email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ไนท์ Part

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 30 เม.ย. 2563 21:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไนท์ Part
แบบอักษร

         อ่ะๆทุกคนใจเย็นๆนะครับอย่าพึ่งด่าผมเลย แล้วก็อย่าให้ไรท์ไล่ผมออกจากตำแหน่งพระเอกเลยนะครับบบบบ มาๆเรื่องมันเป็นแบบนี้

         หลังจากที่ผมตามจีบเธอมาเป็นเวลาเกือบๆเดือน ผมไปรับไปส่งเธอ ชวนไปดูหนัง กินข้าว ซื้อของ ไปติว เอาจริงๆผมก็อยากไปไหนมาไหนกับเธอแค่สองคนนะ แต่!ไอ้ภัทรเพื่อนตัวดีของผมมันดันไปสนใจน้องหมอกเพื่อนของเธอเข้า เวลาจะไปไหนมาไหนก็เลยต้องยกกันไปเป็นกลุ่ม ในช่วงเวลาที่ผมตามจีบผิงยิ่งผมเข้าหาเธอมาเท่าไหร่ แต่เหมือนผิงยังอยู่ที่เดิม ทำไมผมรู้สึกว่าผิงไม่รู้สึกอะไรกับผมเลยเหมือนเธอแค่ยอมให้ผมเข้าใกล้เหมือนกับคนอื่นๆ แต่ไม่ได้รู้สึกด้วย แต่ไอ้ปุยเมฆมันก็เคยบอกผมว่าน้องรหัสคนนี้เป็นคนที่เข้าใจยาก เป็นคนเก็บอาการเก่งมาก นั่นทำให้ผมเดาความรู้สึกท่าทีของเธอไม่ออกว่าเธอรู้สึกอะไรกับผมกันแน่ เพราะเวลาที่อยู่กับผมเธอก็ทำตัวปกติเหมือนเวลาอยู่กับคนอื่น แต่ยังไงผมก็จะจีบเธอต่อไปจนกว่าเธอจะแสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าเธอไม่ได้ชอบผม ช่วงหลังมานี้มีกิจกรรมประกวดดาวเดือนคณะในฐานะที่ผมเป็นเดเอนคณะของปีที่แล้ว ผมจึงมีส่วนร่วมในกิจจกรมมไปด้วยนั่นคือการอำลาตำแหน่งทำให้ผมไม่ได้ไปหาเธอเหมือนทุกวัน แต่ผมก็ไม่ได้บอกเธอว่าผมไปไหนเพราะผมคิดว่าถึงบอกเธอไปเธอก็คงไม่ได้สนใจอยู่ดี และตอนนี้กองประกวดของคณะผมได้มาเก็บตัวที่เชียงใหม่ เพื่อที่จะได้ถ่ายรูปและทำกิจกรรมต่างๆ ตอนนี้ในสมองและหัวใจของผมเอาแต่ดูรูปเธอที่เพื่อนของผมคอยส่งเข้ามาในแชทกลุ่มวนซ้ำไปมา แต่จู่ๆก็มีเสียงผู้หญิงคนนึงพูดขึ้น “ทำอะไรอยู่คะ พี่ไนท์” หลังจากสิ้นเสียงนั้นผมได้เงยหน้าขึ้นและยิ้มตอบเธอ ผู้หญิงที่ทักผมคือพรีสครับ ผมก็พอจะดูออกนะว่าพรีสชอบผม แต่ผมไม่ชอบพรีสเพราะคนเดียวที่ผมชอบก็คืออี้ผิงแค่คนเดียว

“พี่คุยกับเพื่อนหนะ พรีสมีอะไรครับ” ผมถามกลับเธอไปและเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า

“เปล่าค่ะ พรีสเห็นพี่ไนท์นั่งอยู๋คนเดียวเลยเดินเข้ามาทัก” พรีสพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มๆและพรีวได้พูดต่ออีกว่า

“พรุ่งนี้ก็ต้องกลับแล้ว งั้นพรีสขอติดรถกลับด้วยได้มั้ยคะ”

“ได้ครับ” ผมตอบไปตามารยาทด้วยเสียงนิ่งๆ แล้วพรีสก็ยิ้มตอบให้ผมก่อนที่จะเดินไปหากลุ่มเพื่อนๆของเธอ

         แต่จู่ๆก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น ติ๊งๆ

“ไอ้ไนท์มึงรีบกลับมาเลยนะ” ภัทร

                  “ทำไมวะ” ผม

“เอ้าๆบอกมันเอาบุญหน่อยว่ะ” ปุยเมฆ

                  “อะไรของพวกมึง” ผม

“กูได้ยินข่าวมาว่า ตอนนี้มีเด็กบริหารปี1คนนึงตามจีบน้องเขาอยู่แต่แล้วก็ได้ยินเพิ่มเติมอีกว่าจบมาจากโรงเรียนเดียวกันด้วย มันชื่อว่าอะไรนะปุย” บาส

“ชื่อ พาร์ท” ปุยเมฆ

                  “อีก1ชั่วโมงไปรับกูที่สนามบิน” ผมตอบกลับพวกมันไปพร้อมกับกดโทรศัพท์ไปหาที่บ้าน

“ม๊าครับ”

“ว่าไงครับลูก” แม่ผมตอบกลับด้วยนะเสียงเพราะๆ

“ตอนนี้ผมอยู่เชียงใหม่ส่งคนมาเอารถผมด้วยนะครับ ตอนนี้ผมจะกลับกรุงเทพ” ผมพูดกับแม่

“แค่นี้ใช่มั้ยครับ” แม่ผมถามกลับ

“ครับ” ผมตอบกลับก่อนที่จะกดวางสายไป

         ผมกับแม่ไม่ต้องพูดอะไรเยอะก็เข้าใจกันแม่รู้ว่าผมเป็นคนยังไง และตอนนี้ผมกำลังรู้สึกอะไรยังไงกับใคร

         1 ชั่วโมงต่อมา

บนรถของภัทร

“โหวว ไรวะรีบหรอมึงอ่ะพรุ่งนี้ก็ได้กลับแล้วไม่ใช่หรอ” ปุยเมฆพูดขึ้นพร้อมกับด้วยท่าทางที่ขำๆ

“เงียบไปเลยพวกมึง ตอนนี้ผิงอยู่ที่ไหน” ผมหันกลับไปพูดกับเพื่อน

“น้องผิงอยู่ที่ลานกิจกรรมคณะ กำลังซ้อมสันกันอยู่” ภัทรตอบผม

“งั้นไปกัน” ผมตอบกลับด้วยเสียงเรียบ

ณ ลานกิจกรรมคณะ

         ตอนนี้ผมยืนเฝ้ามองเธอจากด้านหลัง ผมได้เห็นเธอเต้นสันทนาการอย่างสนุกสนานมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มตลอดการเต้น มันทำให้หัวใจผมเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆและก็หลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

“ยิ้มไรมึงงงง” บาสแซวผม

“ยุ่งจริงพวกมึงเนี่ย” ผมตอยกลบัไอ้บาสไปแบบแก้เขิน

“เฮ้ยมึงๆ ดูนั้นดิน้องผิงเดินไปหาใครว่ะ” ปุยเมฆพูดขึ้นพร้อมกับรีบคว้าแขนเสื้อของผมไว้ก่อนที่ผมจะเดินไปนั่งที่โต๊ะ

“นั้นมันใช่คนที่ตามจีบน้องปะปุย” ภัทรพูขึ้นอย่างสงสัย

“ใช่ๆ น้องพาร์ท!” ไอ้ปุยเมฆตอบขึ้นทันที

         ผมเห็นท่าทีที่เธอเดินเข้าไปหาไอ้แด็กนั้นด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มสดใส น่ารักกว่าที่ผมเคยได้ ดูเป็นธรรมชาติดูดีใจที่ได้เจอ หลังจากที่ผมเห็นแบบนั่นผมก็เดินออกมาจากจุดนั่นทันที ตอนนี้ผมรู้สึกโมโหน้อยใจ เสียใจ หงุดหงิด ว่าทำไมคนที่เธอคิดถึงกลับไม่ใช่ผม ผมหายไปตั้งหลายวันเธอไม่คิดถึงผมบ้างเลยหรอ

“เฮ้ยไนท์ ใจเย็น” ปุยเมฆพูดขึ้นพร้อมกับจับไหล่ผมไว้

“เออมึงใจเย็นดิ๊” บาสพูดเสริม

“ใจเย็นเหี้ยไร มึงดูดิ มึงเห็นท่าทีของผิงปะดูดีใจแค่ไหนดีใจกว่าตอนที่เจอกูอีก” ผมพูดออกไปด้วยความน้อยใจ

         ผมยังไม่อยากฟังอะไรจากเพื่อนทั้งนั้น แตอนนี้ผมของให้ไอ้ภัทรไปส่งผมที่คอนโดก่อนที่ผมจะเป็นบ้าตาย นะรหว่างที่พวกเพื่อนผมมาส่งผมที่คอนโดผมไม่พูดอะไรมาตลอดทาง พอมาถึงคอนโดผมก็ได้ลงรถและเดินขึ้นไปอย่างเงียบๆแบบไม่พูดอะไร แต่พอมาถึงในห้อง

“อ๊ากกกกกกกก!” ผมร้องออกมาเบาๆด้วยความอึดอัด เป็นเพราะแบบนี้ใช่มั้ยเธอถึงไม่มีท่าทีที่จะชอบผมเลยเป็นเพราะแบบนี้รึเปล่า หรือว่าผมควรจะออกห่างจากเธอดีมั้ยผมไม่อยากเสียใจไปมากกว่านี้อีกแล้ว ผมเดินไปเปิดเพลงในห้องและทิ้งตัวลงบนที่นอนก่อนที่จะหลับไป

         หลังจากการประกวดดาวเดือนเสร็จผมก็ได้บอกขอโทษพรีสไปและบอกกับพรีสว่าผมมีธุระด่วนที่ของที่บ้าน ผ่านมาถึงตอนนี้ก็เป็นช่วงเวลาที่เข้าสู่ช่วงสอบของมหาลัย แต่ละคนก็เริ่มอ่านหนังสือสอบกันแล้ว พวกผมก็เป็นหนึ่งในนั้น

ณ ใต้ตึกคณะ

         พวกผมได้มานั่งอ่านหนังสื่อที่ใต้ตึกคณะ แต่ตอนนี้อ่านเสร็จแล้วพวกผมเก็บของและกำลังเดินไปยังหน้าตึกเพื่อที่จะไปเอารถและแยกย้ายกันกลับห้อง แต่เจ้ากรรมไอ้ปุยเมฆมันดันวิ่งไปหาผู้หญิงคนนึง เธอมัดผมเป็นหางม้า ใส่เสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่ไม่มีรวดลายอะไร นั่งขัดสมาธใส่กางเกงขาสั้นแต่มีผ้ามีผ้าคลุมขาไว้ เธอกำลังเหมือนจะเก็บชีทให้เป็นระเบียบพอไอ้ปุยวิ่งเข้าไปหาพวกผมก็เลยเดินตามเข้าไป แล้วไอ้ปุยพูดขึ้นหลังจากที่ได้ทำให้ผู้หญิงคนนั้นตกใจ

“อะไรกันเด็กน้อยยย แค่นี้ตกใจ” ผมเห็นอาการตกใจของเธอก็ได้แต่แอบขำนิด คนอะไรชั่งไม่มีสติเอาซะเลย       แต่ทันใดนั้นเองผมก็ได้มองเห็นใบหน้าที่ทำให้ผมโมโหมาก่อหน้านี้และก็ทำให้ผมคิดถึงในเวลาเดียวกัน แต่เดี๋ยวนะเธอใส่แว่นหรอ ไม่ได้แต่งหน้า มีแค่สีลิปอ่อนๆอยู่ที่ริมฝีปากของเธอ ใส่รีเทนเนอร์ด้วยเหมือนเด็กเนิร์ดเลย ผมไม่เคยเห็นเธอในมุมนี้มาก่อนเลย ในขณะที่ผมคิดวิเคราะห์ของเรื่องของเธออยู่ไอ้ปุยเมฆก็ได้เดินไปนั่งรวมกับเธอพวกผมที่เหลือก็เลยเดินไปนั่งด้วย พอมองไปรอบๆโต๊ะมันโดนปกคลุมเต็มไปด้วยชีทเรียนผมก็แอบๆชำเลืองมองเธอเล็กน้อยการกระทำนั้นมันชั่งดูแปลกตาจากเดิมที่ผมเคยเห็นในเวลาปกติทั่วไปที่ผมเห็นเธอ ภายนอกเธอดูโตเป็นผู้ใหญ่แต่ดูตอนนี้สิเหมือนเด็กตัวเล็กๆ เหมือนเด็กที่ผมหลงรักไปเมื่อปีที่แล้ว ก่อนที่ผมจะตกอยู่ในภวังค์นานไปกว่านี้ปุยเมฆก็ได้พูดขึ้นว่า

“ไหนดูซิอ่านอะไรกัน มีอะไรให้พี่ช่วยมั้ย” ไอ้ปุยพูดขึ้นพร้อมกับหยิบไอแพตของเธอขึ้นมาดู แต่ไม่นานหลังจากที่ไอ้ปุยได้หยิบไอแพตขึ้นมาเพื่อดูแล็คเชอร์นั้น มันก็ได้พูดต่ออีกว่า

“โอ้โหววว สรุปเรียบร้อยมากอ่ะพวกมึง ดูดิ” ไอ้ปุยพูดพร้อมกับยื่นมาให้ผมดู ผมชำเลืองมาดูจริงอย่างที่มันว่าทำสรุปเข้าใจง่าย แถมใช้สีพาสเทลน่ารักๆด้วย แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมสนใจเท่ากับการแต่งตัวของเธอใครสั่งใครสอนให้แต่งตัวหน้ารักแบบนี้ดูดิคนใต้ตึกมองเธอไม่วางหูวางตาเลย เธอจะรู้ตัวบ้างมั้ย แล้วปากผมก็ไวกว่าความคิด

“แต่เหมือนจะไม่ได้แต่งตัวเรียบร้อยเหมือนทำสรุป” ผมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา แต่เอาจริงๆผมอยากพูดคำว่าใช่น่ารักเหมือนคนเลย แต่ไอ้ความปากเสียงของผมมันดันพูดแย่ๆแบบนั้นออกไปซะงั้น

“อะไรของมึงเนี่ย อยู่ดีๆก็ไปว่าน้องเขา” ไอ้บาสมองมาทางผมพร้อมกับทำเสียงดุๆผม แต่ทันใดนั่นเอง

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ผิงไม่ได้ คิด อะ ไร ” เธอพูดขึ้นแล้วมองหน้าผม เดี๋ยวไอ้คำที่ว่า..ไม่ได้คิดอะไร เธอหมายถึงเรื่องเมื่อกี้ หรือหมายถึงเรื่องอื่นด้วย

         ก่อนที่จะทำให้บรรยากาศเลยไปมากกว่านี้จู่ๆก็มีเสียงแหลมๆดังขึ้นมา

“งื้อออ พี่บาสคิดถึงพีชหรอคะถึงได้มาหาถึงที่นี้เลยยย” มองมองไปปตามเสียงนั่นแล้วได้แต่แอบขำในใจ เสียงเมียไอ้บาส แต่ไม่ทันไรไอ้บาสก็ตอบกลับด้วยหน้าตาดุไปว่า

“เพ้อเจ้อยัยบ๊อง”

         จู่ๆก็มีบางอย่างที่อยู่บนโต๊ะสั่น ครืนนนน ครืนนน ครืนๆ โทรศัพท์ของอี้ผิงสั่นเหมือนมีคนโทรเข้า แต่ผมไม่มันได้เห็นหน้าจอว่าใครโทรเข้าเธอก็ได้หันหน้าไปทางเพื่อนแล้วพูดขึ้นว่า

“เดี๋ยวกูไปค่อยโทรศัพท์แปปนะ”  แล้วไม่นานพีชก็ได้ถามเธอด้วยท่าทีปกติว่า

“ไอ้พาร์ทช๊ะ”

“อืม”

         เธอตอบสั้นๆก่อนที่จะเดินออกไปคุยโทรศัพท์ ผมไม่ได้หูฝาดใช่มั้ยชื่อที่พีชพูดขึ้นคือชื่อของผู้ชายคนนั้นคนที่มาหาเธอในวันที่ซ้อมสรรทนาการก่อนวันเป็นกวดเฟรชชี่คณะ ผมมองตามเธอแบบไม่วางสายตาเธอเดินออกไปคุยโทรแต่อยู่ดีๆก็มีผู้ชายคนนึงเดินเข้ามาหาเธอ ผู้ชายคนนั้นคือพาร์ท มันเดินเข้าไปใกล้ๆเธอในใจตอนนี้ผมแทบอยากจะเดินเอาตัวของผมไปขวางไว้แต่ขามันไม่ขยับ เพื่อนของผมเห็นท่าทีที่เริ่มไม่พึงพอใจกับสิ่งที่เห็นแต่ทำอะไรไม่ได้ พวกมันได้แต่แอบขำๆกัน ผมเห็นท่าทีที่เธอคุยกับมันยิ่งทำให้ผมหงุดหงิดเพิ่มขึ้นไปอีก แล้วเธอก็ได้เดินดึงแขนเสื้อมันกลับมาที่โต๊ะ ผมดูออกนะว่ามันจีบเธอแต่เธอจะรู้บ้างมั้ยว่ามันจีบเธออยู่หรือว่าเธอรู้แต่ทำเป็นไม่สนใจ หรือว่าเธอรู้และเธอสนใจโว๊ะ อะไรวะเนี่ยทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้เดาใจยากจังว่ะไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆที่ผมเคยคบมา ในขณะที่ผมคิดจนหัวแทบระเบิดเธอก็ได้พูดแนะนำตัวมันให้พวกผมได้รู้จักผมมองมันด้วยสายตาที่ไม่ค่อยเป็นมิตรด้วยเท่าไหร่ แต่เธอยังไม่ทันได้แนะนำชื่อของผมอยู่ดีๆมันก็พูดแทรกขึ้นมา

“พี่ไนท์ใช่มั้ย คนนี้ใช่มั้ย”

         มันพูดขึ้นพร้อมกับหันไปมองถ้าเธอ แต่สายที่มันมองเธอทำไมมันถึงมองด้วยความผิดหวังแบบนั้นหละ มันคืออะไรทำไมมันถึงมองเธอเหมือนมันเป็นคนอกหัก ผมแอบใจชื้นขึ้นมานิดๆแต่ก็ใจชื้อได้ไม่นานผมมองไปเห็นตอนที่มันจับมือของเธอ ผมอยากเดินไปชกหน้ามันแล้วพร้อมกับพูดขึ้นดังๆประกาศให้รู้ว่า “ผู้หญิงคนนี้เป็นของกู” แต่ตอนนี้มันก็ได้แค่คิดเพราะตอนนี้หน้าผมเริ่มชาแล้ว อยู่ดีๆเธอก็ได้แกะมือที่พาร์ทจับอยู่ออกไป ทำไมกันที่ที่ทำแบบนี้เพราะเธอไม่ได้ชอบมันงั้นหรอ ทำไมตอนนี้ในหัวของผมมันมีแต่คำถามเต็มไปหมด

อยู่ดีๆก็ได้ยินเสียงของพีชพูดขึ้น

“อะๆ ขนมในมือซื้อมาให้พวกกูใช่มะ มาๆๆ” เหมือนพีชกำลังจะพยายามทำให้บรรยากาศมันดีขึ้นแล้วพีชก็ได้พูดต่อไปอีกว่า

“แต๊งกิ้วนะมึงง มึงมาแค่นี้ใช่มะงั้นกลับเน๊าะเดี๋ยวกูกับหมอกเดินไปส่งมึงเอง”

“มึงเฝ้าของอยู่นี่นะผิง”

แต่ด้วยความที่อารมณ์ของผมกำลังหงุดหงิดx2 ผมก็ได้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจไป

“ขี้อ่อย” เอาอีกแล้วววว ผมปากเสียอีกแล้วครับทุกคน ผมทำให้บรรยากาศอึมขรึมอีกครั้งแล้วผมก็ได้ลุกขึ้นก่อนที่จะเดินตรงไปที่รถและขับรถกลับคอนโด

 

........................................................................ 

พอหอมปากหอมคอออออ เป็นไงบ้างพี่ไนท์ออกมาอธิบายแล้วเด้อออออ

คนดีของไรท์ทั้งหลายมีความคิดเห็นว่าไงบ้างคะ แต่เตือนไว้นะ ไนท์Part มี2 Part นะคะะะะ

ความคิดเห็น