เรื่องราวความรักแสนอบอุ่นของช่างภาพหนุ่มไส้แห้งกับคุณหนูร่างกายอ่อนแอ (อัพทุกวันไม่เว้นวันหยุด)

ตอนที่ 1-6 พบกับเธอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-6 พบกับเธอ

คำค้น : นิยายญี่ปุ่นถูกลิขสิทธิ์ นิยายญี่ปุ่น นิยายแปล เก็บภาพฝันฉันกับเธอ โรแมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 373

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ค. 2563 14:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-6 พบกับเธอ
แบบอักษร

“เอาล่ะ ทุกคนครับ ขอบคุณมากที่มารวมตัวกันในวันนี้!” 

คาเสะผู้รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพนำชนแก้ว เบื้องหลังของเขาคือทิวทัศน์ยามค่ำคืนของย่านไดคังยามะ 

ผมยาวและเครื่องหน้าที่มีตื้นลึกเด่นชัดเหมือนชาวอิตาลี ผิวกรำแดด ทั้งร่างกายของเขาบ่งชัดว่าเป็นคนที่ชื่นชอบกีฬาทางน้ำ 

ที่นี่คือรูฟท็อปบาร์​ (เห็นว่าเป็นคำที่เอาไว้เรียกสถานที่ดื่มกินซึ่งตั้งอยู่บนดาดฟ้าชั้นบนสุดของอาคาร) ของร้านอาหารเม็กซิกันแห่งหนึ่ง 

มีโซฟาขึงผ้าสไตล์ทันสมัยวางเรียงราย แสงไฟสีอบอุ่นนั้นช่วยสร้างบรรยากาศสำหรับงานเลี้ยงได้เป็นอย่างดี สมเป็นร้านที่คาเสะเลือก 

“ได้เวลาอันสมควรแล้ว ชนแก้ว!” 

ทุกคนยกแก้วขึ้นมาพร้อมกัน ผมทยอยชนแก้วกับอดีตเพื่อนร่วมชั่นหลายๆ คนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ 

งานเลี้ยงรวมรุ่นเพื่อนสมัยเรียนวิทยาลัยเฉพาะทางได้เริ่มต้นแล้ว 

คนสุดท้ายที่ผมชนแก้วด้วย คือฮานาคิ ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ผมนี่เอง 

เขามีท่าทางดูไม่เดือดไม่ร้อนกับสิ่งรอบตัวและดูอ่านยาก หน้าตาดูชวนให้นึกถึงนักแสดงหนังอินดี้ เคยมีสาวๆ ร่วมชั้นแซวเหมือนกันว่า ‘ล่องลอยเหมือนวิญญาณเลย’ แม้จะไม่ได้เจอกันมาปีครึ่ง แต่ดูแล้วเขาไม่เปลี่ยนไปเลย 

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”  

ไม่รู้จริงๆ ว่าจะคุยเรื่องอะไรดี เวลาที่มีใครพูดเช่นนั้นแทนคำทักทาย จึงได้แต่ตอบว่า “นานจริงๆ” ซ้ำไปซ้ำมา 

“อืม” 

ฮานาคิตอบกลับมาด้วยเสียงทุ้มนุ่มลื่น เพียงเท่านั้น เขาไม่ใช่คนช่างคุย ผมไม่เองก็ทนกับความเงียบที่เกิดตัวขึ้นเพียงชั่วครู่ไม่ได้ จึงเป็นฝ่ายเริ่มถาม 

“เป็นไง งานยุ่งล่ะสิท่า?” 

รู้ดีว่าตัวเองพูดออกไปด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้ต่ออีกฝ่าย รู้สึกแย่เกินบรรยายเลย 

“หลายคนก็บอกว่าฉันน่าจะยุ่ง แต่ก็ไม่ได้ยุ่งอะไรหรอก” 

ฮานาคิดูไม่เดือดไม่ร้อนกับสิ่งรอบตัว เขายกชาอู่หลงขึ้นดื่ม 

“นี่ ฮานาคิคุง” 

สาวๆ ซึ่งนั่งอยู่ห่างออกไปเล็กน้อยส่งเสียงทักมา 

“ได้ยินว่าจะทำโฟโตบุ๊กของนิชิยามะ ไอเหรอ!?” 

“อ๋อ อืม จริงๆ ถ่ายเสร็จไปแล้วแหละ” 

“สุดยอดเลย!” 

คนที่ส่งเสียงอย่างตื่นเต้นนั้นคือเพื่อนร่วมชั้นหญิงที่เคยแซวฮานาคิว่า​ ‘ล่องลอยเหมือนวิญญาณ’ 

เมื่อได้ยินชื่อของไอดอลยอดนิยม ผู้ชายทงานก็พอกันส่งเสียงชื่นชน ผมเองก็คกใจเหมือนกัน ไม่คิดเลยว่าจะรับงานไประดับนั้นแล้ว 

เขานำผมไปไกล ไกลลิบ... 

“นี่ๆ แล้วนิชิยามะ ไอเป็นยังไงบ้างเหรอ?” 

ไม่ทันไรทุกคนก็พากันจู่โจมฮานาคิด้วยคำถาม ผมมองภาพดังกล่าวด้วยหางตาแล้วยกจิงเจอร์ไฮบอลขึ้นจิบ 

“โย่” 

แล้วคาเสะก็เดินมาหาจากฝั่งตรงข้าม 

เขานั่งลงบนที่ว่างข้างๆ ผม น้ำหนักที่กดลงดังพลั่กนั้นเหมือนจะส่งผ่านมากับสายลม 

“ไงพวก” 

เขายื่นแก้วแชมเปญที่ถืออยู่มาทางผม 

“ชนแก้ว” 

แก้วจรดกันดังแกร๊ง 

“แต๊งกิ้วที่มานะ” 

หมอนี่เป็นคนที่พูดจาอะไรแบบนี้ได้หน้าตาเฉย ซึ่งจริงๆ ผมนับว่าเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม 

“ไม่หรอก ต้องขอบใจพ่องานอย่างนายสิ เหนื่อยแย่เลย” 

เกือบจะปิดท้ายประโยคว่า ปกติก็ยุ่งอยู่แล้วแท้ๆ แต่แล้วก็ยกแก้วขึ้นดื่มแทน 

“ไม่ได้เหนื่อยอะไรหรอก ก็แค่อยากทำเพราะรู้สึกว่าควรจะรวมตัวกันให้ได้สักครั้งน่ะ” 

เขายกแชมเปญขึ้นดื่มเหมือนเป็นเรื่องคุ้นชิน เขาดูมีออร่าบางอย่างที่ผมไม่เคยรู้สึกก่อนหน้านี้ 

“แล้วจินล่ะ ช่วงนี้เป็นไง” 

“อืม...” 

ตอนที่กำลังขัดแย้งกับตัวเองว่าจะตอบออกไปอย่างไรดี 

“คาเสะ” 

เพื่อคนหนึ่งที่ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ตอนสมัยเรียนนั่งลงข้างๆ คาเสะ รอยยิ้มบางๆ แปะหราอยู่บนผิวหน้า 

“ว่างป่ะ ขอเวลาหน่อยดิ” 

“ได้ๆ” 

คาเสะยืนขึ้นโดยไม่อิดออดแล้วก็ถูกพาตัวไปยังมุมหนึ่งที่ไร้ผู้คน บางทีอาจจะเป็นการขอให้ช่วยแนะนำงาน หรือชวนทำอะไรด้วยกันสักอย่างกระมัง 

เหลือผมเพียงคนเดียว 

ก็ว่าแล้วว่าในงานวันนี้ ตัวเอกก็คงเป็นเคนเด่นดังประจำรุ่นอย่างฮานาคิกับคาเสะ ไม่ว่าใครก็อยากคุยกับพวกเขาทั้งนั้น 

ผมคิดเช่นนั้นในใจ รู้สึกแปลกๆ เหมือนตัวเองเป็นเพียงคนดูในเหตุการณ์รอบตัว  

“ที่นู่นเดี๋ยวนี้มีทัวร์ท่องเที่ยวมาลงแล้ว ไม่ค่อยสวยแล้ว” 

“เอ๋ ตอนนี้สภาพเป็นยังไงบ้างเหรอ?” 

“พอเป็นที่รู้จักในอินสตาแกรมก็จบสิ้นแล้วแหละ” 

เยื้องๆ ออกไปมีบทสนทนาเรื่องสถานที่ที่ใช้เป็นฉากในการถ่ายแบบ แนวๆ ว่าสถานที่ลับไม่ใช่สถานที่ลับอีกต่อไป ผมเดินไปเข้าร่วมบทสนทนาทางนั้น ใช้เวลาระหว่างงานรวมรุ่นครั้งนี้ไปกับหลายคนที่อาจจะทั้งเคยและไม่เคยสุงสิงด้วยตอนสมัยเรียน 

ทุกคนถ้าไม่ทำงานอยู่ที่สตูดิโอถ่ายภาพก็ทำงานคล้ายๆ กันไปหมด 

“เมื่อเดือนก่อนฉันได้เลื่อนขั้นเป็นช่างภาพแล้วนะ” 

“เฮ้ย เจ๋งนี่หว่า!” 

“งานมีหัวข้อกำหนดไหม” 

“ถ่ายภาพโลหะที่ตัดจากกระป๋องเบียร์” 

“ยากว่ะ” 

บ้างก็ได้เลื่อนขั้นจากผู้ช่วยในสตูดิโอไปเป็นช่างถ่ายภาพ 

“จะบอกว่าได้รับเลือกอันดับสองในนิตยสารถ่ายภาพปักษ์ถัดไปด้วย” 

“ภาพถ่ายที่อัปไปเมื่อวันก่อนได้เกือบห้าหมื่นไลค์ แป๊บๆ ได้คนฟอลเพิ่มเพียบ” 

บ้างก็สร้างชื่อให้เป็นฐานอันมั่นคง บ้างก็ทำผลงานได้เป็นที่ประจักษ์ 

...แล้วผมกำลังทำอะไรอยู่ 

รู้สึกร้อนรนและหงุดหงิดกับตัวเอง เหล้ายาปลาปิ้งอะไรก็กินไม่ค่อยลงเท่าไหร่ 

และแล้วก็ถึงเวลาปิดงาน 

คาเสะรับหน้าที่พิธีกรปิดงานไป นึกว่าจะมีแผนไปดื่มกันต่ออีกร้าน แต่กลับไม่มีพูดถึงเลยสักนิด ทุกคนก็เออออกันเองว่าคาเสะคงจะงานยุ่ง ก็เลยไม่มีใครทักอะไรออกไป 

ระหว่างที่กำลังเตรียมตัวกลับกัน หลายๆ คนก็คุยกันว่า “จะไปต่อที่ไหนมั้ย?” แต่ผมฝืนตัวเองให้มีอารมณ์ไปต่อไม่ไหว เลยรีบออกจากร้านมา 

เดินตามแผนที่ไปตามถนนหักเลี้ยวแคบๆ แล้วก็มาจนมาถึงที่สถานีไดคังยามะ 

พอมาจนถึชานชาลาสลัวซึ่งสร้างจากคอนกรีตที่ยังไม่แห้งดีนักก็ถอนหายใจออกมาหนึ่งเฮือก แล้วก็มีสายโทรเข้ามา 

“ตอนนี้นายอยู่ไหน?” 

“...สถานี” 

เผ่นไวฉิบ! อีกฝ่ายตอบกลับมา 

“ยังไม่ได้ขึ้นรถไฟใช่ไหม? เดี๋ยวฉันกับฮานาคิไปหานะ!” 

...อะไรนะ? 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว