facebook-icon Instagram-icon

เป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดถูกใจและดาว รวมทั้งซื้อนิยายด้วยกุญแจหรือเหรียญด้วยนะคะ ^^

บทที่ 3 แก้แค้น 1

ชื่อตอน : บทที่ 3 แก้แค้น 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 56

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 เม.ย. 2563 12:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 แก้แค้น 1
แบบอักษร

เสียงป๊อกเบาๆดังขึ้นเป็นรอบที่สามสิบ หากคนนับคำนวณไม่ผิด ตามมาด้วยเสียงเปลือกถั่วปริแยกออกจากกัน มืออวบอูมกวาดเอาเมล็ดถั่วสามเม็ดข้างในออกมา ก่อนจะโยนเปลือกของมันทิ้งลงบนพื้นห้องอย่างไม่ไยดี

           ชายหนุ่มเฝ้ามองเหตุการณ์การโจรกรรมเมล็ดถั่วสดๆร้อนๆตรงหน้าอย่างไม่ยีหระ เขาไม่แปลกใจนักกับพฤติกรรมกักขฬะของอีกฝ่าย แต่ที่แปลกใจก็คือ ไม่ยักรู้ว่าอีกฝ่ายจะชอบกินถั่วมากขนาดนี้

           “นี่คือค่าจ้างของคุณ ผมยินดีจ่ายไม่อั้นหากคุณสามารถจัดการกับสองพี่น้องสจ๊วตได้”มืออวบอูมเลิกแกะถั่วแล้ว จากนั้นจึงเลื่อนกระดาษแผ่นหนึ่งมาตรงหน้าเขา

           เบอร์ลิน เรดคลิฟจิบวิสกี้ที่นำติดตัวมาเล็กน้อยพอให้ชุ่มๆร้อนๆคอในวันที่ฝนตกหนักเช่นวันนี้ เมื่อมือว่างจึงหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา

           เช็คสั่งจ่ายในนามของอดีตผู้อำนวยการโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์ไมเคิล...เจมส์ แมคเจลแลน จำนวนเงินที่ระบุไว้คือเลขหนึ่งอยู่ข้างหน้าและมีศูนย์พ่วงท้ายอีกสามตัว (หน่วยเงินเป็นยูโรนะ)

           เบอร์ลินหันไปมองน้องสาว...ทาลินน์ เรดคลิฟ ที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอทำเพียงพยักหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย แม้ไม่พูดอะไร แต่คนเป็นพี่ชายก็รู้ว่าน้องสาวตกลง

           “แล้วเราจะติดต่อไป”เบอร์ลินกล่าวเพียงแค่นั้น แล้วจึงลุกขึ้นจากโต๊ะไม้ตัวเก่าพร้อมๆกับทาลินน์

           “แล้วฉันจะรอ”เจมส์ แมคเจลแลนกล่าว 

           สองพี่น้องเรดคลิฟเดินตรงไปที่ประตูทางเข้าบังกะโลไม้หลังเล็กๆกลางเก่ากลางใหม่ ไม่นึกว่าเจมส์ แมคเจลแลนจะเป็นพวกอนุรักษ์นิยม ข่าวเมื่อสามวันที่แล้วลงในหนังสือพิมพ์ว่าผู้อำนวยการโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์ไมเคิลถูกฟ้องให้กลายเป็นบุคคลล้มละลายนับแต่นี้เป็นต้นไป ไม่ใช่คดีที่เขาโดนโกงเพระสองพี่น้องสจ๊วตกลายเป็นข่าวประเด็นร้อนเท่านั้น แต่ดูเหมือนจะมีผู้ประสงค์ไม่ดีบางคนนำคดีที่ตำรวจปิดไม่ลงเกี่ยวกับการฉ้อฉลโกงเงินโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าของตัวผู้อำนวยการมาแฉ กอปรกับความผิดมากมายหลายกระทงที่อดีตผู้อำนวยการแห่งโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเคยก่อขึ้น ศาลจึงไต่สวนพิจารณาคดีออกมาแล้วว่าเงินที่อดีตผู้อำนวยการเจมส์เป็นเจ้าของทั้งหมดควรถูกริบคืนเพื่อนำไปใช้พัฒนาโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เจ้าตัวไม่เคยไยดีเลยตลอดสามสิบปีที่ผ่านมา

           บังกะโลไม้และพวกหัวอนุรักษ์นิยมเป็นเรื่องจริงเหรอ

           เบอร์ลินได้แต่ถามตัวเองในใจ แต่ไม่มีคำตอบให้กับเรื่องนี้ ชายหนุ่มเปิดประตูบังกะโลออกไปสู่เบื้องนอก เสียงฝนสาดซัดอย่างบ้าคลั่ง มันกระหน่ำตกไม่หยุดตั้งแต่พวกเขาสองคนมาถึงที่บังกะโลนี้แล้ว จนกระทั่งเจรจาธุรกิจกับอดีตผู้อำนวยการโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าในฐานะนักสืบเอกชนเสร็จ เจ้าฝนบ้านี่ก็ยังไม่หยุดตกสักที มีแต่จะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ

           “ไห่เยี่ยนเหรอ”ทาลินน์เปรย

           “ก็แค่ญาติๆน่ะ”เบอร์ลินตอบน้องสาว เขารู้ดีอยู่แล้วว่าไห่เยี่ยนเป็นพายุที่ถล่มแถวๆฟิลิปปินส์และเวียดนาม แต่ที่นี่ ประเทศในแถบยุโรป โอกาสแทบเป็นศูนย์

           “พี่ว่าอดีตผู้อำนวยการนั่นเคยต้มถั่วหมักไว้ในบังกะโลหรือเปล่า”

           เบอร์ลินไม่ได้ตอบคำถามน้องสาว เรื่องนี้เขาไม่รู้แน่ชัด และก็ไม่อยากจะรู้ด้วย ไอ้เรื่องกลิ่นถั่วหมัก กับลักษณะนิสัยส่วนตัวของอดีตผู้อำนวยการร่างอ้วนเป็นสิ่งที่ชายหนุ่มไม่อยากนึกถึง และถ้าคำถามของน้องสาวแสนน่ารักของเขาหมายถึงว่าควรจะเข้าไปหลบฝนข้างในบังกะโลจนกว่าฝนจะซาดีไหม คำตอบก็คือไม่อย่างแน่นอน

           “รู้ใช่ไหมว่าต้องทำอะไร”

เบอร์ลินเกริ่น นั่นเป็นความนัยระหว่างสองแฝด ซึ่งหมายถึงว่า เขาอยากให้ทาลินน์ลองสืบประวัติด้านมืดของอดีตผู้อำนวยการโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์ไมเคิลซักหน่อย อย่างน้อยก็เพื่อป้องกันกินตุๆทะแม่งๆที่ไม่คาดฝัน เพราะถ้าหากคิดจะร่วมงานด้วยกันแล้วล่ะก็ เขาก็อยากให้ลูกค้าของเขามี “กลิ่น” ที่สะอาด น่าคบหาและทำงานด้วย

           ก็อย่างว่านะ ถ้า “กลิ่น” ไม่สะอาดล่ะก็ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์คงได้ออกโรงแน่คราวนี้ 

           “เรื่องถั่วหมักน่ะเหรอ”

           เบอร์ลินหัวเราะรับมุกตลกของน้องสาว มันก็จริงนะ ลูกค้ารายใหม่ของพวกเขาคนนี้มีแต่ “กลิ่นถั่วหมัก” ตลบอบอวลไปทั้งบ้าน      

           “ตามมา”เบอร์ลินเอ่ยเป็นครั้งสุดท้าย ร่างสูงอยู่ในชุดกันฝนเตรียมพร้อมอยู่แล้ว เพราะเจ้าตัวไม่ได้ถอดมันออกเลยตลอดการเจรจาธุรกิจกับเจมส์ แมคเจลแลน แฝดพี่น้องเรดคลิฟเตรียมพร้อมปะทะกับเม็ดฝนขนาดเท่าลูกเห็บ เชื่อเถอะว่าเขาเข้าโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ รับศีลตามกำหนดเสมอไม่เคยเบี้ยว แต่เหตุไฉนพระผู้เป็นเจ้าถึงทรงเมินเขาเยี่ยงนี้

           ทาลินน์เตรียมรับชะตากรรมเดียวกับพี่ชาย เธอไม่หวังให้ไอ้อดีตผู้อำนวยการร่างอ้วนนั้นย้ายตูดออกจากเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่มาแสดงความเป็นห่วงเป็นใยเธอแน่ อีกฝ่ายคงไม่แม้แต่จะสละร่มให้นับสืบเอกชนอย่างพวกเธอหรอกกระมัง เอ...หรือว่าเธอคิดผิด ความจริงที่บังกะโลนี้น่าจะไม่มีร่มด้วยซ้ำ

           สองพี่น้องเรดคลิฟสวมฮู้ดพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ก่อนจะเดินฝ่าสายฝนจากไป พร้อมภารกิจใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน

 

 

 

            นัยน์ตากลมโตคู่คมของเฟลมมิ่งจ้องมองแผ่นกระดานบนหัวเตียงซึ่งมีพาดหัวข่าวเรื่องของอดีตผู้อำนวยการเจมส์ แมคเจลแลนถูกฟ้องล้มละลายด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ ข่าวนี้อยู่ในห้องเธอมาสามวันแล้ว และก็เป็นสามวันที่เธอมีความสุขมากที่สุดในชีวิต ใครจะรู้ล่ะ ว่าการทำความดีจะมีความสุขมากขนาดนี้

           แต่ว่างานของเธอยังไม่จบลงเพียงเท่านี้หรอกนะ

           ใช่แล้ว ยังมีเรื่องของพวกน้องๆที่โรงเลี้ยงเด็กกำพร้าอีก ตอนนี้พวกน้องๆอาจจะปลอดภัยจากผู้อำนวยการจอมชั่วร้ายแล้ว แต่ความเป็นอยู่ของทุกคนก็ไม่ใช่ว่าจะดีขึ้นเพียงข้ามคืน ฉะนั้นเธอจะต้องทำหน้าที่เป็นผู้ผดุงความยุติธรรมให้ทุกคนในโรงเลี้ยงเด็กกำพร้า ยังมีของอีกมากมายที่เธอต้องการให้ทุกคนที่นั่นได้รับ เผื่อว่ามันจะบรรเทาความทุกข์ยากไปได้บ้างก็ยังดี

           งานนี้เธอคงทำคนเดียวอีกไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากได้ใครซักคนหรือสองคนไปช่วยเธอขนข้าวของที่จำเป็นไปส่งที่โรงเลี้ยงเด็กกำพร้าที่อยู่ต่างเมืองสักหน่อยก็น่าจะดี

           นี่แหละปัญหา

           สามวันมาแล้วที่สมาชิกในคฤหาสน์คิงรวมทั้งชาร์มมิ่ง...พี่ชายเธอ ทำตัวห่างเหินหญิงสาว เฟลมมิ่งรู้ดีว่าพวกนั้นคงโกรธที่ถูกเธอหลอกใช้ แต่เธอก็ไม่รู้จะขอร้องให้พวกนั้นทำงานให้อย่างไรนี่นา ถ้าไม่ใช้วิธีแบบเธอ พวกนั้นจะยอมช่วยจริงๆน่ะเหรอ

           และคราวนี้เธอก็ต้องการความช่วยเหลืออีกแล้วสิ

           เอาวะ คงต้องใช้คารมที่ร่ำเรียนมาจากชาร์มมิ่งดู เผื่อจะกล่อมให้ทุกคนยอมช่วยเหลือเธออีก

           เฟลมมิ่งลงบันไดมาที่ห้องนั่งเล่น ภาพตรงหน้าเป็นเหมือนเช่นเมื่อสามวันที่แล้วไม่มีผิด สมาชิกคฤหาสน์คิงทุกคนกำลังนั่งทำงานอดิเรกของตัวเองอย่างใจจดใจจ่อ หญิงสาวใช้เวลาประมาณห้านาทีประมวณผลที่จะได้จากการเป็นฝ่ายรุกก่อน เธอไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าคราวนี้จะได้ผลหรือไม่ เพราะคราวที่แล้วเธอก็เล่นไปแรงเหมือนกัน

           ในที่สุดเฟลมมิ่งก็เรียกความมั่นใจกลับมาได้อีกครั้ง หญิงสาวเดินตัวตรง เชิดหน้าอย่างสง่างามบวกกับบุคลิกที่ดีมาตั้งแต่เกิด ตรงเข้าไปยืนใจกลางห้องนั่งเล่น

           แต่ทุกคนก็ยังคงมีสมาธิแน่วแน่กับงานอดิเรกของตัวเองเหลือเกิน เห็นแบบนี้ก็ไม่ได้ทำให้นักต้มตุ๋นสาวเสียความมั่นใจอย่างที่ใครๆคิด ตรงกันข้าม การวางแผนเพียงห้านาทีของเธอ ทำให้เฟลมมิ่งตัดสินใจตรงเข้าไปหาชาร์มมิ่งและเจย์ซีก่อนเป็นอันดับแรก

           “นี่ ทั้งสองคนจะชิทแชทกับสาวสวยทั้งวันเลยหรือไง ไม่อยากเปลี่ยนบรรยากาศออกไปนอกสถานที่บ้างเหรอ” 

           ได้ผล ทั้งสองหนุ่มหล่อเงยหน้าพรึ่บขึ้นมาพร้อมกัน

           “ไม่ล่ะ คนนี้ฉันจริงจัง พึ่งจะพบหล่อนเมื่อสองวันก่อนนี่เอง ฉันจะไม่ยอมให้เธอหลอกได้เหมือนครั้งที่แล้วหรอกนะ รู้ไหมว่าฉันนัดสาวว่าจะไปเที่ยวหลังทำงานเสร็จ แต่เพราะเธอคนเดียวเลยทำฉันชวด สาวสวยของฉันเลยหนีหายเข้ากลีบเมฆไป จนต้องตามมาจีบคนใหม่อยู่เนี่ย”

           เจย์ซีบ่นยาว ก่อนก้มลงไปมองหน้าจอมือถือรุ่นใหม่ล่าสุดต่อ

           “พี่ก็นัดหล่อนแล้วเหมือนกัน งานนี้เสียใจนะเฟลม”ชาร์มมิ่งพูดสั้นๆ แต่กลับสะบั้นกำลังใจของเฟลมมิ่งได้ไม่ยาก

           ไม่เป็นไร ยังมีคนอื่นๆอีก

           “คุณทำอะไรอยู่คะ คุณหมออิล”

           “อ๋อ ผมกำลังจะไปหาซีดีโคนันรุ่นลิมิเตด เอดิชั่นของผมลงมาดูครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่ยอมเปิดดูอีก”

           ไม่นะ คุณหมอออออออ

           “แคนดิซ อ่านหนังสือมาทั้งวันแล้ว ไม่อยากออกไปพักสายตาข้างนอกบ้างเหรอจ๊ะ”

           “ไม่ล่ะ วันนี้ฉันสั่งนิตยสารชื่อใหม่มา มีแต่รูปนายแบบฝรั่งตาน้ำข้าวเต็มไปหมด ดูอย่างไรก็ไม่เบื่อหรอกจ๊ะ”

           เจ็บไปถึงทรวงใน

           “คุณอัลคะ ฉันอยากได้เพื่อนไปดูประกวดแฟชั่นวีคที่งานเอ็กสโปจังเลยคะ”

           “เสียใจนะย่ะ เฟลมมิ่ง ฉันไม่สนงานแฟชั่นวีคน้องหมาของเธอหรอก”

           อ่า...คุณเมคอัพ อาร์ททิสหลุดลอยไปแล้ว

           “คริสต์ ฉันอยากจะเปลี่ยนมือถือไปใช้รุ่นใหม่ เธอช่วยออกไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ ฉันอยากได้คนแนะนำมือถือดีๆน่ะ”

           “ของเธอก็ดีอยู่แล้วนี่ วันนี้ฉันยังไม่ได้พักเลยนะ เพราะฉะนั้นฉันคงไปเป็นเพื่อนเธอไม่ได้หรอก”

           จบกัน คริสติน่า...

           “พ่อบ้านลี วันนี้อยากได้เพื่อนออกไปจ่ายตลาดหรือเปล่าคะ วันนี้คริสติน่าไม่ว่าง ให้ฉันไปช่วยคุณถือของก็ได้นะคะ”

           “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมไปจ่ายตลาดตั้งแต่ตอนเช้าตรู่แล้ว ขืนไปตอนนี้ตลาดสดคงวายหมดแล้วครับ ถ้าไม่ว่าอะไรผมก็อยากจะไปอ่านหนังสือกับแคนดิซนะ”

           แสกหน้าเต็มๆ

           เหลืออยู่คนเดียว

           ซีเค

           จู่ๆเฟลมมิ่งก็ก้าวขาไม่ออกซะงั้น ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงต้องกริ่งเกรงซีเคมากขนาดนี้ หญิงสาวอธิบายมันออกมาไม่ได้ จึงให้เหตุผลเพียงแค่ว่า เพราะเขาเป็นเจ้านายของเธอ

           “ซีเคคะ ฉันมีบางอย่าง...”เฟลมมิ่งพูดได้แค่นั้น เธอก็ไม่สามารถพูดต่อได้อีก เมื่อคนที่กำลังง่วนอยู่กับการสลับไพ่ในมืออย่างตั้งอกตั้งใจ ตอนแรกเขาดูไม่สนใจด้วยซ้ำตอนที่เธอเข้ามาในห้องนั่งเล่น เขาทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่หูตาคงคอยสังเกตเหตุการณ์ทุกอย่างจนหมดแล้วเป็นแน่

           ซีเคเงยหน้าขึ้นมามอง เขาไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น ใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่งสนิท ดวงตาคู่คมตามแบบชาวละตินของอีกฝ่ายมองมาที่เธอนิ่ง แต่ไม่พูดอะไร วันนี้เขาไม่ยิ้มแย้ม ไม่ทำแม้แต่จะหัวเราะที่เธอกลายเป็นตัวตลกในห้องนั่งเล่นนี้

           ในยามปกติ เธอคงสามารถกล่าวให้จบประโยคได้ไม่ยาก เธอรู้ว่าอยากขอให้ซีเคออกไปไหน ไปทำอะไร แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งอื่น ซีเคเป็นคนที่ไม่ทำอะไรเลยในจำนวนคนทั้งหมด เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยสักนิดเดียว และเพราะอย่างนี้แหละที่ทำให้เธอไม่กล้าพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดอยู่

           “ฉันยังไม่ได้ขอบคุณเรื่องที่เธอทำพีอาร์ให้บริษัทในเครือซีเคเลย”ในที่สุดฝ่ายเจ้าของบ้านก็เริ่มก่อน เฟลมมิ่งรู้สึกเจ็บจี๊ดอย่างบอกไม่ถูก 

           “ฉันทำดีที่สุดแล้วค่ะ”เฟลมมิ่งกล่าวได้แค่นั้น ซีเคไม่ได้ใช้คำพูดแดกดันเหมือนอย่างที่คนอื่นในห้องนี้ทำ แต่เขาเหนือกว่านั้น เขาทำให้หญิงสาวรู้สึกละอายได้ไม่ยาก

           “มีอะไรอยากจะพูดกับฉันไม่ใช่เหรอ”

           ใช่เลย แต่เธอจะพูดออกไปได้อย่างไร ก็ในเมื่อตอนนี้หญิงสาวไม่กล้าสู้หน้าเขาอีกต่อไปแล้ว ซ้ำยังรับรู้ได้ถึงสายตาของสมาชิกคฤหาสน์คิงทุกคนจ้องมาอีก

           ซีเคลุกขึ้นยืนจากโซฟาที่เคยนั่ง เก็บไพ่นกกระจอกกลับเข้าไปในเสื้อเชิ้ต 

“ตามมาสิ”

           เฟลมมิ่งเงยหน้าขึ้น พอดีกับที่ร่างสูงเดินสวนเธอออกไปนอกห้องนั่งเล่น หญิงสาวตะลึงจนลืมแม้แต่วิธีการก้าวเท้า จนเจ้าของบ้านต้องหันมามอง

           “จะไปแล้วค่ะ”

ความคิดเห็น