้ขึ้นไปอาบบ้าง" 

"คุณภพอาบก่อนก็ได้นะครับ" นาราเกรงใจจะให้เจ้านายรออาบน้ำทีหลังเขาได้อย่างไร 

"ฉันมีอะไรต้องทำนิดหน่อย อิงไปเถอะ" ภพธรยืนยันอีกคนจึงไม่เซ้าซี้อะไร ขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อยืดกางเกงขาสั้นลงมาแต่ไม่เห็นใครจึงเดินเข้าไปในครัว 

"มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับป้าแย้ม"  

"ป้าทำเสร็จหมดแล้วค่ะ หมออิงช่วยยกไปตั้งโต๊ะก็พอ" ป้าแย้มหันมายิ้มให้ นาราจึงยกจานและแก้วน้ำที่ป้าแย้มใส่ถาดเอาไว้ออกไปที่โต๊ะอาหาร จัดเสร็จภพธรก็ลงมาในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้น 

"ป้าขอกลับเร็วหน่อยนะคะวันนี้ กินข้าวเสร็จแล้วก็ทิ้งไว้เลยค่ะพรุ่งนี้ป้ามาเก็บล้างเอง" ป้าแย้มยกชามแกงมาตั้งให้เป็นอย่างสุดท้ายพร้อมกับขออนุญาตเจ้านายของเธอ 

"ไปเถอะครับ วันหลังทำกับข้าวเสร็จแล้วป้าก็กลับได้เลยไม่ต้องรอผมหรอก อย่างน้อยตอนนี้ก็มีอิงอยู่" ภพธรอนุญาตง่ายๆ 

"ขอบคุณค่ะ ป้าไปก่อนนะคะ" ป้าแย้มยิ้มให้ผมแล้วเดินออกไปทางด้านหลัง 

"อิงคงไม่ว่าอะไรนะ ถ้าฉันจะให้ช่วยดูแลบ้านให้" ภพธรตักแกงเขียวหวานไก่ใส่ถ้วยแบ่งส่งให้นารา 

"ผมยินดีครับ คุณภพอุตส่าห์ให้ผมพักอยู่ด้วยให้ผมช่วยทำงานบ้านก็ได้นะครับ"  

"เรื่องที่พักมันเป็นสวัสดิการพนักงานอยู่แล้วอิงไม่ต้องคิดมาก ป้าแย้มแกแก่แล้วฉันคิดจะให้แกเลิกงานเร็วอยู่แล้วแต่แกไม่ยอม จังหวะอิงมาอยู่พอดี แกคงห่วงฉันน้อยลง" ภพธรพูดปนหัวเราะ 

"ขอบคุณครับ" ทั้งคู่กินข้าวกันเงียบๆ นาราไม่ได้อึดอัดกับบรรยากาศแบบนี้แค่เขาไม่ใช่คนช่างคุยจึงไม่รู้ว่าจะชวนเจ้าของบ้านคุยเรื่องอะไร พออิ่มแล้วทั้งคู่ก็ช่วยกันยกจานไปเก็บในครัว นาราจะล้างจานแต่ถูกภพธรห้ามไว้ ทั้งคู่จึงย้ายไปคุยกันต่อที่ห้องนั่งเล่น 

"ปกติเธอทำอะไรตอนกลางคืน" ภพธรถามก่อนเพราะคิดว่าไม่น่าจะรอให้นาราเริ่มบทสนทนาก่อนได้ 

"ถ้าตอนเรียนอยู่ก็ทบทวนบทเรียน ทำรายงาน ถ้ากลับบ้านก็คุยกับแม่ครับ" เจ้าของไร่ฟังแล้วขมวดคิ้ว เด็กเรียนนี่หว่าได้ฟังก็คันแล้ว ภพธรใช้ชีวิตวัยรุ่นอย่างสุดเหวี่ยงเขาจึงไม่ค่อยเข้าใจคนแบบนาราว่าทนเบื่อได้อย่างไร  

ตี๊ดดด.. นารารีบหยิบโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดู ปากสวยสุขภาพดีแย้มยิ้มอย่างดีใจ 

"ผมขอตัไปคุยโทรศัพท์ก่อนนะครับ" นาราลุกออกไปยังระเบียงด้านนอก สีหน้ายามคุยโทรศัพท์เต็มไปด้วยความสุขขณะที่ภพธรหน้าคว่ำเคาะนิ้วกับพนักโซฟาอย่างหงุดหงิดเพราะไม่สามารถได้ยินว่านาราคุยอะไรกับใคร จนครึ่งชั่วโมงผ่านไปภพธรจึงตีหน้ายักษ์ออกไปบอกคนตัวขาว 

"เข้าบ้านได้แล้วฉันจะล็อคบ้าน"  

"ขอโทษครับคุณภพ อิงวางหูก่อนนะแม่ รักนะครับ" นาราได้ยินก็ตกใจรีบวางหูทันที 

"วันหลังก็นั่งคุยในบ้านนั่นแหละข้างนอกยุงมันชุม ไหนดูซิถูกยุงกัดบ้างหรือเปล่า" ภพธรได้ยินว่านาราคุยกับใครก็เปลี่ยนอารมณ์อย่างรวดเร็วและยังถือวิสาสะจับแขนของหมอหนุ่มมาดูอีก จับคนพลิกดูจนพอใจแล้วถือโอกาสจูงมือคนอ่อนกว่าขึ้นห้อง 

"ไปนอนกันเถอะดึกแล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า" ภพธรใช้ชีวิตในไร่หากไม่ได้ออกไปดื่มเหล้าหรือเที่ยวกลางคืนวันอื่นๆเขามักจะเข้านอนแต่หัวค่ำ มือใหญ่ผลักประตูห้องนอนข้างๆห้องนอนของตัวเอง 

"ไว้เสาร์นี้ฉันจะพาเธอเข้าเมืองไปซื้อของเพิ่มนะ ตอนนี้ก็ทนเบื่อเอาหน่อยบ้านไร่มันไม่มีแสงสีอะไร" ภพธรกวาดตามองห้องโล่งๆที่มีแค่เตียงกับตู้เสื้อผ้าแล้วขัดใจ ทำไมเขาไม่ซื้อเครื่องเรือนไว้สักหน่อยนะ 

"ผมอยู่ได้ครับ ไม่ลาออกง่ายๆแน่" นาราพูดอย่างมุ่งมั่น  

"เด็กดี" ภพธรยิ้มมุมปากอย่างที่คิดว่าเท่ห์ที่สุดแต่นาราไม่ได้คิดอะไรจนเจ้าของไร่ยืนเก้ออยู่จนตัดสินใจไปนอน 

"ราตรีสวัสดิ์ครับคุณภพ" นาราเผลอยกมือไหว้อีกแล้ว อยากจะบอกแม่ว่าเจ้าของไร่นี้เป็นผู้ใหญ่ที่ใจดีมากๆเลยครับแม่ ไม่รู้ว่าภพธรเดินน้ำตาตกกลับห้องนอนที่อยู่ข้างกัน 

เช้าวันถัดมานาราตื่นขึ้นมาอย่างสดใสเพราะได้นอนเต็มอิ่ม ขาเล็กพาตัวเองไปยืนสูดอากาศที่ระเบียงอย่างมีความสุข หมอกจางๆลอยอ้อยอิ่งอยู่ตามชายเขาบรรยากาศดีจนเขานึกรักที่นี่มากขึ้นไปอีก ตากลมโตมองภาพตรงหน้าจนอิ่มใจแล้วจึงไปอาบน้ำทำธุระส่วนตัว ยามลงมาชั้นล่างก็ได้ยินเสียงป้าแย้มทำกับข้าวอยู่ในครัว 

"ทำอะไรครับป้าแย้ม กลิ่นหอมออกไปข้างนอกเลย" นาราส่งยิ้มให้แม่ครัวเอกของบ้าน 

"ผัดเห็ดรวม แกงจืดแล้วก็ปลาผัดพริกค่ะ พวกโรงเห็ดแบ่งไว้ให้ตั้งแต่เมื่อคืน หมออิงไปเดินเล่นรอบๆบ้านก็ได้นะคะ เช้าๆแบบนี้ยังไม่ร้อนเดินสบายค่ะ" ป้าแย้มเงยหน้ามายิ้มตอบก่อนจะหันไปใส่ใจงานในมือต่อ นาราเห็นว่าอยู่ไปก็คงช่วยอะไรไม่ได้จึงทำตามคำแนะนำของหญิงวัยกลางคน เขาเดินไปหน้าบ้านใส่รองเท้าเดินออกไปก็ถูกตำลึงวิ่งเข้าใส่ 

"ตำลึงอยากเล่นด้วยเหรอ ไปเดินเล่นกัน" นาราชวนเจ้าหมาพันทาง ไม่รู้ว่ามันเข้าใจหรือเปล่าแต่มันก็วิ่งพันแข้งพันขาไปตลอดทาง ชายหนุ่มไม่กล้าเดินไปไกลนักเพราะเกรงว่าจะกลับมาไม่ทันอาหารเช้า เขาคงไม่สามารถติดรถภพธรไปทำงานได้ทุกวันจึงคิดจะซื้อจักรยานไว้ใช้สักคันถ้าไม่ปั่นไปทำงานเขาก็สามารถปั่นเล่นรอบๆได้ด้วย 

นาราเล่นกับตำลึงจนเห็นรถกระบะคันเก่าอยู่ลิบๆ เขาจึงเดินกลับบ้านโดยอ้อมไปทางด้านหลัง  

"ป้าแย้มคลุกข้าวให้ตำลึงหรือยังครับ ผมเลี้ยงให้" นารายื่นหน้าเข้า 

"ป้าเตรียมไว้แล้วค่ะ" ป้าแย้มยื่นกะละมังข้าวคลุกกับไก่ต้มสับมาให้ นารามองอย่างพอใจที่อาหารถูกสุขลักษณะของสุนัข เขาเห็นชามดินเผาใส่น้ำจึงเอากะละมังไปตั้งไว้ข้างๆ ตำลึงที่ดีใจจนส่ายก้นก็พุ่งเข้าใส่ทันที 

"หมออิงไปล้างมือเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณภพก็มาแล้ว" ป้าแย้มบอกนาราลูบหัวตำลึงอีกครั้งก่อนเดินเข้าบ้าน 

หมอหนุ่มติดรถเจ้าของไร่ไปทำงานอีกวัน เขาทักทายกับพี่ๆที่สำนักงานครู่หนึ่งแล้วจึงเดินไปทำงานวันนี้เขาตั้งใจจะไล่ตรวจสุขภาพวัวทั้งหมด จะให้นั่งรอวัวป่วยเขาทำไม่ได้จริงๆ ดูจากจำนวนวัวแล้วคงใช้เวลาสักสองสามวันเลยทีเดียว 

"หมอจะตรวจวัวทุกตัวหรือครับ" ผักกาดถามหางเสียงสะบัดเล็กน้อยแต่นารารู้สึกได้ 

"ใช่ครับ เพราะผมอยากจะคุ้นเคยกับวัวให้มากที่สุด" นารายืนยันด้วยรอยยิ้ม 

"แต่ผมมีแบบฟอร์มต้องกรอกส่งปศุสัตว์จังหวัด" ผักกาดขวดคิ้ว 

"ผมตรวจเองครับ ผักกาดทำงานต่อไปได้เลย" นาราไม่สนใจหรอกว่าจะมีผู้ช่วยหรือเปล่า เขาเอาแทปเล็ตส่วนตัวดึงตารางสุขภาพของวัวทั้งฟาร์มมาใส่เดพื่อที่จะได้กรอกรายละเอียดเพิ่มหลังจากการตรวจวันนี้ จัดของเสร็จแล้วหมอหนุ่มก็หอบของทั้งหมดเดินไปคอกวัวอย่างไม่สนใจอะไรทิ้งให้ผักกาดยืนทำหน้าน่าเกลียดอยู่คนเดียว 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น