ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 17 ซับซ้อน

ชื่อตอน : บทที่ 17 ซับซ้อน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.9k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ค. 2563 16:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 17 ซับซ้อน
แบบอักษร

วราธรหยุดมองแผ่นหลังเล็กที่หันมาทางเขา ก่อนจะเหลือบมองชายอีกคนที่กำลังยืนยกปืนชี้มาที่ธาริน ความตกใจพลันปรากฏในแววตาของเขา  

วราธรพยายามตั้งสติก่อนจะก้าวเท้าอ้อมไปอีกฝั่งอย่างระมัดระวัง โขดหินและต้นไม้รอบๆบ้านพลอยให้ช่วยกำปังกายได้ดี เขาต้องทำให้ทุกอย่างเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้  

มือแกร่งตรงเข้าล็อคคอของชายปริศนาคนนั้น เพียงเห็นว่าเป็นวราธรความกลัวในใจพลันสลายหายไปจนหมดสิ้น  

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเชื่อใจเขาขนาดนั้นหากแต่พอเป็นเขาเธอก็เชื่อจนหมดใจว่าเธอนั้นจะไม่เป็นอะไร...ทำไมนะ ทำไมเธอถึงได้เชื่อใจเขา? 

ไม่นานนักร่างนั้นก็ล้มลงพร้อมๆกับแน่นิ่งไป  

วราธรมองร่างบางที่สั่นไปด้วยความกลัว แววตาของหล่อนหวาดหวั่นจนน่าใจหาย ร่างหนารีบตรงปรี่เข้าไปสวมกอดเธอไว้อย่างไม่รู้ตัว เสมือนกับธารินที่ร้องไห้ออกมาพลางกระชับกอดแน่น 

ความรู้สึกดีตีตื้นอยู่ในอกของคนทั้งสอง... 

ชายหนุ่มไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทำไมถึงได้ทำแบบนั้นลงไป แค่เพียงตอนนั้นมันรู้สึกโล่งใจที่เธอนั้นปลอดภัย มันคือความรู้สึกที่ไม่เคยรู้สึกกับใครเลย...ทว่ามันดันเกิดขึ้นกับธาริน ผู้หญิงที่เขาไม่ได้ตั้งใจจะแต่งงานด้วย คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เธอและเขาก็ไม่ต่างอะไรจากเส้นขนานที่ไม่ควรจะมาบรรจบกัน หากแต่ตอนนี้เส้นขนานนั้นกลับกลายเป็นเส้นวงกลม... 

"เป็นอะไรรึเปล่า เจ็บตรงไหนมั้ย?"เอ่ยถามทั้งๆที่ยังกอดธารินไม่ปล่อย ความรู้สึกเคลื่อนไหวตรงอกเบาๆด้วยว่าใบหน้าเล็กกำลังส่ายปฏิเสธ 

"ไม่เป็นอะไรค่ะ ขอบคุณนะ ขอบคุณจริงๆ" 

"ไม่ต้องกลัวนะ ปลอดภัยแล้ว"เขาผละกอดพลางยิ้มอบอุ่น  

รอยยิ้มของเขามันอ่อนโยนจนธารินรู้สึกเหมือนโลกกำลังจะหยุดหมุน...แววตาของเธอเริ่มทอประกายวิบวับๆราวกับว่ากำลังตกอยู่ในภวังค์สีชมพู 

แกร๊ก! 

เสียงนั้นเรียกให้สายตาของธารินหันไปมองในทันทีก่อนจะเบิกกว้างเมื่อสบเข้ากับปลายกระบอกปืน 

ปัง! 

ร่างบางรีบผลักชายหนุ่มให้หลบวิถีของกระสุนหากแต่เพราะเธอนั้นเอี่ยวตัวไปแทนพลอยให้ความเจ็บแล่นผ่านหัวไหล่ในทันที  

ลูกปืนลอยเฉียดผิวนวลพร้อมๆกับหยดเลือดสีแดงไหลอาบแขนของเธอจนแดงฉ่า...หากแต่หล่อนก็ยังพยายามเก็บกดความเจ็บนั้นไว้ ไม่แม้แต่จะส่งเสียงออกมาให้ได้ยินเลยสักแอะ 

"เหมย!"เสียงเข้มตะโกนลั่นก่อนจะตวัดสายตามองคนร้ายราวกับมัจจุราชลงประทับร่าง  

เท้าแกร่งลุกขึ้นพร้อมพุ่งตัวเข้าไปฉุดกระชากปืนออกจากคนร้ายด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะใช้ศอกกระแทกลงที่หัวของคนร้าย เท้าแกร่งออกแรงเตะไปที่ท้องร่างฉกรรจ์อย่างเครียดแค้น 

"มึงทำคนของกูเจ็บ อย่าคิดว่ามึงจะรอด" 

อัก! อัก! 

เสียงคร่ำครวญของชายคนนั้นดังแทรกผ่านเสียงเท้าของวราธรที่กำลังเตะอัดลำตัวของคนร้ายโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ร่างฉกรรจ์งอพับอยู่กับพื้นด้วยความเจ็บปวด 

พอจัดการคนร้ายจนเสร็จสรรพ วราธรก็รีบหันมามองคนเจ็บในทันที มือหนาประคองเอวหญิงสาวเอาไว้แน่น สายตานั้นจับจ้องใบหน้าหวานด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะเลื่อนระดับการมองไปที่แขนซึ่งปรากฏเป็นรอยแผลไม่ลึกมากหากแต่มันคงจะเจ็บปวดพอตัว 

พลันความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในสมอง... 

คนแบบนี้หรือที่จะทำให้ใครสักคนเจ็บปวดจนตัดสิ้นใจฆ่าตัวตายได้ ทำไมดูยังไงเธอก็ไม่ใช่คนใจร้ายใจดำขนาดนั้น... 

แววตาใสซื่อ รอยยิ้มสดใส ไม่แปลกใจที่ชาวบ้านทุกคนบนเกาะดูจะรักและเอ็นดูเธอเป็นพิเศษ 

มองไม่ออกเลยว่าเธอจะทำร้ายคนที่เธอเคยรักได้ลงคอ เธอทำแบบนั้นลงด้วยหรือ?  

ธาริน...เธอเป็นคนยังไงกันแน่นะ ทำไมยิ่งมองเธอคำว่าซับซ้อนยิ่งปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เธอซับซ้อนเกินกว่าที่จะเข้าใจได้เพียงแค่มองจากภายนอก 

"เจ็บมากรึเปล่า?" 

"อือ"น้ำเสียงบางเบา ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บก่อนจะซุกลงบนอกแกร่งเพื่อสกัดกั้นความทรมานนั้น 

คนที่วราธรคิดว่าจัดการจนสลบไปแล้วหากแต่ตอนนี้มันกลับลุกขึ้นนั่งแล้ววิ่งตรงไปหยิบกระบอกปืนที่ตกอยู่ไม่ไกลนัก  

เสียงบางอย่างดังขึ้นเบาๆพลอยให้วราธรหันไปมองพอรู้ว่าสิ่งนั้นคือปลายกระบอกปืนแต่ครานี้มันไกลเกินกว่าที่เขานั้นจะวิ่งไปจัดการได้ เขาจึงตัดสินใจเลือกทางอื่นแทน...เพื่อความปลอดภัยของเธอ 

ร่างหนากอดกระชับธารินไว้แน่น หญิงสาวมองภาพของชายฉกรรจ์ที่กำลังเล็งปืนมายังวราธรก่อนจะพยายามขยับตัวออก เพราะตอนนี้เขากำลังบังวิถีกระสุนให้เธอ หากเป็นเช่นนั้นครั้งนี้คงไม่โชคดีแค่เฉียดเนื้อหากแต่มันจะฝังลึกที่บริเวณหัวของวราธร 

เธอพยายามดิ้นทว่าแขนแกร่งกลับโอบกระชับเธอแน่นกว่าเดิม...คล้ายจะใช้ตัวเองเป็นเกราะกันกระสุนให้เธอ  

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้ยอมให้เธอมากขนาดนั้น 

"คุณ..."เสียงเล็กเริ่มสั่นเครือพลางขยับตัวออกจากวงแขนชายหนุ่มหากแต่เขาก็ยังไม่ยอมคลายมันออกเลยแม้แต่เสี้ยวเดียว 

ปัง! 

ดวงตาคมเบิกกว้างก่อนจะแหงนหน้าขึ้นมองวราธร แววตาของธารินแดงก่ำหยดน้ำตาเริ่มไหลออกมาในทันทีทว่าพอเห็นสีหน้าของเขาที่ดูเหมือนจะไม่ได้เจ็บปวดก็พลอยให้ธารินนึกสงสัยก่อนจะหันไปมองด้านหลังของตัวเอง 

เหล่าชาวบ้านต่างถือปืนและอาวุธวิ่งตรงมายังจุดที่ทั้งสองนั่งอยู่ คนร้ายเห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งหนีไปด้วยท่าทางทุลักทุเลก่อนจะกระโดดขึ้นเรือที่จอดรออยู่แล้วขับออกไปในทันที 

"นายหัวเป็นอะไรมั้ยครับ?" 

"ไม่"เอ่ยตอบชาวบ้านก่อนจะหันไปมองธารินที่ยังคงอยู่ในอ้อมกอดของเขา 

"กลัวหรอ?"เห็นหยดน้ำตาของเธอจึงเอ่ยถาม 

"ฉันกลัวว่าคุณจะถูกยิง" 

"เป็นห่วงผมหรอ?"เขาก้มมองหญิงสาวก่อนจะพบความเป็นห่วงในแววตาของเธอแม้ว่าธารินจะไม่ได้เอ่ยมันออกมาสักคำ หากแต่เขานั้นก็รับรู้ได้ 

เพราะความกลัวในใจจึงไม่ทันได้ฟังว่าประโยคเมื่อครู่ของวราธรมีอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไป... 

"คุณไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว" 

"แต่เธอเป็น"มองไปที่ไหล่ของธารินก่อนจะประคองเธอเอาไว้พร้อมๆกับร่างบางที่ลอยขึ้นเหนือพื้น 

"หายป่วยได้ไม่นานก็ต้องมาเจ็บตัว เธอนี้สงสัยจะมีกรรมมากกว่าบุญ" 

"สงสัยฉันมันคนกรรมหนัก" 

"ใช่หนักมากด้วย เมื่อเช้ากินอะไรเข้าไปบ้างเนี้ย"เขาพยายามหาเรื่องพูดคุยกับเธอหวังจะให้ความเจ็บปวดคลี่คลายลงบ้างพลางก้าวเท้าเหยียบขั้นบันไดไปเรื่อยๆ 

"จริงหรอ ฉันหนักขนาดนั้นเลยหรอ คุณวางฉันลงก็ได้นะ ฉันเดินเองได้"เธอเจ็บแขนไม่ได้เจ็บขาเสียหน่อยทำไมต้องอุ้ม ธารินเก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจเงียบๆ แล้วอีกอย่างบ้านก็อยู่ใกล้แค่เอื้อมมือไม่จำเป็นต้องอุ้มด้วยซ้ำ 

"ไม่ต้องอ่ะ ฉันแข็งแรงพอ ต่อให้จะต้องอุ้มไปตลอดชีวิตฉันก็อุ้มไหว"เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพูดอะไรออกไปบ้างด้วยว่าเขานั้นเอ่ยตามที่ใจมันกำลังคิด หากว่าคนที่ได้ฟังกลับมีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อ... 

 

หลังจากที่สืบเสาะหาประวัติคนร้ายมาทั้งวัน ก็ได้รู้ว่ามันคือลูกน้องนายเดชานักธุรกิจที่มีอิทธิพลพอตัว คงเพราะเรื่องที่วราธรชนะการประมูลสัมปทานเกาะแห่งนี้จนพลอยให้มันเสียผลประโยชน์ไปมหาศาลจึงใช้วิธีสกปรกๆในการเอาคืนและธารินดันต้องมารับกรรมไปด้วย 

ในตอนนี้มีสิ่งเดียวที่เขานั่นรู้สึกห่วงนั้นคือร่างบางที่นั่งอยู่ข้างๆ เพราะพวกนั้นเห็นหน้าเธอแล้ว และด้วยว่าจากการกระทำของวราธรคงเดาได้ไม่ยากว่าเธอนั้นมีความสำคัญระดับไหน เขากลัวว่าเธอจะถูกลอบทำร้ายเพราะเขา 

ร่างบางจดจ้องหน้าจอโทรทัศน์จนไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ากำลังถูกวราธรมองอยู่นานพอควร 

"เจ็บแผลอยู่รึเปล่า?"เอ่ยถามเสียงเรียบหากว่ามันกลับทำให้รู้สึกอบอุ่น 

"ก็นิดหน่อยอ่ะ"เอ่ยตอบเขาทั้งๆที่ยังไม่ละสายตาจากบทละครในโทรทัศน์พลอยให้วราธรนั้นสงสัยว่ามันสนุกขนาดไหนกันเหตุใดธารินจึงดูจะชอบขนาดนั้น 

ตะวันลาลับขอบฟ้าไปนานแล้ว คนทั้งสองกำลังนั่งดูละครหลังข่าวบนโซฟาอย่างผ่อนคลาย ราวกับว่าเมื่อเช้านี้ไม่เคยมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นเลยสักนิด 

ชายหนุ่มทอดมองละครไปเรื่อยๆก่อนจะกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอไม่ต่างอะไรจากธารินที่ตกอยู่ในอาการเดียวกัน 

ตัวละครในโทรทัศน์กำลังกอดจูบกันอย่างดูดดื่มพลอยให้ภาพเหตุการณ์ที่ต้องพบเจอในเมื่อเช้าภายในห้องนอนของวราธรผุดขึ้นมาในโสตประสาตของทั้งคู่ 

มือบางกำหมอนบนตักแน่นพลางเม้มปากเอาไว้อย่างเกร็งๆ 

ส่วนวราธรก็ยกมือขึ้นลูบเบาๆที่ริมฝีปากอย่างลืมตัว พลางเหล่มองคนข้างกายเล็กน้อยก่อนจะรีบหันกลับมาสนใจบทละครที่กำลังฉายอยู่ หวังจะลบล้างภาพในจินตนาการที่ไม่คอยดีนักให้เจือจางลงบ้าง 

"อะ...เอ่อ...ฉันว่าฉันง่วงแล้วอ่ะ สงสัยยาจะออกฤทธิ์ ฉันไปนอนก่อนนะ"ลุกขึ้นในทันทีซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่วราธรลุกขึ้นเช่นกันทำให้ทั้งสองสบสายตากันโดยไม่ทันได้ตั้งตัว 

"ฉะ...ฉันก็ง่วงเหมือนกัน"กดปิดโทรทัศน์หลังจากสามารถละสายตาจากธารินได้อย่างทุลักทุเล  

ทั้งๆที่เธอใส่เพียงเสื้อยืดตัวใหญ่กับกางเกงขายาวแต่กลับดูน่ามองมากกว่าสาวที่ใส่สายเดี่ยวเดินยั่วไปยั่วมาเสียอีก 

รู้ตัวว่าหากอยู่ตรงนี้ต่อคงไม่เป็นการดีจึงรีบแยกย้ายกันไปยังห้องของตัวเองในทันที... 

ทั้งสองพิงหลังกับประตูพลางยกมือขึ้นแตะสัมผัสอกข้างซ้ายของตนก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆเมื่อนึกถึงใบหน้าของกันและกัน... 

มันเป็นความรู้สึกดีๆที่อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน รู้แค่ว่ามันทำให้ยิ้มได้... 

ความคิดเห็น