facebook-icon Instagram-icon

เป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดถูกใจและดาว รวมทั้งซื้อนิยายด้วยกุญแจหรือเหรียญด้วยนะคะ ^^

บทที่ 2 หลอกใช้ 1

ชื่อตอน : บทที่ 2 หลอกใช้ 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 60

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 เม.ย. 2563 11:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 หลอกใช้ 1
แบบอักษร

เฟลมมิ่งค้นพบว่าสมาชิกคฤหาสน์คิงไม่ได้ปกติเหมือนที่ใครๆคิด หญิงสาวมาอาศัยอยู่ที่นี่ได้สามวัน ทำให้เริ่มเห็นพฤติกรรม “เฉพาะตัว” ของแต่ละคน 

เริ่มจากเจ้าของบ้าน “ซีเค” ในความคิดของหญิงสาว เฟลมมิ่งคิดว่าชายหนุ่มนักธุรกิจอย่างเขาน่าจะเป็นคนเคร่งเครียดกับงาน ก็เห็นมีธุรกิจร้อยแปดพันล้านอย่างให้ดูแล ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจที่ซีเคจะรวยแบบไม่บันยะบันยังขนาดนี้ แต่ที่น่าแปลกคือ หนุ่มนักธุรกิจอย่างเขา... 

วันๆเอาแต่นั่งเล่นไพ่นกกระจอก 

ไม่ใช่แค่ไพ่นกกระจอกนะ แต่ซีเคเป็นเซียนไพ่แทบทุกชนิดที่หาได้บนโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นไพ่ยิบซี่ เบคคาราท อูโน่ ป็อกเด้ง สลาฟ อีแก่กินน้ำ ทาโร่ และอีกสารพัดอย่างจะเอื้อนเอ่ย 

หากนี้จะเป็นงานอดิเรกของนักธุรกิจหนุ่มล่ะก็ สาบานได้ว่าเขาใช้เวลาอยู่กับงานอดิเรกมากกว่าอาชีพหลักเสียอีก 

ถึงแม้ซีเคจะเป็นเจ้าของบ้าน แต่ก็ไม่มีที่ประจำเป็นหลักแหล่ง เขามักจะไปไหนมาไหนพร้อมกับสำรับไพ่เสียบไว้ในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตเสมอ และเวลาที่เห็นกลุ่มสมาชิกคนอื่นปักหลักอยู่ส่วนไหนในบ้านก็ตาม เจ้าตัวก็จะหาเรื่องตั้งวงเล่นไพ่เสียเดี๋ยวนั้น 

เฟลมมิ่งไม่รู้ว่าเธอควรจะวิจารณ์ผู้ชายคนนี้ว่าอย่างไร ไม่สิ เธอไม่มีสิทธิวิจารณ์เขาด้วยซ้ำ เพราะเขาเป็นเจ้าของบ้าน แต่หญิงสาวเป็นแค่ผู้อยู่อาศัยเท่านั้น 

คนต่อมาคือเจย์ซี รายนี้เฟลมมิ่งพอเดาได้ว่างานอดิเรกคืออะไร เจย์ซีเป็นโรคติดมือถือขั้นรุนแรง เขามีมันไว้เพื่ออะไรน่ะเหรอ หนุ่มหล่อหน้าคมสันแบบนี้ว่างทีไรเป็นต้องหยิบมือถือขึ้นมาชิทแชทกับสาวๆหุ่นสะบึ้มอยู่ร่ำไป ไม่วายที่ชาร์มมิ่งจะขอมานั่งเสนอหน้าตามคำชวนของเจย์ซีด้วย 

เฮ้อ สองคนนี้กลายเป็นเพื่อนสนิทกันได้อย่างรวดเร็วเพราะเรื่องแบบนี้สินะ 

เฟลมมิ่งยังสังเกตเห็นอีกว่า หากวันไหนสองหนุ่มไม่ได้ชิทแชทมือถือ ก็จะออกไปเดทกับสาวสวยที่พวกเขาเคยคุยเล่นเอาไว้ 

เจย์ซีกับชาร์มมิ่งเองก็เป็นคนไม่มีหลักแหล่งเช่นเดียวกับซีเค คือสะดวกจะปักหลักที่ไหนก็นั่งรากงอกอยู่ตรงนั้นจนกว่าจะเบื่อ บ่อยครั้งที่เฟลมมิ่งเห็นสามหนุ่มนั่งเล่นด้วยกัน บางทีก็สลับไปเล่นไพ่บ้าง มือถือบ้าง แล้วแต่อารมณ์ของสามหนุ่ม 

คนที่สามคือคุณหมออีวาน เพียส เฟลมมิ่งมีความเห็นให้ผู้ชายคนนี้น้อยมาก เพราะงานอดิเรกของเจ้าตัวดูแสนจะธรรมดา ว่างทีไร ชายหนุ่มเป็นต้องคว้านิยายสืบสวนสอบสวนมานั่งอ่านอยู่ร่ำไป บางทีเบื่อๆ เจ้าตัวก็ไปรื้อซีดีโคนันภาคพิเศษมาดูเสียงั้น หญิงสาวคิดว่าเขาเป็นคุณหมอที่แปลกดี เธอนึกว่าคนเป็นหมอควรคร่ำเคร่งและจริงจังกับงาน นั่งท่องตำรับตำราทั้งวันเสียอีก 

แต่นี่...ดูจะชิวยิ่งกว่าใครพวก 

ดีหน่อยที่คุณหมออีวานมีที่ปักหลักเป็นหลักเป็นแหล่ง เมื่อเช้านี้เธอพึ่งรู้ว่าห้องหับทางทิศเหนือของคฤหาสน์ถูกใช้เป็นเขตพยาบาลขนาดย่อมๆ ห้องๆหนึ่งแทนแผนกหนึ่งในโรงพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นแผนกอายุรกรรม แผนกตา หู ตอ จมูก ปาก แผนกทางเดินอาหาร แผนกทันตกรรม และอีกสารพัดแผนกที่คนไม่ค่อยป่วยอย่างเฟลมมิ่งเพิ่งเคยเห็น 

ถ้าคุณหมออีวานเพียงคนเดียวจะเชี่ยวชาญสารพัดโรค สารพัดแผนกอย่างที่เจ้าตัวได้ไปเห็นที่เขตพยาบาลขนาดย่อมๆแล้วล่ะก็ สงสัยเธอคงต้องตัดสินคุณหมอที่บ้านิยายสืบสวนสอบสวนคนนี้เสียใหม่ บางทีเขาอาจเป็นมากกว่าหนอนหนังสืออย่างที่เห็น 

คนที่สี่คือแคนดิซ คิง สาวสวยประจำคฤหาสน์แห่งนี้ เฟลมมิ่งยอมรับว่านางสวยอย่างหาใครเทียบได้ยาก เพราะงั้นวันๆหนึ่งของนางจึงมีแต่เรื่องความงามอย่างไม่ต้องสงสัยเลย หญิงสาวเคยผ่านห้องสมุดซึ่งเมื่อวานซีเคพาเดินชมบ้าน ภายในห้องสมุดแบ่งออกเป็นโซนย่อยๆหลายโซน ห้องสมุดขนาดใหญ่ของเศรษฐีอย่างซีเคอาจเรียกได้ว่าเป็นน้องๆของห้องสมุดแห่งชาติ สามในสี่ของห้องสมุดเป็นหนังสือที่บรรพบุรุษของซีเคเก็บสะสมไว้รวมเป็นเวลาเจ็ดชั่วโคตร ตั้งแต่เธอเห็นครั้งแรกก็แทบจะเป็นลมล้มชัก สาบานได้ว่าในห้องสมุดแห่งนี้มีความรู้ทุกอย่างที่โลกใบนี้สามารถมีได้ ถ้าคุณไม่ขี้เกียจและท้อถอยเกินไป คุณอาจจะเป็นอัจฉริยะได้เพียงแค่อ่านหนังสือภายในห้องสมุดนี้แบบหมดเปลือก แต่งานนี้เฟลมมิ่งขอบาย เธอไม่ใช่หนอนหนังสือ และที่เอาชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้ได้ก็ไม่ใช่เพราะหนังสือด้วย ดังนั้นคนที่เหมาะสมกับเรื่องแบบนี้มากที่สุดน่าจะเป็นคุณหมออีวาน รายนี้ก็ได้รับการอนุเคราะห์จากซีเคให้มีโซนหนังสือส่วนตัวเป็นของตัวเอง มันอาจฟังดูเว่อร์ แต่ก็เป็นไปแล้ว โซนหนังสือของอีวานเล็กกว่าของซีเคอยู่โขถ้าเทียบเป็นปริมาณ แต่อย่างไรซะมันก็ยังมากอยู่ดีในสายตาของหญิงสาว 

อ่า นอกเรื่องมาไกลโขเลย เธอแค่อยากจะอธิบายเรื่องชั้นหนังสือของแคนดิซก็แค่นั้นเอง แต่ดันท้าวความซะยาวเลย ต้องขอโทษผู้อ่านด้วยนะคะ 

คืองี้ แคนดิซเองก็มีโซนหนังสือเป็นของนางเช่นเดียวกัน เฟลมมิ่งไม่นึกไม่ฝันมาก่อนว่าคนที่ไม่ใช่หนอนหนังสืออย่างแคนดิซจะมีที่ปักหลักเป็นห้องสมุด แต่นั่นคือความจริง เพราะนางทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องสมุดกับนิตยสารแฟชั่นและความงาม เรียกได้ว่าแคนดิซซื้อนิตยสารทุกเล่มที่มีคำว่า “สวย” “น่ารัก” “เซ็กซี่” และ “เฉิดฉาย”อยู่บนปก 

ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ยิ่งนางอ่านหนังสือพวกนี้มากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งสวยข้ามวันข้ามคืนได้อย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อสองวันที่แล้วแคนดิซเคยชวนเธออ่านนิตยสารของนางที่พึ่งส่งมาที่บ้านแบบสดๆร้อนๆ แต่เฟลมมิ่งปฏิเสธ สาบานเถอะ ถึงแคนดิซจะ (บังเอิญ) สวยเพราะอ่านหนังสือ แต่เฟลมมิ่งก็ไม่ขอเอี่ยว ขอแค่แคนดิซสวยเพียงคนเดียวในบ้านนี้ก็พอแล้ว 

คนที่ห้าคือเมคอัพ อาร์ททิสหน้าสวย อัลฟรองโซ ลาวัวซ์ เจ้าตัวมีงานอดิเรกคล้ายสาวสวยประจำบ้านหากแต่มีภาระหน้าที่มากกว่า เฟลมมิ่งพึ่งรู้ว่าโซนห้องทางทิศตะวันตกของคฤหาสน์คิงเป็นสถานที่เสริมความงามและการบริการของอัลฟรองโซทั้งหมด ซีเคบอกว่าตั้งแต่อัลฟรองโซมาอยู่ด้วย สมาชิกในคฤหาสน์คิงแทบไม่เคยออกไปร้านตัดผมนอกบ้านเลย 

แปลว่าอัลฟรองโซรับหน้าที่ดูแลเรื่องความสวยความงามให้ทุกคนภายในบ้านทั้งหมดสินะ 

เฟลมมิ่งเคยเดินไปดูโซนความงามของหนุ่มหน้าสวยตั้งแต่วันแรกที่มาถึงคฤหาสน์คิง เธอพบว่าห้องหับส่วนใหญ่ในโซนนั้นถูกแบ่งแยกหน้าที่ตามป้ายหน้าประตูแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น สปาผิว สปาเท้า นวดแผนไทย ฝังเข็ม ฟิตเนส ห้องตัดผม ห้องสระผม ห้องนวดหน้า อโรม่า ออนเซน และอีกมากมายเกินจะเอ่ยหมดถ้าไม่ได้มาดูเอง 

กิจการของพ่อหนุ่มอัลฟรองโซทั้งหมดที่ได้เอ่ยมา อาจบอกได้ว่า คำว่า “สุดยอด” ยังน้อยไปด้วยซ้ำ 

คนที่หก คริสติน่า หยาง เลขาสาวประจำตัวซีเคที่วันๆดูจะยุ่งที่สุดในบ้านจนสาวนักต้มตุ๋นยังต้องแปลกใจ เพราะคริสต์ทำหน้าที่ดีลงานทุกอย่างที่ควรจะเป็นของซีเคทั้งหมด เริ่มจากตื่นนอนตอนตีห้า จัดการภารกิจส่วนตัวให้เสร็จสิ้นภายในเวลาเจ็ดโมงเช้า หลังจากที่เข็มนาทีเคลื่อนผ่านเลขสิบสอง โทรศัพท์มือถือทั้งห้าเครื่องของคริสต์จะดังขึ้นแทบจะพร้อมเพรียงกัน เฟลมมิ่งลงความเห็นว่าชีวิตของคริสต์สะกดเป็นแต่คำว่า “รีบเร่ง” “วุ่นวาย” “โหวกเหวก” และ “เหนื่อยหน่าย” 

ชีวิตการทำงานของคริสต์เริ่มตั้งแต่เจ็ดโมงเช้ายันหกโมงเย็น คริสต์แทบจะเป็นหุ่นยนต์มีชีวิตที่ทำงานวันละสิบเอ็ดชั่วโมงได้อย่างไม่ยีหระ เฟลมมิ่งอดทึ่งไม่ได้กับความสามารถเหนือมนุษย์ของเพื่อนสาว คริสต์จะทำงานตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ มีวันอาทิตย์เพียงวันเดียวเท่านั้นที่จะได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม ฉะนั้นจึงไม่ต้องสงสัยว่าสถานที่ปักหลักของเลขาสาวน่าจะเป็นห้องนอนของเจ้าตัว ยิ่งวันอาทิตย์ คริสต์แทบไม่ก้าวเท้าออกมาจากห้องนอนเลยด้วยซ้ำ 

คนที่เจ็ด และคนสุดท้ายของคฤหาสน์คิงก็คือ พ่อบ้านลี หรือ ลี ยูจีน พ่อบ้านลีเป็นหนึ่งในคนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสบายๆแอนด์ชิวๆ เพราะวันๆเจ้าตัวมีหน้าที่แค่ทำอาหาร ปัดกวาดเช็ดถูบ้านและทำสวน นี่ถือเป็นงานหลักของเจ้าตัว พ่อบ้านลีบอกว่านี่ถือว่าเป็นงานที่มีเกียรติสำหรับคนที่ได้ตำแหน่ง “พ่อบ้าน” แต่ถ้าใครไปเรียกหนุ่มตาตี่ว่าเป็น “คนรับใช้” ล่ะก็ จากหนุ่มหล่อหน้ามนจะแปลงร่างกลายเป็นแจ็ค เดอะ ริปเปอร์ได้ทันที 

แคนดิซเคยเล่าให้เธอฟังว่าตอนหล่อนย้ายมาที่บ้านหลังนี้ใหม่ๆ หล่อนได้รับการต้อนรับอย่างดีจากซีเค จนกระทั่งถึงเวลาอาหารเย็น แคนดิซได้นั่งร่วมโต๊ะกับสมาชิกในคฤหาสน์เท่าที่มีอยู่ ณ ตอนนั้นทั้งหมด รอไม่นานนัก หนุ่มเกาหลีหน้าตาดีคนหนึ่งก็เดินมาเสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสที่เจ้าตัวภูมิใจนักภูมิใจหนา 

ใช่แล้ว พ่อบ้านลีนี่เอง 

เมื่อเห็นหนุ่มเกาหลี แคนดิซจึงตระหนักได้ว่าคนรับใช้คนเก่าที่เคยทำงานอยู่ที่คฤหาสน์นี้คงลาออกไปแล้ว จึงเอ่ยถามญาติตัวเอง 

“ซีเค นี่คนรับใช้คนใหม่เหรอ” 

เท่านั้นแหละ ก่อนที่ซีเคและคนอื่นๆที่รู้เรื่องนิสัยของพ่อบ้านลีจะทันได้อธิบาย แคนดิซก็ได้ยินเสียงโลหะดังแหวกอากาศทะลุบางอย่างต่อหน้าต่อตาเธอ 

เนื้อไก่งวงฝรั่งเศสที่พ่อบ้านหน้าตาหล่อเหลาลงมือทำอยู่หลายชั่วโมงเพื่อฉลองเนื่องในโอกาสที่มีสมาชิกใหม่ย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์นี้ปริแยกออกจากกัน จุดสำคัญบนไก่งวงที่หญิงสาวละตินแสนสวยเรียกว่า “แผล” มีมีดเล่มใหญ่ปักค้างอยู่ 

น่ากลัว 

ลี ยูจีนหันมายิ้มน่าสะพรึงกลัวให้สาวสวยประจำบ้านอย่างช้าๆ 

“กรุณาเรียกผมว่า “พ่อบ้าน” จะดีกว่านะครับ” 

ใบหน้าหล่อเหลายิ้มระรื่นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่หญิงสาวที่จ้องมองคอไก่หลุดออกจากตัวของมันรู้สึกขนลุกขึ้นมาทันใด 

“ด...ได้ค่ะ...พ่อบ้านลี” 

นับจากนั้นมา ก็ไม่มีใครกล้าเรียกลี ยูจีน ว่า “คนรับใช้” อีกเลย 

ดังนั้นสิ่งที่เฟลมมิ่งได้เรียนรู้จากชายผู้นี้ก็คือ... 

คำว่า “พ่อบ้าน” สะกดต่างจากคำว่า “คนรับใช้”ถ้าเป็นไปได้ ไม่ควรนำคำสองคำนี้มาไว้ในหมวดหมู่เดียวกันถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ 

นอกจากนั้น พ่อบ้านลียังมีหน้าที่รองลงมาก็คือ เรื่องเย็บปักถักร้อย คิดค้นสูตรอาหารใหม่ๆขึ้นมาให้คนในคฤหาสน์คิงได้ทดลองชิมกัน ส่วนเรื่องงานอดิเรกของเจ้าตัวน่ะเหรอ มันก็คือ การส่องผู้ชาย! 

พ่อบ้านลีมักจะยืนยันเสมอว่าเขายังแมนอยู่ แต่งานอดิเรกซึ่งอยู่เหนือความคาดหมายของเฟลมมิ่งนี้ออกจะทำให้สาวนักต้มตุ๋นเถียงไม่ออก ซีเคเคยเกริ่นให้ฟังเรื่องที่เจย์ซีพึ่งย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ๆ ตอนนั้นพ่อบ้านลีค่อนข้างจะถูกใจพ่อหนุ่มหล่อดิบเถื่อนประจำบ้านเลยทีเดียว เจย์ซีจึงเป็นที่หมายปองของพ่อบ้านลีอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่ก็นะ เรื่องนั้นมันก็นานมาแล้ว มันเกิดก่อนที่สมาชิกคนอื่นๆจะย้ายเข้ามาอยู่เสียอีก และซีเคก็ไม่ได้เล่าต่อว่าระหว่างชายหนุ่มไม้ป่าเดียวกันสองคนเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะไม่อยากเล่าเรื่องวายๆให้สาวอายุยี่สิบต้นๆอย่างเธอต้องใจแตก 

แต่ปัจจุบันนี้ ตั้งแต่ชาร์มมิ่งย้ายเข้ามาในคฤหาสน์คิง ดูเหมือนพ่อบ้านลีจะเปลี่ยนเป้าหมายมาที่หนุ่มนักต้มตุ๋นแทน งานนี้สองพี่น้องจึงแอบกุมขมับเล็กน้อย คนหนึ่งกำลังร้อนใจเพราะกลัวตกเป็นเหยื่อพ่อบ้านแอ็บแมน ส่วนอีกคนก็ลุ้นแทบตาย เพราะกลัวพี่ชายจะพลาดท่าเสียทีหนุ่มตี๋ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆล่ะก็ เธอคงมีพี่สะใภ้เป็นผู้ชายอย่างช่วยไม่ได้ 

สถานที่ปักหลักของพ่อบ้านลีคือห้องทั้งหมดที่อยู่ทางทิศใต้ ซึ่งใช้เป็นโรงครัวและห้องเก็บเสบียงอาหาร ซึ่งถูกแบ่งแยกหมวดหมู่ตามเชื้อชาติไป มีทั้งครัวเอเชีย ครัวตะวันตก ครัวจีน ครัวญี่ปุ่น ครัวเกาหลี ครัวเม็กซิกันและครัวแอฟริกัน 

เรียกได้ว่า สัปดาห์หนึ่งมีเจ็ดวัน สมาชิกในคฤหาสน์จะได้รับประทานอาหารเจ็ดอย่างเลยทีเดียว 

อ่า ผู้อ่านอาจจะคิดว่าเรื่องแปลกๆของสมาชิกในคฤหาสน์คิงมาเกี่ยวข้องกับชื่อตอน “หลอกใช้” ได้อย่างไร มองเผินๆแล้วมันเหมือนจะไปกันคนละทางเลย แต่อย่าพึ่งด่วนสรุปไป งานนี้เฟลมมิ่งอาจเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด แต่เรื่องทุกอย่างจะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้นิสัยสุดกู่ของสมาชิกคฤหาสน์คิงนี่แหละ 

เรื่องราวมันมีอยู่ว่า... 

  

  

  

เฟลมมิ่งพับหนังสือพิมพ์ประจำวันเก็บ ก่อนวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงในห้องนอน จากนั้นจึงไปขอยืมกรรไกรมาจากพ่อบ้านลี หญิงสาวตัดหนังสือพิมพ์ที่หน้าพาดหัวข่าวและเนื้อหาข่าวข้างในตรงจุดที่ต้องการ จากนั้นจึงนำไปติดไว้ที่หัวเตียง ซึ่งมีกระดานไม้และหมุดวางนิ่งรออยู่ นี่คือนิสัยของเฟลมมิ่ง เธอเป็นคนมีเป้าหมายในชีวิต อะไรก็ตามที่เธอประสงค์จะทำให้สำเร็จ หญิงสาวจะค้นหาข้อมูลอย่างหนักหน่วงข้ามวันข้ามคืน บางครั้งอาจได้ข้อมูลมาอย่างง่ายๆ เมื่อหาเสร็จเธอก็จะนำมันมาติดไว้ที่กระดานไม้ซึ่งต้องวางไว้ที่หัวเตียงเท่านั้น เพื่อที่ว่าวันนี้วางแผน พรุ่งนี้ตื่นมาตอนเช้า มองเห็นกระดานไม้ซึ่งมีแผนการและข้อมูลที่เจ้าตัวตั้งใจจะทำ จะได้เกิดความฮึกเหิมและเตือนใจว่าจะต้องทำงานให้สำเร็จ 

หญิงสาวยิ้มหน้าบานให้กับตัวเอง หลังภารกิจแรกสำเร็จลุล่วง นั่นก็คือการหาข้อมูลนั่นเอง จากนั้นเธอจึงเริ่มภารกิจที่สอง นั่นก็คือ การล้มตัวลงบนเตียงเพื่อคิดแผนการ นัยน์ตาหวานระยับของสาวน้อยจ้องมองไปที่พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ ซึ่งมีชื่อของคนๆหนึ่งเด่นหราอยู่บนนั้น 

ผ.อ.เจมส์ แมคเจลแลน แห่งโรงเลี้ยงเด็กกำพร้า เซนต์ไมเคิล 

  

  

  

ซีเคมองร่างสูงระหงของเฟลมมิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสายตางุนงง เขากำลังจะสลับไพ่ในมือ ตอนแรกตั้งใจว่าจะดูดวงตัวเองเล่นแก้เซ็ง แต่พอเห็นหญิงสาว ก็ตั้งใจจะชวนเธอเล่นไพ่ด้วย แต่ไม่นึกว่าเธอจะมาหาเขาพร้อมกับจุดประสงค์บางอย่าง 

“อยากให้ฉันร่วมมือกับเธอในการต้มตุ๋นอย่างนั้นเหรอ”ซีเคทวนคำ 

“คุณฟังไม่ผิดหรอก ฉันรู้ว่าคุณอาจจะมองฉันแปลกๆ เพราะคุณเป็นนายจ้าง ส่วนฉันเป็นแค่ลูกจ้างเท่านั้น แต่ริอาจมาสั่งให้คุณทำงานเพื่อฉัน”เฟลมมิ่งออกตัวไว้ก่อน 

“แต่เชื่อฉันเถอะ งานนี้ฉันจะทำให้คุณได้กำไรงามๆ”กล่าวเสร็จ หญิงสาวก็ส่งกระดานไม้ที่มีพาดหัวข่าวเจ้าปัญหาให้เศรษฐีหนุ่ม จากนั้นจึงอธิบายคร่าวๆ 

“นี่คือผู้อำนวยการโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ฉันกับชาร์มเคยอาศัยอยู่ตอนเด็กๆ ก่อนจะหนีออกมาอยู่ที่เมืองนี้ค่ะ” 

“เธอจะบอกว่า อยากให้ฉันร่วมมือต้มตุ๋นผู้อำนวยการ...คนที่เคยอุปถัมภ์เธอที่โรงเลี้ยงเด็กกำพร้างั้นเหรอ”ซีเคถาม ไม่แน่ใจว่าประเมินหญิงสาวผิดไปหรือเปล่า 

“แค่ในนามค่ะ อันที่จริงผู้ชายคนนี้จะยอมอุปถัมภ์เด็กคนหนึ่งก็ต่อเมื่อเห็นเงินเท่านั้น” 

ซีเคได้ฟังก็เริ่มเข้าใจบางอย่าง 

“เธอเกลียดผู้ชายคนนี้เหรอ” 

เฟลมมิ่งไม่ตอบรับ แต่ก็ไม่ปฏิเสธ ซีเคจึงไม่ซักไซ้ต่อ แต่ชายหนุ่มเดาเอาว่าเธอคงเกลียดผู้ชายในพาดหัวข่าวมากเอาการ ถึงได้เดินมาขอความช่วยเหลือจากเขาหลังจากอยู่ที่นี่ได้แค่สามวันเท่านั้น ไม่อย่างนั้นก็คงนอนรองานจากเขาไปแล้ว 

“แค่เธอกับชาร์มสองคนก็น่าจะจัดการเขาได้นะ ทำไมต้องมาขอความร่วมมือจากฉันล่ะ”ซีเคถาม 

“คุณไม่อยากให้ฉันยืมมือคุณหรือเปล่าคะ”เฟลมมิ่งถามวัดใจอีกฝ่าย ซีเคยิ้มที่มุมปากนิดๆอย่างที่ชอบทำเป็นประจำ 

“ฉันแค่อยากรู้ว่าทำไมต้องเป็นมือของฉัน อีกอย่างก็คือ ฉันมองเรื่องผลตอบแทนระยะยาว สาวน้อย ถ้าเธอให้ฉันได้ ฉันก็จะให้เธอยืมมือไปใช้” 

“แล้วคุณจะไม่ผิดหวัง”เฟลมมิ่งรับปาก ยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างที่เจ้าตัวชอบทำ 

“ถ้างั้น เธอยืมมือฉันเพราะอะไร” 

เฟลมมิ่งเปลี่ยนอิริยาบถมานั่งในระดับเดียวกับนักธุรกิจหนุ่ม 

“เพราะคุณมีอิทธิพลค่ะ” 

ความคิดเห็น