facebook-icon Instagram-icon

เป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดถูกใจและดาว รวมทั้งซื้อนิยายด้วยกุญแจหรือเหรียญด้วยนะคะ ^^

บทที่ 1 เปิดฉาก 3

ชื่อตอน : บทที่ 1 เปิดฉาก 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 90

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 เม.ย. 2563 11:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 เปิดฉาก 3
แบบอักษร

เจย์ซีพาพี่น้องสจ๊วตมาที่ผับโทรมๆแห่งหนึ่งในย่านสลัมแห่งนี้ มันอยู่ติดกับท่าเรือ ตอนแรกเฟลมมิ่งตัดสินใจว่าจะพาพี่ชายหนีไปพร้อมกับเรือขนส่งของเถื่อน แต่พอคำนวณดูดีๆแล้วก็พบว่านี่ก็เลยมาตั้งห้าชั่วโมงแล้ว ป่านนี้ทางการคงออกหมายจับพวกเธอไปทุกๆที่ ไม่เว้นแม้แต่ท่ารถและท่าเรือในเมืองนี้แน่ ยิ่งพวกตำรวจกวดขันขนาดนี้ เธอจึงไม่หวังเลยว่าเรือขนของเถื่อนจะรอดตาพวกตำรวจไปได้ 

ชาร์มมิ่งถอดเสื้อตำรวจออกตั้งแต่ก่อนเข้ามาที่ผับแห่งนี้ ไม่งั้นอาจทำให้ลูกค้าในผับคนอื่นแตกตื่นได้ถ้าเห็นตำรวจเข้ามาในสถานที่แบบนี้ ตอนนี้ชายหนุ่มจึงเหลือแต่เสื้อกล้ามเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เขาเดินตัวปลิวตามหลังเจย์ซีเข้าไปข้างในผับ 

ข้างในคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหม็นอับของเหล้า บุหรี่และแอลกอฮอล์ชนิดอื่นๆ เฟลมมิ่งสาบานได้ว่าหากเป็นไปได้เธอจะไม่ขอมาเหยียบในที่แบบนี้อีก อย่างน้อยเธอก็ถูกใจร้านอาหารข้างทาง ไม่ก็ข้าวต้มโต้รุ่งมากกว่าสถานที่ที่เสี่ยงต่อการทะเลาะวิวาทและจำหน่ายแอลกอฮอล์ในปริมาณที่สูง 

เจย์ซีพาสองพี่น้องสจ๊วตเดินตรงดิ่งไปที่ชุดเก้าอี้ที่อยู่เกือบด้านหลังร้าน มันตั้งอยู่ในมุมอับยากที่ใครจะมองเห็นและมาสนใจ เมื่อเข้ามาใกล้มากพอ สองพี่น้องนักต้มตุ๋นก็เห็นผู้ชายสามคนกำลังนั่งจับกลุ่มเล่นไพ่อยู่ 

“โย่ววว”เจย์ซีทักทายด้วยการตบบ่าอย่างแรงใส่ผู้ชายคนที่นั่งหันหลังให้ทุกคน แต่ฝ่ายที่โดนทักทำเพียงเหลือบตาขึ้นมามอง จากนั้นก็หันไปสนใจไพ่ในมือต่อ 

เจย์ซีหันมาหัวเราะกับพี่น้องสจ๊วต ก่อนเอ่ย 

“อย่างนี้แหละเพื่อนฉัน หมอนี่มันทำธุรกิจไพ่นกกระจอกน่ะ” 

เท่านั้นแหละ คนที่เคยสนใจแต่ไพ่ (นกกระจอก?) ก็หันมามองหนุ่มหน้าหล่อเหลาทันที 

“มีใครเคยบอกนายหรือเปล่าว่าวันนี้ดวงจะตก” 

“หะ”เสียงเจย์ซีตกร่องไป อีกฝ่ายจึงถือโอกาสรวบไพ่ในมือและบนโต๊ะทั้งหมดไปสลับๆอยู่สองสามรอบ ก่อนจะให้เจย์ซีหยิบไพ่ในกองนั้นมาสามใบ 

เจย์ซีทำตาม ในขณะที่สองพี่น้องสจ๊วตเองก็แอบลุ้นไปด้วย ในที่สุดอีกฝ่ายก็ประกาศผลทำนายไพ่ที่หนุ่มหล่อเป็นคนหยิบเองกับมือ 

“ไพ่ที่นายเปิดได้ในวันนี้บอกว่านายดวงตกแบบสุดๆ นายจะโดนทำร้ายร่างกาย กรรโชกทรัพย์ นัดใครไว้ก็ไม่สามารถไปตามนัดได้ แถมดวงนายวันนี้ยังเป็นรองดวงของฉันอีกด้วย” 

“อะไรวะ!”เจย์ซีคำราม ไม่ได้จะด่าว่าอีกฝ่ายโมเมทักขึ้นมาเองนะ แต่แม่...ตรงแบบสุดๆ ขนาดหมอลักษณ์ฟันธงยังต้องอาย 

อีกฝ่ายหัวเราะขึ้นมาอย่างมีชัย 

“แล้วนี่ไม่เล่นไพ่ต่อแล้วเหรอ”ในที่สุดเจย์ซีก็ทำใจถามเพื่อนออกมาจนได้ 

“อ่อ เล่นจบพอดีตอนนายมา” 

“เวรกรรม เอ้อ ฉันพาเพื่อนใหม่มาแนะนำให้นายรู้จัก”เจย์ซีนึกขึ้นได้ จึงแนะนำสองพี่น้องสจ๊วตให้เพื่อนรู้จัก พร้อมสาธยายประวัติคร่าวๆอย่างที่พ่อค้าข่าวเถื่อนอย่างเขาไม่มีทางพลาดอยู่แล้ว 

“สวัสดีนะ ฉันซีเค เป็นนักธุรกิจในเมืองนี้”ซีเคแนะนำตัวเองกลับบ้าง ก่อนจะยื่นมือไปเชคแฮนด์กับสองพี่น้องสจ๊วต 

“ฉันยินดีจะมาเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินให้พวกคุณสองคน ทีนี้ เรามาตกลงเรื่องผลประโยชน์ในระหว่างที่ร่วมธุรกิจกันดีกว่านะ”ซีเคบอกอีก ก่อนจะเรียกบ๋อยส่วนตัวมาแล้วสั่งเครื่องดื่มให้สองพี่น้องนักต้มตุ๋น 

ในเมื่อซีเครู้แล้วว่าสองพี่น้องทำงานอะไร เฟลมมิ่งคิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังอะไรซีเคอีก และอีกอย่าง เจย์ซีก็ยืนยันว่าซีเคไว้ใจได้ เพราะงั้นลองฟังข้อเสนอทางธุรกิจของอีกฝ่ายหน่อยจะเป็นอะไรไป 

ซีเคพูดให้ฟังถึงการทำธุรกิจแบบคร่าวๆ เขาอธิบายย่อๆถึงการจัดการด้านการเงินอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ สองพี่น้องสจ๊วตนั่งฟังด้วยความตั้งใจ นี่คงเป็นสาเหตุทำให้ซีเคประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ แต่ซีเคไม่มีอะไรเหมือนทั้งสองพี่น้องเลยสักอย่าง เพราะแค่ความคิดที่เริ่มจะประกอบอาชีพก็ยังต่างกันแล้ว 

ซีเคมีความคิดที่จะเป็นเจ้าของกิจการ มีทรัพย์สินเป็นของตัวเอง และหารายได้จากสิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้นมา แต่สองพี่น้องสจ๊วตเป็นพวกใช้ปัญญาไปในทางคดโกง เบียดเบียนคนอื่นเพื่อเอาของหรือทรัพย์สินของอีกฝ่ายมาเป็นของตน แค่นี้เฟลมมิ่งก็ส่ายหน้าอย่างระอาเสียแล้ว เพียงแค่อุดมการณ์ของคนทั้งสองฝั่งยังต่างกันขนาดนี้ ซีเคดูเป็นคนดีนะ และอะไรบางอย่างทำให้เธอคิดว่าถ้ายังอยากเป็นเพื่อนซีเคต่อไป แต่ไม่สามารถเปลี่ยนอาชีพได้ล่ะก็ เธอคงเลือกที่จะไม่ขโมยของซีเคก็ละกัน 

เฟลมมิ่งตั้งใจจะบอกพี่ชายว่าไม่ต้องการตกลงจะร่วมธุรกิจกับอีกฝ่าย แต่สายตาของเธอก็ดันไปเห็นแหวนบนนิ้วของนักธุรกิจหนุ่มเสียก่อน 

สัญลักษณ์บนแหวนของอีกฝ่าย เหมือนกับสัญลักษณ์ที่อยู่บนป้ายหน้าผับแห่งนี้ นอกจากนั้นเฟลมมิ่งยังจำได้อีกว่า ตอนที่เธอกับพี่ชายลักลอบเข้ามาในเมืองผ่านเส้นทางขนส่งของเถื่อน เธอก็เห็นสัญลักษณ์นี้ทั้งบนเรือ รถบรรทุก รถไฟหรือแม้แต่เครื่องบิน! 

เฟลมมิ่งเบิกตากว้างเมื่อหัวสมองอันชาญฉลาดประมวลผลออกมาได้ผลลัพธ์ที่ไม่คาดฝัน และเธอก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เสียด้วย 

“ชาร์มมิ่ง” 

“อะไรเหรอ เฟลม” 

“ฉันว่าเราควรจะตกลงร่วมงานกับซีเคนะ” 

ชาร์มมิ่งมองหน้าน้องสาวอย่างไม่เข้าใจ 

“เอ่อ เราขอตัวสักครู่นะ”ชาร์มมิ่งบอกซีเคและเจย์ซี 

“ไม่มีปัญหา”ซีเคยิ้มมุมปาก ก่อนจะกระดกเครื่องดื่มเล็กน้อย 

ชาร์มมิ่งพาน้องสาวออกมาข้างนอกผับ ก่อนถาม 

“คิดอะไรอยู่ เฟลม” 

“พี่เห็นแหวนที่นิ้วมือของซีเคหรือเปล่า” 

“ทำไมเหรอ เธออยากจะขโมยไปขายหรือไง” 

เฟลมมิ่งอยากตบกบาลพี่ชายสักป๊าบ แต่ยั้งมือไว้ก่อน 

“เอาเถอะน่า บอกฉันมาว่าพี่เห็นหรือเปล่า” 

“เห็นสิ ทำไมเหรอ” 

“พี่ลองมองขึ้นไปข้างบน ที่ป้ายร้านนี้นะ” 

ชาร์มมิ่งมองตาม 

“แล้วลองนึกย้อนกลับไปตอนที่เราเข้ามาในเมืองนี้ พี่จำที่ฉันเคยบอกพี่เรื่องสัญลักษณ์ที่ติดอยู่บนยานพาหนะทุกคันที่เราเดินทางเข้ามาได้หรือเปล่า” 

ชาร์มมิ่งไม่ใช่คนหัวช้า พอนึกสิ่งที่น้องสาวบอกได้แล้ว ก็เป็นไปอย่างที่เฟลมมิ่งคาดการณ์ไว้ พี่เธอกำลังอึ้ง 

“ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงอยากให้เราร่วมงานกับซีเค” 

“อาฮะ พี่เข้าใจว่าไง” 

“เข้าใจว่าถ้าเราต้มตุ๋นซีเคได้ งานนี้คงรวยทั้งชาติ ไม่ต้องมาเป็นนักต้มตุ๋นแบบนี้อีกแล้วไง” 

เฟลมมิ่งยิ้มในหน้า ก่อนจะประเคนมะเหงกใส่พี่ชายบังเกิดเกล้าเข้าเต็มรัก อีกฝ่ายถึงกับก้มลงไปกุมหัวตัวเองบนพื้นซีเมนต์ 

“อย่าโง่ไปหน่อยเลยชาร์ม ดูจากบุคลิกลักษณะของซีเคแล้ว คิดว่าเขาจะยอมให้เราหลอกได้ง่ายๆเหรอ” 

“ไม่”พี่ชายตอบกลับมาเสียงอู้อี้ 

“ฉันหมายความว่าเราควรร่วมงานกับเขา อาจจะในฐานะลูกจ้าง หรือหุ้นส่วนอะไรประมาณนั้น เพราะธุรกิจของซีเคก็ไม่ใช่เรื่องถูกกฎหมายอยู่แล้ว เขาเองก็มาแนวเดียวกับเรา อีกอย่างเราจะได้ไม่ต้องลำบากลำบนหนีตำรวจให้เมื่อยตุ้มด้วย โอเคปะ” 

ชาร์มมิ่งทำมือโอเค ก่อนจะพาน้องสาวเดินกลับเข้าผับไปอีกครั้ง 

“ตกลงว่าอย่างไรบ้าง พี่น้องสจ๊วต”ซีเคถาม 

“เราตกลง เข้าเรื่องผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายได้เลย”ชาร์มมิ่งบอก 

แล้วก็ไม่ผิดอย่างที่เฟลมมิ่งคาดการณ์ ผลประโยชน์ที่ซีเคเสนอให้คือเขาจะให้สองพี่น้องสจ๊วตร่วมงานด้วยหากเป็นงานที่ผิดกฎหมาย ค่าตอบแทนจะแบ่งให้สามสิบเปอร์เซ็นต์ของงานที่ทำได้ในแต่ละครั้ง นอกจากนี้ซีเคยังใจดีเอื้อเฟื้อสถานที่พักให้ด้วย งานนี้ดูเหมือนสองพี่น้องนักต้มตุ๋นจะได้มากกว่าเสีย พอลองมองดูดีๆแล้ว งานก็มีให้ทำ เงินก็ได้ มีซีเคเป็นที่ปรึกษาด้านการเงิน และยังได้ที่พักอาศัยถาวร ไม่ต้องหนีพวกตำรวจไปกบดานแถวท่อระบายน้ำอีกแล้ว 

เฟลมมิ่งลองวิเคราะห์ดูด้านของซีเค หญิงสาวไม่รู้ว่าเขาจะทำเงินจากการใช้งานพวกเธอได้มากน้อยแค่ไหน แต่เขาก็ไม่มีอะไรจะต้องเสีย ถ้าพวกเธอทำงานพลาด เขาก็ยังมีธุรกิจอื่นๆมารองรับ งานนี้ซีเคไม่มีทางจนหรือล้มละลายอย่างแน่นอน นอกจากจะได้สองพี่น้องนักต้มตุ๋นมือฉมังมาร่วมงานด้วยแล้ว ถ้าโชคดี เขาอาจทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำจากผลงานของสองพี่น้องสจ๊วตอีกด้วย 

งานนี้ถือว่าเจ๊าๆละกันนะ 

“ในเมื่อตกลงกันได้แบบนี้ก็ดีแล้ว ฉันว่าตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว พวกเราน่าจะกลับบ้านกันเถอะ”เจย์ซีเสนอ 

“นั่นสินะ”ซีเคเห็นด้วย เขาดื่มเครื่องดื่มอึกสุดท้าย ก่อนจะจ่ายเงินด้วยแบงก์ธรรมดาๆ มูลค่าไม่มากในผับเสื่อมโทรมแห่งนี้ ยิ่งยืนยันเฟลมมิ่งได้เป็นอย่างดีว่าซีเคเป็นคนรอบคอบ เขาไม่ยอมเปิดเผยฐานะตัวเองในที่สาธารณะเด็ดขาด 

“เธอมองนายอยู่นะ ซีเค”เจย์ซีทัก 

เธอ ในที่นี้ก็มีอยู่คนเดียว ทำให้ซีเคหันไปมองเฟลมมิ่ง 

“ว่าไง สาวน้อย” 

เฟลมมิ่งอยากจะตะบันหน้าหล่อๆของเจย์ซีทิ้งซะ แต่จำต้องนิ่งไว้ 

“เอ่อ ฉันแค่ซาบซึ้งใจที่คุณให้เราร่วมงานด้วยค่ะ” 

“งั้นเหรอ มันไม่ใช่เรื่องลำบากใจอะไรหรอกนะ”ซีเคกล่าว 

“นายเชื่อที่เธอบอกอย่างงั้นเหรอ”เจย์ซียังไม่เลิก เล่นเอาเฟลมมิ่งอารมณ์เดือดนิดๆ แต่ซีเคไม่มีทีท่าว่าจะรำคาญที่เพื่อนพูดไม่เคลียร์ ถึงถาม 

“นายคิดว่าไง” 

“เธอมองแหวนของนายตั้งแต่อยู่ในผับแล้ว” 

หมดกัน เฟลมมิ่งคอตก ได้ยินแบบนี้แล้วซีเคจะยังให้พวกเธอร่วมงานต่ออีกหรือเปล่านะ 

“อ้อเหรอ งั้นเธอคงรู้แล้วสินะว่าฉันทำธุรกิจอะไรบ้าง”ซีเคถามหญิงสาว เฟลมมิ่งจึงจำใจพยักหน้าอย่างอายๆ 

“ค่ะ” 

“แล้วยังอยากจะร่วมงานกับฉันต่อไหมล่ะ” 

“อยากสิคะ” 

“งั้นก็ไม่มีอะไรเสียหายนี่ ก็แค่แหวนวงเดียว ฉันไม่ได้มีอะไรต้องปิดบังพวกเธออยู่แล้ว ในเมื่ออีกไม่นานพวกเราจะต้องร่วมงานกัน”ซีเคสรุปด้วยน้ำเสียงสบายๆ เล่นเอาเฟลมมิ่งโล่งอกไปได้ 

“แหวนที่เป็นรูปอะไรก็ไม่รู้ คล้ายก้อนเนยแข็งๆน่ะนะ”เสียงเจย์ซีดังขึ้นอีกครั้ง 

“มันไม่ใช่รูปเนยแข็งอะไรก็ไม่รู้นะเว้ย นายดูไม่เป็นน่ะสิ แหวนของฉันมันเป็นสัญลักษณ์ที่ต้องตีความ คนไม่มีศิลปะอย่างนายไม่มีวันเข้าใจหรอก”ซีเคค้าน สองพี่น้องสจ๊วตสังเกตว่าเสียงของนักธุรกิจหนุ่มสูงขึ้น ในขณะที่เจย์ซีแย้มรอยยิ้มชั่วร้าย 

“อ๋อ ที่แท้ก็เป็นแหวนที่มีสัญลักษณ์แอ็บแสตร็คนั่นเอง”พูดเสร็จ เจย์ซีก็หัวเราะร่า 

“เงียบไปเลย เจอร์ราด ครอมเวลล์!” 

  

  

  

  

สองพี่น้องสจ๊วตถูกพามาที่คฤหาสน์ตระกูลคิง เจ้าของคฤหาสน์หลังนี้คือซีเคอย่างไม่ต้องสงสัย นับแต่นี้ต่อไปสองพี่น้องจะได้มีที่อยู่อาศัยถาวรเหมือนชาวบ้านเสียที 

“กลับมาแล้ว”ซีเคเอ่ยพร้อมๆกับเปิดประตูบานแฝดบานใหญ่อย่างกับประตูปราสาทเข้ามาข้างใน 

“กลับมาแล้วเหรอ”เสียงทุ้มของใครคนหนึ่งดังขึ้น เรียกให้สองพี่น้องสจ๊วตหันไปมอง 

“อ้าว มานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้คนเดียว อิล”ซีเคถาม 

ชายหนุ่มในชุดกาวน์สีขาวที่ชื่อ อิล หัวเราะเล็กน้อย ก่อนเอ่ย 

“มานั่งอ่านนิยายสืบสวนรอน่ะ” 

“ขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักนะ นี่คืออีวาน เพียส เป็นแพทย์ประจำตัวของฉันเอง”ซีเคแนะนำสองพี่น้องสจ๊วต 

“สวัสดีครับ”อีวานทักทายอย่างสุภาพ จากนั้นซีเคจึงแนะนำสองนักต้มตุ๋นให้คุณหมอรู้จักบ้าง 

“เรามานั่งรอสมาชิกคนอื่นๆกันเถอะ จะได้แนะนำให้ชาร์มกับเฟลมรู้จักไปเลยทีเดียว”เจย์ซีว่า ก่อนเลื่อนเก้าอี้นั่งข้างๆอีวาน 

ยังไม่ทันไร ทุกคนในห้องนั่งเล่นก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นที่หน้าบ้าน เพียงชั่วอึดใจเดียวเท่านั้น ประตูหน้าบ้านบานคู่ก็ถูกเปิดออก 

“วันนี้ทอม ครูช เบี้ยวนัดฉันอีกแล้วล่ะ ซีเค...”เสียงหวานเซ็กซี่ของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น นัยน์ตาหวานระยับแบบสาวละตินอเมริกาแดงก่ำ รอบๆดวงตางามนั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยมาสคาร่า บ่งบอกว่าเจ้าตัวคงเสียใจอย่างสุดซึ้ง แต่นั่นมันก่อนที่หญิงสาวจะมองเห็นแขกภายในห้องนั่งเล่น 

“อุ๊ย” 

“ขอแนะนำให้รู้จักนะ นี่คือแคนดิซ คิง ญาติคนเดียวของฉันเอง”ซีเคแนะนำ 

ชาร์มมิ่งมองแคนดิซตาไม่กะพริบ แม่เจ้าโว้ย!เกิดมาเขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนจะมีรูปร่างที่เอ็กซ์แบบหุ่นนาฬิกาทรายอย่างนี้มาก่อน ก็เอวเจ้าหล่อนดันเล็กคอด ในขณะที่ข้างบนก็...แน่นอย่าบอกใคร หล่อนมีส่วนเว้าส่วนโค้งแบบที่ผู้ชายทั้งโลกใฝ่ฝัน ใบหน้าก็สวยคมหวานอย่างกับนางงามระดับโลก โอ...ยิ่งมองก็ยิ่งละลานตา ใครก็ได้ช่วยบอกทีว่าเขาไม่ได้ฝันไป 

“ขอเวลาสักครู่นะคะ”ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็หายไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งเครื่องหมายปรัศนีไว้เต็มหัวคนทั้งห้องนั่งเล่น สามวินาทีผ่านไป สาวสวยแคนดิซก็เดินนวยนาด ขอย้ำว่าอนงค์นางทำอย่างนั้นจริงๆ หล่อนเดินนวยนาดเข้ามาในห้อง ใบหน้างดงามอยู่ในสภาพเป๊ะแบบที่ผู้ชายได้เห็นก็แทบจะตาลอย มองหน้าหล่อนได้ทั้งวันไม่รู้เบื่อ ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปว่ารอยมาสคาร่าที่เปรอะเปื้อนขอบตาหายไปไหน 

พระเจ้าช่วย เธอทำได้อย่างไร ภายในสามวินาที! 

แคนดิซเดินตรงไปที่ชาร์มมิ่ง หนุ่มหล่อรายใหม่ประจำคฤหาสน์คิงจากนั้นสาวเจ้าก็...นั่งซ้อนตักหนุ่มผมเข้มแบบไม่ทันให้เขาได้ตั้งตัว 

“ไม่คิดว่าจะได้เจอท่านอีก โรมีโอ” 

ดูเหมือนชาร์มมิ่งจะตั้งสติได้แล้ว 

“ข้าเองก็รอท่านมานานแล้ว จูเลียต ไม่นึกว่าคฤหาสน์หลังงามนี้จะซุกซ่อนท่านเอาไว้” 

เจย์ซีทำท่าจะขย้อนของเก่า มุกเหล่ชายของแคนดิซแบบนี้เขาเห็นจนชินแล้ว แต่ดูท่าเพื่อนสาวจะชอบงัดมาใช้เหลือเกิน 

ซีเคแอบกุมขมับเล็กๆ อีกหน่อยแคนดิซคงรามือไปเหมือนตอนเรื่องของเจย์ซี เพราะเขารู้ดีว่าสเปคหนุ่มในฝันของญาติสาว ต้องเป็นฝรั่งตาน้ำข้าวเท่านั้น 

“นี่ใจคอหล่อนจะให้ฉันยืนรอตากน้ำค้างจนถึงเช้าหรือไงยะ”เสียงใครคนหนึ่งดังขึ้นจากข้างนอกบ้าน (อีกครั้ง) ทำให้คนในห้องนั่งเล่นหันไปมองอย่างอดไม่ได้ สองพี่น้องสจ๊วตออกจะฉงนเล็กน้อย สาบานได้ว่านั้นเป็นเสียงของผู้ชาย แต่ลักษณะการพูดที่ได้ยินเพียงครั้งเดียว จะให้ทั้งสองสรุปว่าเป็นผู้ชายก็ไม่ใช่ ผู้หญิงก็ไม่เชิง 

“ฉันเดินเข้ามาเองก็ได้ย่ะ”และแล้วใครคนนั้นก็เข้ามาในห้อง มือไม้พัลวันไปหมดเพราะมัวแต่เก็บเครื่องสำอางลงไปในกระเป๋าหลุยส์ วิคตอง เฟลมมิ่งตะลึงเล็กน้อย เจ้าของเสียงชวนสนเท่ห์นั้นเป็นผู้ชายรูปร่างบางอ้อนแอ้น ใบหน้าออกไปทางน่ารักน่าหยิก ยิ่งยามที่อีกฝ่ายแสดงสีหน้าอึ้งๆเมื่อเห็นแขกแปลกหน้าสองคนด้วยแล้วยิ่งดูน่ารัก เขายิ้มให้คนทั้งห้องเล็กน้อย แต่เล่นเอาเฟลมมิ่งมองตาไม่กะพริบ 

“สวัสดีทุกๆคน ขอแนะนำตัวให้แขกทั้งสองท่านได้รู้จัก ผมชื่ออัลฟรองโซ ลาวัวซ์ เป็นเมคอัพ อาร์ททิสส่วนตัวของคุณแคนดิซครับ” 

ในฐานะเจ้าของบ้าน ซีเคจึงแนะนำสองพี่น้องสจ๊วตให้ผู้มาใหม่รู้จัก 

“ชักจะหิวซะแล้วสิ แล้วนี่คริสต์อยู่ไหน ไม่ลงมากินข้าวด้วยกันเหรอ”เจย์ซีถาม 

“คริสต์นอนเล่นอยู่ข้างบน อีกเดี๋ยวก็ลงมาแล้วล่ะ”อีวานบอก 

“คริสต์เป็นใครเหรอคะ”เฟลมมิ่งถาม 

“คริสต์ หรือคริสติน่า หยาง เธอเป็นเลขาส่วนตัวของฉัน ปกติเวลาไปไหนฉันจะให้เธอติดตามไปด้วย แต่วันนี้เป็นวันอาทิตย์...เป็นวันหยุดของคริสต์น่ะ เลยให้พักอยู่บ้าน”ซีเคอธิบาย 

ไม่ทันขาดคำ ร่างๆหนึ่งก็เดินลงบันไดมา เฟลมมิ่งคิดว่าน่าจะเป็นคริสต์ เพราะอีกฝ่ายเล่นหาวมาตลอดทาง หญิงสาวหน้าตาบอกเชื้อชาติความเป็นจีนเดินเข้ามาใกล้โต๊ะที่ทุกคนนั่งอยู่ ก่อนจะงุนงงที่เห็นแขกมาเพิ่มอีกสองคน 

“อย่าพึ่งถามอะไรเลย คริสต์ ไปเร่งพ่อบ้านลีให้หน่อยสิ ไม่งั้นวันนี้เราคงไม่ต้องกินข้าวเย็นพอดี”ซีเคบอก 

“ได้เลย ซีเค”คริสต์รับคำ ก่อนเดินหายไปทางที่น่าจะเป็นห้องครัว 

“ดูเฟรนลี่จังนะคะ”เฟลมมิ่งออกความเห็น 

ซีเคหัวเราะเล็กน้อย 

“ฉันบอกเลยละกันนะ ที่บ้านหลังนี้ก็มีกฎอยู่ไม่กี่ข้อหรอก แต่ทุกคนในบ้านจำเป็นต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ข้อแรก เมื่ออยู่ในบ้าน ขอให้ทุกคนคิดว่าเราเป็นเพื่อนที่อยู่ในฐานะเดียวกัน ลืมเรื่องอาชีพ ฐานะ ศาสนา เชื้อชาติ หรือระดับเงินเดือนในสังคมไปให้หมด ฉันอยากให้สมาชิกในบ้านมีความเท่าเทียมกันแม้ว่าฉันจะเป็นเจ้าของบ้านก็ตาม 

ข้อสอง ในฐานะเพื่อน เราสามารถเล่นหัว พูดจาหยาบคาย หรือทำอะไรก็ตามแต่ที่เพื่อนๆเขาทำกันได้ ฉันไม่ถือ...” 

โครม! 

เสียงอึกทึกนี้ดังมาจากห้องครัว เล่นเอาสองพี่น้องสจ๊วตตกใจไปตามๆกัน 

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พ่อรูปหล่อ ก่อนจะกินข้าวทุกมื้อจะต้องมีเสียงแบบนี้เป็นประจำแหละค่ะ เป็นสัญญาณบอกว่าอาหารเย็นใกล้ได้เวลาเสิร์ฟแล้ว”แคนดิซบอกหนุ่มหล่อข้างกาย 

“เหรอครับ”ชาร์มมิ่งไม่รู้ว่าเขาควรจะตอบว่าอะไร ก็เสียงที่ได้ยินน่ะมันคล้ายๆกับใครบางคนกำลังก่อวินาศกรรมได้เลยนะ 

“มาแล้วๆ ทุกคน”คริสต์เดินออกมาจากห้องครัวเป็นคนแรก เธอเดินตรงมานั่งประจำที่ของตัวเอง ซึ่งอยู่ข้างๆซีเคนั่นเอง 

คล้อยหลังคริสต์ไม่นาน ร่างสูงสง่าของชายคนหนึ่งก็เดินออกมาพร้อมถาดบรรจุอาหารเย็น 

“มาแล้วครับ ขอโทษที่ทำให้ทุกคนรอนาน อาหารรสเลิศพร้อมเสิร์ฟแล้วครับ” 

เฟลมมิ่งมองใบหน้าคนพูด อีกฝ่ายเป็นชายผิวขาว ตาตี่ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นคนเอเชียเหมือนคริสต์แน่นอน เขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี มีผิวเนียนละเอียดยิ่งกว่าผู้หญิงบางคนเสียอีก ใบหน้าของเขาหล่อเหลาแบบดาราเกาหลีที่เธอเคยเห็นทางซีรีย์ในโทรทัศน์ที่โรงเลี้ยงเด็กกำพร้า ดูจากการสวมผ้ากันเปื้อนและหมวกกุ๊กแล้ว เขาต้องเป็นพ่อบ้านลีที่ซีเคพูดถึงอย่างแน่นอน 

แต่นอกจากใบหน้าและผิวพรรณอันไร้ที่ติแล้ว เฟลมมิ่งสังเกตเห็นว่าที่หน้าผากเขาเป็นรอยช้ำ 

“หน้าคุณไปโดนอะไรมาคะ”หญิงสาวถาม เรียกให้พ่อบ้านลีหันมามอง ดูเหมือนเขาจะพึ่งเห็นแขกมาใหม่สองคนเช่นเดียวกัน แต่ด้วยมารยาทที่ (คงถูกซีเคฝึกให้มาเป็นอย่าง) ดี ชายหนุ่มจึงแนะนำตนเองก่อน 

“สวัสดีครับ กระผม ลี ยูจีน หรือจะเรียกว่าพ่อบ้านลีก็ได้นะครับ วันนี้กระผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำอาหารฝรั่งเศสสูตรใหม่มาให้แขกกิตติศักดิ์ทั้งสองท่านได้ลองชิมครับ และสาเหตุที่หน้าผากของผมเป็นรอย ก็มากจากฝีมือของคริสต์นี่แหละครับ” 

เฟลมมิ่งอ้าปากค้าง ในขณะที่ชาร์มมิ่งมองพ่อบ้านลีตาไม่กะพริบ ดูเหมือนพ่อบ้านลีจะรู้สึกได้ จึงหันมามองชายหนุ่มนักต้มตุ๋น โดยที่ไม่มีใครคาดคิด 

พ่อบ้านลีก็ส่งสายตาหวานฉ่ำมาให้ชาร์มมิ่ง พร้อมกับทำปากเสียงดังซ็วบคราวนี้สมาชิกคฤหาสน์คิงทุกคนพร้อมใจกันกุมขมับ นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งแรกที่พ่อบ้านลีแสดงท่าทีแบบนี้ออกมา แต่มันเกิดขึ้นตั้งแต่ซีเคอนุญาตให้เจย์ซีเข้ามาอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกับพ่อบ้านลีแล้ว 

เล่นเอาชาร์มมิ่งขนแขนสแตนอัพ 

“เอ้อ พ่อบ้านลีบาดเจ็บนี่นา ถ้างั้น...”อีวานลุกขึ้นจากที่นั่ง ก่อนล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์ หยิบตลับยาหม่องออกมาแล้วส่งให้พ่อบ้านหน้าเกาหลี 

“ทาบ่อยๆนะครับ รอยฟกช้ำจะได้หายไวๆ” 

“ขอบคุณนะ อีวาน” 

“ไม่เป็นไรครับ” 

พ่อบ้านลีรับตลับยาหม่องมาแล้วก็หันหลังเดินเข้าไปในห้องครัว 

“พ่อบ้านลี อย่าลืมมานั่งทานอาหารเย็นด้วยกันล่ะ รีบๆออกมานะ เดี๋ยวอาหารจะเย็นซะหมด”ซีเคเรียก 

“ครับ”พ่อบ้านลีหันมา ก่อนจะทำตาวาว “วันนี้กระผมไม่พลาดแน่นอนครับ” 

“ทำไมหมอนั่นต้องทำตาวาวด้วยวะ”เจย์ซีสงสัย “หรือว่า...” 

ใช่อย่างที่เจย์ซีคิดจริงๆ เพราะตรงข้ามกับชายหนุ่มคือร่างของชาร์มมิ่งและ...เก้าอี้ว่างอีกตัวข้างๆหนุ่มนักต้มตุ๋น 

“เฟลม มานั่งๆข้างพี่หน่อยสิ” 

เฟลมมิ่งไม่รู้จะตอบอย่างไรดี ที่แน่ๆ วันอันแสนวุ่นวายของเธอก็น่าจะจบลงหลังอาหารเย็นมื้อนี้  

ความคิดเห็น