email-icon

อ่านเสร็จแล้วอย่าลืมคอมเมนต์กันเข้ามาคุยกันนะะะะะ

ความรักกำลังก่อตัว..แต่ก็เหมือนกำลังจะหายไป

ชื่อตอน : ความรักกำลังก่อตัว..แต่ก็เหมือนกำลังจะหายไป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 30 เม.ย. 2563 21:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความรักกำลังก่อตัว..แต่ก็เหมือนกำลังจะหายไป
แบบอักษร

         นี่ก็ผ่านมา2อาทิตย์กว่าๆ อีกไม่กี่วันก็ครบเดือนแล้วที่พี่ไหนคอยตามไปรับไปส่งฉัน จากคอนโดมามหาลัย จากมหาลัยไปคอนโด แต่การจีบของพี่ไนท์ก็ไม่ได้เวอร์วังอะไรจับแบบเรียบง่าย ชวนไปกินข้าว พาไปเลือกซื้อของเกี่ยวกับการเรียน ติวหนังสือให้ แต่ไม่ว่ากิจกรรมไหนๆก็จะมีทั้งกลุ่มของเพื่อนพี่ไนท์และฉันไปด้วยกันตลอด การที่พี่ไนท์ทำแบบนี้ก็ทำให้ฉันคิดได้ 2 อย่าง อย่างแรกคือ พี่ไนท์คงไม่อยากให้คนภายอื่นหมั่นไส้ฉันเวลาทำกิจกรรมและอย่างที่ 2 คือ พี่ไนท์แค่จีบฉันเผื่อเลือกแค่นั้น แต่จะว่าไปช่วงหลังๆมาพี่ไนท์ก็เริ่มเงียบๆ ไม่ค่อยโทรหาฉันทุกเช้าเหมือนเมื่อก่อน อาการแปลกๆเหล่านี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่กิจกรรมการประกวดดาวเดือนเสร็จ บางทีฉันก็ได้ยินเสียงซุบซิบของเพื่อนในสาขาพูดกันว่าพี่ไนท์ตามจีบดาวคณะของรุ่นฉันนั่นก็คือ..พรีส แต่ก็ชั่งมันเถอะฉันก็จะทำตัวปกติของฉันไปเรื่อยๆก็แล้วกัน 

         ใต้ตึกคณะ เวลา 20:00 น. 

“แกกกกก อีกไม่กี่วันเราก็สอบมิดเทอมแล้วนะเว้ย ฉันยังจำวิชาแคลไม่ได้เลย ไหนจะต้องเข้ากิจกรรมชิงเกกียร์อีกกกก” พีชบ่นโวยวายพร้อมกับทิ้งตัวลงบนโต๊ะที่กองเต็มไปด้วยชีท หนังสือและปากกา  

“เฮ้ยระวังๆ เดี๋ยวน้ำหกใส่ชีท ไหหวปะเนี่ยพีช” ฉันถามแต่ก็ปนไปด้วยความเป็นห่วงด้วยเช่นกัน 

“โอเคงั้นเราพักก่อนมั้ย แล้วค่อยอ่านกันต่อ” หมอกพูดขึ้นพร้อมกับกำลังลุกขึ้นเหมือนจะเดินไปไหน 

“เอ่าแกจะไหนอ่ะหมอก” พีชถามหมอก 

“ฉันจะไปเข้าห้องน้ำ” พีชตอบเสียงเอื่อยๆ 

“ไปด้วยยยยย” พีชรีบลุกขึ้นแล้วเดินตามหมอก 

         เหลือแต่ฉันที่ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะกับกองชีท วันนี้ฉันรู้สึกแปลกๆตั้งแต่เช้าแล้ว วันนี้พี่ไนท์ไม่ได้มารับฉันไปเรียน ไม่โทรหา ไม่ทักไลน์ ไม่มีข้อความเข้า ไม่อัพสเตตัสอะไร เงียบหายไปทั้งวันหรือสิ่งที่เขาพูดๆกันมันจะเป็นเรื่องจริง ทำไมฉันรู้สึกเหมือนหัวใจของฉันมันร่วงลงไปที่พื้นยังไงก็ไม่รู้นะ ในขณะที่ฉันกำลังคิดฟุ่งซ้านอยู่ดีๆก็มีคนเดินมาเขย่าตัวฉันจนฉันสะดุ้ง แล้วคนที่มาเขย่าตัวฉันก็คือ พี่ปุยเมฆ พี่รหัสของฉันเอง 

“อะไรกันเด็กน้อยยย แค่นี้ตกใจ” พี่ปุยเมฆพูดขึ้นขำๆ แต่พี่ปุยเมฆไม่ได้มาคนเดียวเขามากันทั้งกลุ่ม รวมถึงคนที่ฉันกำลังคิดถึงเขา..พี่ไนท์ 

“ไหนดูซิอ่านอะไรกัน มีอะไรให้พี่ช่วยมั้ย” พี่ปุยเมฆพูดขึ้นพร้อมกับหยิบไอแพตของฉันไปดูว่าฉันจดแล็กเชอร์อะไรไว้บ้าง 

“โอ้โหววว สรุปเรียบร้อยมากอ่ะพวกมึง ดูดิ” พี่ปุยเมฆพูดขึ้นอย่างชมแต่อยู่ดีก็มีเสียงแทรกขึ้นมา 

“แต่เหมือนจะไม่ได้แต่งตัวเรียบร้อยเหมือนทำสรุป” พี่ไนท์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา..ทำเหมือนคนไม่เคยรู้จักกัน 

“อะไรของมึงเนี่ย อยู่ดีๆก็ไปว่าน้องเขา” พี่บาสพูดขึ้นด้วยความสงสัย 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ผิงไม่ได้ คิด อะ ไร ” ฉันมองหน้าพี่ไนท์พร้อมกับพูดประชดกลับด้วยความนอยๆ อะไรของเขาวะก่อนหน้านี้ยังมาจีบฉันอยู่เลยแต่ดูตอนนี้ดิ เป็นไบร์โพร่าหรอ 

         ฉันได้แต่คิดในใจด้วยความโมโหปนนอย แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรไม่ทันให้หายโมโหหมอกกับพีชก็เดินกลับมาจากไปเข้าห้องน้ำกันพอดี 

“งื้อออ พี่บาสคิดถึงพีชหรอคะถึงได้มาหาถึงที่นี้เลยยย” พีชใช้เสียงอ่อยพี่บาสอย่างเต็มแรง 

“เพ้อเจ้อยัยบ๊อง” พี่บาสพูดขึ้นพร้อมด้วยท่าทีดุๆยัยพีช 

         ครืนนนน ครืนนน ครืนๆ 

         โทรศัพท์ของฉันเป็นจังหวะ แล้วฉันก็เหลือบไปมองว่าใครโทรเข้ามาแล้วชื่อนั้นก็คือ “พาร์ท” ฉันยกโทรศัพท์ขึ้นมารับก่อนเดินพูดขึ้นว่า 

“เดี๋ยวกูไปค่อยโทรศัพท์แปปนะ” ฉันบอกพีชกับหมอกไปด้วยเสียงเรียบๆ 

“ไอ้พาร์ทช๊ะ” พีชถามฉันกลับ 

“อืม” ฉันตอบพีชสั้นๆก่อนที่จะเดินออกมาจากโต๊ะ แต่ในความรู้สึกของฉันมันเหมือนมีคนจ้องฉันอยู่ตลอดเวลาที่ฉันหันหลังออกมาคุยโทรศัพท์ 

“ว่าไงพาร์ท” ฉันพูดขึ้นถามเจ้าของสายที่โทรมา 

“หันหลังกลับมาดิ” พาร์ทพูดขึ้นก่อนที่จะวางสายฉันไป 

“เฮ้ยย!!” ฉันได้ทำตามที่พาร์ทบอกหลังจากที่วางสายไป แต่แล้วฉันก็ต้องตกใจว่ามันมายืนอยู่ตรงนี้ต้องแต่เมื่อไหร่ 

“มาทำไรเนี่ย ไม่อ่านหนังสือสอบหรอเด็กบริหารรรร”  ฉันถามพาร์ทด้วยท่าทีที่ยิ้มแย้ม 

“ไม่ว่ะ คนมันเก่งไม่ต้องอ่านก็สอบได้” พาร์ทพูดขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ 

“แล้วมาไง” ฉันถามกลับ 

“ว่าง..ก็เลยมาหา” เอาจริงๆฉันก็พอจะดูออกแหละว่าพาร์ทมันจีบฉัน แต่ฉันก็เคยปฏิเสธมันไปแล้วเหมือนกัน ฉันเคยบอกมันแล้วว่าฉันชอบพี่ไนท์ ฉันไม่ได้ชอบมัน แต่มันกลับบอกกับฉันว่า “ถ้าวันนึงถ้าพี่เขาไม่สนใจแกขึ้นมาจริงๆ ขอให้ฉันเป็นคนที่แกคิดถึงเป็นคนแรกได้มั้ยวะ” แต่ฉันก็ไม่ได้ตอบอะไรพาร์ทไป และมันก็รู้ดีว่าการที่ฉันไม่ตอบมัน คือ การปฏิเสธมันอีกครั้ง แต่มันก็ยังทำตัวเหมือนเดิมดูแลเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไป สำหรับฉันก็ทำตัวเหมือนเดิมเพราะยังไงพาร์ทก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีมี่สุดสำหรับฉัน 

“ปะ งั้นไปนั่งโต๊ะกัน” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับเดินดึงแขนเสื้อคนตัวสูงไปด้วย 

“พี่ๆคะ นี่พาร์ทค่ะเรียนอยู่บริหาร เป็นเพื่อนของพวกผิงตั้งแต่มัธยม” พอฉันเดินมาถึงโต๊ะฉันก็ได้แนะนำพาร์ทให้พี่ๆรู้จัก  

“พาร์ทนี่พี่ปุยเมฆ พี่บาส พี่ภัทร แล้วก็....” ฉันยังพูดไม่ทันจบพาร์ทก็ได้พูดแทรกขึ้นมา 

“พี่ไนท์ใช่มั้ย คนนี้ใช่มั้ย” พาร์ทพูดขึ้นพร้อมกับจับมือฉันและมองหน้าฉันแบบไม่หลบสายตา  

         สายตาคู่นี้ทำไมถึงเศร้านักล่ะ นี่พาร์ทยังไม่ลืมเรื่องฉันอีกหรอมันก็นานแล้วนะ ทำไมแววตาคู่นี่ถึงทำให้ฉันรู้สึกผิดได้ขนาดนี้ แต่ฉันก็ไม่ได้ตอบกลับอะไรได้ฉันได้เอามือที่พาร์ทจับมือฉันอยู่ออก และหันไปมองคนที่อยู่ในโต๊ะแทน 

         ถึงแม้สายตาของพาร์ทจะดูเศร้าขนาดไหนแต่ก็ยังมีคนที่น่าตาดูยินดีมากที่สุดก็คงเป็นใครไม่ได้ พี่ปุยเมฆนั้นเอง ท่าทางดี๊ด๊าใหญ่สงสัยจะเริ่มสนใจไอ้พาร์ทเข้าแล้ว  

         พี่บาส และพี่ภัทรไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร แต่พี่ไนท์เขากลับมีท่าทีที่ไม่พอใจฉันตอนที่พาร์ทมองตอนและจับมือฉัน ฉันได้แต่งงๆกับท่าทางของพี่ไนท์ ว่าเขาหึงฉันหรอ หรือว่าเขาโกรธ หรือเขาไม่พอใจ เขาเป็นอะไรของเขากันแน่ ในสมองฉันสับสนวุ่นวายไปหมด 

         พอพีชเริ่มบรรยากาศที่อึมครึมแล้ว พีชก็เลยพูดแทรกขึ้นมาว่า 

“อะๆ ขนมในมือซื้อมาให้พวกกูใช่มะ มาๆๆ” พีชพูดขึ้นพร้อมลุกขึ้นเดินไปถือเอาถุงขนมที่พาร์ทถืออยู่ และพีชก็พูดขึ้นอีกว่า 

“แต๊งกิ้วนะมึงง มึงมาแค่นี้ใช่มะงั้นกลับเน๊าะเดี๋ยวกูกับหมอกเดินไปส่งมึงเอง” พีชพูดขึ้นขำๆกับพาร์ทก่อนที่จะหันมาฉันและพูดเสริมว่า 

“มึงเฝ้าของอยู่นี่นะผิง” พีชพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงโทนเรียบๆแต่ใบหน้ายิ้มแย้ม 

         แต่ทันใดนั้นอยู่ดีๆก็มีคนลุกออกไปจากโต๊ะด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ และคนนั้นๆก็คือพี่ไนท์  แต่ก่อนที่เขาจะลุกออกไปเขาก็ได้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงขุ่นๆว่า “ขี้อ่อย”  

         โอ้วโห้ววววววว ฉันนี้ขึ้นเลย เป็นอะไรของเขาเนี่ยไม่ถามอะไรฉันสักคำแล้วก็มาว่าฉันขี้อ่อย เฮ้ยมันจะมากไปแล้วนะ ถ้าไม่อยากจีบฉันแล้วก็ไม่ต้องมายุ่งไม่ต้องมาเจอดิวะ จะมาว่าฉันแบบนี้ทำไม โคตรบันถอนความรู้สึกของฉันเลย ฉันได้แต่โมโหในใจเก็บอาการไม่แสดงออกมา ฉันมอมงตามแผ่นหลังคนสูงโปร่งนั้นเดินออกไปพร้อมกับเพื่อนเขาช้าๆ และฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าหรือเขาจะไม่ได้ชอบฉันแล้วจริงๆ หรือเขาจะชอบพรีสเหมือนที่คนอื่นๆเขาว่ากัน แต่ทำไม ทำไมต้องเป็นพรีสเป็นคนอื่นไม่ได้หรอ.. 

“มึงกลับกันเถอะกูง่วงแล้ว” นี่ก็เป็นเวลาเกือบ3ทุ่มแล้ว แล้วยุงก็เริ่มเยอะ แต่ที่จริงมันไม่ใช่ประเด็นหรอก ความจริงแล้วฉันอยากร้องไห้มากกว่า 

“โอเคๆได้ๆงั้นกลับกันนะ” หมอกพูดขึ้นพอกับจับมือฉัน และพวกฉันก็พากันเก็บของกำลังจำกลับคอนโด ส่วนพาร์ทก็เดินมาส่งพวกฉันที่รถตรงที่เดียวกันกับพาร์ทและเราก็แยกกันกลับที่พักของตัวเอง 

         ในระหว่างการเดินทางจากมอไปคอนโดฉันนั่งเงียบตลอดทาง ในสมองของฉันแทบไม่มีเรื่องสอบอยู่เลย มันคิดถึงแต่ท่าทีและคำพูดที่เขาพูดออกมา ทำไมกันทำไมเขาถึงเย็นชากับฉันได้ขนาดนี้... 

ณ คอนโด 

“วันนี้ฉันเหนื่อยๆอ่ะแก คงไม่ได้ทำกับข้าวให้กินนะ” ฉันพูดบอกพีชกับหมอกด้วยน้ำเสียงสั่นๆก่อนที่จะเดินเข้าห้องตัวเองไป แต่สองคนนั้นยังไม่ทันได้พูดอะไรฉันก็ปิดประตูห้องแล้วเดินไปยังมุมวาดภาพตรงมุมห้อง ฉันดึงภาพคลุมภาพวาดที่ฉันยังวาดมันไม่เสร็จ มันคือภาพวาดของพี่ไนท์ ที่มีรอยยิ้มบนในหน้า เป็นรอยยิ้มที่ฉันหลงรัก และเป็นรอยยิ้มที่ฉันคิดถึง แต่ตอนนี้รอยยิ้มเหล่านี้กลับหายไปไหนแล้วซะละ มันเกิดอะไรขึ้นระหว่างฉันกับเขา หรือเป็นเพราะว่าฉันเป็นเพียงแค่ “ตัวเลือกของเขาก็เท่านั้น” 

         พอฉันคิดแค่นี้น้ำตาฉันก็ไหลออกมา ฉันเก็บเสียงร้องไหลไม่ให้ใครได้ยิน ฉันเก็บความรู้สึกเสียของตัวเองเอาไว้ ฉันเก็บความสงสัยในความสัมพันธ์ของฉันกับพี่ไนท์เอาไว้ ฉันเก็บทุกอย่าง ทุกอย่างที่มันกำลังจะพังลงโดยที่ฉันไม่รู้เหตุผลอะไรเลย 

................................... 

 

เป็นยังไงกันบ้างนี่ก็เดินมาด้วยกันมาอีกตอนแล้วนะ ไรท์ก็แอบโมโหให้อิพี่ไนท์อยู่นะว่ามันเป็นอะไรของมันนนนน อยู่ดีๆก็จะทิ้งคนนี้ไปจีบคนใหม่งี้อ๋อออออ ได้หรอวะ 

ส่วนอี้ผิงเองก็จะปากแข็งไปไหนก็ไม่รู้ใช่มะ ความสัมพันธ์ที่มันเกิดขึ้นและกำลังจะจบลงไป ใครจะอธิบายได้นะว่ามันเกิดอะไรขึ้น 

ความคิดเห็น