ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 1

คำค้น : อิงฟ้า, หมออิง, ภพธร, ไร่เขียวเสียดฟ้า, ว่าน, ตำลึง, วาย, จำปีหอม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 เม.ย. 2563 12:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
1
แบบอักษร

เลิกดองแล้วค่ะ เขียนใกล้จบแล้วจะลงให้อ่านวันเว้นวันนะคะ เป็นเรื่องสั้นมีแค่สิบกว่าตอน หลังจากเปิดให้อ่านตอนจบแล้วจะปิดตอนภายใน 24 ชม. แล้วเปิดจำหน่ายในรูปแบบอีบุ๊คโดยเพิ่มตอนพิเศษให้ เป็นเบาๆ พล็อตตลาดค่ะ

จำปีหอม

2020/04/30 

"โอ๊ย ทำไมมันยังไม่ถึงอีกล่ะนี่" นาราร้องขึ้นมาอย่างเหลืออด ไม่น่าอวดเก่งเดินเข้ามาเองเลย เขามองไปรอบๆเห็นแต่เนินเขาที่มีแต่ทุ่งหญ้าเลี้ยงวัว ใจนึงบ่นตัวเองว่าเดินมาตามที่คนขับรถเมล์บอกแล้วนะว่าถ้าเดินตัดทุ่งมาตรงๆก็จะเห็นสำนักงานไร่ใกล้กว่าเดินตามถนนที่ตัดอ้อมทุ่ง แต่เดินมาตั้งชั่วโมงกว่าแล้ว ทำไมไม่ถึงซะทีล่ะ 

ชายหนุ่มหอบด้วยความเหนื่อยลากกระเป๋าเดินทางอันหนักอึ้งไปพักที่ทุ่งหญ้าใต้ต้นไม้ใหญ่ ขอพักซักหน่อยแล้วกันค่อยเดินต่อว่าแต่หญ้านี่นุ่มดีแฮะ ชายหนุ่มนอนมองฟ้าสีฟ้าสวย ใจนึกถึงเรื่องเมื่อเดือนก่อน 

เสียงร้องไห้ของผู้หญิงดังขึ้นตั้งแต่เขาเปิดประตูเข้าบ้าน 

"แม่" เขาอุทานรีบวิ่งเข้ามาหาแม่ที่นั่งร้องไห้อยู่ 

"แม่เป็นอะไร" เขากอดแม่ไว้ 

"คุณพ่อเสียแล้วลูก" เขามือสั่นน้ำตาไหลกอดแม่ร้องไห้ไปด้วยกันแต่นั่นไม่ใช่เรื่องสุดท้าย 

หลังงานศพพ่อคนจากบ้านใหญ่มาพร้อมทนายเพื่อมาไล่เขากับแม่ออกจากบ้าน ทั้งๆที่แม่เขามาก่อน แต่โดนคุณย่าของเขาบังคับให้หย่ากับพ่อเพื่อให้พ่อไปแต่งงานใหม่กับลูกเจ้าสัวเพื่อกู้กิจการของบ้าน ตอนนั้นเขายังเล็กนักแต่ก็พอรู้ความแล้วว่าพ่อก็ไม่ได้อยากทำแต่คุณย่าขู่ว่าจะฆ่าตัวตายถ้าบริษัทที่คุณปู่สร้างมาล้มละลาย ทำให้พ่อเขาไม่มีทางเลือกจำต้องไปแต่งงานตามความต้องการของคุณย่า 

พ่อพาเขากับแม่มาซื้อบ้านหลังเล็กอยู่ด้วยกัน ทิ้งภรรยาในนามไว้กับคุณย่าที่บ้านใหญ่แต่เมียใหม่ของพ่อก็ไม่พอใจเพียงแค่นั้น เธอไปบีบคุณย่าบังคับให้พ่อกลับบ้านไปหาเธอจนเขามีน้องสาวขึ้นมาหนึ่งคน 

จนพ่อเสียทางนั้นก็ปลอมพินัยกรรม จนสามารถเขี่ยหนามยอกอกอย่างเขากับแม่ให้ไม่มีที่ซุกหัวนอนจนได้ เขาเองก็เบื่อที่จะสู้รบปรบมือกับแม่เลี้ยงจึงยอมพาแม่ออกจากบ้านง่ายๆไปหาห้องเช่าอยู่กันสองคน พอดีกับไร่เขียวเสียดฟ้าตอบรับเขาเข้ามาเป็นสัตวแพทย์ประจำไร่ เขากะว่าจะขอออนุญาตเจ้าของไร่ให้แม่มาอยู่ด้วย แต่แม่บอกว่าจะกลับไปอยู่บ้านตายายที่จังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือ ท่านบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงให้เขามาทำงานอย่างวางใจ หลังจากที่เขาไปส่งแม่ที่บ้านตายายแล้วเขาก็ลากกระเป๋าเดินทางใบโตขึ้นรถมาที่ไร่แห่งนี้หลังจากโทรมาสอบถามทางกับทางไร่โดยละเอียด 

ที่จริงเขามีรถยนต์ส่วนตัวที่พ่อซื้อให้เป็นชื่อเขาจึงรอดจากการโดนยึด แต่เขากลัวแม่ลำบากจึงทิ้งไว้ให้แม่ใช้ กะว่าตัวเองคงอยู่แต่ในไร่ ไว้ทำงานเก็บเงินได้ค่อยซื้อใหม่ก็แล้วกัน 

ลมเย็นๆพัดมากำลังสบาย นาราที่ขึ้นรถมาจากกรุงเทพฯตั้งแต่เมื่อคืนนอนไม่อิ่มอยู่แล้ว แถมกว่าจะต่อรถเข้าไร่มาก็เหน็ดเหนื่อยไม่น้อย หลับซักนิดคงไม่เป็นไรหรอกนะตื่นมาค่อยเดินต่อก็แล้วกัน 

ภพธรขี่ม้าออกตามหาลูกวัวหลงฝูงมาทางถนนใหญ่ให้คนงานในไร่ไปหาอีกด้านหนึ่ง ตัวเองนำหมามาด้วยหนึ่งตัว ตำลึงมันเป็นหมาพันทางหลงมาอยู่ที่ไร่เขาสงสารก็เลยเลี้ยงมันไว้ โตขึ้นมาเป็นหมาใหญ่บึกบึน ช่วยเขาต้อนวัวได้ดีทีเดียว 

โฮ่งๆ เสียงตำลึงเห่ามาจากบนเนิน เขากระตุ้นม้าให้เดินขึ้นไป เห็นมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่วางอยู่ ตำลึงวิ่งวนอยู่ตรงกองผ้าขยุกขยุยจนเขาลงจากม้าเดินไปดูใกล้ๆ 

ตึกตัก เสียงหัวใจเขากระตุกหรือนี่  ภพธรพิจารณาดูคนแปลกหน้าที่มานอนอยู่ในไร่เขา ทรงผมสไลด์ปรกหน้าสีน้ำตาลอ่อนส่งให้หน้าหวานดูสว่าง ขนตางอนยาวทาบทับอยู่ที่แก้มนุ่มเพราะเขาแอบสัมผัสมันแล้ว ปากอิ่มสีลูกพีชแย้มยิ้มนิดๆ ทำให้ดูเป็นคนอารมณ์ดีดูน่ารัก 

"กำลังฝันดีอยู่สินะ แต่คงต้องปลุกล่ะนะ" ใบหน้าคร้ามแดดที่ถูกปกคลุมไปด้วยหนวดเครารุงรังเผลอยิ้มอ่อนโยน 

"คุณๆ" เขาเขย่าตัวคนแปลกหน้า 

"ฮ้าววว" มือขาวบางยกขึ้นปิดปากหาวลืมตาใสแจ๋วเหมือนลูกตากวางมองเขา 

"คุณเป็นใคร" เสียงนุ่มเอ่ยถาม 

"ผมต่างหากต้องถามว่าคุณเป็นใคร ทำไมถึงมานอนอยู่ตรงนี้" ภพธรทำเสียงเข้ม คนแปลกหน้ายันตัวขึ้นนั่ง 

"ผมเป็นสัตวแพทย์ที่จะมาทำงานที่ไร่เขียวเสียดฟ้าครับ" ชายหนุ่มตรงหน้ายกมือปิดปากหาว 

"เป็นผู้หญิงทำไมพูดครับ" ภพธรเอ็ด เด็กสมัยนี้มันยังไงกันนะ 

"ผมเป็นผู้ชายครับ" ให้ตายเถอะเขาใจเต้นกับเด็กผู้ชาย ชายหนุ่มพิจารณาเด็กตรงหน้าอีกครั้ง หน้าอกแบนราบแต่หน้าสวยเกินชาย จำได้รางๆว่าผู้จัดการไร่บอกว่าสัตวแพทย์คนใหม่จะมาวันนี้ ให้ตายเถอะเด็กนี่อายุถึงยี่สิบหรือยัง 

"นายอายุเท่าไหร่" 

"25 ครับ" เด็กตอบซื่อๆหน้าตากับนิสัยมันใช่คนอายุยี่สิบห้าแน่เหรอ อ่อนกว่าเขาตั้งสิบปี ตอนเขาอายุเท่านี้เขาไม่ใสแบบนี้แน่ๆ 

"ฉันชื่อภพธรเป็นเจ้าของไร่เขียวเสียดฟ้า ยินดีที่ได้รู้จัก" เจ้าของไร่ยื่นมือไปแต่เด็กตรงหน้ากลับยกมือไหว้ 

"สวัสดีครับ ผมชื่อนาราครับ คุณภพธรเรียกผมว่าอิงก็ได้" 

"ชื่ออิงเฉยๆ" ผมกอดอกเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม 

"ที่จริงชื่ออิงฟ้าครับแต่ผมว่ามันเหมือนชื่อผู้หญิงไปหน่อย" เขินแก้มแดงเชียว เหมือนผู้หญิงมากกว่าผู้หญิงแท้ๆอีกไม่รู้ตัวหรือไง 

"เอาล่ะ เรากลับกันได้แล้ว ขึ้นม้าเป็นหรือเปล่า" ผมถาม 

"เคยขึ้นที่ไร่ตอนไปฝึกงานครับ แต่ม้าที่นั่นไม่สูงเท่านี้" เด็กอิงจดๆจ้องๆจะขึ้นม้าแต่ขาไม่ถึง ผมเลยยกเอวขึ้นไปนั่งไม่งั้นวันนี้ไม่ได้กลับแน่ ก่อนจะเหวี่ยงตัวขึ้นร่อมด้านหลังไว้  

"ขอบคุณครับ แล้วกระเป๋าผมล่ะครับ" เด็กอิงมองของอย่างเป็นห่วง 

"เดี๋ยวฉันให้คนมาเอาไปให้ที่บ้าน" ภพธรชักม้ากลับบ้าน ผิวปากเรียกตำลึงกลับมันก็วิ่งตามหลังมาอย่างเชื่อฟัง ขี่ม้ามาแค่ยี่สิบนาทีก็ถึงบ้าน ระหว่างทางเด็กอิงนั่งโงนเงนจะหล่นจนเจ้าของไร่ต้องรวบเอวบางๆนั่นมากอดไว้แนบอก 

"ถึงบ้านแล้ว นายหิวหรือยัง" 

"หิวแล้วครับ ผมทานก๋วยเตี๋ยวที่ท่ารถไปเมื่อตอนสายแล้วไม่ได้ทานอะไรอีกเลย" นารายิ้มอายๆมีเสียงท้องร้องประกอบด้วย 

"ฉันเชื่อแล้วว่านายหิวจริง เข้าบ้านกันเถอะ ป่านนี้อาหารน่าจะเสร็จแล้ว" ภพธรรับอิงลงจากหลังม้าที่ตอนแรกทำท่าลังเลแต่ก็ยอมทิ้งตัวลงมาหาผม เด็กนี่ตัวเบาไปแล้ว คอยดูนะเขาจะขุนให้มีเนื้อขึ้นมาให้ได้ 

"นายครับ" ว่าน คนงานจอมทะเล้นแหกปากมาก่อนตัว 

"อะไรวะ" ผมตะคอก 

"ผมจะบอกว่าเราเจอลูกวัวที่หลงไปแล้วนะนาย" ว่านพูดหน้าเป็น 

"ไปเจอแถวไหนวะ" 

"เกือบถึงน้ำตกท้ายไร่แน่ะนาย ไม่รู้ว่าหลงไปไกลขนาดนั้นได้อย่างไร" ว่านตอบ 

"เออ เจอก็ดีแล้ว ว่าแต่เอ็งเอารถไปเอากระเป๋าเดินทางทางที่เนินพระอาทิตย์มาที อยู่ใต้ต้นไม้บนเนินนั่นแหละ" ผมสั่งมัน 

"กระเป๋าเมียนายเหรอ" ว่านทำท่ากระซิบแต่เสียงมึงดังไปทั่วไร่แล้ว 

"ผมเป็นสัตวแพทย์คนใหม่ครับ ไม่ใช่เมียคุณภพธรหรอก ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ" เด็กอิงยิ้มพราวจนผมอยากจิ้มไอ้ว่านให้ตาบอด มองอยู่ได้ 

"กูให้มึงไปเอากระเป๋าคุณหมอ"ผมสั่งเสียงโหด 

"ไปเดี๋ยวนี้ล่ะจ้ะนาย อย่าเพิ่งโหดกับว่านสิจ๊ะ" ว่านทำท่าดัดจริตจนโดนผมถีบด้วยความหมั่นไส้ 

"สนิทกันดีจังนะครับ" อิงยืนหัวเราะผมสองคน 

"อย่าไปสนใจไอ้คนบ้าๆบอๆแบบนี้เลย เราไปกินข้าวกันดีกว่า แล้วเมื่อไหร่มึงจะไปเอากระเป๋า หมออิงเขาจะได้อาบน้ำมั้ยคืนนี้" ผมพูดกับอิงแล้วหันไปตะคอกว่าน ไม่ต้องตกใจ ผมพูดกับมันแบบนี้เป็นปกติ ถ้าวันไหนมันไม่โดนผมด่าคือวันที่มันไม่ได้มาทำงาน 

"ไปทานข้าวก่อนเถอะนายคงหิวแย่แล้ว ป้าตั้งโต๊ะเลยนะครับเผื่อคุณหมออิงด้วย เขาจะมาเป็นสัตวแพทย์ของไร่เราครับ" ผมบอกป้าแย้มคนเก่าแก่ที่ผมให้ความเคารพ แกเป็นพี่เลี้ยงผมมาก่อนจนผมโตก็มาเป็นแม่ครัวให้ผม 

"สวัสดีครับคุณป้า" อิงยกมือไหว้ป้าแย้ม เด็กนี่มารยาทดีแฮะ มือไม้อ่อนใช้ได้ 

"ไหว้พระเถอะค่ะพ่อคุณ เด็กๆแบบนี้พ่อแม่ปล่อยให้มาทำงานในไร่ไกลหูไกลตาแบบนี้ได้ยังไงคะ" ป้าแย้มพูดไปเรื่อยตามประสาคนแก่แต่ผมเห็นเงาดำในดวงตาของอิงวูบนึง 

"ผมขอล้างหน้าก่อนได้ไหมครับ" นาราถาม 

"ตายแล้ว คงหิวกันแล้วสิคะ ตามป้ามาทางนี้ค่ะหมออิง ไปล้างหน้าล้างตาก่อน ป้าจะตั้งโต๊ะให้เดี๋ยวนี้แหละค่ะ" ป้าแย้มกุลีกุจอตั้งโต๊ะอาหารให้เราโดยเร็ว อิงทานข้าวโดยไม่เลือกอาหาร เย็นนี้เป็นน้ำพริกกับผักต้มผักสด มีแกงป่าและป้าแย้มเจียวไข่เพิ่มให้เพราะกลัวว่าอิงจะกินไม่ได้ แต่ผมเห็นอิงก็ทานทุกอย่างที่ผมตักส่งให้ไม่เรื่องมากดี ท่าจะอยู่กันได้ หลังจากเติมข้าวไปรอบที่สาม อิงก็วางช้อน 

"อิ่มมากๆเลยครับ อร่อยมากด้วย ขอบคุณนะครับ" เด็กนี่ปากหวาน แบบนี้ป้าแย้มทำให้ทุกวันไม่มีอดแน่ 

"นายจ๋า ว่านมาแล้ว นายจะให้ว่านเอากระเป๋าไว้ไหนจ๊ะ" ว่านแหกปากมาก่อนตัวอีกแล้ว 

"เอ็งพูดแบบคนธรรมดาไม่ได้หรือไงวะ แหกปากมาได้นายมีแขกไม่เห็นรึไง" ป้าแย้มเอ็ด 

"แขกที่ไหนล่ะ นี่คุณหมอคนใหม่ ว่านรู้หรอก" ว่านแหย่ป้าแย้มเลยโดนแกชี้หน้า ไอ้แสบรีบโดดมาหลบหลังอิงทันที 

"ว่าแต่นายจะให้ผมไปส่งหมออิงเลยไหม" 

"ทำไมต้องไปส่ง" ผมถามหน้ามึน 

"อ้าว ก็ไปที่บ้านพักคุณหมอไง ผมจะไปส่งให้คุณหมอจะได้พัก" 

"ไม่ต้องมืดแล้ว ให้หมออิงพักที่นี่แหละ ป้าแย้มช่วยไปจัดห้องให้หมออิงหน่อยนะครับห้องติดกับห้องผมนั่นแหละ เอ็งยกกระเป๋าคุณหมอตามป้าแย้มไป" ผมสั่งทั้งสองคน 

"ผมไปนอนที่บ้านพักก็ได้นะครับ รบกวนคุณภพธรเปล่าๆ" อิงออกตัว 

"ภพ" 

"อะไรนะครับ" อิงงง 

"เรียกฉันว่าภพ" ผมบอก 

"ครับคุณภพ" อิงว่าง่าย 

"ระหว่างที่รอป้าแย้มจัดห้องให้นาย เล่าให้ฉันฟังซิว่าทำไมนายถึงมาทำงานที่นี่" 

"ก็สมัครมาตามประกาศครับ" อิงคนซื่อ ผมฟังแล้วกรอกตา 

"แล้วครอบครัวนายล่ะ" ต้องตั้งคำถามให้ตรง 

"พ่อผมเสียไปเมื่อเดือนที่แล้วครับ แม่กลับไปอยู่กับตายายที่ต่างจังหวัด" 

"ฉันเสียใจด้วยนะ" ผมเห็นแววตาของอิงสั่นไหว 

"ขอบคุณครับผมทำใจได้แล้วล่ะครับ" อิงยิ้มบางๆ 

"แล้วคู่รักของนายล่ะ มาอยู่ห่างไกลขนาดนี้ไม่กลัวเขาเปลี่ยนใจรึไง" ผมลองถามลุ้นคำตอบมาก 

"ผมไม่มีแฟนหรอกครับ จีบผู้หญิงไม่ติดซักคน" อิงยิ้มแห้งๆ ผมเห็นด้วยผู้หญิงที่ไหนจะอยากได้แฟนที่สวยกว่าตัวเองล่ะครับ 

"ป้าจัดห้องเสร็จแล้วค่ะถ้าหนูอิงต้องการอะไรเพิ่มเติมก็เขียนไว้ ป้ากลับเลยนะคะนาย" ป้าแย้มเดินตุบตับกลับไปขึ้นรถมอเตอร์ไซต์ลุงทองที่มารออยู่ สองผัวเมียมีบ้านพักอยู่ด้านหลังโซนคนงานครับ แต่พิเศษตรงที่เป็นบ้านเดี่ยวหลังเล็กมีพื้นที่หน้าบ้านเล็กน้อยเป็นสัดส่วน พวกคนงานเก่าแก่ผมสร้างบ้านให้ บางส่วนก็ไปกลับจากหมู่บ้านที่ห่างออกไปประมาณสิบกิโลเพราะมีครอบครัวตั้งรกรากอยู่แล้ว บางส่วนก็สมัครใจอยู่ในไร่ผมสร้างหอพักแยกหญิงชายทางไร่มีอาหารให้สองมื้อ ไม่ได้งกมื้อเย็นครับแต่บางทีคนงานก็อยากออกไปหากินกันข้างนอก ผมเลยให้หากินกันเอง 

"มาสิ ฉันจะพาไปดูห้อง" ผมเรียกอิงที่ยืนเหม่อให้ตามขึ้นไปชั้นบน 

"นี่ห้องนาย อยู่ได้ไหม" ผมสังเกตหน้าของอิงไปด้วย หน้าหวานแสดงอาการแปลกใจ 

"นี่มันดีกว่าที่ผมคิดไว้มากเลยครับ ขอบคุณครับคุณภพ" อิงยกมือไหว้ผม 

"นายก็อาบน้ำพักผ่อนซะแล้วกัน พรุ่งนี้ก็ไม่ต้องรีบตื่นหรอก แปดโมงฉันจะกลับมาทานข้าวเช้าด้วยแล้วจะพาไปดูไร่" อิงยกมือไหว้ผมอีกทีจนผมชักรู้สึกว่าตัวเองแก่ 

"นายเลิกไหว้ฉันได้แล้ว ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองแก่มาก" 

"ก็คุณภพเป็นเจ้านายและเป็นผู้ใหญ่กว่านี่ครับ" อิงตอบซื่อๆ 

"นายคิดว่าฉันอายุเท่าไหร่" ภพธรถาม อิงมองคนตรงหน้าอย่างครุ่นคิด 

"45 ได้ไหมครับ" อิงตอบมาทำเอาคนฟังเข่าแทบทรุด 

"ฉันเพิ่ง35 เองนะ" เจ้าของไร่เสียความมั่นใจหมดแล้ว เจ้าเด็กนี่รสนิยมไม่ดีไปแล้ว 

"อุ๊บส์ ขอโทษครับคุณภพ" อิงทำท่าจะยกมือไหว้แต่ถูกจับมือห้ามไว้เสียก่อน 

"พอเลย นายไปนอนซะพรุ่งนี้เจอกัน" ภพธรเผลอลูบผมสีน้ำตาลสวยตามที่ส่วนลึกในใจสั่งให้ทำ มันนิ่มมืออย่างที่คิดจริงๆด้วย พอรู้สึกตัวก็รีบชักมือกลับ 

"ฉันไปนอนล่ะนะ" พยายามไม่สนสายตางงๆของอิงตัดใจเข้าห้องตัวเองไป รู้สึกว่าเหมือนลืมบอกอะไรอิงซักอย่างแต่นึกไม่ออก ช่างมัน อาบน้ำดีกว่า ชายหนุ่มถอดเสื้อผ้าโยนลงตะกร้าแล้วเดินแก้ผ้าเข้าห้องน้ำ เปิดประตูเข้าไปเจออิงยืนอยู่ใต้ฝักบัว 

"ว๊ากกกกกก......" เสียงร้องของเราคงดังไปถึงถนนใหญ่ ภพธรรีบถอยออกมาปิดประตูห้องน้ำแทบไม่ทัน หัวใจเต้นระรัว อิงขาวมากเลือดกำเดาแทบพุ่ง ชายหนุ่มนึกออกแล้วว่าลืมบอกอิงว่าเราใช้ห้องน้ำร่วมกัน! 

ความคิดเห็น