facebook-icon Instagram-icon

เป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดถูกใจและดาว รวมทั้งซื้อนิยายด้วยกุญแจหรือเหรียญด้วยนะคะ ^^

บทที่ 3 แก้แค้น 4

ชื่อตอน : บทที่ 3 แก้แค้น 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 61

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ค. 2563 11:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 แก้แค้น 4
แบบอักษร

“แกจะพาพวกฉันไปที่ไหน”เฟลมมิ่งถามเมื่อรถวิ่งมาได้สักระยะ 

“พวกแกไม่จำเป็นต้องรู้ ความจริงฉันควรจะหาถุงดำมาคลุมใบหน้าพวกแกเอาไว้ด้วย”เจมส์ แมคเจลแลนเอ่ยเสร็จก็หันไปพยักหน้าให้ลูกน้อง 

“ไม่จำเป็นหรอกมั้ง ลองแกใช้ไอ้สายสืบนรกสองคนนั้นให้ทำงานแบบนี้ให้ได้ แกก็ไม่จำเป็นจะต้องกลัวว่าพวกฉันจะหนีรอดจากแกไปได้ไม่ใช่เหรอ”ชาร์มมิ่งเอ่ยบ้าง ตามมาด้วยเสียงหัวเราะลั่นรถของอดีตผู้อำนวยการร่างอ้วน 

“ถูกกกกก นี่อาจเป็นวันสุดท้ายในชีวิตของพวกแกสองคนแล้วก็ได้ เพราะฉะนั้นฉันจะใจดีให้พวกแกได้ดูทิวทัศน์ข้างนอกนี่เป็นครั้งสุดท้าย เพราะที่ๆฉันจะพาพวกแกไปอยู่ แกจะมองไม่เห็นอะไรเลยแม้แต่เดือนหรือตะวัน” 

ดูเหมือนจะเป็นคำขู่ที่น่ากลัว อดีตผู้อำนวยการแห่งโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์ไมเคิลคงคิดเช่นนั้น มีแต่คนฉลาดเท่านั้นที่จะดูออกว่าชาร์มมิ่งแค่อยากให้คนหลงตัวเองแบบเจมส์ แมคเจลแลนเผยไต๋ออกมา 

“พูดเหมือนแกจะพาพวกฉันไปขังอย่างกับนักโทษ”ชาร์มมิ่งเอ่ยต่อไปเรื่อยๆ 

“ถูก ไอ้หนุ่ม ฉันจะขังพวกแกทั้งสองทั้งเป็น ให้อดอาหารหิวโซจนตาย อยู่ห่างไกลผู้คน ฉะนั้นก็จะไม่มีใครมาช่วยพวกแกได้” 

“แกฉลาดก็คราวนี้แหละ” 

เจมส์ แมคเจลแลนหัวเราะลั่นรถ อีกครั้งหนึ่งที่คนฉลาดย่อมรู้ว่าชาร์มมิ่ง สจ๊วตหมายถึงอะไร 

“ฉันเริ่มชอบแกขึ้นมาแล้วสิ ไอ้หนู ฉลาดนะหนุ่มน้อย พูดดีเป็นศรีแก่ปาก ไม่แน่ฉันอาจจะทิ้งอะไรเล็กๆน้อยๆไว้ให้แกกินประทังชีวิตซักมื้อหนึ่งก่อนตายก็ได้” 

“ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง” 

แต่ชาร์มมิ่งคงไม่อยู่รอถึงเวลานั้นหรอกนะ 

“ดูเหมือนแกจะวางแผนมาเป็นอย่างดี ถึงต้องพาพวกฉันออกไปนอกตัวเมือง จะได้ห่างไกลสายตาของพวกตำรวจ แบบนี้คงสืบคดียากขึ้น อยากรู้จริงว่าแกคิดแผนนี้นานเท่าไหร่” 

“สามวัน ตั้งแต่พวกแกหลอกฉัน แกทำฉันแสบมากไอ้หนู ถึงฉันจะล้มละลาย ไม่มีวันได้โรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์ไมเคิลคืน แต่อย่างน้อยฉันก็จะให้พวกแกชดใช้ในสิ่งที่ทำไปด้วยชีวิต” 

“สามวันกำลังดีนะ แกคงวางแผนไว้รัดกุมเลยล่ะสิท่า” 

หนุ่มนักต้มตุ๋นพูดไปก็นึกไป เขาคงต้องยอมรับว่าไอ้อดีตผู้อำนวยการนี่เริ่มฉลาดขึ้นมาบ้างหลังจากถูกต้มตุ๋น แต่คงไม่ฉลาดเท่าน้องสาวเขาที่ใช้เวลาวางแผนอย่างน้อยแค่ห้านาทีก็หนีตำรวจได้หลายเมือง 

“แล้วแกไม่กลัวว่าสายสืบแฝดนรกนั่นจะกลับมาเล่นงานแกเหรอ ยังไงซะพวกมันก็เป็นตำรวจอยู่วันยันค่ำ”ชาร์มมิ่งพยายามชวนคุยให้มากที่สุด ถ้าเขารอดออกไปล่ะก็นะ ชายหนุ่มจะไปหาแม่สาวตัวแสบ ทาลินน์ เรดคลิฟเป็นคนแรก 

บางครั้งเขาอยากทำตัวเป็นพลเมืองดีบ้างนะเออ 

“เงินทำได้ทุกอย่าง ไอ้หนู ฉันปิดปากมันสองคนเรียบร้อยแล้ว แกอย่าหวังเลยว่าจะมีใครตามหาพวกแกสองคนเจอ ขนาดไอ้สองนักสืบนั่นก็ยังไม่รู้เลยว่าฉันจะเอาตัวพวกแกไปขังไว้ที่ไหน” 

ดูจากหน้าตาแล้ว ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแม่สาวน้อยสายสืบนั่นจะเห็นแก่เงินด้วย ชาร์มมิ่งแช่งชักหักกระดูกในใจ 

“ฉันเป็นคนหวังมาก ผู้อำนวยการที่รัก รู้ไหม ถ้านักต้มตุ๋นมือฉมังเกิดหายตัวไปดื้อๆล่ะก็ พนันกันไหมล่ะว่าจะต้องมีตำรวจคนอื่นตามสืบเรื่องนี้ต่อ ใครๆก็อยากจับพวกฉันเข้าตะรางกันทั้งนั้น ก็เงินล่าค่าหัวพวกฉันปาเข้าไปเกือบหลักหมื่นแล้ว” 

“ใครกันจะทำแบบนั้น” 

“สารวัตรจอห์นนี่ เชปพาร์ดอย่างไรเล่า” 

“ห่วงตัวเองเถอะ ไอ้หนุ่ม ไม่ต้องห่วงว่าคนข้างหลังจะทำอย่างไรเมื่อแกตายไปแล้ว” 

อุตส่าห์แนะนำให้ระวังตัวนะเนี่ย อดีตผู้อำนวยการเจมส์ แมคเจลแลนก็ยังฉลาดน้อยเหมือนเดิม 

“แกฆ่าพวกฉันไปก็ไม่มีวันได้โรงเลี้ยงเด็กกำพร้าคืน ฉันได้ยินมาว่าแกถูกฟ้องล้มละลาย นี่เป็นเงินก้อนสุดท้ายในชีวิตนี้หรือเปล่า”ชาร์มมิ่งเริ่มยิงเข้ากลางเป้า 

แม้จะเจ็บใจสาหัส แต่ไหนๆไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมตรงหน้าก็จะตายอย่างทรมานแล้ว เพราะฉะนั้นอดีตผู้อำนวยการเจมส์ แมคเจลแลนก็จะให้พวกมันได้ตายตาหลับ 

“ฉันไม่ได้ที่มีซุกเงินที่ถูกกฎหมายอย่างเดียวซะหน่อย รู้ไหมไอ้หนู เงินที่ฉันถูกยึดไปน่ะมาจากทรัพย์สินส่วนตัวของฉัน แต่ไอ้เงินที่ฉันนำมาวางแผนนี้ขึ้น เป็นเงินจากโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าน้อยๆที่พวกแกสองคนเคยซุกหัวนอนก่อนจะหนีออกมาอย่างไรล่ะ” 

ชาร์มมิ่งขบกรามแน่น ถ้าเป็นไปได้ เขาจะปลดกุญแจมือด้านหลังแล้วตุ๊ยหน้าไอ้หมอนี่ให้หนำใจ แต่ชายหนุ่มบอกตัวเองว่าต้องอดทนไว้ เพราะไอ้มาเฟียที่นั่งข้างๆเฟลมมิ่งคงยิงทะลุกบาลน้องเขาแน่ 

“ซีเคเป็นอะไรกับแกเหรอ ไอ้เด็กสจ๊วต แกถึงเอาทรัพย์สินของฉันไปยกให้มัน”อดีตผู้อำนวยการโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์ไมเคิลถาม 

ชาร์มมิ่งเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายเขม็ง พร้อมแสยะยิ้ม 

“เป็นอะไรไม่สำคัญ แต่แกคงเจ็บใจมากล่ะสิท่าที่เสียรู้ให้เศรษฐีอย่างซีเค” 

คำตอบที่ได้ยิน ส่งผลให้เจมส์ แมคเจลแลนชักปืนจุดสามแปดออกมาจ่อที่ใบหน้าหล่อเหลา 

“หลังจากฆ่าแกแล้ว ฉันไม่ปล่อยไอ้ซีเคไว้แน่ เมื่อสามวันที่แล้วฉันพยายามจะเอาข่าวลวงไปขายหนังสือพิมพ์ว่าฉันถูกไอ้เศรษฐีนั่นโกง แต่ไม่รู้ทำไม มีคนกลบข่าวของฉัน ใครคนนั้นดันยกความดีความชอบให้ซีเคไปเสียหมด ฉันขอเดาว่าใครคนนั้นคงเป็นพวกแกสองพี่น้อง” 

ชาร์มมิ่งแสยะยิ้มเช่นเดิม แต่ไม่พูดอะไร คนตรงหน้าเขาพูดถูก แต่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เฟลมมิ่งแค่ทำพีอาร์ให้ธุรกิจของซีเคอย่างเดียว แต่อีกคนหนึ่งที่ทำหน้าที่กลบข่าวของอดีตผู้อำนวยการร่างอ้วนนี้จะไม่ใช่ใครเลยนอกจากคนเส้นใหญ่ในวงการข่าวสีขาวและข่าวสีดำ 

เจย์ซี หรือ เจอร์ราด ครอมเวลล์นั่นเอง 

  

  

  

 ใช่เวลาเดินทางออกนอกเมืองสองชั่วโมง ในที่สุดก็มาถึงจุดหมาย สองพี่น้องสจ๊วตถูกลากลงมาจากรถญี่ปุ่นสีดำ หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในที่นี้ใช้สายตาคมกวาดสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัว พบว่าเธอและพี่ชายถูกพามาที่บังกะโลไม้หลังหนึ่ง บริเวณรอบๆของมันเป็นป่า ราวกับว่ามันเป็นสิ่งปลูกสร้างเพียงอย่างเดียวที่ผุดขึ้นมาในป่าแห่งนี้ 

“ว้าว พวกหัวอนุรักษ์นิยม แกสนใจมาปลูกบังกะโลไม้อยู่ในป่าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”ชาร์มมิ่งเปรย เขาไม่ได้อยากรู้คำตอบจอมปลอมของอดีตผู้อำนวยการโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์ไมเคิลหรอก 

ชาร์มมิ่งอารมณ์ดีอยู่ได้ไม่นาน เมื่อมาเฟียร่างใหญ่ปราดเข้ามาคุมตัวเขาไว้อย่างแน่นหนา 

“จะทำอะไรน่ะ” 

เจมส์ แมคเจลแลนหัวเราะในลำคอเพียงสามวิ ชาร์มมิ่งรู้สึกเกลียดสุดๆเวลาที่ดูละครแล้วเห็นตัวร้ายชอบหัวเราะด้วยน้ำเสียงแบบนี้ แต่เขายิ่งเกลียดกว่าเมื่อต้องมาได้ยินในชีวิตจริง 

“โทษฐานที่แกทำให้ฉันต้องล้มละลาย ลำบากถึงเพียงนี้ ฉันคงไม่ปล่อยให้ผู้ชายที่มีกำลังวังชาอย่างแกอดข้าวอดน้ำเพียงอย่างเดียวหรอก รู้ไหม ที่ฉันอยากเห็นก็คือ ดูแกตายอย่างทรมานโดยเร็วที่สุด” 

สิ้นคำอธิบาย มาเฟียคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังขวามือของนักต้มตุ๋นหนุ่มก็หักนิ้วดังเป๊าะ เป็นอันจบ...หนุ่มรูปหล่อตกที่นั่งลำบากเริ่มเข้าใจว่างานนี้ไม่หมูซะแล้ว 

ไวเท่าความคิด ชาร์มมิ่งปลดกุญแจมือออกได้สำเร็จ เขาเหวี่ยงกุญแจมือฟาดหน้ามาเฟียคนที่อยู่ใกล้ที่สุดจนจมูกหมอนั่นได้เลือด เมื่อเห็นอีกคนพุ่งเข้ามา หนุ่มหล่อก็ปราดเข้าหาแล้วเล่นงานที่จุดอ่อนของอีกฝ่าย มาเฟียร่างใหญ่แต่สมองกลวงล้มพับไป ถึงแม้ชาร์มมิ่งจะเสียเปรียบด้านสรีระและจำนวนคน แต่เขาก็ฉลาดพอที่จะเล่นงานไอ้พวกหน้าโง่ที่พุ่งเข้ามา โดยการโจมตีจุดสำคัญในร่างกายเพียงแค่สองสามจุด ทำให้พวกมันที่เหลือดูหวาดๆ ไม่กล้าเข้าไปใกล้ชาร์มมิ่งมากเกินควร 

“ถ้าแกยังทำอะไรโดยไม่คิดอีกล่ะก็ ฉันจะเป่าหัวอีนังคนสวยนี่ซะ” 

นี่แหละ ฉากที่ชาร์มมิ่ง สจ๊วตเกลียดที่สุดในละครน้ำเน่า แต่ก็นะ ตอนนี้เขาคงทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว 

เฟลมมิ่งยืนนิ่งๆ แต่รับรองได้ว่านักต้มตุ๋นสาวไม่ใช่นางเอกในหนังน้ำเน่า เพราะเธอเองก็ปลดล็อดกุญแจมือได้แล้ว เจมส์ แมคเจลแลนยืนอยู่ตรงข้ามกับหญิงสาว ที่มุมปากมีคราบเลือดไหลเล็กน้อย มือข้างหนึ่งกุมเป้าไว้ เดาว่าคงเจ็บไม่น้อย ส่วนมืออีกข้างก็จ่อปืนไปที่ผู้หญิงคนเดียวในที่นี้ 

บอกได้เลยว่าหมอนี่คงโกรธที่ถูกผู้หญิงกระแทกขาอ่อนใส่น้องชาย 

“เรามาคุยกันดีๆก็ได้พวก เอาปืนจ่อใส่หน้าผู้หญิงนี่ดูไม่สุภาพเลยนะ”ชาร์มมิ่งพยายามพลิกเกม ในเมื่อตอนนี้เขาเป็นฝ่ายเสียเปรียบ “จะเอายังไงต่อ” 

“ไม่ไง แกนี่ฤทธิ์เยอะกว่าที่ฉันคิดไว้มากนะ”อดีตผู้อำนวยการโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์ไมเคิลพูดด้วย 

“ปล่อยน้องฉันไป แกจะทำอะไรฉันก็เชิญ”นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว เฟลมมิ่งเป็นคนฉลาด เธอต้องตามคนมาจัดการไอ้อ้วนนี่ได้แน่ 

“นั่นไม่อยู่ในแผนฉันวะ บอกตามตรง ถึงยังไงแกก็ต้องอยู่ที่นี่อยู่แล้ว เพราะลูกน้องฉันทุกคนอยากจะตุ๊ยหน้าแกให้เละใจจะขาด ส่วนน้องแก...สวยๆแบบนี้คงทำให้ฉันมีความสุขได้ไม่ยาก” 

“สารเลว”เฟลมมิ่งสบถ 

“ไม่หรอก แล้วเธอจะชอบฉันนังหนู แกต้องมาแทนนังคนหุ่นสะบึ้มที่ร้านอาหารนั่น ถ้าไม่ใช่เพราะแกหลอกต้มตุ๋นฉัน ป่านนี้ฉันคงได้เมียสวยๆไปนอนกอดแล้ว” 

ไอ้ผู้ชายสัปดนเอ้ย 

เฟลมมิ่งบริภาษในใจ ยังมีอีกหลายคำที่เธออยากยกมาเปรียบเทียบกับไอ้คนหนักแผ่นดินคนนี้ 

“เอาตัวพวกมันเข้าไปได้แล้ว” 

  

  

  

 เฟลมมิ่งถูกจับแยกกับชาร์มมิ่งตอนเข้ามาในบ้าน พวกมาเฟียเอาตัวพี่ชายเธอไว้ข้างล่าง ส่วนตัวหญิงสาวถูกพาขึ้นมาชั้นสองที่ห้องๆหนึ่ง เจมส์ แมคเจลแลนไม่ได้ล็อคห้องอย่างที่หญิงสาวเข้าใจ 

“เราจะอยู่ในห้องนี้กันสักพัก ทำตัวตามสบาย คิดซะว่านี้เป็นบ้านเธอ”อดีตผู้อำนวยการโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์ไมเคิลบอก 

“บ้านฉันไม่มีกลิ่นเหม็นแบบนี้” 

“แล้วเธอจะชอบ หลังจากเราสนุกด้วยกันแล้ว” 

“ถอยออกไปนะ”เฟลมมิ่งสั่ง พยายามหามุมที่ปลอดภัยที่สุดลี้ภัย 

“ตอนนี้คิดว่าตัวเองเป็นใครงั้นเหรอ ฉันจะบอกให้ ตอนนี้เธอเป็นแค่เด็กเหลือขอคนหนึ่ง แต่อีกไม่นานเธอกำลังจะกลายเป็นคุณนายแมคเจลแลน” 

“ฉันยอมตาย ดีซะกว่าตกเป็นของคนอย่างแก”พูดเสร็จ เฟลมมิ่งก็ฉวยโอกาสตอนที่ชายร่างอ้วนไม่ทันระวังตัวตรงไปที่ประตูห้อง 

“มานี่เดี๋ยวนี้ นังตัวดี!” 

เฟลมมิ่งไม่มีโอกาสได้เปิดประตูห้อง ร่างบางถูกคว้าไว้ได้ก่อนจะถูกทุ่มลงบนเตียง โดยมีร่างอ้วนใหญ่ตามมาติดๆ เขาจัดการปลดเสื้อผ้าของหญิงสาวทั้งๆที่เฟลมมิ่งต่อสู้อย่างเต็มที่ 

บ้าจริง ผู้ชายตรงหน้าเป็นตาแก่ตัณหาหลับที่ช่ำชองในเรื่องอย่างว่าเหลือเกิน หญิงสาวไม่สามารถขัดขืนเขาได้ นัยน์ตาคู่สวยต้องทนมองเสื้อผ้าทีละชิ้นๆหลุดลอยออกจากร่างงามไป 

“เธอเป็นผู้หญิงที่สวยเหลือเกิน”เจมส์ แมคเจลแลนเอ่ยชมเมื่อปลดเปลื้องอาภรณ์ออกจนเหลือเพียงแค่ชั้นในเพียงสองชิ้น นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยกิเลสแวววาวเมื่อมองเห็นโนมเนื้อสาวโผล่พ้นขอบบราเซียร์ออกมา 

โครม! 

เฟลมมิ่งต่อยหน้าเจมส์ แมคเจลแลนเมื่อสบโอกาส ก่อนจะหนีไปที่ประตูห้องอย่างที่ตั้งใจไว้ 

“ถ้าเธอออกไปล่ะก็ เธอได้มีผัวหลายคนแน่ เลือกเอาว่าจะได้กับฉัน หรือได้กับไอ้มาเฟียอีกเป็นโขยง” 

เฟลมมิ่งปล่อยลูกบิดประตูเมื่อตระหนักได้ว่าเธอไม่สามารถหนีออกไปจากห้องนี้ในสภาพนี้ได้ ดังนั้นหญิงสาวจึงถอยกรูดไปอยู่ที่มุมห้อง พยายามใช้มือปกปิดเรือนร่างที่บัดนี้มีเพียงชั้นในสองชิ้นเท่านั้น ในขณะที่ผู้คุมนักโทษร่างอ้วนย่างสามขุมเข้ามาอย่างอารมณ์ดี 

บนพื้นห้องนอนแคบๆเต็มไปด้วยเสื้อผ้าของชายหญิงหล่นเกลื่อน ในห้องมีเตียงคู่อยู่หนึ่งหลังสีแดงแปร๊ดแบบที่สามารถล่อควายมาได้ทั้งฝูง หลอดไฟในห้องเป็นสีเหลืองนวลหม่นๆ นี่ถ้าเจมส์ แมคเจลแลนเปิดเพลงที่บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีอย่างทรัมเป็ตด้วยล่ะก็คงจะโรแมนติกพิลึก ไม่แน่ เฟลมมิ่งอาจจะวิ่งเข้าไปหาอ้อมอกที่เต็มไปด้วยไขมันนั้นแต่แรกแล้ว 

“ฉันไม่คิดว่าการนอนกับผู้หญิงคนหนึ่งจะเป็นเรื่องยากขนาดนี้” 

ร่างอ้วนพุ่งตรงเข้าไปหาหญิงสาว แต่เธอก็หลบออกมาได้อย่างฉิวเฉียด ไอ้อ้วนนี่มีดีแค่พุงจริงๆ 

“ฉันไม่อยากนอนกับแก”เฟลมมิ่งขู่ฟ่อ แต่ยิ่งหนี เธอก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเข้าไปใกล้เตียงมากขึ้น 

“แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ถือเป็นการวอร์มอัพร่างกาย”ชายร่างอ้วนเอ่ย 

“แกมันทุเรศ” 

“เขาว่าผู้หญิงด่า แปลว่าผู้หญิงรัก” 

“เคยได้ยินมาก่อนแล้ว ขอบอกเลยนะว่าฉันไม่อ่อนระทวยหรอก” 

เฟลมมิ่งหลบได้อีกครั้งอย่างมืออาชีพ เธอเริ่มได้เหงื่อนิดๆแล้ว แต่ร่างอ้วนตรงหน้านี่สิ ไขมันละลายออกมาแบบไม่อายกันเลย 

“ฉันเริ่มจะอารมณ์เสียแล้วนะ”เจมส์ แมคเจลแลนกัดฟันกรอด หน้ามืดตาลายเมื่อเห็นของสวยๆงามๆวิ่งพล่านอยู่ในห้อง แต่กลับไม่อาจแตะต้องได้ 

“หึ” 

ผู้อำนวยการร่างอ้วนร้องออกมาดังแค่ในลำคอ ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนท่าทีเป็นสงบนิ่ง จากนั้นจึงเดินไปที่หิ้งซึ่งอยู่ตรงมุมห้องที่เฟลมมิ่งพึ่งจากมา 

“คิดได้แล้วเหรอว่ามันไม่คุ้ม”เฟลมมิ่งถาม แต่ยังไม่ลดเกราะป้องกันตัวเองออก 

“คนอย่างฉัน อยากได้อะไรก็ต้องเอาให้ได้ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องเอาด้วยกล”พูดเสร็จ เจมส์ แมคเจลแลนก็ดึงบางอย่างขึ้นมาวางบนหิ้ง มันคือถุงตาข่ายที่ข้างในบรรจุบางอย่างเอาไว้จนแน่นเอี๊ยดพร้อมกับหยิบไฟแช็กขึ้นมาด้วย 

“อะไรนะ!”เฟลมมิ่งไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน 

“รู้จักนี่ไหม”ถามเสร็จ ร่างอ้วนก็ยื่นถุงตาข่ายให้ดู 

คิดว่าไม่ เธอเห็นไม่ชัด จึงส่ายศีรษะ 

“มันคือกำยาน รู้ไหมมันมีไว้ทำอะไร” 

“ดับกลิ่นในห้องมั้ง ห้องนี้มีแต่กลิ่นถั่วหมัก” 

เจมส์ แมคเจลแลนหุบยิ้มพลัน ตอนแรกเขากำลังอารมณ์ดีเพราะของที่อยู่ในมือแท้ๆ 

“แม่สาวน้อยไร้เดียงสา กำยานไม่ได้มีดีแค่นั้นหรอกนะ ถ้าหากเธอตั้งใจเรียนในวิชาประวัติศาสตร์ที่ฉันเป็นคนสอนตอนที่อยู่โรงเลี้ยงเด็กกำพร้าล่ะก็ เธอจะรู้ว่ากำยานมีมาตั้งแต่สมัยฟาโรห์อียิปต์แล้ว” 

“แล้วอย่างไร” กำยานนี่มาเกี่ยวกับเรื่องอย่างว่าได้ยังไง 

“แล้วอย่างไรน่ะเหรอ ฉันก็เป็นเหมือนฟาโรห์ที่ชอบนอนกับเด็กสาว เสียแต่ว่าเด็กสาวที่ไม่เคยน่ะมักจะตื่นกับเรื่องบนเตียง เพราะฉะนั้นฟาโรห์จึงผสมกำยานนี้ไว้ในห้องนอนของพระองค์เพื่อให้เด็กสาวพวกนั้นมีอารมณ์ผ่อนคลายอย่างไรเล่า”เอ่ยเสร็จ เจมส์ แมคเจลแลนก็เทก้อนกำยานลงไปในถ้วยหินก่อนจุดไฟเผา 

เฟลมมิ่งถอยหลัง ทั้งๆที่ไม่มีที่จะถอยแล้ว เธอพอจะเข้าใจความหมายที่อดีตผู้อำนวยการร่างอ้วนบอก 

ไม่นะ!  

ความคิดเห็น