เรื่องราวความรักแสนอบอุ่นของช่างภาพหนุ่มไส้แห้งกับคุณหนูร่างกายอ่อนแอ (อัพทุกวันไม่เว้นวันหยุด)

ตอนที่ 1-2 พบกับเธอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-2 พบกับเธอ

คำค้น : นิยายญี่ปุ่นถูกลิขสิทธิ์ นิยายญี่ปุ่น นิยายแปล เก็บภาพฝันฉันกับเธอ โรแมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 927

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 เม.ย. 2563 00:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-2 พบกับเธอ
แบบอักษร

บริเวณสำหรับถอดและวางรองเท้านั้นกว้างราวๆ หนึ่งห้อง 

ผนังที่อยู่เบื้องหน้าประดับด้วยกรอบภาพหรูหรา ภายในคือภาพวาดคล้ายคลึงภาพทางภูมิศาสตร์สีสันสดใสที่น่าจะเป็นฝีมือของศิลปินยุคปัจจุบัน 

เพียงแค่บริเวณโถงทางเข้าก็รู้สึกได้ถึงความกว้างขวางและแข็งแกร่งของอาคาร 

“เชิญครับ ถอดรองเท้าไว้ตรงนั้นได้เลยครับ” 

ผมถอดรองเท้าด้วยความเก้ๆ กังๆ ก่อนก้าวเท้าขึ้นบริเวณที่ยกระดับขึ้นเป็นตัวบ้านแล้วเดินตามเขาไปตามโถงทางเดิน 

ตามองเห็นห้องนั่งเล่นเปิดโล่ง บรรยากาศปลอดโปร่งราวกับภาพถ่ายในนิตยสาร เฟอร์นิเจอร์ดูหรูหราจัดวางอย่างสะอาดสะอ้าน ไร้ฝุ่นโดยสิ้นเชิง รู้สึกกดดันไปพลางสังเกตเห็นว่า... 

ไม่รู้สึกถึงกลิ่นอายของการใช้ชีวิตเลย 

พื้นผิวของบันไดวนราบเรียบ เมื่อเดินขึ้นไปแล้วก็ออกมาสู่โถงทางเดินชั้นสอง บรรยากาศโดยรอบดูอ่อนโยนด้วยแสงอาทิตย์ฉายผ่านม่านสีขาวเข้ามา 

หน้าต่างบานนั้นนั่นเอง 

นี่คือที่ที่เธอคนนั้นยืนอยู่เมื่อสักครู่นี้ 

คุณเอโต้เดินไปหยุดอยู่หน้าประตูห้องหนึ่งซึ่งอยู่ลึกเข้าไปอีกเล็กน้อย เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม 

“คุณหนูฮารุ กระผมพาท่านนั้นมาแล้วครับ” 

ฮารุ คงจะเป็นชื่อของเธอคนนั้น 

ไม่มีเสียงตอบมาจากอีกฟากของบานประตู แต่คุณเอโต้ทำมือเหมือนจะยกบางอย่าง วางมือลงบนลูกบิด แล้วดึงประตูเปิด 

และในขณะเดียวกันก็ก้าวถอยหลังไป เป็นการบอกใบ้ให้ผมเดินเข้าไปก่อน 

“...” 

ผมลังเลสักพักแล้วก้าวเท้าไปข้างหน้า เสียงหัวใจเริ่มรัวแรงเหมือนจะป่าวประกาศให้รู้ซึ้งถึงตัวตนของมันเบื้องหลังกระดูกซี่โครง เผลอหลุบตาลงต่ำเหมือนตอนสัมภาษณ์งาน เมื่อลอดผ่านกรอบประตูไป ผมก็...เงยหน้า 

 

ทั่วทั้งบริเวณมีแต่สีขาวโอบล้อม 

 

 ทั้งผนังและเพดานล้วนเป็นสีขาวปลอด บนนั้นมีภาพถ่ายและวิดีโอของทิวทัศน์งดงามฉายผ่านโปรเจกเตอร์สะท้อนอยู่จางๆ สีสันอันฟุ้งเบลอราวกับฝันนั้นชวนให้นึกถึงแสงจางๆ ที่ลอดผ่านกระจกเสตนกลาส 

ด้วยสายอาชีพทำให้เผลอมององค์ประกอบเหล่านั้นก่อนสิ่งอื่นใด แต่ในคลองสายตาก็มองเห็นบางสิ่งที่อยู่ตรงมุมห้องอย่างชัดเจนด้วย 

เตียงสีขาว 

เธอคนนั้นรอผมอยู่บนเตียง ร่างกายท่อนบนเอนพิงหมอนวางซ้อนกันหลายใบ 

ยังคงรู้สึกเช่นเดิมว่าเธอช่างเหมือนกับดอกไม้ที่เบ่งบานท่ามกลางหิมะ ดูแล้วน่าจะอายุน้อยกว่าผมเล็กน้อย...อาจจะสักยี่สิบ ยังคงดูเดียงสาเกินกว่าจะเรียกว่าหญิงสาวได้เต็มปาก 

“สวัสดีค่ะ” 

เสียงของเธอให้สัมผัสคล้ายหิมะอันอบอุ่น เป็นภาพเปรียบแสนย้อนแย้ง 

“ฉันชื่อยุคิมุระ ฮารุค่ะ” 

เธอค้อมศีรษะลงอย่างมีมารยาทแล้วแย้มยิ้ม เผยให้เห็นเส้นโค้งมนจากแก้มที่ยกขึ้นไล้ยาวลงมาจนถึงคาง คงเป็นสิ่งที่เธอได้มาโดยไม่ต้องพยายาม ไม่ว่าใครได้เห็นใบหน้าของเธอตอนนี้ก็คงจะเอ็นดูเธอกันทุกคน 

ผมทอดตามองด้วยความหลงใหลไปสักครู่ ภาพตรงหน้าดูห่างไกลจากสิ่งที่ได้เห็นในชีวิตประจำวันมากจนชวนให้เผลอไผล 

“คือว่า” 

เมื่อเธอส่งเสียงทักถึงได้สติ 

ตอนที่เธอยกมันขึ้นมาด้วยสองมือ ผมถึงสังเกตเห็นในที่สุดว่านั่นคือกล้องของผมนั่นเอง 

“ฉันดูภาพถ่ายของคุณแล้วค่ะ” 

หัวใจของผมลิงโลด 

แล้วก็นึกได้ว่าจุดประสงค์ที่ผมมาอยู่ที่นี่คืออะไร เอาล่ะ เธอเห็นภาพถ่ายนั้นแล้ว 

ผมรอฟังคำพูดต่อไป 

วินาทีหนึ่ง เหมือนเธอขมวดคิ้วและเม้มปากราวกับอดกลั้นบางอย่าง แล้วก็เผยสีหน้าอ่อนโยนยิ่งกว่ารอยยิ้มที่ปรากฏในภาพวาดทางศาสนา 

“ฉันไม่ได้เห็นภาพของตัวเองที่ถ่ายจากข้างนอกมานานแล้วค่ะ” 

เธอว่าแล้วจัดคอเสื้อคาร์ดิแกนที่ใส่คลุมอยู่ 

รู้สึกคาใจกับสิ่งที่เธอกล่าว แต่พอกำลังจะครุ่นคิดอย่างจริงจัง 

“คุณสุวะเป็นช่างภาพมืออาชีพใช่ไหมคะ สุดยอดเลยค่ะ” 

สายตาที่มองมาทางผมฉาบด้วยประกายความเคารพอย่างจริงใจ 

“...ไม่หรอกครับ” 

แสงสว่างในดวงตาของเธอส่องกระทบเข้ากับด้านมืดในใจ ผมยิ้มขื่นๆ 

“จริงๆ แล้วใครก็พูดได้ทั้งนั้นแหละครับว่าตัวเองเป็นช่างภาพมืออาชีพ ไม่ใช่อะไรยิ่งใหญ่ขนาดนั้นเลยครับ ตัวผมเองไม่มีใครจ้างวานเลยสักเจ้า แทบจะไม่มีกินอยู่แล้ว ถึงอย่างนั้นยังเรียกตัวเองว่าช่างภาพมืออาชีพได้เลย” 

