facebook-icon Instagram-icon

เป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดถูกใจและดาว รวมทั้งซื้อนิยายด้วยกุญแจหรือเหรียญด้วยนะคะ ^^

บทที่ 2 หลอกใช้ 4

ชื่อตอน : บทที่ 2 หลอกใช้ 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 62

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 เม.ย. 2563 12:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 หลอกใช้ 4
แบบอักษร

เที่ยงคืน สามสิบเก้านาที สารวัตรจอห์นนี่ เชปพาร์ดได้รับโทรศัพท์จากชายผู้หนึ่ง เขาอ้างตัวว่าเป็นผู้อำนวยการเจมส์ แมคเจลแลน แห่งโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์ไมเคิล มีความประสงค์จะแจ้งความในข้อหาถูกต้มตุ๋น สารวัตรเชปพาร์ดจึงรับเรื่องไว้ ผู้อำนวยการเจมส์บอกว่าอีกหนึ่งชั่วโมงเขาจะเดินทางมาที่โรงพัก จากนั้นจึงวางสายไป 

สารวัตรเชปพาร์ดถอนหายใจแรงๆ ไม่ใช่เหนื่อยหน่ายเพราะคดีไม่เป็นเรื่องหรอกนะ แต่เพราะชื่อคดีมากกว่าที่ทำให้สารวัตรเชปพาร์ดรู้สึกเซ็ง งานนี้คงต้องเกี่ยวกับสองพี่น้องสจ๊วตอีกแน่นอน นี่ขนาดหายตัวไปแค่สามวันยังกลับมาก่อคดีได้อีก นับว่าเป็นนักต้มตุ๋นที่ไม่ธรรมดาจริงๆ หากยังจับตัวสองพี่น้องสจ๊วตเข้าคุกไม่ได้ล่ะก็ เห็นทีเขาคงไม่ได้กลับบ้านไปนอนอย่างสงบสุขแน่นอน 

สารวัตรเชปพาร์ดตัดสินใจหมุนโทรศัพท์ไปหาคนคู่หนึ่ง 

“ฮัลโหล”เสียงทุ้มของคนที่ไม่ค่อยพูดเอ่ยทัก 

“เบอร์ลิน เสร็จจากคดีที่เขตการปกครองที่แปดแล้วรีบกลับมาที่โรงพักทันที มีคดีต้มตุ๋นเข้ามาอีกแล้ว” 

“สองพี่น้องสจ๊วตเหรอครับ”ปลายสายถาม 

“คิดว่าใช่ รีบมาล่ะ” 

  

  

  

 ผู้อำนวยการเจมส์เดินทางมาถึงโรงพักภายในหนึ่งชั่วโมงอย่างที่เขารับปากไว้ ใบหน้าของชายร่างอ้วนเตี้ยส่อแววชั่วร้ายและโกรธจัดอย่างที่คู่แฝดเรดคลิฟเห็นจากผู้เสียหายที่มาโรงพักทุกวันจนชิน 

“สารวัตรต้องตามจับตัวพวกมันให้ได้นะครับ ไม่งั้นผมไม่ยอมจริงๆด้วย”ผู้อำนวยการเจมส์กระแทกเสียงใส่หน้าสารวัตรเชปพาร์ด น้ำลายเป็นฝอยแตกเป็นฟองเกือบโดนหน้าคู่สนทนา 

“เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังหน่อยครับ”แม้อีกฝ่ายจะหยาบคาย แต่สารวัตรเชปพาร์ดยังคงท่าทีสุภาพต่อประชาชนได้ไม่เปลี่ยนแปลง 

ผู้อำนวยการเจมส์เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกลางวันทั้งหมดในร้านอาหารชื่อดัง เขาเล่าไปก็เจ็บใจไปที่เสียรู้ให้มหาเศรษฐีพันล้านอย่างซีเค และให้ตายสิ ถ้านี่ไม่ใช่การถูกหลอกต้มตุ๋นล่ะก็ เขาคงนอนสบายบนกองทองและได้ก่ายกอดร่างสาวงามหุ่นสะบึ้มคนนั้นไปแล้ว 

“คุณรู้ตัวตอนไหนว่าเสียรู้ซีเคแล้ว” 

“ตอนที่ผมตื่นขึ้นมา ปรากฏว่าผมถูกพามาที่ตรอกแห่งหนึ่งห่างไกลจากร้านอาหารนั่นอยู่มากโข ดีที่กระเป๋านักธุรกิจยังอยู่และผมก็รู้สึกว่าของข้างในไม่ได้หายไป จึงเดินทางกลับบ้าน พอมาถึงก็เริ่มเปิดกระเป๋าเพื่อตรวจสอบเงินข้างใน...” 

ผู้อำนวยการเจมส์ไม่ได้เล่าความจริงให้สารวัตรเชปพาร์ดฟังทุกอย่าง เขาไม่สามารถเล่าได้ว่าเขาโอนกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์ไมเคิลเพื่อแลกกับทองคำแท่งที่ยังไม่ได้ตีตราหรอกนะ 

แบบนั้นเขาคงถูกจับข้อหารับของเถื่อน และคงถูกประณามว่าเป็นพวกหน้าเงินอย่างไม่ต้องสงสัย 

“...ปรากฏว่าสิ่งที่ผมเห็นก็คือไอ้นี่!” 

ผู้อำนวยการเจมส์เทของที่อยู่ข้างในกระเป๋านักธุรกิจออกมากองบนโต๊ะทำงานของสารวัตรเชปพาร์ด ทำให้คนทั้งห้อง รวมทั้งฝาแฝดเรดคลิฟเห็น 

กระดาษฟอยด์สีทองคำแวววาวห่ออะไรบางอย่างไว้ข้างในจำนวนหลายแท่ง เมื่อสารวัตรเชปพาร์ดลองจับดู จึงรู้ว่าข้างในกระดาษฟอยด์สีทองคือช็อกโกแลตที่กำลังละลาย บางส่วนเละติดมือสารวัตรเชปพาร์ดออกมาด้วยสิ ขนมน่ากินเหล่านี้มีจำนวนครึ่งร้อยแท่งกองอยู่บนโต๊ะ สองแฝดเรดคลิฟถึงกับคิดในใจ 

แบบนี้เขาเรียกว่าโดนตุ๋นจนเปื่อยเลยล่ะ 

ข้างๆแท่งทองคำช็อกโกแลตด้านซ้ายมือเป็นการ์ดรูปร่างคุ้นตาสำหรับผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่อยู่ในห้องนี้เหลือเกิน และก็ใช่อย่างที่ทุกคนคิด การ์ดที่มีรูปสัญลักษณ์ของสองพี่น้องสจ๊วต การ์ดแบบนี้จะถูกส่งให้แก่เหยื่อที่ถูกทั้งสองคนต้มตุ๋นสำเร็จแล้วเท่านั้น 

“คุณรู้จักการ์ดใบนี้หรือเปล่า”สารวัตรเชปพาร์ดถาม 

“ไม่! การ์ดใบนี้มันทำไมเหรอ”ผู้อำนวยการโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์ ไมเคิลถามกลับ 

“นี่เป็นการ์ดของนักต้มตุ๋นฝีมือฉมังที่ทางสถานีตำรวจของเรากำลังตามจับตัวอยู่ เราเรียกนักต้มตุ๋นพวกนี้ว่า “สองพี่น้องสจ๊วต” คุณพอจะเคยได้ยินชื่อพวกเขามาก่อนไหม” 

ผู้อำนวยการร่างอ้วนพยายามนึกอยู่นาน 

“สจ๊วตเหรอ ถ้าผมจำไม่ผิด นามสกุลนี้เหมือนกับเด็กสองคนที่เคยหนีออกมาจากโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าของผมเมื่อห้าปีก่อน” 

เท่านั้นแหละ ผู้อำนวยการเจมส์ แมคเจลแลนสามารถปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทันที 

“หมายความว่ายังไงกันแน่ ตกลงว่าผมถูกซีเคหรือสองพี่น้องนักต้มตุ๋นโกงกันแน่” 

“นี่เป็นรูปแบบคดีที่สองพี่น้องสจ๊วตถนัดใช้เล่นงานผู้เสียหายอย่างคุณนะ”สารวัตรเชปพาร์ดออกความเห็น 

“เรื่องนั่นน่ะช่างเถอะ ไม่ว่าใครจะโกงผมก็ตาม ผมขอแจ้งความกับสารวัตร ผมต้องการความเป็นธรรม และโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์ไมเคิลจะต้องกลับมาอยู่ในมือของเจ้าของที่ชอบธรรมเช่นเดิม”ผู้อำนวยการร่างอ้วนยืนยันอีกครั้ง 

“คุณบอกว่าได้เซ็นสัญญากับคนที่อ้างตัวว่าคือซีเคที่ร้านอาหารนั่น ฉันขอดูใบสัญญาหน่อยได้ไหมคะ”ทาลินน์ขอ 

ผู้อำนวยการเจมส์ส่งใบสัญญาของตัวเองที่อยู่กระเป๋าเสื้อสูทให้ แฝดเรดคลิฟคนน้องยื่นมือไปรับก่อนคลี่อ่านอยู่สักพัก 

“ในนี้ระบุว่าคุณเต็มใจเป็นอย่างยิ่ง ที่จะโอนกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์ไมเคิลให้แก่เจ้าของธุรกิจในเครือซีเครับไว้บริหารโดยที่อีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องมอบสิ่งใดเป็นผลตอบแทนนี่คะ” 

“อะไรนะ ไม่จริง”ผู้อำนวยการเจมส์ หรือแท้ที่จริงแล้ว ควรจะเรียกว่าอดีตผู้อำนวยการเจมส์คว้าสัญญามาดูอีกครั้งอย่างไม่เชื่อสายตา 

จริงอย่างที่ทาลินน์ เรดคลิฟบอก สัญญานั่นระบุชัดเจนว่าเขาจะไม่ได้รับผลตอบแทนจากซีเค เพราะการโอนกรรมสิทธิ์ในครั้งนี้ เขาเต็มใจที่จะมอบให้อีกฝ่ายโดยไม่หวังผลตอบแทนแม้แต่แดงเดียว 

ใช่แล้ว ในสัญญานั้นระบุไว้ไม่ผิด สิ่งที่ชายร่างอ้วนได้มีเพียงแค่ช็อกโกแลตเกือบห้าโหลที่สามารถกินได้นานสุดสามเดือนพร้อมกับการ์ดประกาศเกียรติคุณหยามหน้าบ้าๆบอๆจากสองพี่น้องนักต้มตุ๋น 

“แล้วงานนี้ผมต้องแจ้งความเอาผิดกับใคร สองพี่น้องสจ๊วตเป็นคนต้มตุ๋นผม แต่ซีเคเป็นคนได้โรงเลี้ยงเด็กกำพร้าของผมไปนะ”ผู้อำนวยการโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์ ไมเคิลประท้วง 

“เห็นทีผมคงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่ารับฟัง ไอ้การจะรับเรื่องไว้ดำเนินคดียังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เพราะคุณดันเซ็นรับในสัญญาด้วยความเต็มใจ ตามหลักกฎหมายแล้ว สัญญานี้มีผลบังคับใช้ทันทีหลังจากเจ้าของได้โอนกรรมสิทธิ์ให้อีกฝ่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นก็หมายความว่า คุณหมดสิทธิ์การเป็นผู้อำนวยการโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์ไมเคิลแล้วครับ”สารวัตรเชปพาร์ดบอก 

“ไม่จริง แต่ไอ้คนเซ็นมันไม่ใช่ซีเคตัวจริงซักหน่อย” 

“ผมเคยเห็นลายเซ็นของนักธุรกิจหนุ่มซีเค และนี่ก็คือลายเซ็นจริงๆของพ่อหนุ่มนั่นด้วย งานนี้คุณทำอะไรไม่ได้แล้วครับ” 

“ฉันคิดว่างานนี้สองพี่น้องสจ๊วตเป็นคนต้มตุ๋นคุณ จากนั้นก็โอนกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าไปให้นักธุรกิจซีเคตัวจริงค่ะ”ทาลินน์บอก 

อดีตผู้อำนวยการเจมส์ หรือเจมส์ แมคเจลแลนพลาดท่าเองที่ไม่ยอมอ่านสัญญาให้รอบคอบ และเขาพลาดเองที่ไม่ระแคะระคายใจที่มีลายเซ็นของซีเคประทับมาตั้งแต่แรกที่ใบสัญญาถูกวางลงบนโต๊ะแล้ว 

ถ้าหากเขาให้ไอ้หนุ่มชาร์มมิ่ง สจ๊วตเซ็นลายเซ็นให้ดูต่อหน้าล่ะก็ ป่านนี้เขาคงไหวตัวทันไปแล้ว มันน่าเจ็บใจนัก ไอ้สองพี่น้องนักต้มตุ๋นจอมเจ้าเล่ห์! 

  

  

  

  

ย้อนกลับไปช่วงเย็น หลังจากที่จัดการพาอดีตผู้อำนวยการเจมส์ไปส่งที่ “จุดหมายปลายทาง” เสร็จเรียบร้อยแล้ว สมาชิกคฤหาสน์คิงก็เริ่มทวงสัญญาที่เฟลมมิ่งได้ให้ไว้ 

“ไหนล่ะที่สัญญาว่าให้ไปดินเนอร์กับหญิงสาวแสนสวยที่ร้านอาหารดัง ฉันทำงานให้เธอเสร็จแล้วนะ”เจย์ซีและชาร์มมิ่งทวงหญิงสาว 

“พี่กับเจย์ซีก็กลับไปที่ร้านเดิมนั่นแหละ ที่นั่นมีสาวสวยไปดินเนอร์ที่นั่นตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ” 

“อะไรนะ”สองหนุ่มร้องพร้อมกันเพราะไม่เชื่อในสิ่งที่ตนได้ยิน 

“แล้วเรื่องชื่อตรอกที่ขายซีดีโคนัน รุ่นลิมิเตด เอดิชั่นที่คุณบอกว่าจะบอกผมหลังทำงานนี้เสร็จล่ะ”คุณหมออีวานถาม 

“อ๋อ ก็ตรอกเดิมที่ฉันเคยไปเป็นเพื่อนคุณไปซื้อซีดีโคนันไงล่ะ คุณก็ซื้อมาแล้วไม่ใช่เหรอแต่ยังไม่ได้เปิดดูนี่นา” 

คุณหมออีวาน เพียสถึงกับหน้าเหวอไปทันใด 

“เธอบอกว่าเสร็จงานนี้แล้ว จะให้ฉันได้ไปดินเนอร์กับฝรั่งรูปหล่อ ตาน้ำข้าว ผมสีบลอนด์ทองเงางามไม่ใช่เหรอ”แคนดิซ คิงถาม มีพ่อบ้านลียืนอยู่ข้างหลังรอคำตอบ 

“ใช่ ฉันไม่ลืมหรอก เย็นนี้เธอก็ไปดินเนอร์กับเจย์ซีและพี่ชายฉันก็ได้ ส่วนของพ่อบ้านลีก็ไปด้วยกันกับแคนดิซด้วยเลยไง” 

แคนดิซนึกว่าจะเป็นฝรั่งตาน้ำข้าวที่ไหน ที่แท้ก็คนใกล้ตัวอย่างนั้นเหรอยะ! หญิงสาวแสนสวยคำรามในใจอย่างอดกลั้น แต่ก็ปฏิเสธสิ่งที่เพื่อนสาวบอกมาไม่ได้ เพราะว่าเจย์ซีเองก็เป็นฝรั่งตาน้ำข้าว ผมสีบลอนด์ตรงสเป็คอย่างที่แคนดิซชอบ ส่วนพ่อบ้านลีก็ขอให้ได้ดินเนอร์กับหนุ่มหล่อก็พอแล้ว 

“ฉันรอบัตรแฟชั่นวีคอยู่นะ”อัลฟรองโซถามบ้าง 

เฟลมมิ่งยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ เมคอัพ อาร์ททิสหน้าสวยแย้มรอยยิ้มพร้อมรับบัตรมาด้วยความเปรมปรีดิ์ ก่อนจะหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อใช้สายตาตรวจสอบบัตรในมือดีๆ 

“นี่มันบัตรเดินแบบของน้องหมานี่นา” 

“ก็ฉันไม่ได้บอกซักหน่อยว่าเป็นแฟชั่นวีคของคน”เฟลมมิ่งแก้ตัว 

คราวนี้ถึงตาคริสต์ เลขาสาวยื่นมือมาจ่อตรงหน้าสาวนักต้มตุ๋น “ขอบัตรพักร้อนของฉันด้วย” 

“อ่า คริสต์ พรุ่งนี้ก็เป็นวันอาทิตย์ วันพักผ่อนของเธอไงจ๊ะ เธอมีเวลาตั้งยี่สิบสี่ชั่วโมงให้พักผ่อน เพราะฉะนั้นเธอต้องใช้เวลาให้คุ้มนะ เวลาเยอะขนาดนี้อาทิตย์หนึ่งมีแค่วันเดียวเท่านั้นนี่นา” 

ในที่สุดสมาชิกคนสุดท้ายผู้เป็นเจ้าของคฤหาสน์คิงก็เดินฝ่าวงทุกคน ณ ที่นั้นตรงมาหาหญิงสาว เฟลมมิ่งรู้ดีอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะทวงอะไรเธอ สาวนักต้มตุ๋นทำเพียงยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์แล้วยกนิ้วชี้ขึ้นจุ๊ปาก 

“ของคุณต้องรอก่อนค่ะ เพราะสิ่งที่คุณต้องการจะมาถึงในวันพรุ่งนี้” 

  

  

  

  

ซีเคเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ ดีที่คืนนี้แสนสั้นนัก ชายหนุ่มจึงรีบตื่นนอนและออกมานั่งรอสาวนักต้มตุ๋นที่ห้องนั่งเล่นตั้งแต่เช้า แต่เจ้าตัวก็รออยู่นานแล้ว ยังไม่เห็นวี่แววของร่างสูงระหงเดินลงบันไดมาซักที ร่างสูงสง่าของชายหนุ่มจึงเดินเข้าครัวไปชงกาแฟเอ็กซ์เพรสโซออกมากินเสียหน่อย เผื่อจะช่วยให้อารมณ์ดีได้ในตอนเช้า 

และในจังหวะนั้นเองที่นัยน์ตาคมเห็นร่างสูงแบบชาวเอเชียของพ่อบ้านลี 

“อรุณสวัสดิ์ พ่อบ้านลี”ซีเคทักทายตามปกติ 

“อรุณสวัสดิ์ครับ ซีเค หนังสือพิมพ์มาส่งพอดีเลยครับ”พ่อบ้านลีวางหนังสือพิมพ์ลงบนโต๊ะเตี้ย 

“ขอบใจมากนะ”เจ้าของบ้านกล่าว จากนั้นพ่อบ้านตาตี่จึงเดินเข้าห้องครัวไป 

ไหนๆก็ไม่มีอะไรทำแล้ว ซีเคตัดสินใจอ่านหนังสือพิมพ์เล่นระหว่างรอแม่สาวตัวแสบไปพลางๆ แต่ทันทีที่สายตาของเจ้าตัวเหลือบไปเห็นพาดหัวข่าว หนุ่มนักธุรกิจเจ้าของกิจการผิดกฎหมายร้อยแปดพันล้านอย่างก็ถึงกับสำลักกาแฟ 

เพราะพาดหัวข่าวที่เด่นหราตัวเท่าควายของหนังสือพิมพ์ฉบับวันนี้ลงไว้ว่า 

เจ้าพ่อเครือธุรกิจซีเคเหมากิจการโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์ไมเคิลไว้เป็นหนึ่งในธุรกิจของเขา ถือเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงการดำเนินธุรกิจที่เจ้าพ่อวงการธุรกิจยักษ์ใหญ่อย่างซีเคตัดสินใจเดินหมาก 

อ่านเสร็จ เจ้าพ่อธุรกิจยักษ์ใหญ่ก็อ่านเนื้อหาข่าวข้างล่างต่อ เนื้อหาในหนังสือพิมพ์รายงานว่ากลุ่มประชาชนส่วนใหญ่เริ่มให้ความสนใจและมีมุมมองต่อภาพลักษณ์ธุรกิจในเครือของซีเคที่ดีขึ้น หลังจากทราบข่าวว่าเจ้าพ่อนักธุรกิจเริ่มหันมาให้ความสนใจกับองค์กรไม่แสวงผลกำไรอย่างโรงเลี้ยงเด็กกำพร้า ทำให้ผู้บริโภคที่เป็นลูกค้าประจำอยู่แล้ว กับผู้บริโภคหน้าใหม่เริ่มให้ความสนใจและไว้วางใจในเครือธุรกิจของซีเคมากขึ้น อีกทั้งยังมีนักธุรกิจหน้าใหม่สนใจจะร่วมงานกับธุรกิจในเครือของซีเคเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย 

ชายหนุ่มเจ้าของคฤหาสน์เปิดหน้าหนังสือพิมพ์อ่านจนหมด พร้อมทั้งตรวจสอบราคาหุ้นในคอมพิวเตอร์ส่วนตัว สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือเส้นสีแดงที่มีลูกศรชี้พุ่งทะยานขึ้นไปข้างบน มันอยู่บนจุดสูงสุดเหนือหุ้นตัวอื่นๆในตลาดแทบทั้งหมด 

“ถ้าคุณร่วมมือกับฉัน ฉันจะทำพีอาร์ให้กับธุรกิจในเครือของซีเคทั้งหมดค่ะ” 

เฟลมมิ่งรักษาคำพูด เธอทำได้ในที่สุด ซีเคยิ้มที่มุมปากอย่างเคย ไอ้ดีใจน่ะก็ดีใจอยู่หรอก เขาไม่เคยเห็นพีอาร์ที่ไหนจะประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วและพุ่งพรวดมากถึงขนาดนี้มาก่อน แต่หลังจากนั้นชายหนุ่มจำเป็นต้องกุมขมับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

เขาไม่มีทางผันตัวมาทำธุรกิจสะอาดได้ โคตรเง้าศักราชของเขาทุกคนล้วนรู้เรื่องนี้ดี และที่ธุรกิจของครอบครัวอยู่มาได้จนถึงปัจจุบันก็เพราะอาศัยอิทธิพล ไม่ใช่ภาพลักษณ์สีขาว การทำพีอาร์ของสาวน้อยนักต้มตุ๋นอาจนำชื่อเสียงมาสู่กิจการในเครือธุรกิจของเขาได้อย่างสวยงาม 

แต่นี่ไม่ใช่ “ชื่อเสียง” ในแบบที่เจ้าของคฤหาสน์คิงอยากได้หรอกนะ  

ความคิดเห็น