ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 2 เช้าสดใส

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 820

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ค. 2563 23:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
2 เช้าสดใส
แบบอักษร

 

ภพธร 

ผมตื่นตีสี่เหมือนที่เคย ไม่ใช่สิที่จริงผมยังไม่ได้นอนเลยต่างหาก ภาพของอิงที่ยืนอยู่ใต้ฝักบัวติดตาผมจนยากจะหลับตาลง แถมอะไรๆที่ไม่ควรจะตื่นก็ตื่น กว่าผมจะให้มันนอนลงได้ก็นานพอสมควร 

ผมลากสังขารไปดูความเรียบร้อยของไร่เหมือนเคย อิงยังคงไม่ตื่นวันนี้จะปล่อยให้นอนไปก่อนก็แล้วกัน เพิ่งเดินทางมาเมื่อวานคงจะเหนื่อยอยู่ 

ผมขับอีแก่ไปยังคอกวัว ป่านนี้คนงานคงจะเริ่มรีดนมวัวกันแล้ว ผมมีวัวนมประมาณพันตัวที่ให้นมสม่ำเสมอ ไม่นับพ่อพันธุ์แม่พันธุ์และลูกวัวที่ยังไม่โตอีกจำนวนหนึ่ง การจ้างสัตวแพทย์มาประจำในฟาร์มจึงเป็นเรื่องจำเป็น โดยสัตวแพทย์คนเก่าได้ขอลาออกเพราะต้องกลับไปดูแม่ที่บ้านเกิด ทำให้ผมต้องหาคนใหม่ ซึ่งคนนี้ก็ถูกใจผมในอีกความหมายนึงนะครับ 

ผมคิดว่าอิงไม่ใช่คนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ดูจากที่มาเรียนด้านนี้ก็คงต้องลุยประมาณนึง แถมกล้าเดินเข้าฟาร์มมาเองโดยที่ไม่เคยมา ทั้งที่จะเรียกให้คนที่ฟาร์มไปรับก็ได้ 

กว่าผมจะดูวัวเสร็จก็ใกล้เช้า กำชับคนงานอีกหน่อยว่าสัตวแพทย์มาเริ่มงานแล้ว ถ้าวัวมีอาการผิดปกติให้ไปตามที่บ้าน ยังมีเวลาเหลือก่อนอาหารเช้าให้เดินไปดูโรงผักเสียหน่อย ผมกระจายความเสี่ยงด้วยการปลูกผักอายุสั้นหลายชนิด ตอนนี้มีผักไฮโดรโปนิกและเห็ดหลายอย่างกำลังได้รับความนิยมจากตลาดสร้างรายได้ให้ผมทุกวัน 

จากที่แค่หลบมาเลียแผลใจ กลายเป็นรักในธรรมชาติทุ่งกว้างและแสงแดดที่นี่ พ่อแม่ที่พยายามขอให้ผมกลับไปช่วยงานท่านที่บริษัทแต่ผมปฏิเสธอย่างไม่ลังเล ปล่อยให้น้องชายบริหารไป ถึงรายได้จากไร่จะมากแต่ก็ไม่เท่าผลประกอบการจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของพ่อแม่ แต่ผมก็ไม่กลับไปทำอยู่ดี ทุกวันนี้จากที่ผมหลบมาเลียแผลใจจากใครก็ชักลืมๆมันไปแล้ว เหมือจะชื่ออ.อ่าง ดันไปลองใจเขาว่าพ่อแม่ทำไร่อยู่ต่างจังหวัด สาวเจ้าไม่อยากลำบากผมจึงโดนทิ้งเลย จากนั้นผมก็ไม่รู้สึกรักชอบใครอีกเลย 

สำหรับความต้องการผมก็มีเต็มเปี่ยมเช่นชายหนุ่มในวัยผมเขามีกันนั่นแหละครับ แต่ผมไม่ยุ่งกับคนในปกครอง แม้มีคนงานบางคนพยายามจะเลื่อนฐานะ แต่ด้วยความเด็ดขาดของผมทำให้ทุกคนขยาด เพราะถ้ามายุ่งกับผมมากผมไล่ออกอย่างเดียวเท่านั้นเพราะทนรำคาญไม่ไหว ไปซื้อกินเป็นครั้งคราวดีกว่าครับ ที่ในตัวเมืองบ้าง หรือนานๆทีเข้ากรุงเทพก็ได้แซ่บบ้าง 

"นาย" เสียงว่านตะโกนเรียกมาแต่ไกล 

"อะไรของเอ็ง คิดถึงตีนกูเหรอ" ผมถามหน้าตาย 

"โธ่นาย ผมจะขอไปหาคุณหมออิงกับนายด้วยต่างหาก" ว่านทำหน้างอ 

"เอ็งจะไปหาหมอเขาทำไม" 

"ก็ผมอยากรู้ว่าคุณหมอหลับสบายดีไหม แปลกที่หรือเปล่า" 

"ถ้าเอ็งอยากจะไปกินข้าวที่บ้านก็ไป ไม่ต้องเอาหมออิงมาอ้าง" 

ผมโยนกุญแจรถให้มัน ว่านกระโดดรับทำให้ผมนึกถึงตำลึงขึ้นมา ถ้ามันมีหางคงกระดิกด้วยความดีใจเป็นแน่ กลับมาถึงบ้านผมเห็นหมออิงกำลังช่วยป้าแย้มจัดโต๊ะอาหารอยู่ 

"ขอโทษนะครับที่ผมตื่นสาย" อิงเห็นหน้าผมก็ทำท่าจะไหว้จนผมต้องรีบจับมือห้าม ไม่ได้คิดอะไรเลยจริงจริ๊ง นุ่มจัง 

"ฉันบอกว่าไง" ผมพูดเสียงดุๆ 

"ไม่ต้องไหว้ ผมขอโทษครับ" อิงยิ้มแหย 

"ถูก แล้วไม่ต้องกังวลเรื่องตื่นเช้าตื่นสายอะไรนะ ฉันไม่ได้จ้างนายมาทำงานในไร่ ไม่ต้องตื่นเช้าขนาดนั้นหรอก ให้ว่านมันทำไป" 

"นายอ่ะ ว่าแต่เมื่อคืนหมออิงนอนหลับสบายดีไหมครับ แปลกที่หรือเปล่า ว่านเป็นห่วง" ว่านลากเสียงยาว 

"หลับสบายดีครับ ที่นอนสบายมากเลย" อิงยิ้มแก้มแดง คงจะคิดถึงเรื่องเมื่อคืนทำเอาผมรู้สึกครึ้มใจแปลกๆ 

"นายทานข้าวเถอะค่ะ มัวแต่คุยกับเจ้าว่านอาหารจะเย็นซะหมด" ป้าแย้มตัดบท แล้วเดินนำว่านเข้าครัวไป 

อย่าหวังว่าอาหารเช้าของผมจะเป็นข้าวต้มอะไรแบบนั้นครับ ผมไม่ค่อยกินหรอก มันไม่อยู่ท้อง วันนี้ป้าแย้มทำแกงจืดกับผัดกระเพราไก่ใส่หน่อไม้เผ็ดๆแบบที่ผมชอบเลย 

"คุณภพอยากได้อะไรเพิ่มไหมครับ" 

"ได้ไข่ดาวก็ดี แล้วอิงกินได้หรือเปล่า" 

"ผมทานได้ครับ รอซักครู่นะครับ ผมจะไปทอดไข่ให้" อิงเดินหายเข้าครัวไป ผมขยับจะเรียกแต่อยากกินไข่ดาวฝีมืออิงจึงเปลี่ยนใจนั่งรอ 

ครู่เดียวอิงก็ถือจานใส่ไข่ดาวมาสามฟอง ของตัวเองหนึ่งของผมสอง ขอบกรอบๆไข่แดงเป็นยางมะตูมแบบที่ผมชอบเลย 

"ป้าแย้มทอดให้เหรอ" 

"ผมทอดเองครับ ป้าแย้มบอกว่าคุณภพชอบไข่ดาวแบบนี้กินกับผัดกะเพรา" อิงยิ้มแล้วทรุดตัวลงนั่ง เรากินกันเงียบๆ ไม่นานก็อิ่ม 

"คุณภพรับกาแฟไหมครับ" 

"เอาสิ อิงใช้เครื่องทำกาแฟเป็นไหม" ผมซื้อเครื่องทำกาแฟสดติดบ้านไว้ครับ 

"คนละรุ่นกับที่บ้านแต่ก็น่าจะใช้ได้นะครับ" อิงเมียงมองเครื่องทำกาแฟ 

ผมถือโอกาสไปยืนซ้อนหลังดูอิงทำ น้องตั้งใจกับการกดกาแฟทั้งที่จริงแค่ใส่แคปซูลแล้วกดปุ่มครับ พอหันมาเจอผมก็สะดุ้ง 

"คุณภพใส่นมหรือเปล่าครับ" 

"ไม่ละ กาแฟดีๆ ไม่ต้องเติมอะไรหรอก แล้วอิงล่ะ" 

"ผมชอบใส่นมครับ ขมนุ่มๆถ้าเป็นกาแฟร้อนผมไม่ใส่น้ำตาล" อิงยิ้มกว้าง 

"ไว้ฉันจะให้ป้าแย้มซื้อแคปซูลคาปูชิโนมาให้แล้วกัน ที่บ้าานมีแต่กาแฟดำ" ผมแย่งถ้วยกาแฟมาถือเองแล้วเดินนำมาที่ระเบียงบ้าน 

"นั่งสิ ฉันจะอธิบายงานของอิงให้ฟัง" 

อิงนั่งลงตรงข้ามแต่ผมทำเสียงจิ๊ อิงเลยยิ่งถอยห่างออกไปอีก 

"มานั่งข้างๆฉันนี่จะได้ไม่ต้องพูดเสียงดัง" ผมตบที่นั่งข้างตัว ตรงนี้เป็นระเบียงข้างบ้านมีหลังคายื่นออกมาปลูกไม้เลื้อยให้ดอกสีชมพูไล่สีสวยหอมอ่อนๆ มันช่วยลดความร้อนให้กับตัวบ้านในยามบ่ายได้เป็นอย่างดี มองออกไปเห็นทุ่งหญ้าเลี้ยงวัวกว้างใหญ่หลังคาโรงเลี้ยงวัวและโรงเห็ดอยู่ไกลไปลิบๆ ผมจัดเก้าอี้ไว้นอนเล่นตอนกลางคืนด้วย ดูดาวจากตรงนี้สวยแบบที่คนเมืองไม่มีทางจะได้เห็น 

"เห็นหลังคานั่นไหม สีเขียวคือโรงเลี้ยงวัว เรามีวัวนมอยู่ประมาณพันตัวไม่รวมกับพ่อพันธุ์แม่พันธุ์และลูกวัวยังไม่โต ฉันเพาะลูกวัวนมขายด้วย เวลาเข้างานของอิงคือเก้าโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น นอกจากถ้ามีสัตว์ป่วยต้องไปดูแลได้ตลอดเวลา วันหยุดคือเสาร์อาทิตย์ ทุกเช้าฉันจะไปตรวจไร่แล้วกลับมากินข้าวเช้าตอนแปดโมง อิงรอกินข้าวพร้อมฉันแล้วไปทำงานด้วยกัน" 

"แล้วพวกคนงานเขากินกันที่ไหนหรือครับ" 

"มีบ้านพักคนงานอยู่อีกด้านนึงอิงเห็นไหม มีโรงอาหารฉันให้ทานสองมื้อ เช้ากับกลางวัน ตอนกลางวันส่วนใหญ่ฉันกินข้าวที่นั่น" 

อิงนั่งฟังอย่างตั้งใจ ทำเอาผมเอ็นดู 

"ฉันจะพาไปดูไร่" ผมพิจารณาการแต่งตัวของอิง เสื้อยืดคอกลมสีเทาสวมทับด้วยเชิร์ตลายตารางสีเข้มกับกางเกงยีนส์สีซีดรองเท้าผ้าใบน่ารักเหมาะกับที่ไร่นี้แล้ว ความคิดนี้ทำเอาผมเผลอยิ้มไม่รู้ตัว ผมพาอิงนั่งอีแก่คันเก่ง ตำลึงรู้หน้าที่โดดขึ้นหลังรถโดยไม่ต้องเรียก 

"ฉลาดจังเลยนะครับ" อิงหันไปมอง 

"ก็ว่าจะส่งเข้าโรงเรียนอยู่" ผมตอบกวนๆแต่อิงหน้าง้ำ 

"แล้วคุณภพฉีดวัคซีนให้มันหรือยังครับ" 

"ไม่รู้สิ หมอคนก่อนฉีดให้แล้วมั้ง" ผมตอบอย่างไม่ใส่ใจ 

"ไม่ได้นะครับ เพราะตำลึงวิ่งไปทั่วไร่แบบนี้ มีบางโรคที่อาจจะติดต่อข้ามกับวัวได้" 

"อิงก็จับมันฉีดซะแล้วกัน"  

ผมจอดรถหน้าสำนักงาน มีคนทำงานประจำอยู่ห้าคน ทั้งผู้จัดการไร่ เลขา อีกสองคนดูแลบัญชี คนสุดท้ายดูแลทั่วไป นอกจากแทคผู้จัดการไร่ที่เป็นเพื่อนผมด้วยแล้ว ที่เหลือเหมือนดงแม่ม่ายครับ ตั้งแต่พี่เจี๊ยบเลขาสาวใหญ่ที่เคยอยู่บริษัทใหญ่ในกรุงเทพฯแต่ลาออกตามสามีมา ซึ่งสามีแกเป็นหมออยู่โรงพยาบาลประจำอำเภอจัดเป็นรุ่นบุกเบิก ทำงานกับผมตั้งแต่ตอนสร้างไร่ใหม่ อีกสามสาวก็เหมือนกัน อยู่กันมานานก็ไว้ใจได้ครับ ด้านหลังมีบ้านหลังเล็กแยกจากสำนักงานเป็นสัดส่วนซึ่งเป็นที่ทำงานของสัตวแพทย์และเก็บยาสัตว์ ผมชี้ให้ดูแล้วก็อธิบายไปด้วย 

"ไปรู้จักกับคนในสำนักงานก่อน แล้วฉันจะพาเธอไปดูห้องทำงาน" 

ผมเดินขึ้นบันไดเตี้ยๆเข้าไปสำนักงาน ออกแบบอย่างดีโดยผมครับ เป็นอาคารสี่เหลี่ยมปูนเปลือยเพดานสูงให้อากาศถ่ายเท มีต้นตีนตุ๊กแกปกคลุมผนังสองด้านทำให้เย็นแม้ในหน้าร้อน ต้นไม้ที่ลงไว้ตั้งแต่ปีแรกผ่านมาสิบกว่าปีก็สูงใหญ่ให้ร่มเงา จนสาวๆ(ป้า) ขอตั้งโต๊ะยาวไว้ทานข้าวนั่งเล่นกันใต้ต้นไม้ใหญ่ ผมเห็นว่าเป็นคำขอที่ไม่เกินไปก็จัดให้ครับ พ่อเคยบอกว่าทำให้เป็นเขามีความสุขเขาจะได้ทำงานกับเรานานๆ 

"พี่เจี๊ยบหวัดดีครับ" ผมไม่เห็นไอ้แทค ตอนนี้คงอยู่ในไร่ 

"นายไปหลอกลูกใครมาคะ หน้าตาน่ารักเชียว" เสียงเธอไม่เบาจนคนที่เหลือเงยหน้าจากงานที่ทำอยู่มาจ้องอิงเป็นตาเดียว 

"พี่เจี๊ยบพูดซะผมกลายเป็นเฒ่าหัวงูไปได้ นี่หมออิงสัตวแพทย์คนใหม่ต่างหากครับ" ผมเบะปากใส่ ป้าพวกนี้ชอบตั้งตัวเป็นแม่สื่อบวกกับกีดกันคนที่พวกเธอไม่ชอบแล้วคอยรายงานแม่ผมอีกต่างหาก บางทีน่าจะให้ไปรับเงินเดือนกับแม่เสียให้รู้แล้วรู้รอด 

"สวัสดีครับผมชื่ออิงเป็นสัตวแพทย์คนใหม่ครับ" อิงยกมือไหว้ทั้งสำนักงานทำเอาพวกสาวๆกรี๊ดทิ้งงานกันมาลูบหน้าลูบหลังกันใหญ่ 

"ไปหามาจากไหนคะคุณภพ น่ารักอ่ะ พี่อยากได้" พี่อ้อยพนักงานบัญชีหยิกแก้มอิงอย่างเอ็นดู 

"นั่นสิคะ ลูกพี่ไม่เห็นน่ารักแบบนี้เลยทั้งถึกทั้งกวน" พี่แตนพนักงานบัญชีอีกคนพูดบ้าง 

"พ่อแม่ปล่อยมาได้ยังไงคะ ไปอยู่บ้านพี่มั้ยลูกอยู่ในไร่มันลำบาก" พี่ปลาพนักงานอีกคนออกตัวแรงสุด 

"ไม่ลำบากหรอกครับ ผมอยากอยู่ในไร่มาตั้งแต่เด็กแล้ว" อิงตอบขำๆ 

"แล้วกินอยู่ยังไงล่ะคะ เด็กๆตัวคนเดียวแบบนี้" พี่เจี๊ยบถาม 

"ผมให้อยู่กับผมที่บ้านครับสะดวกปลอดภัย ป้าแย้มไม่ปล่อยให้อดแน่นอน"  ผมตัดบทลากอิงเข้าห้องทำงานปล่อยให้สาวๆกรี๊ดกร๊าดกันไป 

"ขอโทษนะ นานๆทีจะมีคนใหม่มาให้ป้าแกเล่น" 

"ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ ผู้ใหญ่เอ็นดูก็ดีกว่าเกลียดนะครับ" อิงตอบยิ้มๆ 

"คิดได้อย่างนั้นก็ดี" 

ผมหยิบแฟ้มงานมาอธิบายให้อิงฟัง ที่จริงไม่ต้องก็ได้แต่ผมอยากให้อิงเข้าใจระบบงานในไร่ไว้ด้วย คุยกันเพลินจนเที่ยงไม่รู้ตัวจนพี่เจี๊ยบเดินมาเรียก 

"นายจะทานข้าวที่นี่หรือจะไปทานที่โรงอาหารคะ" บางทีงานติดพันผมก็ให้คนเอาปิ่นโตมาส่งครับ แต่วันนี้พาอิงไปกินที่โรงอาหารดีกว่า 

"ผมพาอิงไปกินที่โรงอาหารดีกว่าครับ จะได้รู้จักที่ทางไว้ด้วย" ผมพาอิงขึ้นรถมาไม่เห็นตำลึงมันอาจจะวิ่งล่วงหน้ามาแล้ว ขับมาแป๊บเดียวก็ถึงโรงอาหารครับ คนงานทะยอยกันมากินแล้ว อิงมองอย่างสนใจ 

ผมอิงมานั่งโต๊ะที่ว่าง ไม่มีโต๊ะวีไอพีอะไรหรอก ป้าแม่ครัวยกน้ำมาให้พร้อมกับแทคที่ถือของมันมาเอง 

"ป้าสีนี่หมออิงสัตวแพทย์คนใหม่ จัดอาหารของหมอมาด้วยนะ" 

อิงยกมือไหว้ป้าสีสร้างรอยยิ้มเอ็นดูส่งมาให้ 

"วันนี้มีแต่ของเผ็ดๆ หมออิงกินได้หรือเปล่าคะ ป้าจะได้เจียวไข่เพิ่มให้" 

"แล้วแต่ป้าเลยครับ" อิงส่งยิ้มน่ารักไปให้ ผมเห็นคนงานแอบมองด้วยความสนใจแต่ถูกผมมองด้วยสายตาดุๆก็รีบหลบสายตาไป 

"นี่แทคเป็นผู้จัดการไร่ นี่หมออิงที่แกรับเข้ามาเอง" ผมแนะนำง่ายๆ อิงยกมือไหว้แทคอีกครั้ง 

"ได้ยินแต่เสียง วันนี้เจอกันซะทีนะครับ" แทคยิ้มหล่อไปให้ น้อยๆหน่อยมึงอ่ะ หล่อน้อยกว่ากูอย่าเก๊กมากนักผมนึกด่ามันในใจ 

"คุณแทคที่คุยกับผมทางโทรศัพท์ใช่ไหมครับ" อิงยกมือไหว้ 

"หมออย่าไหว้ให้ผมรู้สึกแก่เลยครับ แล้วบ้านพักขาดเหลืออะไรหรือเปล่าครับ บอกผมได้นะครับผมจะไปดูให้" แทคเสนอตัวอย่างกระตือรือร้น หัวงูแผ่แม่เบี้ยหรา 

"สะดวกดีแล้วครับ ขอบคุณครับ" อิงยิ้มให้ 

ลูกน้องของป้าสียกถาดอาหารมาขัดจังหวะ 

"ขอบคุณนะครับ" อิงยิ้มให้ทำเอาเด็กสาวหน้าแดง 

ก่อนจะลงมือกิน ผมเห็นคนงานมากันเยอะขึ้นจึงประกาศให้รู้ทั่วกันว่าอิงเป็นสัตวแพทย์คนใหม่ จะได้ไม่ต้องแอบเผือกกันผิดๆ 

หลังมื้อเที่ยงแทครับอาสาพาอิงไปดูไร่ 

"เดี๋ยวหมออิงไปรถผมนะครับ ผมจะพาไปชมไร่แล้วเราค่อยไปดูโรงวัวด้วยกัน" 

ยังไม่ทันที่อิงจะทันอ้าปากผมก็ขัดแทคเสียก่อน 

"ข่าวว่ากูจ้างมึงมาเป็นผู้จัดการไร่ ไม่มีงานทำรึไง" 

"นี่แหละงานกู เชิญเจ้าของไร่ไปนั่งจิบชาดูทาสทำงานเถอะ" แทคกวนผมกลับ อิงนั่งหัวเราะอย่างเดียว 

"เราไปกันเถอะ ฉันจะพาไปดูห้องทำงาน" ผมโมเมจูงอิงมาขึ้นรถ ไม่สนใจหน้าเหวอของแทค 

"เราทิ้งคุณแทคไว้แบบนั้นจะดีหรือครับ" อิงถามอย่างไม่แน่ใจ 

"ช่างมันเถอะ งานมีตั้งเยอะ มันควรจะไปดูคนงานแพคผักขึ้นรถมากกว่า" ผมไม่ใส่ใจ 

"นี่ออฟฟิศของเธอ มีสัตวบาลประจำอยู่อีกคนตอนนี้น่าจะอยู่" 

ผมเดินนำอิงเข้ามาก่อน เจอคนที่ต้องการพบนั่งพิมพ์กอกแกกอยู่ที่โต๊ะทำงาน 

"ผักกาด ฉันพาหมอคนใหม่มาดูงาน" ผมเรียก เจ้าของชื่อสะดุ้ง ก่อนที่จะเงยหน้ามาเห็นผม 

"สวัสดีครับนาย ตะกี๊นายว่าอะไรนะครับ" 

"ผมพาหมออิงมาแนะนำสถานที่ นี่ผักกาดครับเป็นสัตวบาลประจำไร่" ผมแนะนำให้ทั้งคู่รู้จักกัน ผักกาดทำงานที่ไร่มาตั้งแต่เรียนจบ อยู่มาหลายปีจนอายุจะสามสิบแล้ว 

"สวัสดีครับ" อิงยกมือไหว้ยิ้มพิมพ์ใจให้เขาอีกแล้ว ขัดใจว่ะ ผมเป็นเจ้านายผมควรจะได้เป็นเจ้าของรอยยิ้มนั้นคนเดียวไม่ใช่เหรอ 

"สวัสดีครับหมออิง" 

"ทำความรู้จักกันไปนะ ฉันจะมารับไปดูวัวตอนเย็นๆ" ผมยีผมนุ่มของอิงก่อนจะกลับไปเคลียร์เอกสารที่สำนักงาน ไม่ได้สนใจเลยว่าสองคนมองกลับมาด้วยสายตาแบบไหน 

จัดตอนใหม่นิดนึงค่ะ 

ความคิดเห็น