เรื่องราวความรักแสนอบอุ่นของช่างภาพหนุ่มไส้แห้งกับคุณหนูร่างกายอ่อนแอ (อัพทุกวันไม่เว้นวันหยุด)

ตอนที่ 1-5 พบกับเธอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-5 พบกับเธอ

คำค้น : นิยายญี่ปุ่นถูกลิขสิทธิ์ นิยายญี่ปุ่น นิยายแปล เก็บภาพฝันฉันกับเธอ โรแมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 442

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 เม.ย. 2563 10:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-5 พบกับเธอ
แบบอักษร

“ไหนเดินหน่อย” 

คุณโทเนะถือกล้องไว้ในมือขณะออกคำสั่งกับนางแบบสองคนที่ยืนข้างกัน 

“เอาล่ะนะ หนึ่ง สอง ก้าว ก้าว ก้าว” 

นางแบบทั้งสองคนเดินข้ามทางม้าลายไปโดยมีคุณโทเนะเดินตามถ่ายจากด้านหลัง ร่างกายท่อนบนของพวกเธอไม่เคลื่อนไหวตามการเดินเลยสักนิด ประหนึ่งผู้ชำนาญศิลปะการป้องกันตัว 

“มีรถจะเลี้ยวคร้าบ” 

ผมบอกให้ทุกคนรับรู้ถึงรถยนต์ที่กำลังจะเลี้ยวผ่านสี่แยกมาทางนี้ เมื่อคุณโทเนะกับนางแบบเดินกลับมาที่ทางเท้าก็เอาตัวกันพวกเขาไว้แล้วก้มศีรษะให้กับคนขับรถเบาๆ  

นี่คืองานพิเศษของผม 

เป็นงานพิเศษของสตูดิโอถ่ายภาพส่วนตัวซึ่งผมทำมาตั้งแต่สมัยเรียน หน้าที่ได้แก่การเบิกใช้หรือจัดเก็บอุปกรณ์การถ่ายภาพ ทำความสะอาดสถานที่ ถ้าออกไปถ่ายด้านนอกก็คอยช่วยระวังคนเดินผ่านไปผ่านมา ว่าอีกอย่างก็คืองานจิปาถะทั่วไปนั่นเอง 

“เอาลมมาพัดๆ หน่อย” 

ผู้ช่วยยกพัดลมขนาดพกพาขึ้นมาด้วยสองมือแล้วหันลมไปทางนางแบบ 

หลังจากที่รถเคลื่อนตัวผ่านไป พวกเขาก็กลับไปถ่ายภาพตอนเดินข้ามทางม้าลายอย่างเหมือนที่ถ่ายไปแล้วหลายต่อหลายครั้ง 

“ขอเช็กรูปก่อนนะครับ” 

คุณโทเนะเริ่มเช็กรูปจากโน้ตบุ๊คที่วางเอาไว้บนขาตั้ง มีฉากสีดำบังรอบๆ จอเพื่อช่วยให้เห็นสีได้ตรงกับความเป็นจริง ตอนดูเลยต้องสอดหัวเข้าไปในนั้น เด็กทำงานพิเศษหน้าใหม่ชื่อนัทสึกิจังใช้แผ่นรีเฟลคเตอร์แบบพับได้บังแดดให้กับโทเนะซัง 

นางแบบทั้งสองคนเองก็มีคนในกองถ่ายช่วยกางร่มขนาดใหญ่ให้ 

สี่แยกแห่งนี้อยู่บนถนนจิงงุมาเอะซันโจเมะ ใกล้ๆ กับสตูดิโอซึ่งตั้งอยู่ในย่านฮาราจูกุ 

แม้จะเป็นเวลาเช้าตรู่แต่ก็มีทั้งรถและผู้คนเดินสวนกันขวักไขว่ พื้นที่ถ่ายแบบดูราวกับล่องลอยออกมาจากสิ่งรอบตัวครึ่งระดับ ไม่กลมกลืนกับความเป็นจริงเท่าใดนัก 

นางแบบทั้งสองคนลอบมองหน้าจอจากด้านหลังของคุณโทเนะ คงจะอยากเห็นเหมือนกันว่าภาพของตนเองออกมาเป็นอย่างไร นางแบบเกือบทุกคนชอบทำแบบนี้ 

ด้านหลังพวกเขามีบรรณาธิการของนิตยสารฉบับหนึ่งซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างในครั้งนี้ยืนอยู่ พร้อมช่างทำผมคนกันเองที่หน้าตาท่าทางดูเหมือนหนูแฮมสเตอร์ เมื่อรวมผมด้วยก็จะมีสิบคน พวกเรายืนกันนิ่งๆ อยู่สุดขอบทางเดินเท้า 

“ดูไม่ออกเลยเนอะว่าเสื้อท่อนบนราคาแค่พันเยน” 

นางแบบทั้งสองละสายตาจากหน้าจอแล้วพูดคุยกัน ทั้งสองคนสวมใส่ชุดที่เป็นการมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าฟาสท์แฟชั่น เดี๋ยวนี้มักจะมีการทำคอลัมน์เกี่ยวกับการจับคู่เสื้อผ้าในแนวนี้บ่อยๆ 

ผมทำเป็นปรายตามองนางแบบคุยกัน แล้วก็จ้องมองเธอคนนั้น 

นัทสึกิจัง 

เธอเพิ่งเข้ามาทำงานเมื่อเดือนก่อน ตอนนี้กำลังบังแดดให้คุณโทเนะด้วยสีหน้าจริงจัง 

ผมย้อมสว่างเป็นสีที่ไม่ค่อยเหมือนใคร เป็นคนที่ให้ความรู้สึกเหมือนแมวตัวเล็กๆ ใส่แว่น 

แล้วนัทสึกิจังก็รู้ตัวว่าผมกำลังมองอยู่ พอผมลุกลี้ลุกลนทำเป็นกลบเกลื่อน เธอก็ยิ้มกว้างแล้วโบกมือมาให้เบาๆ 

หัวใจของผมลิงโลดด้วยความสุขที่เปี่ยมล้น 

“โอเค เสร็จเรียบร้อยแล้วคร้าบ” 

คุณโทเนะประกาศ พร้อมกันนั้นทั้งเด็กทำงานพิเศษอย่างพวกผมและผู้ช่วยก็รีบตรงไปเก็บข้าวของทันที ผมยกกระเป๋าขนาดใหญ่สองใบขึ้นสะพายบ่า แล้วเดินลงจากเนินที่อากาศอุ่นๆ มุ่งหน้าลงไปยังสตูดิโอ 

นัทสึกิจังเดินมือเปล่าด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน ที่นี่ทำงานโดยหลักการ ‘หาหน้าที่ทำเอาเอง’ เพราะฉะนั้นเลยเกิดการชิงงานกันอยู่เสมอ 

ผลก็คือ คนที่ทำมานานแบบผมจะถือของเยอะ ส่วนคนที่เพิ่งมาทำใหม่ๆ แล้วยังไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรตรงไหนบ้างก็จะหยิบจับช้ากว่าจนไม่ทันได้คว้าอะไรติดมือ ตัวผมเองช่วงแรกๆ ก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน ค่อนข้างจะลำบากใจไม่เบา 

“นัทสึกิจัง ถือใบนี้ไหม?” 

“เอ๋?” 

เธอรู้ว่าผมเสนอเพราะเห็นใจเลยทำท่าจะปฏิเสธด้วยความเกรงใจ 

“อีกใบมันหนัก คิดว่านัทสึกิจังถือไม่น่าจะไหวหรอก เอาอันนี้ไปถือเถอะ” 

“ทำไมดูถูกกันแบบนี้ล่ะคะ!” 

นัทสึกิจังเวลาโดนแกล้งนั้นแสดงปฏิกิริยาตอบโต้ได้น่ารักมากๆ 

พอพูดคุยกับแบบนี้บ่อยๆ เข้าก็หลงรักเธอเข้าเสียแล้ว 

การถ่ายแบบจบลงเร็วกว่าที่กำหนดไว้ เลยมีเวลาว่างเหลืออยู่ก่อนจะถึงเวลางานถัดไป 

ต้องรีบกินข้าวเที่ยงตอนที่กินได้ ผมรีบเปิดแซนด์วิชที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อ 

“คุณโทเนะ” 

ผมส่งเสียงเรียกคุณโทเนะที่จิ้มมือถืออยู่ในบริเวณเลาจ์ของสตูดิโอ 

“ช่วยดูบุ๊กให้ผมหน่อยได้ไหมครับ?” 

บุ๊กคืออีกชื่อหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอนั่นเอง 

“โอเค” 

คุณโทเนะวางโทรศัพท์ลงแล้วยื่นแขนอวบๆ ออกมารับพอร์ตโฟลิโอไปจากมือผม 

ผมมองเขาเปิดตัวเล่มอย่างประหม่า 

ที่ผ่านมาก็เคยขอให้เขาช่วยดูอยู่หลายครั้ง แต่ครั้งนี้ประหม่ามากเป็นพิเศษ เพราะในหน้าสุดท้ายมีภาพถ่ายใบนั้น 

คุณโทเนะซึ่งทำงานด้านโฆษณาเพียงอย่างเดียวมาโดยตลอด เมื่อเห็นภาพนั้นแล้วจะพูดอะไรออกมา ผมคาดหวังว่าจะได้ฟังอะไรดีๆ แต่ก็มีความหวาดกลัวมาบดทลายความรู้สึกนั้น 

ทันทีที่เปิดหน้าแรก คิ้วของคุณโทเนะก็ขมวดเข้า แล้วการพลิกหน้าที่เร็วอยู่แล้วแต่เดิมก็เพิ่มสปีดขึ้นไปอีก เป็นสัญญาณที่ไม่ดีเลย ใจผมเจ็บแปลบ 

แต่ยังมีหน้าสุดท้าย เขายังไม่เห็นหน้าสุดท้าย... 

แต่ทว่า... 

“...อืม~” 

เปิดไปได้เพียงราวๆ ครึ่งเล่ม คุณทาเนะก็หยุด ขยี้ผมย้อมสีของตนยิกๆ แล้วหันมามองผม 

”ถามหน่อย นายชอบอะไร” 

“อะไรนะครับ” 

“ตอบไม่ได้ล่ะสิ” 

เขาดีดขอบของพอร์ตโฟลิโอ 

“ดูกี่ครั้งกี่ครั้งก็ดูไม่ออก” 

“...” 

โดนหมัดไม่ทันตั้งตัวเข้าเต็มๆ จนสมองหยุดทำงาน 

สิ่งที่ชอบ...แต่สิ่งที่อยู่ในแฟ้มนั้นเป็นภาพที่ผมได้มาโดยการเดินทางไปที่นู่นที่นี่ ถ่ายสิ่งที่รู้สึกว่าเข้าท่ามา แล้วเอาเมื่อเลือกเฟ้นอีกครั้งเลยนะ แต่ทำไม 

แต่ทำไมผมถึงไม่อาจตอบอะไรกลับไปได้กันนะ 

คุณโทเนะละสายตาจากผมแล้วหันไปสูบไอคอส*ได้กลิ่นไหม้ลอยกรุ่นขึ้นมาแว็บหนึ่ง 

“นายอยากเป็นศิลปินช่างถ่ายภาพใช่ไหม?” 

“...ครับ” 

ผมตอบไปด้วยเสียงบางเบาราวกับลมหายใจใต้ท้องน้ำมหาสมุทร 

เพราะรู้ดีว่ากำลังโดนบอกอ้อมๆ ว่าผมไม่เหมาะกับเส้นทางนั้น 

“เป็นศิลปินน่ะไม่มีจะกินหรอกนะ คนที่หากินได้จากการเป็นศิลปินน่ะน้อยจนแทบนับนิ้วได้ คนอย่างฮานาคิน่ะมีแค่หยิบมือ” 

ผมก้มหน้าอยู่เช่นเดิม เก็บอารมณ์ของตนเองเอาไว้ 

เสียงเพลงตะวันตกฟังสบายที่เปิดในเลาจ์นั้นสะท้อนในหัวดังเกินควร 

“ลองไปปรึกษาฮานาคิดูไหม” 

คุณโทเนะว่า 

“หมอนั่นน่าจะทันสมัยกว่าฉัน น่าจะคุยกันง่ายกว่านะ” 

ผมตอบอะไรกลับไปไม่ได้ 

“หมอนั่นสบายดีไหมล่ะ?” 

“...ดีมั้งครับ ช่วงหลังผมไม่ค่อยได้คุยกับเขา” 

“ไหนๆ ก็มีเพื่อนเป็นศิลปินขายดีทั้งที...” 

โทรศัพท์ของคุณโทเนะสั่นเพราะสายเรียกเข้า 

“โอ้ย สวัสดีคร้าบ ยินดีรับใช้ครับ... ขอบคุณครับ” 

น่าจะเป็นลูกค้าขาประจำ คุณโทเนะเข้าสู่โหมดคุยลืมโลกไปแล้ว 

ต้องได้แต่ตามน้ำแล้วแหละ 

ผมเอาพอร์ตโฟลิโอที่อีกฝ่ายเปิดดูเพียงครึ่งเดียวกลับมา โค้งให้หนึ่งครั้งแล้วออกไปจากเลาจ์ 

ฮานาคิเป็นหนึ่งในศิลปินช่างถ่ายภาพที่หากินได้จากการถ่ายภาพ ซึ่งในญี่ปุ่นก็มีอยู่เพียงไม่กี่คน ภาพของหมอนั่นมีความอบอุ่นเฉพาะตัวที่ชวนให้มุมปากยกยิ้มทุกครั้งที่มอง จึงเข้าใจได้ที่ผลงานเป็นที่ชื่นชอบของใครต่อใคร นอกจากนี้ยังมีฝีมือการถ่ายภาพบุคคลที่ไม่เป็นรองใคร หากจะขอคำแนะนำจากใครสักคน หมอนั่นก็คงจะเหมาะที่สุด 

แต่ว่า... 

ผมเดินลงบันไดอลูมิเนียมไม่กี่ขั้น ผ่านพื้นที่ถ่ายแบบไปยังห้องพักสำหรับสตาฟฟ์ที่พ่วงตำแหน่งห้องเก็บอุปกรณ์ไปด้วย 

“คุณจิน!” 

นัทสึกิจังเดินเข้ามาใกล้ด้วยแววตาระยิบระยับ 

“มะ มีอะไรเหรอ?” 

“คุณจินเป็นเพื่อนกับฮานาคิ เรียวสุเกะเหรอคะ!?” 

ความรู้สึกที่พองตัวอยู่ก่อนหน้านี้แฟบลงไปทันตา 

“นึกว่ารู้อยู่แล้วซะอีก?” 

“เคยได้ยินว่าเขาเคยทำงานที่นี่ แต่เพิ่งรู้นี่แหละค่ะว่าเป็นเพื่อนคุณจิน!” 

สมัยก่อนฮานาคิกับคาเสะก็ทำงานอยู่ที่นี่ และเรื่องนี้ก็กลายเป็นตำนานย่อมๆ ของสตูดิโอแห่งนี้ไป คุณโทเนะก็มักจะเล่าเรื่องนี้ให้ลูกค้าฟังเหมือนกัน 

ที่นัทสึกิจังไม่เคยรู้ว่าผมเป็นเพื่อนกับฮานาคินั้น ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าเป็นเพราะคนอื่นเกรงใจ ไม่อยากจะเอาเรื่องของผมไปพูด หรือเพราะรู้สึกว่าไม่ได้สำคัญพอจะไปพูดให้ใครฟัง 

“ฉันเป็นแฟนตัวยงเลยค่ะ! มีทางไหนให้ฉันได้เจอเขาบ้างไหมคะ? หรือฉันหวังสูงไป??” 

 ไม่เคยเห็นนัทสึกิจังดูตื่นเต้นขนาดนี้มาก่อนเลย ความกระตือรือร้นของเธอทำให้เข้าใจได้ไม่ยากว่าเธอคงชอบมากจริงๆ ความชอบอันเร่าร้อนของเธอมันบิดจนหัวใจของผมแทบจะผิดรูป แต่ผมพยายามสุดชีวิตไม่ให้เธอดูออก จะทำตัวน่าสมเพชแบบนั้นไม่ได้ 

“วันหลังจะลองถามหมอนั่นให้นะ” 

“จริงนะคะ!? เย้!” 

เธอทำท่าไชโยอย่างสดใส แล้วก็ตบไหล่ผมพลั่กๆ 

ตอนเรียนวิทยาลัยอยู่ปีสอง ฮานาคิ คาเสะ และผม เราสามคนเริ่มทำงานพิเศษที่นี่ 

เป็นงานที่ไม่มีโอกาสได้ทำเท่สักนิด เลยอยากลาออกตั้งแต่เริ่มทำช่วงแรกๆ แต่เพราะทิฐิว่าไม่อยากให้ใครรู้ว่าผมคิดกับงานนี้ยังไงเลยทำต่อมาเรื่อยๆ จนปัจจุบัน 

ผมรู้ว่าผมควรไปขอคำแนะนำเรื่องการถ่ายภาพจากฮานาคิ 

ทว่า...ศักดิ์ศรีมันค้ำคออยู่ 

อ้างไปเรื่อยว่ากลัวหมอนั่นจะพูดจารุนแรงจนทำให้ผิดใจกัน แต่จริงๆ แล้ว เหตุผลคือผมเจ็บใจและขุ่นเคืองไปเองคนเดียวที่เพื่อนร่วมชั้นได้ทำอาชีพที่ผมใฝ่ฝัน 

แม้จะรู้ว่าความคิดเช่นนี้ช่างน่าสมเพช แต่ก็ไม่อาจจัดการอะไรได้ 

 

* อุปกรณ์สูบประเภทหนึ่ง ให้ความร้อนกับบุหรี่แทนการเผา

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว