facebook-icon Instagram-icon

เป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดถูกใจและดาว รวมทั้งซื้อนิยายด้วยกุญแจหรือเหรียญด้วยนะคะ ^^

บทที่ 2 หลอกใช้ 3

ชื่อตอน : บทที่ 2 หลอกใช้ 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 59

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 เม.ย. 2563 11:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 หลอกใช้ 3
แบบอักษร

ในที่สุดบ่ายวันเสาร์ก็มาถึง สองพี่น้องสจ๊วตเริ่มดำเนินการตามแผนด้วยการมาดักรอผู้อำนวยการเจมส์ที่ร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งของซีเค...ร้านที่ผู้อำนวยการโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์ไมเคิลชอบมาบ่อยๆนั่นเอง 

สองพี่น้องสจ๊วตมาถึงก่อนเวลาเล็กน้อยเพื่อเช็คความเรียบร้อย ก่อนหน้านั้นเมื่อสามวันก่อน ชาร์มมิ่งให้คริสติน่าช่วยติดต่อผู้อำนวยการเจมส์ว่าซีเคต้องการติดต่อธุรกิจด้วย นั่นก็คือ ต้องการให้ผู้อำนวยการเจมส์โอนกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์ไมเคิลให้ซีเค ผลตอบแทนที่ผู้อำนวยการแห่งโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์ไมเคิลจะได้ก็คือทองคำแท่งขนาดหนึ่งกระเป๋านักธุรกิจ 

สองพี่น้องสจ๊วตรู้ดีว่าผู้อำนวยการเจมส์เป็นนักเก็งกำไรทองคำแท่ง ผลตอบแทนครั้งนี้คงทำให้ผู้อำนวยการเจมส์ตาวาวได้ไม่ยาก ต้องขอบคุณเจย์ซีที่ช่วยเช็คเรื่องราคาทองคำแท่งภายในสัปดาห์นี้ให้ เขาพบว่าราคาทองคำแท่งกำลังขึ้นอย่างพรวดพราด นับว่างานนี้พระเจ้าเข้าข้างสองพี่น้องสจ๊วตแบบสุดซอยเลยทีเดียว 

ชาร์มมิ่ง สจ๊วตพาร่างสูงสง่าในชุดสูทอาร์มมานี่ราคาแพงระยับที่ยืมซีเคมาใส่มาหาที่นั่งซึ่งได้จองไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว ข้างๆก็คือร่างสูงระหงของเฟลมมิ่ง สจ๊วต ผู้เป็นน้องสาวในชุดสูททำงานของคริสติน่า หยาง แน่นอนว่าหญิงสาวสวมรอยเป็นเลขาของซีเคนั่นเอง 

ต้องขอบคุณอัลฟรองโซ ลาวัวซ์ เมคอัพ อาร์ททิสมือหนึ่งของประเทศที่เปลี่ยนโฉมสองพี่น้องนักต้มตุ๋นให้กลายเป็นหนุ่มสาวนักธุรกิจได้อย่างไร้ที่ติ 

ตอนนี้สมาชิกคฤหาสน์คิงคนที่เหลือกำลังซุ่มอยู่ตามจุดต่างๆที่ได้ตกลงกันไว้ ทุกคนต่างรอให้เหยื่อของแผนการนี้เดินทางมาถึงอย่างใจจดใจจ่อ 

“มาแล้ว”เสียงห้าวของเจย์ซีดังขึ้นในหูของสองพี่น้องสจ๊วตและคนอื่นๆ งานนี้ต้องขอบคุณซีเคอีกครั้งที่สงเคราะห์เครื่องมือสื่อสารแสนไฮเทคให้ทุกคน มันคือไมค์ขนาดจิ๋วที่พวกสายลับเอฟบีไอและซีไอเอมักใช้เวลาปฏิบัติหน้าที่ แต่ ณ เวลานี้ ขบวนการนักต้มตุ๋นก็ทันสมัยพอที่จะนำมาใช้แล้ว 

และต้องขอบคุณหนุ่มนักธุรกิจอีกครั้งสำหรับบัตรผ่านสองใบเข้ามาในร้านอาหารระดับเจ็ดดาว ไม่งั้นงานนี้สองพี่น้องสจ๊วตคงไม่มีบุญวาสนามากพอที่จะเหยียบเข้ามาในร้านอาหารระดับนี้ 

ประตูร้านอาหารเปิดออกโดยเด็กเปิดประตู ร่างอ้วนฉุในชุดสูทสีเทาลายทางเดินก้าวอาดๆเข้ามา เขาเป็นชายร่างเตี้ยในวัยหกสิบต้นๆ หัวล้านและมันเยิ้มราวกับเจ้าตัวทาน้ำมันมะกอกไว้บนศีรษะที่ล้านเลี่ยนก่อนออกจากบ้าน นิ้วมือกลมบล็อกส่งบัตรผ่านระดับวีไอพีให้เด็กหน้าประตูตรวจสอบ เมื่อผ่านแล้ว ร่างอ้วนพร้อมรองเท้าทำงานสีดำขัดมันก็เดินตรงมานั่งยังโต๊ะที่สองพี่น้องสจ๊วตได้นัดแนะไว้ 

ชาร์มมิ่งกล่าวทักทายผู้อำนวยการเจมส์ตามมารยาท เขาต้องสวมรอยเป็นซีเคให้แนบเนียนที่สุด งานนี้จะให้ใครหน้าไหนจับไม่ได้ทั้งนั้นว่าเขาไม่ใช่เศรษฐีพันล้านตัวจริง ชายหนุ่มต้องซ้อมการแสดงมากกว่าใครเพื่อน เพราะบุคลิกของซีเคและเจย์ซีที่คนทั่วไปรู้จักมักออกมาในรูปแบบของหนุ่มผู้ดีมีชาติตระกูล แต่ชาร์มมิ่งเป็นเด็กกำพร้านอนกลางดินกินกลางทราย มันคงถึงเวลาแล้วที่หนุ่มหล่อจะต้องชักสิ่งที่เรียกว่า “มารยา” แบบผู้หญิงมาใช้ 

เฟลมมิ่งมองร่างอ้วนตรงหน้าด้วยสายตาเกลียดชังสุดแสน แต่จำเป็นต้องซ่อนไว้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มตามแบบมารยาทที่ผู้น้อยพึงปฏิบัติ หากไม่ใช่เพราะเธอรู้จักสันดานของผู้ชายตรงหน้าอย่างถึงแก่นล่ะก็ หญิงสาวอาจรู้สึกเป็นธรรมชาติมากกว่านี้ยามที่ต้องนั่งรับประทานอาหารด้วย 

ผู้อำนวยการเจมส์ยิ้มแก้มแทบปริเมื่อได้เผชิญหน้ากับคนที่เขาคิดว่าเป็นนักธุรกิจพันล้าน นัยน์ตาฉ่ำน้ำแบบคนติดสุรามองสำรวจร่างของชาร์มมิ่งในชุดสูทแสนเนี้ยบอย่างจาบจ้วง มันเป็นสายตาที่บ่งบอกถึงความละโมบ อยากได้ และอิจฉาในความมั่งมีของผู้ชายตรงหน้าเขา 

เพราะข้อเสนอที่เลขาของซีเคติดต่อมาต่างหากที่ทำให้ผู้อำนวยการแห่งโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์ไมเคิลรู้สึกปลาบปลื้มและดีใจจนตัวแทบลอย ทองคำหนึ่งกระเป๋านักธุรกิจ แลกกับอิสรภาพของการเป็นเจ้าของโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าแสนตกอับ งานนี้ถ้าซีเคจ่ายจริงๆตามที่สัญญาไว้ ชายร่างอ้วนก็จะได้หลับนอนอยู่บนกองทอง สบายไปทั้งชาติเลยทีเดียว 

แต่ก่อนที่จะเริ่มดีลธุรกิจกันแบบตาต่อตา ผู้อำนวยการเจมส์ต้องรู้ก่อนว่าหนุ่มสาวตรงหน้าคือเจ้าของกิจการพันล้านในเครือธุรกิจซีเคตัวจริง 

ชาร์มมิ่งจงใจสั่งไวน์แดงที่ดีที่สุดของร้านอาหารมา เขาทำเป็นนั่งละเลียดน้ำอมฤตสีแดงอย่างมีศิลปะแบบที่อัลฟรองโซช่วยเทรนมา ในขณะที่เฟลมมิ่งอธิบายถึงการทำธุรกิจครั้งนี้ให้ผู้อำนวยการร่างอ้วนฟังอย่างกับเลขาสาว คริสติน่า หยางมาเอง 

ผู้อำนวยการเจมส์เป็นชายแก่แต่เหลี่ยมจัด ถึงหูจะฟังคำอธิบายของเลขาสาวสวยตรงหน้า แต่ตากลับจ้องไปที่แหวนสัญลักษณ์แอ็บสแตร็คบนนิ้วมือเรียวยาวของชายหนุ่มเศรษฐีพันล้านตรงหน้าไม่วางตา แหวนวงนี้นี่เองที่เป็นตัวบอกว่าคนตรงหน้าเป็นตัวจริงหรือตัวเก๊ แค่ตัวแหวนก็ทำมาจากทองคำขาวเนื้อดีแล้ว และอีกอย่าง ทุกคนในเมืองนี้ย่อมรู้จักสัญลักษณ์แหวนบนนิ้วมือของชายหนุ่มคนนี้ทั้งนั้น จึงไม่ต้องบอกเลยว่าตอนนี้ผู้อำนวยการแห่งโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์ไมเคิลกำลังคุยธุรกิจกับใครอยู่ 

งานนี้สองพี่น้องสจ๊วตเป็นหนี้บุญคุณซีเคอยู่มากโขเลยทีเดียว เพราะแค่แหวนวงเดียวก็สามารถบังตาคนละโมบอย่างชายร่างอ้วนที่กำลังจะติดเบ็ดโดยไม่รู้ตัวได้แล้ว 

เมื่อฟังคำอธิบายจบ ผู้อำนวยการเจมส์ตกลงเซ็นสัญญาเข้าร่วมธุรกิจกับเศรษฐีหนุ่ม ชายร่างอ้วนชักปากการาคาเหยียบหมื่นออกมาจากกระเป๋าหน้าอกบนชุดสูทสีเทาลายทาง สัญญาที่ว่านี้มีสองฉบับ ฉบับหนึ่งของตัวเอง อีกฉบับหนึ่งเป็นของฝ่ายซีเค 

เมื่อเซ็นสัญญาเสร็จ ชาร์มมิ่งก็วางกระเป๋านักธุรกิจลงบนโต๊ะ ก่อนเปิดออก เผยให้เห็นทองคำแท่งมากมายวางเรียงกันเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่ข้างใน แสงสว่างวาววามของทองคำบริสุทธิ์ตรงเข้าสะกิดต่อมความละโมบของชายร่างอ้วนทันที นิ้วอวบอูมคลำลงไปที่ทองคำแท่งที่อยู่ด้านบนสุด ยกขึ้นมาสัมผัสและชั่งน้ำหนักอย่างตรวจสอบ ก่อนลงความเห็นว่าวัตถุตรงหน้าเป็นของจริงแท้แน่นอน 

“กลัวพวกเราจะตลบหลังหรือ ผู้อำนวยการ”ชาร์มมิ่งถาม 

ผู้อำนวยการเจมส์หัวเราะร่า “ใครจะคิดอย่างนั้นล่ะครับ เศรษฐีพันล้านอย่างคุณซีเคอุตส่าห์โน้มตัวลงมาทำธุรกิจกับคนระดับผมทั้งที ถือเป็นเกียรติมากครับ หวังว่าเราคงได้ร่วมธุรกิจกันอีกนะ” 

ชาร์มมิ่งหัวเราะในลำคอด้วยความสมเพช 

“ครับ ผมเป็นพวกชอบเสาะหาผลประโยชน์อยู่แล้ว ขอบคุณที่เชิญชวนครับ” 

ผู้อำนวยการเจมส์ยิ้มค้าง ไม่รู้ว่าเขาแปลความหมายผิดหรือเปล่า แต่ในเมื่อทองคำส่องแสงวาววามอยู่ตรงหน้าแล้ว ทำให้เจ้าตัวไม่คิดอะไรมากไปกว่าการหาที่ปลอดภัยให้มันโดยการวางกระเป๋านักธุรกิจไว้ใต้โต๊ะ พร้อมกับใช้ขาหนีบอีกที ป้องกันไว้อีกชั้น นิ้วมืออวบอ้วนพับสัญญาของตัวเองมาใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อสูทพร้อมปากการาคาแพง 

“สั่งอาหารกันเถอะครับ ผมหิวแล้ว”ชาร์มมิ่งเสนอ 

“ดีเหมือนกันครับ”ร่างอ้วนยิ้มจนแก้มล้น 

เฟลมมิ่งทำหน้าที่เรียกเด็กเสิร์ฟมารับออร์เดอร์ 

“วันนี้ท่านจะรับอะไรดีคะ”สำเนียงอังกฤษผสมจีนของเด็กเสิร์ฟตรงหน้าเรียกให้ผู้อำนวยการแห่งโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์ไมเคิลมองด้วยความแปลกใจ ปกติร้านอาหารมีระดับแห่งนี้จะมีแต่พนักงานคุณภาพไม่ใช่เหรอ ทำไมครั้งนี้ถึงมีเด็กเสิร์ฟชาวจีนโผล่มาได้ล่ะ 

ชาร์มมิ่งบอกรายการอาหารที่ได้เตี๊ยมไว้กับสาวเสิร์ฟเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คริสติน่า หยางในชุดสาวเสิร์ฟทำท่าจดยิกๆแบบพองาม จากนั้นจึงหันไปถามชายร่างอ้วน 

“แล้วของท่านรับอะไรดีค่ะ” 

คริสติน่ารู้อยู่แล้วว่าผู้อำนวยการเจมส์จะสั่งอะไร เพราะข้อมูลที่เจย์ซีหามาให้ ทำให้เลขาสาวในชุดเด็กเสิร์ฟทำเครื่องหมายดอกจันไว้เท่านั้นตอนที่ผู้อำนวยการร่างอ้วนบอกรายการอาหารมา 

“กรุณารอสักครู่นะคะ”คริสต์บอก ก่อนจะจากไปพร้อมรายการอาหารในมือ ร่างเพรียวเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์รับออร์เดอร์ของกุ๊กประจำห้องครัวก่อนยื่นรายการอาหารให้พ่อครัว 

“มาช้าจริงๆ นึกว่าไปหลงเสน่ห์หนุ่มอยู่ที่ไหน”สำนวนจัดจ้านของพ่อครัวตาตี่ดังขึ้น ทำให้คริสต์ถึงกับเบ้ปาก อยากจะยัดรายการอาหารใส่ปากพ่อบ้านลีที่ปลอมตัวมาเป็นกุ๊กจำเป็นเสียเหลือเกิน 

“บ่นมาก”คริสต์ต่อคำ ก่อนจะรับจานอาหารที่ถูกทำเตรียมไว้แต่แรกมาจากพ่อบ้านลีแล้วเดินไปเสิร์ฟที่โต๊ะเป้าหมาย 

อาหารราคาแพงหูฉี่ค่อยๆทยอยมาจนครบ ของผู้อำนวยการเจมส์มาเป็นรายการเกือบสุดท้าย โดยที่กุ๊กลี ยูจีนไม่ลืมเหยาะ “สูตรพิเศษ” ใส่ลงไปในจานอาหารของผู้อำนวยการร่างอ้วนเพียงคนเดียวเท่านั้น 

“รายการอาหารมาครบแล้ว ทานกันเถอะ”ชาร์มมิ่งเปิดงาน 

ในขณะที่ผู้อำนวยการเจมส์กำลังจะตักอาหารเข้าปาก เสียงเซ็กซี่ของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้นจนเจ้าตัวต้องเงยหน้าขึ้นมอง 

“อ้า ในที่สุดฉันก็เจอคุณเสียที รู้ไหมคุณทำให้ฉันแทบคลั่งที่ไม่ได้เห็นหน้าคุณนะคะ”แคนดิซ คิงเดินผ่าวงของเด็กเสิร์ฟมากหน้าหลายตาเข้ามากึ่งกลางร้านอาหาร ร่างบางหุ่นนาฬิกาทรายของสาวเจ้าในชุดรัดรูปสีแดงเลือดนกราวกับนางพญาเดินมาโปรดสัตว์โลกก็ไม่ปานมาหยุดอยู่ที่โต๊ะเป้าหมาย ข้างหลังของอนงค์นางคือร่างสูงสง่าไม่แพ้ใครของเจย์ซีซึ่งอยู่ในชุดเด็กขับรถประจำตัวของซีเค 

“ผมพาเพื่อนสาวของคุณมาส่งครับ”เจย์ซีเอ่ยตามบทที่ได้วางไว้ ก่อนออกไปจากร้านอาหาร เข้าประจำที่ของตัวเอง นั่นก็คือการเฝ้ายามอยู่ข้างนอกร้านอาหาร หากมีสิ่งใดผิดปกติเกิดขึ้นข้างนอก เจย์ซีจะเป็นคนจัดการเอง 

“ผมขอแนะนำให้รู้จัก นี่เพื่อนสาวคนล่าสุดของผมเอง วันนี้ถือเป็นวันพิเศษที่ผมและคุณได้มาคุยธุรกิจด้วยกัน งานนี้จะสำเร็จไม่ได้เลยหากขาดสาวงามคนนี้”ชาร์มมิ่งแนะนำชื่อสมมติของแคนดิซให้ผู้อำนวยการเจมส์รู้จัก แน่นอนว่าตาเฒ่าตัณหาจัดมองสาวงามอย่างแคนดิซตาไม่กะพริบ 

โอแม่เจ้า เขาเกิดมาจนเกือบจะสิ้นอายุขัยแล้ว ยังไม่เคยเห็นสาวรุ่นลูกคนไหนสวยแบบไม่เกรงใจใครเท่านี้มาก่อน หัวใจชายแก่แทบเต้นทะลุอกตอนที่หุ่นนาฬิกาทรายของนวลนางค่อยๆพิงร่างซบอกที่เต็มไปด้วยไขมันของเขา 

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”เสียงเซ็กซี่เอ่ยอย่างเย้ายวน ณ วินาทีนี้พระก็พระเถอะ หากได้เข้าใกล้แม่สาวอันตรายคนนี้เป็นต้องสึกกันหมดแน่นอน 

แคนดิซโปรยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์กินใจชายแทบทุกวัย กิริยาภายนอกที่แสดงออกเต็มไปด้วยการยั่วยวนที่ถูกอัลฟรองโซเทรนมาอย่างดี หากแต่ในใจหญิงสาวแทบจะร่ายสองพี่น้องสจ๊วตแบบบทสวดพระกัณฑ์ไตรปิฎกก็ไม่ปาน ข้อหาโกหกมดเท็จกระทงใหญ่ 

ตอนที่เธอเดินเข้ามาพร้อมกับเจย์ซีมันก็ดีอยู่หรอก เพราะทันทีที่เห็นเก้าอี้ทางด้านหลังตัวที่ผู้อำนวยการเจมส์ แมคเจลแลนนั่ง เมื่อมองจากรูปลักษณ์บางส่วนที่โผล่พ้นพนักพิงเก้าอี้ขึ้นมา แคนดิซก็จินตนาการไปไกลตามคำบอกเล่าของสองพี่น้องนักต้มตุ๋น 

คำบอกเล่าที่ว่าผู้อำนวยการเจมส์เป็นฝรั่งตาน้ำข้าว สูงยาวเข่าดีและมีผมสีบลอนด์เงางาม โอ...รู้แบบนี้แคนดิซแทบจะกระโจนตัวปลิว ตอบรับข้อเสนอของสองพี่น้องสจ๊วตแทบไม่ทัน เธอนึกว่างานนี้ยิงปืนนัดเดียวจะได้นกสองตัว 

ได้อ่อยเหยื่อสุดหล่อในแผนการของเฟลมมิ่ง และได้ดินเนอร์กับหนุ่มในสเป็คที่เธอได้วาดฝันไว้ 

แต่ความเป็นจริงก็คือ... 

ตัวจริงของผู้อำนวยการที่สาวงามได้มาเจอกลับเป็นชายแก่ร่างอ้วนใหญ่ ตาสีน้ำข้าวจางๆฉ่ำเยิ้มและหัวล้านเลี่ยน มีเพียงผมสีทองกระจุกหย่อมๆแบบที่ต้องใช้แว่นขยายส่องถึงจะเห็นสีทองแต่งแต้มอยู่บนหนังหัว 

ฝากไว้ก่อนเถอะพี่น้องสจ๊วต เธอจะเอาคืนให้เข็ดข้อหาทำให้สาวงามต้องมาเปลืองตัว! 

ผู้อำนวยการเจมส์ดูจะเพลิดเพลินกับสาวสวยเป็นพิเศษ ซึ่งนั่นก็ทำให้สองพี่น้องสจ๊วตพอยิ้มออกมาได้เพราะเข้าตามแผนเป๊ะ แต่ก็มีสิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึง มันเริ่มมาจากเสียงของพ่อบ้านลีที่ดังขึ้นมาในไมค์ตัวจิ๋วที่อยู่ในหูของทุกคน 

“คริสต์เก็บจานหรือยัง ไอ้ผู้อำนวยการอ้วนนั่นก็สั่งอาหารไปกินนานแล้วนะ” 

“ยังเลย ก็เขายังกินไม่เสร็จนี่”คริสต์ตอบ เธอได้รับบทเป็นพนักงานเสิร์ฟประจำโต๊ะเป้าหมาย จึงมองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน 

“ยังไม่เสร็จอีกเหรอ นี่ก็นานแล้วนะ ป่านนี้น่าจะนอนหลับได้แล้วสิ เพราะฉันเหยาะ “สูตรพิเศษ” ลงไปบนน้ำซอสในจานนั้น” 

อะไรนะ! 

ทุกคนที่ได้ยินเสียงแทบจะตาค้าง มองไปที่จานของผู้อำนวยการเป็นตาเดียว แล้วก็พบว่าชายร่างอ้วนแตะต้องอาหารน้อยมาก และน้ำซอสที่ราดไว้บนอาหารเสียเยิ้มก็ยังอยู่ในสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลง 

นี่ก็ใกล้เวลาที่ผู้อำนวยการจะกลับแล้ว ถ้าไม่รีบทำให้อีกฝ่ายหลับตอนนี้ล่ะก็ มีหวังแผนต้มตุ๋นได้พังไม่เป็นท่าแน่ 

ทำยังไงดี 

สองพี่น้องสจ๊วตมองหน้ากันด้วยความกระอักกระอ่วน งานนี้คงต้องรีบใช้หัวแก้ปัญหาเสียแล้ว ไม่งั้นคงถูกซีเคกระทืบตายเพราะทองคำแท่งเกือบครึ่งร้อยอยู่ในกระเป๋าใต้โต๊ะที่ผู้อำนวยการหนีบไว้แน่นไม่ยอมปล่อย 

ชาร์มมิ่งอยากลุกขึ้นมาตุ๊ยหน้าผู้อำนวยการจอมฉ้อฉล แต่ก็รู้ตัวดีว่าทำแบบนั้นไม่ได้ ไม่งั้นจะเป็นการเปิดเผยตัวเองในที่สาธารณะ อาจทำให้ซีเคต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ผู้อำนวยการเจมส์อาจจะไหวตัวทัน หนีไปพร้อมทองคำแท่งทั้งกระเป๋าก็ได้ 

ในขณะที่ทุกคนกำลังกระวนกระวายอยู่นั้น แคนดิซเป็นคนเดียวที่ใช้เสียงแหบเซ็กซี่เอ่ยขึ้นมาพอดี 

“ผู้อำนวยการคะ วันนี้คุณไม่ค่อยได้แตะอะไรเลย ทำไมไม่ทานอะไรสักนิดล่ะค่ะ อาหารที่สั่งมาก็ยังทานไม่หมดเลย” 

“วันนี้ผมไม่ค่อยหิวครับ ได้มานั่งอยู่กับสาวสวยอย่างคุณ ผมก็อิ่มไปจนถึงคืนนี้เลย” 

“แบบนี้ไม่ดีเลยนะคะ ผู้อำนวยการเนี่ยเอาแต่ใจจริงๆ ต้องทำยังไงนะคุณถึงทานข้าวบ้าง” 

ผู้อำนวยการเจมส์หัวเราะจนพุงกระเพื่อม “ขอบคุณที่เป็นห่วงผมนะ สาวน้อย แต่อาหารแบบนี้ผมจะกินเมื่อไหร่ก็ได้ วันนี้ไม่อยากกินเสียด้วยสิ” 

ว่าแล้วผู้อำนวยการเจมส์ก็เรียกคริสต์มาเก็บจานอาหารของเขาไปเสียเฉยๆ 

คริสต์รับจานอาหารที่แทบไม่พร่องด้วยความรู้สึกหลากหลายไม่ต่างจากคนอื่น เพราะ “สูตรพิเศษ” ที่ใช้พิฆาตชายร่างอ้วนคนนี้กำลังจะกลายเป็นเศษอาหารให้หมูได้รับประทาน 

แย่แล้ว 

ทุกคนในห้องอาหารรวมทั้งกุ๊กจำเป็นได้ยินทุกอย่างผ่านไมค์ตัวจิ๋วเริ่มเหงื่อตก ในฐานะที่เป็นเด็กเสิร์ฟ คริสต์ไม่สามารถอ้อนวอนให้ลูกค้าระดับวีไอพีรับประทานอาหารจากจานที่เขาไม่ต้องการได้หรอกนะ 

“อา อาหารมื้อนี้นับว่าดีมากทีเดียว ผมชอบอาหารร้านนี้มากเลยนะครับ ไว้วันหลังจะมาทานร้านอาหารของคุณซีเคใหม่ วันนี้คงต้องขอตัวกลับก่อนนะครับ”ผู้อำนวยการเจมส์เอ่ยลา มืออวบอูมหิ้วหูกระเป๋านักธุรกิจขึ้นมาถือไว้ข้างหนึ่ง ในขณะที่มืออีกข้างโอบเอวแคนดิซไว้ ตั้งใจจะพาสาวสวยไปสนุกที่บ้านต่อ 

เจย์ซีกระชับปืนโคลท์ที่อยู่ภายในกระเป๋าเอาไว้ ถ้าหมอนั่นออกมานอกร้านเมื่อไหร่ เห็นทีคงต้องเป่าหัวให้ได้รูแล้วล่ะ 

“เจมส์คะ” 

“ครับ”ผู้อำนวยการแห่งโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์ไมเคิลตอบรับเมื่อได้ยินเสียงแหบพร่าของสาวเซ็กซี่ข้างกาย 

“ทำไมเราไม่นั่งดื่มกันก่อนล่ะคะ ฉันยังไม่เมาเลยนะ แบบนี้ก็ไม่มีอารมณ์น่ะสิคะ” 

สองพี่น้องสจ๊วตและคนอื่นๆที่ได้ยินผ่านไมค์จิ๋วแทบจะกลั้นหายใจตาย นี่ถ้าซีเคมาได้ยินว่าญาติสาวตัวเองพูดอะไรแบบนี้ออกมาล่ะก็ พ่อเจ้าประคุณคงหัวใจวาย ในฐานะที่เป็นผู้ปกครองคนเดียวที่หลงเหลืออยู่ในโลกนี้ของหญิงสาว 

และแล้วทุกคนก็ได้เห็นภาพที่ชวนให้ตกตะลึงระคนเสียววาบ นั่นก็คือ...แม่สาวแคนดิซ คิง ยกแก้วไวน์แดงจรดริมฝีปากอิ่มสีกุหลาบแดง ก่อนจะละเลียดของเหลวในแก้วอย่างเชื่องช้าหากแต่ยั่วยวนอยู่ในที ใครว่าแคนดิซมีดีแค่สวยอย่างเดียว แต่เจ้าตัวยังรู้จักนำมันมาใช้กู้สถานการณ์อีกด้วย 

แบบนี้ใช้ไหมที่เขาเรียกว่า “ผู้หญิงมีมารยาร้อยแปดเล่มเกวียน” งานนี้ชาร์มมิ่งไม่ขอเถียง เพราะมารยาที่เขาพยายามขุดมาใช้คงแพ้ราบคาบเมื่อเจอ “เจ้าแม่มารยา” ตรงหน้า 

ทุกคนทั้งที่นั่งอยู่ที่โต๊ะวีไอพีตัวเดียวกัน ทั้งที่นั่งอยู่ใกล้กัน ทั้งที่นั่งอยู่ไกลออกไป และทั้งที่ไม่ใช่วีไอพี รวมทั้งเด็กเสิร์ฟต่างหันมามองเป็นตาเดียว เมื่อแม่หญิงคนงามเริ่มเล่นสนุกกับไวน์แดงในแก้วตัวเอง ผู้อำนวยการเจมส์กลืนน้ำลายเอื๊อก เขาปล่อยกระเป๋านักธุรกิจตกพื้นอย่างไม่สนใจไยดี แคนดิซผลักร่างอ้วนใหญ่จนเขาล้มลงไปบนเบาะเก้าอี้นุ่ม สายตาฉ่ำเยิ้มมองที่ปากอวบอิ่มของสาวงามตาไม่กะพริบ 

พระเจ้า ถ้าจะทรงเมตตา ลูกขอไปเกิดเป็นไวน์แดงในแก้วนี้จะได้หรือเปล่า 

โดยที่ไม่มีใครทันคาดคิด แม่สาวหุ่นเว้าแบบนาฬิกาทรายก็ราดรดไวน์แดงลงบนเรือนร่างของเจ้าหล่อน มีเสียงโห่ร้องด้วยความตกใจและถูกใจจากทุกคนในร้านอาหาร แม้แต่ชาร์มมิ่งเองก็เป็นหนึ่งในนั้น 

“อ่า ไวน์แดงหมดแล้ว ทำยังไงดีนะ”เสียงเซ็กซี่กระชากใจชายถามขึ้น 

“ต...เติมครับ”ผู้อำนวยการเจมส์เอ่ยออกมาอย่างยากเย็น ก็สาวงามร้อนฉ่าดันมายั่วอารมณ์อยู่ตรงหน้าแบบนี้ ราคะในกายเริ่มถีบตัวขึ้นสูง คืนนี้แหละ เขาต้องได้แม่สาวคนนี้ 

“เติมให้นะคะ”ว่าแล้วแคนดิซก็จัดการรินไวน์แดงที่คริสต์ส่งให้ เธอรินมันลงไปประมาณสามส่วนสี่ของแก้ว ให้ตายเถอะ ขนาดท่ารินไวน์เธอยังทำให้ใจชายไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย ผู้อำนวยการเจมส์มองท่าทางเนิบช้าหากแต่ยั่วยุของสาวงาม มองนิ้วชี้เรียวงามที่จุ่มลงไปคนไวน์สีแดงในแก้วเนื้อบางอย่างหลงใหล ก่อนที่เขาจะรู้ตัว นิ้วสวยๆของเจ้าหล่อนก็บุกรุกเข้ามาในปากของเขาเสียแล้ว 

รสชาติไวน์แดงมียี่ห้อจากฝรั่งเศสกระจายอยู่ทั่วโพรงปากของผู้อำนวยการเจมส์ ไม่นึกเลยว่าสาวละตินอเมริกันหน้าหวานจะปรนเปรอเขามากมายขนาดนี้ 

“หมดแก้วนะคะ”หญิงสาวเอ่ยพร้อมกะพริบตาข้างเดียวอย่างเซ็กซี่ 

ไหนๆเธอก็อุตส่าห์เสนอมาแล้ว เขาคงต้องสนองเสียหน่อยล่ะ ว่าแล้วผู้อำนวยการโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์ไมเคิลก็ยกแก้วไวน์กระดกของเหลวสีแดงข้างในจนหมดแก้ว 

แคนดิซกระหยิ่มยิ้มย่อง ระหว่างที่อีกฝ่ายเผลอ เธอก็เอามือเช็ดกับเสื้อสูทลายทางสีเทานั่นซะเลย งานนี้แหละสองพี่น้องสจ๊วตจะต้องชดใช้ให้สาสม หญิงสาวบอกได้เลยว่านี่จะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวเท่านั้นที่เธอจะลดตัวลงมาทำอะไรบ้าบิ่นขนาดนี้ 

ทันทีที่ผู้อำนวยการเจมส์ดื่มไวน์หมดแก้ว แคนดิซก็ลากใบหน้าอวบอูมมาซบบ่านวลเนียน 

“ฉันชอบเพลงนี้จังเลยค่ะ” 

เป็นอันว่าตาเฒ่าตัณหากลับยังต้องนั่งฟังเพลงคลาสสิกต่อไปจนจบ แต่นั่นมันอยู่ในแผนของแคนดิซอยู่แล้ว อันที่จริงเธอไม่ได้ชอบเพลงคลาสสิกหรอกนะ ประเด็นมันอยู่ที่หลอดแก้วใสขนาดจิ๋วที่อยู่ในมือเธอต่างหาก ข้างในนั้นเคยมียาสูตรพิเศษแบบเดียวกับที่พ่อบ้านลีเหยาะลงในน้ำซอสในจานอาหารของอีกฝ่าย 

ตอนที่ผู้อำนวยการเจมส์ไม่ทันมอง หญิงสาวก็แอบใช้นิ้วเกลี่ยน้ำยาสีใสนี้มาไว้ที่นิ้วชี้ ก่อนจะคนลงไปรวมกับไวน์สีแดงในแก้วแล้วส่งให้เขาดื่มจนหมด 

ตอนนี้ก็ทำได้แค่รอให้ยาออกฤทธิ์เท่านั้น 

สเตรสนิล (Stresnil) ยาฉีดสงบประสาท มีฤทธิ์ช่วยให้เกิดอาการเซื่องซึมทางจิต หากถูกฉีดด้วยยาตัวนี้จะมีอาการสงบ ไม่แตกตื่นต่อสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ยาจะออกฤทธิ์เร็วประมาณสองถึงสามนาที หวังว่ายาตัวนี้จะได้ผล คงต้องใช้เวลาอีกหน่อยกว่าชายร่างอ้วนจะเคลิ้มและหลับไป 

ปัญหามีอยู่ว่ายาตัวนี้เป็นยาที่ใช้สำหรับฉีด แต่ว่า...ไอ้การที่จะเอาเข็มฉีดยามาจ่อที่แขนของแขกวีไอพีมันก็ใช่เรื่อง จึงต้องผสมลงไปในเครื่องดื่มหรืออาหารแทน ดังนั้นการออกฤทธิ์ของมันอาจจะช้ากว่าการฉีดแบบปกติ 

คุณหมออีวานเป็นผู้ค้นพบยาตัวนี้หลงเหลืออยู่ในคลังยาของเขา มันเป็นยาตัวเดียวในกลุ่มยากล่อมประสาทที่หลงเหลืออยู่ในคฤหาสน์ เนื่องจากยากล่อมประสาทตัวอื่นหมดมานานแล้ว และคุณหมอหนุ่มก็ไม่ได้ซื้อตุนไว้เนื่องจากว่าสมาชิกในบ้านส่วนใหญ่ไม่ค่อยป่วยไข้ถึงขนาดต้องให้ยาที่ใช้หลังผ่าตัดและมีฤทธิ์รุนแรง หลังจากคุณหมออีวานโทรไปถามทางโรงพยาบาลทั้งหมดในเมืองนี้เพื่อจะสั่งซื้อยากล่อมประสาทที่จำเป็นต้องใช้ในแผนการครั้งนี้ ปรากฏว่าคำตอบที่ได้ก็คือ ยากล่อมประสาทที่คุณหมอหนุ่มต้องการจะได้อย่างเร็วที่สุดก็คืออีกสองอาทิตย์ข้างหน้า เมื่อเห็นว่าไม่ทันกับแผนการในครั้งนี้ คุณหมออีวานจึงจำเป็นต้องงัดยาตัวนี้มาใช้อย่างช่วยไม่ได้ 

แต่สาเหตุที่ทำให้แคนดิซอารมณ์ดีอย่างผิดหูผิดตาและยิ้มไม่หุบก็คือ สเตรสนิล (Stresnil) ยาฉีดสงบประสาทตัวนี้เป็นยาที่ใช้ฉีดกับหมูเวลาที่หมูเพศเมียดุ ไม่ยอมให้นมลูก ฉีดเพื่อช่วยให้แม่หมูคลอดลูกได้ง่ายขึ้น ฉีดเมื่อหมูเกิดอาการหอบ หัวใจทำงานหนักเกินไป ฉีดเมื่อหมูเกิดอาการเครียดเวลาถูกขนส่งไปยังที่ต่างๆหรือเวลาที่ถูกตอน ฉีดเพื่อป้องกันการกัดกันของหมูเพศผู้เวลาที่มารวมตัวกันในโรงฆ่าสัตว์ และฉีดยาตัวนี้ให้หมูร่วมกับตัวยาที่ชื่อHypnodilเพื่อใช้เป็นยาสลบ 

ยาจะได้ผลกับสัตว์เล็กภายในเวลาสิบห้านาที สำหรับสัตว์ใหญ่จะเห็นผลภายในครึ่งชั่วโมง และฤทธิ์ของยาจะอยู่ได้หนึ่งถึงหกชั่วโมงเลยทีเดียว 

แต่นั่นมันสำหรับสัตว์น่ะนะ และปริมาณส่วนใหญ่ที่ใช้กันก็คือขนาดศูนย์จุดห้าถึงหนึ่งซีซีต่อสัตว์หนึ่งตัว แต่ผู้อำนวยการเจมส์ไม่ใช่สัตว์นี่นา นี่จึงเป็นปัญหาให้คุณหมออีวาน เพียสต้องเอาคอตัวเองขึ้นพาดบนเขียงเล่นๆ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น คนที่ซวยที่สุดก็คงหนีไม่พ้นคุณหมอประจำคฤหาสน์คิงนี่แหละ 

ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย คุณหมอหนุ่มจึงบรรจุยาให้ตามที่องค์การอาหารและยากำหนดให้สัตว์ตามมาตรฐาน นั่นก็คือขนาดศูนย์จุดห้าถึงหนึ่งซีซี 

อาจเป็นไปได้ว่าผู้อำนวยการเจมส์อ้วนเหมือนหมูจริงๆ หลังจากแคนดิซหลอกให้นั่งฟังเพลงคลาสสิกร่วมสี่สิบนาที ชายร่างอ้วนก็หลับแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวอีกเลย 

ความคิดเห็น