เผลอเล่าไปกระทั่งเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศ รู้สึกได้เลยว่าผมเผลอทำให้บรรยากาศในห้องหมองมัว 

“...ไม่เป็นไรค่ะคุณเอโต้” 

เธอมองด้านหลังผมแล้วเอ่ยปาก 

เมื่อหันกลับไปก็เห็นคุณเอโต้ยืนอยู่ข้างประตู เพิ่งรู้ตัวว่าเขามองมาทางผมด้วยใบหน้าตึงๆ มาโดยตลอด 

เมื่อได้ฟังเธอพูดเช่นนั้น เขาค้อมศีรษะลงเป็นเชิงรับทราบ 

พูดเรื่องอะไรกันอยู่นะ 

ผมไม่เข้าใจการโต้ตอบของทั้งสองคนนั้นเลย 

“คุณสุวะ” 

เธอเรียกผม 

“ฉันทราบมาว่าคุณอยากขออนุญาตนำภาพนี้ไปใช้งานใช่ไหมคะ” 

”เอ่อ...ใช่ครับ” 

ผมกลับมาใส่ใจกับสิ่งตรงหน้าแล้วอธิบายให้เธอฟัง 

“ผมอยากขอนำภาพนี้ไปใช้ในฐานะผลงานของผมครับ เช่นส่งประกวด ใช้ในพอร์ตโฟลิโอ หรืออัพลงโซเชียลมีเดีย” 

“...พอร์ตโฟลิโอคืออะไรเหรอคะ” 

“แฟ้มโชว์ตัวอย่างผลงานครับ รวบรวมเป็นไฟล์ที่ให้คนอื่นเห็นว่า ‘ผมถ่ายรูปประมาณนี้’ บางครั้งอาจจะนำไปเสนอคนจากสำนักพิมพ์เพื่อหางานน่ะครับ” 

“อย่างนี้นี่เอง...” 

เธอดูไม่แน่ใจนัก 

“แน่นอนว่าจะมีคนได้เห็นภาพ แต่ผมไม่เคยได้ยินว่าตัวแบบในภาพจะได้รับผลกระทบอะไรนะครับ” 

ผมอธิบายเพิ่มไป เพราะอยากจะใช้ภาพนั้นจริงๆ 

“อาจจะไม่ต้องทั้งหมด แค่อนุญาตให้ผมใช้งานในลักษณะใดลักษณะหนึ่งเช่นส่งเข้าประกวดก็ได้ครับ...ขอร้องล่ะครับ” 

“เอ่อ อย่าก้มหัวเลยค่ะ ฉันขอร้อง” 

เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นสีหน้าหมองมัวด้วยความลำบากใจ แต่เมื่อเธอสังเกตเห็นสีหน้าของผมก็ยกมุมปากทั้งสองข้างขึ้นให้ริมมฝีปากแปรเป็นเส้นโค้ง ดูคลับคล้ายรอยยิ้ม 

การที่เธอระแวดระวังสีหน้าของผม หรือการสร้างสีหน้าขึ้นมาเพื่อรับมือกับผู้อื่นนั้นทำให้ผมร้อนใจ 

เธอชายตามอภงภาพถ่ายอีกครั้ง ความเงียบบ่งบอกการใช้ความคิด 

ผมกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องขนาดใหญ่อีกครั้ง 

มีเหตุผลที่ไม่ปกติธรรมดาแน่ๆ  

ถึงจะบอกไม่ได้ชัดเจนว่ามันคืออะไร แต่มีอะไรบางอย่างแน่ๆ เธอจึงได้ลังเลขนาดนี้ 

ความเงียบงันดำเนินยาวนาน ตอนที่ผมเริ่มคิดว่าคงจะไม่สมหวังนั่นเอง 

“...ถ้าใช้แค่ในพอร์ตโฟลิโอ” 

เธอว่าแล้วเบนสายตามามองทางผม 

“ถ้าใช้แค่นั้น ฉันโอเคค่ะ” 

ผมสูดลมเข้าปอดด้วยความโล่งใจ 

จริงๆ ก็เสียดายที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ส่งภาพนี้เข้าประกวด แต่การหางานนั้นสำคัญยิ่งกว่า ผมบอกตัวเองเช่นนั้น 

“โล่งอกไปที” 

แล้วก็ตอบเธอกลับไป 

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอเบิกตากว้าง ใช้ฝ่ามือขวาทาบลงบนอก กะพริบตาสองครั้งแล้วแย้มยิ้มออกมา 

เกิดช่องว่างแห่งความสบายใจนั้นทำให้รู้สึกราวกับว่ามีอะไรบางอย่างที่สื่อถึงกันได้ระหว่างเราสองคน 

“เอ่อ ขอดูภาพถ่ายภาพอื่นด้วยได้ไหมคะ?” 

“ได้เลยครับ” 

เธอมองหน้าจอแสดงผลของกล้องแล้วก็แสดงสีหน้างงงวยออกมา 

“หมุนปุ่มวงล้อนั่นเลยครับ” 

“ปุ่มวงล้อ?” 

“เอ่อ อันที่กลมๆ แล้วก็มีขอบยึกๆ ยักๆ น่ะครับ หมุนไปทางซ้ายเลย” 

เธอทำตามที่ผมบอกแล้วก็เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ 

บนจอภาพปรากฏภาพถ่ายของชุมชนแห่งนี้ และสถานที่ใกล้เคียงที่ผมไปเดินเยี่ยมชม 

แต่เพราะเหตุใดกัน สีสันในดวงตาของเธอดูหม่นหมองกว่าเดิมอย่างบอกไม่ถูก 

“อ๊ะ ซากุระต้นนี้” 

ก่อนที่จะได้ถามว่าต้นไหน เธอก็หันจอมาให้ผมดู 

ต้นซากุระตรงสี่แยกใกล้ๆ กับบ้านหลังนี้นั่นเอง ยอดของมันถูกตัดเป็นแนวเสมอกันเพื่อจำกัดความสูงจึงทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ แต่กระนั้นก็ยังออกดอกสวยงาม 

“ผมคิดว่าสถานที่ปลูกแล้วก็รูปทรงของมันน่าสนใจดี” 

เธอฟังผมพูดแล้วร้องฮืมออกมาอย่างสนอกสนใจ กระอักกระอ่วนจริง เธอเงียบอยู่สักครู่เหมือนจะให้มั่นใจว่าผมพูดจบแล้ว แล้วจึงหันกลับไปดูภาพถ่ายอีกครั้ง 

“ใบอ่อนเริ่มออกแล้วนี่คะ” 

“...อันนั้นก็คิดว่าน่าสนใจดีน่ะครับ” 

ลานกว้างสำหรับเด็กๆ นั้นมีสัญญาณไฟจราจรขนาดเล็กและทางม้าลาย ดูเหมือนกับสนามซ้อมขับรถยนต์แบบย่อส่วน 

“ตอนเด็กๆ ฉันก็เคยไปเล่นที่นี่เหมือนกันค่ะ บางทีก็ไปแข่งสกูตเตอร์กับน้องสาว” 

อา บ้านครอบครัวโมริตะ 

คิดถึงถนนเส้นนี้จัง 

เมื่อได้เห็นท่าทางของเธอยามที่มองภาพถ่ายแต่ละรูป ผมก็รู้สึกมั่นใจมากขึ้น 

เพราะสิ่งที่ปรากฏอยู่ในแต่ละภาพล้วนแต่เป็นสิ่งที่อยู่ใกล้กับบ้านหลังนี้ แต่เธอกลับแสดงสีหน้าราวกับกำลังมองภาพของบ้านเกิดอันแสนห่างไกลที่ไม่ได้กลับไปเยี่ยมเยียนเป็นเวลาหลายปี 

หลังจากนั้นเธอก็ดูภาพจนครบทั้งหมด 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว