เรื่องราวความรักแสนอบอุ่นของช่างภาพหนุ่มไส้แห้งกับคุณหนูร่างกายอ่อนแอ (อัพทุกวันไม่เว้นวันหยุด)

ตอนที่ 1-1 พบกับเธอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-1 พบกับเธอ

คำค้น : นิยายญี่ปุ่นถูกลิขสิทธิ์ นิยายญี่ปุ่น นิยายแปล เก็บภาพฝันฉันกับเธอ โรแมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 เม.ย. 2563 00:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-1 พบกับเธอ
แบบอักษร

ผมมาเยือนย่านพักอาศัยของคนรวยเป็นครั้งแรก และที่นี่ไม่เหมือนกับที่อื่นๆ อย่างที่คิด 

ประการแรก ถนนของที่นี่เหยียดตรงจนชวนให้ยำเกรง 

ผมไม่เคยเห็นถนนลาดยางที่กว้างและทอดตัวยาวขนาดนี้ในใจกลางเมืองโตเกียวมาก่อน สองข้างเรียงรายไปด้วยบ้านเรือนหลายหลังที่ดูมีสไตล์ เป็นวิวทิวทัศน์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้หลุดออกมาจากชีวิตประจำวันอันคุ้นเคยโดยสิ้นเชิง 

ผมยกกล้องแคนอนดีเจ็ดคู่ใจซึ่งใช้มาตั้งแต่สมัยเรียนวิทยาลัยเฉพาะทาง ปรับค่ารูรับแสงแล้วลั่นชัตเตอร์ไปเรื่อยๆ 

ถนนทอดยาวออกไปแสนไกล 

คฤหาสถ์สไตล์ญี่ปุ่นพร้อมสวนกว้างขวาง 

สถานทูตของประเทศสักแห่งในทวีปแอฟริกา 

ความสงบมีสไตล์นั้นชวนให้รู้สึกอยู่ไม่สุข เหมือนตนมาอยู่ผิดที่ผิดทาง แต่กระนั้นก็ยังคงเช็กสิ่งที่เพิ่งถ่ายไปผ่านหน้าจอแอลซีดี 

โอเค น่าจะใช้ได้หลายภาพอยู่ 

ผมพยักหน้าให้กับความสำเร็จของตนเอง แล้วก้าวเดินต่อไป... 

ก่อนเห็นคฤหาสน์หลังมหึมา 

หรือพูดให้ถูกคือรั้วที่รายล้อมอยู่รอบๆ คฤหาสน์ดังกล่าวต่างหาก มันประกอบขึ้นด้วยอิฐที่จัดวางอย่างบรรจง รั้วเหล็กสีดำเหมือนที่เห็นได้ตามพระราชวัง และแนวรั้วพุ่มไม้สีเขียว คฤหาสน์หลังนี้ทำให้บ้านหลังอื่นๆ ในละแวกเดียวกันดูด้อยกว่าไปถนัดตา 

สิ่งที่โผล่พ้นแนวรั้วให้เห็นคือชั้นสองของบ้าน ซึ่งมีหน้าต่างบานใหญ่สะดุดตา 

รูปทรงของกรอบและแนวเส้นของมันแสดงให้เห็นถึงเซนส์ของผู้ออกแบบ ในวงการนั้น เพียงเส้นหนึ่งเส้นก็สะท้อนออกมาเป็นความต่างทางราคาได้ เพราะฉะนั้นนั้นหน้าต่างบานนี้ก็คงจะมีราคาพอตัว 

ผมหยุดยืน แล้วลองหาตำแหน่งที่จะจัดองค์ประกอบให้หน้าต่างบานนั้นเป็นจุดสนใจหลักของภาพได้ 

...ตรงนี้แหละ 

ผมมองผ่านช่องมองภาพ ตั้งใจจะลั่นชัตเตอร์แต่ทันใดนั้น...ม่านที่ปิดอยู่ก็เคลื่อนไหว 

มองเห็นนิ้วที่ลอดผ่านช่องระหว่างผ้าม่านที่ยังคงรูดปิด นิ้วขาวๆ ผอมบางของผู้หญิง มันกรีดไปทางซ้ายให้ม่านเปิดไปตามการเคลื่อนไหว ผมซูมกล้องเข้าไปโดยไม่ทันคิด 

สิ่งแรกที่มองเห็นคือผมดกดำยาวพลิ้วสยาย 

ตามมาด้วยคางมนโค้งละมุน เธอเงยหน้าช้าๆ ดุจสายลมระรื่น แสงที่ลอดผ่านเมฆบางเบาแต้มลงบนใบหน้า 

ผมรู้สึกได้ว่าเปลือกตาครึ่งบนของตนเองยกขึ้นอย่างรวดเร็ว 

เจ้าหญิง 

นั่นคือคำแรกที่นึกออกในทันทีที่ได้เห็นร่างของหญิงสาวผู้เมียงมองภายนอกผ่านกรอบหน้าต่าง เธอดูดุจดอกยุคิวาริโซ*สีขาวใต้แสงจันทร์ 

นิ้วของผมแทบจะเลื่อนไปปรับค่าเอฟด้วยตัวของมันเอง แล้วก็กดปุ่มชัตเตอร์ลงไป 

แชะ 

เสียงที่ดังตามมาทำให้ผมได้สติ 

ทำไมกันนะ 

เสียงชัตเตอร์ที่เคยได้ยินมาแล้วนับหมื่นครั้ง กลับฟังดูต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากอะไร ความเย็นเยียบแล่นปราดผ่านไปใต้ผิวหนัง ทั้งร่างสั่นเทา 

ผมยืนตะลึงงัน ถือกล้องค้างเอาไว้ตรงหน้า 

ตอนนั้นเอง สายตาของหญิงสาวก็เปลี่ยนทิศทาง...แล้วเธอก็เห็นว่าผมยืนอยู่ตรงนี้ 

สายตาของเราสบกันผ่านเลนส์กล้อง 

ดูเหมือนว่าเธอจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ดีนัก ดวงตาที่เหมือนจะบอกว่า “เขาไปทำอะไรตรงนั้นนะ?” ด้วยความไร้เดียงสานั้นพร่างพรายไปด้วยแสงประกายระยิบระยับติดตา 

ผมเอากล้องลงตามมารยาทด้วยความรู้สึกคล้ายคลึงกับการถอดหมวก เมื่อมองด้วยตาเปล่าแทนผ่านเลนส์กล้อง ร่างของเธอดูห่างออกไปไกลกว่าเดิม 

วินาทีนั้น เธอเองคงรู้ตัวแล้ว หญิงสาวถอยหลังไปแล้วปิดม่านฉับ 

แม้จะรู้สึกผิด แต่ก็อดไม่ได้ที่จะดูอีกครั้งให้เห็นกับตา 

ว่าภาพซึ่งถ่ายไปเมื่อสักครู่ออกมาเป็นอย่างไร 

ไม่รู้ว่าจะอธิบายด้วยคำพูดอย่างไร แต่ในใจผมมีภาพและความคาดหวังที่กระจ่าง ผมมองหน้าจอแอลซีดี ลืมแม้กระทั่งการหายใจ 

เหมือนภายในร่างของผมถูกแสงแฟลชยิงฟาด 

สมบูรณ์ไร้ที่ติ 

นางแบบ (วัตถุหลัก) ทิวทัศน์ (วัตถุรอง) องค์ประกอบภาพ ทิศทางแสง การตั้งค่ากล้อง ทุกอย่างบรรจบลงตัวกันดีราวกับปาฏิหาริย์ 

หากกดชัตเตอร์เร็วหรือช้าไปแม้เพียงเสี้ยววินาที การเคลื่อนไหวของหญิงสาวก็คงจะเปลี่ยนไป หรือแม้แต่แสง ถ้าหากวันนี้ไม่ได้มีเมฆบางเบา หากผมไม่ได้อยู่ที่ญี่ปุ่น ในสถานที่แห่งนี้ ณ วินาทีนั้น...หากม่านเป็นสีอื่นนอกจากสีขาวก็คงจะไม่สามารถทำหน้าที่สะท้อนแสงแทนแผ่นรีเฟลค หรือหากม่านเป็นสีขาวโทนอื่นละก็... คงจะไม่ได้ภาพแสงเงาเช่นนี้ 

สมบูรณ์ไร้ที่ติจริงๆ 

“...” 

ผมสูดลมหายใจเข้าสั้นๆ หาประตูบ้านหลังนั้นจนเจอ แล้วจึงเริ่มเดินเร็วๆ ไปทางนั้น 

ประตูโครงเหล็กสีดำ 

ตอนที่ผมยืนประจันหน้ากับมัน พลันมีสายลมรื่นพัดมา กลีบดอกซากุระปลิดปลิวและกระจัดกระจาย ไล้คลอไปตามผิวถนน 

ส่วนหนึ่งของตัวอาคารอาศัยโค้งเข้าไป ด้านในสุดนั้นมีประตูไม้มหึมาประดับประดาด้วยกระถางไม้ดอกและไม้ประดับ 

...เจ้าของบ้านทำงานอะไรกันนะ 

ต้องทำอะไรบ้างถึงสามารถสร้างบ้านในทำเลหรูใจกลางเมืองแบบนี้ 

แม้จะเริ่มนึกอยากถอยเพราะความยิ่งใหญ่ของประตูไม้ แต่ด้วยความตั้งใจและสถานการณ์ที่พาไป ผมกดออดหน้าบ้าน  

“ครับ” 

เร็วเหมือนรอให้มีคนกดอยู่แล้ว เสียงผู้ชายที่ตอบรับมานั้นทั้งทุ้มและสง่า 

“คือว่า” 

รู้ตัวดีว่าเสียงแตกพร่า ผมขมวดคิ้ว 

“ขอโทษที่รบกวนครับ ผมเป็นช่างภาพชื่อสุวะ จินครับ...” 

แนะนำตัวว่าเป็นช่างภาพทีไรก็พาลรู้สึกอึดอัดทุกครั้งไป แม้จะเป็นช่างภาพจริงๆ แต่การจะอวดอ้างว่าเป็นช่างภาพมืออาชีพนั้น ไม่ว่าใครๆ ก็ทำได้ แม้แต่ช่างภาพชั้นล่างที่ไม่มีทั้งผลงานและงานทำอย่างตัวผมเอง 

“......ช่างภาพหรือครับ?” 

“ครับ ผมอยากขออนุญาตนำภาพถ่ายไปใช้งานน่ะครับ” 

เพราะการขอคำอนุญาตจากแบบซึ่งปรากฏในภาพ เป็นหนึ่งในขั้นตอนการทำงานของช่างถ่ายภาพ 

“เมื่อกี้ผมอยู่ข้างนอกนั่นแล้วบังเอิญถ่ายรูปคุณหนู...พอดีตอนนั้นคุณหนูยืนอยู่ริมหน้าต่าง แล้วภาพออกมาสวยมากน่ะครับ” 

เสียงที่พูดถึงคำว่าภาพสวยนั้นฟังดูกระตือรือร้นมากกว่าที่ผมตั้งใจ 

“เลยอยากจะขอนำไปใช้ในโซเชียลมีเดีย หรือส่งเข้าประกวด หรือใส่พอร์ตโฟลิโอ......หมายถึงแฟ้มโชว์ผลงานน่ะครับ อยากจะมาขออนุญาตก่อน” 

“คุณสุวะ” 

“ครับ” 

“ไม่ทราบว่าจะขอดูภาพถ่ายดังกล่าวได้หรือเปล่าครับ?” 

“เอ่อ...ครับ” 

“เช่นนั้นแล้ว กรุณารอสักครู่นะครับ เดี๋ยวกระผมจะออกไป” 

อินเตอร์โฟนถูกตัดไปแล้ว 

ตอนนั้นถึงเพิ่งกลับมารู้สึกถึงแสงแดดที่จี่บนผิวและความสั่นไหวของบรรยากาศโดยรอบ 

ได้ยินเสียงกุญแจปลดล็อกดังมาจากทางบานประตูไม้ แล้วประตูก็เปิดออก 

คนที่ออกมาคือชายอายุเลยวัยกลางคนไปแล้ว 

ผมสั้นสีเทาจัดทรงเรียบร้อย หลังเหยียดตรงดูสง่า เขาใส่เสื้อเชิ้ต เสื้อกล้ามสีสุภาพและกางเกงแสลค ...ให้ความรู้สึกเหมือนเจ้าหน้าที่โรงแรมชั้นหนึ่ง หรือหากเป็นสมัยก่อนคงจะบอกว่าเหมือนพ่อบ้าน 

“สวัสดีครับ กระผมชื่อเอโต้ เป็นคนทำงานในบ้านหลังนี้ครับ” 

...คนรับใช้ 

“สะ สวัสดีครับ” 

อดเกร็งไม่ได้เพราะไม่เคยเจอคนแบบอีกฝ่ายมาก่อน 

“ขออภัยที่ต้องเสียมารยาท ไม่ทราบว่าขอดูภาพถ่ายรูปนั้นของคุณได้ไหมครับ?” 

“เอ่อ ครับ” 

ผมดึงรูปขั้นมาบนจอแล้วส่งกล้องให้เขา 

“ขอบคุณครับ” 

เขารับไปด้วยท่าทีสงบนิ่ง แล้วมองหน้าขอแอลซีดีด้วยท่าทีซึ่งเห็นได้ชัดว่าไม่คุ้นมือกับอุปกรณ์ 

จู่ๆ ก็รู้สึกว่าคอแห้งผาก ผมมองท่าทีของเขาไม่วางตา 

ผมประหม่าทุกครั้งที่แสดงภาพถ่ายใดๆ ให้คนอื่นดูเป็นครั้งแรก เพราะความรู้สึกของผมต่อภาพนั้นๆ จะเปลี่ยนไปตามความเห็นของคนดู แม้ตัวผมจะคิดว่าเป็นภาพที่ดี หากมีคนอื่นมาบอกว่าไม่ดี ก็จะพาลรู้สึกราวกับว่าสีสันในรูปมันจืดจางไปเสียหมด เป็นเช่นนั้นทุกครั้งไป 

เอาล่ะ แล้วคราวนี้ เขาจะว่ายังไง 

ดวงตาของเขาที่มองภาพถ่ายนั่งจ้องเขม็งอย่างชัดเจน สัญญาณดีอย่างที่สุด 

...ดีแน่ๆ! 

ผมตะโกนก้องในใจ เลือดไหลเวียนพลุ่งพล่านอย่างรวดเร็ว ผมคิดไว้ไม่ผิด ภาพนั้นมันเป็นหนึ่งภาพที่เกิดขึ้นจากปาฏิหาริย์ 

หลังจากถอนหายใจสั้นๆ เขาก็มองมาทางผม 

“ไม่ทราบว่าขอกระผมยืมกล้องของคุณสักครู่ได้ไหมครับ อยากจะนำไปให้คุณหนูดูเสียก่อน” 

แม้จะกังวลที่กล้องจะถูกเอาไปในที่ที่ลับสายตา แต่ผมก็พยักหน้ารับ เพราะคิดว่าชายคนนี้คงไม่ทำอะไรพิเรนทร์แน่นอน 

หลังจากที่ชายคนนั้นกลับเข้าไปด้านใน ผมก็เงยหน้ามองชั้นสองของอาคารนั้น ที่ที่ถ่ายรูปนั้น ที่ที่ผมเห็นเธอ พอลองคิดเช่นนั้นแล้วก็รู้สึกอยากเดินไปจนเท้าอยู่ไม่สุขดี ผมเปลี่ยนข้างเทน้ำหนักอยู่หลายครั้ง 

จะได้รับอนุญาตไหมนะ ถ้าไม่ได้รับอนุญาตแล้วจะทำอย่างไรดี ภาพนั้นดีมากเลยนะ 

ตอนที่ผมยืนรออยู่หน้าประตู รถบรรทุกขนส่งพัสดุก็ขับผ่านด้านหลังไป แว่วเสียงนกกระจ้อยญี่ปุ่นดังมาจากบ้านสักหลัง 

ประตูเปิดออก แล้วคุณเอโต้ก็ออกมาอีกครั้ง 

เขาไม่ได้ถือกล้องมาด้วย ผมสังหรณ์ใจไม่ดีเลยตั้งใจว่าจะทวงถาม แต่ตอนนั้นเอง 

“คุณหนูบอกว่าอยากเจอคุณครับ” 

...อะไรนะ? 

แม้สีหน้าของเขาจะดูเรียบสงบ แต่ก็เก็บซ่อนไม่มิดว่านี่เป็นเหตุการณ์เหนือความคาดหมาย ผมสัมผัสได้ว่าเขาเองคงไม่ได้เจอเรื่องที่ทำให้แสดงอาการเช่นนี้บ่อยนัก 

 

* ยูคิวาริโซ ดอกหญ้าชนิดหนึ่ง ลำต้นสูง 3-10 เซนติเมตร ดอกกลมรัศมีประมาณ 1-1.5เซนติเมตร 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว