email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : CHAPTER 5 100% Who's he?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.2k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ย. 2563 02:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 5 100% Who's he?
แบบอักษร

จำได้ว่าเมื่อคืนนอนไปพร้อมกับเขา แต่ทำไมตื่นมาถึงไม่เจอเขาล่ะ ควานหาคนที่ให้ความอบอุ่นตลอดคืนแต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า 

"คุณหมอ..." ฉันลุกขึ้นมาท่ามกลางความมืดในห้อง สายตาสอดส่องหาร่างสูงที่คุ้นเคยแต่ก็ไม่เจอ 

"คุณหมออยู่ในห้องไหมคะ..." 

"......" ไร้การตอบรับแบบนี้คงจะมีฉันแค้คนเดรยวในห้องสินะ หยิบโทรศัพท์ที่ตั้งบนหัวโต๊ะมาดูเวลา ตีห้า? เพิ่งจะตีห้าเอง...ยังไม่ทันเช้าเลยด้วยซ้ำ คุณหมอหนีฉันไปอีกแล้ว มองพื้นที่บนเตียงข้าง ๆ ที่ว่างเปล่าพลางหายใจออกมาอย่างปลง ๆ  

"เขาหนีเธอไปอีกแล้วแพรวา" ฉันพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะค่อย ๆ ลงจากเตียงช้า ๆ เพื่อไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ  

ทว่า... 

"ว้าย!" 

ตุ้บ!!  

ตื่นมาแล้วแข้งขามันอ่อนแรงรึไงแพรวาถึงขนาดยืนไม่อยู่เนี่ย ล้มลงไปนั่งลงบนพื้นไม่พอยังจะเผลอดึงสายน้ำเกลือตัวเองจนหลุดอีก  

"โอ๊ย" ร้องโอดโอยเพราะมันแจ๊บแปล๊บ ก้มมองดูมือตัวเองและพื้นเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงสดที่ไหลย้อนออกมาจากสายน้ำเกลือ  

ให้มันได้งี้สิแพรวา! ซวยซ้ำซวยซ้อนจริง ๆ เป็นวันที่เริ่มต้นได้ดีจริง ๆ  

ก๊อก ๆ 

"ขออนุญาตค่ะ" เป็นเวลาเดียวกับที่พี่พยาบาลเปิดประตูเข้ามาพอดี "คุณแพรวา ทำไมถึงไปนั่งตรงนั้นล่ะคะ!" พี่พยาบาลคนนั้นรีบวิ่งเข้ามาหาฉันทันที  

"แพรแค่อยากเข้าห้องน้ำ..." ฉันตอบเสียงอ่อน ปล่อนให้คุณพยาบาลจัดการกับสายน้ำเกลือที่มีปัญหาอยู่ตอนนี้ 

"จะเข้าห้องน้ำทำไมไม่เรียกพยาบาลคะเนี่ย" 

"แพรไม่อยากรบกวนพี่ ๆ นี่น่า" ฉันเองก็ไม่อยากพึ่งพาคนอื่นตลอดเวลาหรอกนะ เมื่อกี้มันแค่...ผิดพลาดทางเทคนิคเฉย ๆ ความจริงฉันยืนฉันเดินได้ปรกติแล้ว - - 

"รบกวนอะไรกัน คราวหลังถ้าอยู่คนเดียวอยากเข้าห้องน้ำหรืออยากไปไหนก็เรียกพี่ ๆ พยาบาลก่อนนะคะเข้าใจไหม" พี่พยาบาลพูดเสียงดุ ค่อย ๆ พยุงฉันยืนจนทรงตัวได้ 

"เมื่อคืนแพรอยู่ในห้องคนเดียวตลอดเลยเหรอคะ" ฉันถามแบบอ้อม ๆ ไม่อยากพูดตรง ๆ เพราะดูเหมือนคุณหมอจะไม่ค่อยอยากให้คนอื่นรู้เท่าไหร่ว่ามานอนกับฉัน 

"เอ๋...อ้อ คุณแพรสาคงจะหมายถึงคุณหมอเล็นนิกซ์" 

"ระ..รู้ด้วยเหรอคะว่าคุณหมอมาที่ห้อง" ถามออกไปด้วยความตกใจ ถ้าพี่พยาบาลรู้แบบนี้คุณหมอจะโกรธไหมเนี่ย 

"ฮ่า ๆ คุณหมอเป็นคนกำชับไว้เองค่ะว่าให้ดูแลคุณแพรวา แต่คุณหมอเล็นนิกซ์ถูกเรียกตัวเข้าห้องผ่าตัดไปประมาณตอนตีสาม เป็นเคสด่วนค่ะ" 

"อ๋อออออ......โอเคค่ะ" ฉันลากเสียงยาว พยักหน้ารับ เขาไปตั้วตีสาม ตอนนี้ตีห้าแล้ว  

"ยังไม่ออกจากห้องผ่าตัดเลยค่ะ น่าจะอีกสักพักเลย" พี่พยาบาลเหมือนจะรู้ว่าฉันกำลังสงสัยเลยชิงตอบมาก่อน งี้เมื่อคืนเขาก็ได้นอนไม่กี่ชั่วโมงเองสิ เป็นหมอผ่าตัดต้องทำงานอดหลับอดนอนขนาดนี้เลยเหรอ 

หลังจากที่พี่พยาบาลเข้ามาช่วยพยุงพาฉันไปทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยก็ทำกิจวัตรเดิม ๆ ทุกวัน วัดความดันวัดไข้กินยากินข้าวแล้วก็นอนพัก พี่พราวกับพี่เดียร์ก็มาถึงตั้งแต่เจ็ดโมง คุณหมอเคทลินเข้ามาตรวจเหมือนทุกวัน แต่วันนี้พอหมอเคทออกจากห้องปุ๊บ คุณหมอหมอบรู๊คลินก็ตามมาติด ๆ เขาเป็นหมอศัลย์กรรมประสาทคนละแผนกกับหมอเคทและหมออลันที่เป็นศัลย์กรรมทั่วไป คุณหมอบรู๊คก็เป็นคนช่วยฉันไว้ด้วยเหมือนกัน แต่เขาไม่ได้เข้ามาตรวจทุกวันเหมือนหมอเคท จะมาตรวจนาน ๆ ครั้ง เพราะฉันไม่มีอาการอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว 

"ผมได้ข่าวแว่ว ๆ มาจากพยาบาลคุณแพรวาเดินได้แล้วใช่มั้ยครับ" คุณหมอถามพลางตรวจอาการทั่ว ๆ ไปที่ศรีษะ 

"ได้นิดหน่อยค่ะ แฮ่ะ ๆ แพรยังต้องทำกายภาพบำบัดอีกเยอะเลย" ฉันตอบเขิน ๆ เดินได้อะไรล่ะ เมื่อเช้าแค่พึ่งตื่นนอกยังล้มจนทำสายน้ำเกลือหลุดเลือดอาบแล้ว 

"คุณแพรวาทั้งสวยทั้งเก่งขนาดนี้ ผมว่าอีกไม่นานก็เดินได้คล่องแล้วล่ะครับ" 

"ขอบคุณคุณหมอมากนะคะ ^^" ฉันตอบพร้อมกับส่งรอยยิ้มแทนคำขอบคุณไปให้คุณหมอ แต่เหมือนหมอบรู๊คเขาจะอึ้ง ๆ ไปชั่วขณะแฮะ  

"คุณหมอ...เป็นอะไรรึเปล่าคะ" 

"......" ถามไปแต่หมอบรู๊คก็ยังคงเงียบ จึงหันไปถามพี่พราวกับเดียร์ทางสายตาด้วยความสงสัย 

"คุณหมอคะ" พี่พยาบาลที่ติดตามหมอบรู๊คสะกิดเขา  

"อ้า เอ่อ...ขอโทษครับ ฮ่า ๆ" ฉันงงกับคุณหมอจริง ๆ นะ เมื่อกี้พูดขอบคุณเสร็จเขาก็นิ่งงันไปเลย หรือฉันทำหน้าตลก 

"มีอะไรติดหน้าแพรรึเปล่าคะ" ถามพลางจับหน้าตัวเองไปด้วย  

"อ้อ เปล่าหรอกครับ ไม่มี เมื่อกี้ผมแค่.." 

"....." ทุกคนในห้องรอฟังคำตอบจากหมอบรู๊คใจจดใจจ่อ 

"ขืนพูดไปไออลันได้มาจัดการผมแน่ ๆ ครับ ผมไม่พูดดีกว่า" 

"อ้าว เกี่ยวอะไรกับคุณหมออลันเหรอคะ O_o" ฉันถามตาแป๋ว รู้ว่าเขาสองคนเป็นเพื่อนหมอรุ่นเดียวกัน เดาจากสรรพนามแล้วน่าจะสนิทกันในระดับนึงแหละมั้ง 

"ผมรู้แล้วครับว่าทำไมทุกคนถึงได้บอกว่าคุณเป็นคนพิเศษแถมยังน่าหลงใหล สวยและมีเสน่ห์ทุกครั้งที่ยิ้ม หรือแม้ตอนร้องไห้...หมออลันเคยบอกไว้น่ะครับว่ามันเห็นน้ำตาของคุณไม่ได้ ส่วนเมื่อกี้...ผมเห็นรอยยิ้มของคุณแล้วหัวใจอ่อนยวบไปหมดเลยล่ะครับ ฮ่า ๆ เป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์มากเลยจริง ๆ" 

"....." ฉันเงียบไปหลังจากที่ได้ยินคำตอบของหมอบรู๊ค เขาจะชมฉันแบบนี้เลยเรอะ 

"ฮันแน่ หมอบรู๊คก็หลงเสน่ห์คุณแพรวาอีกคนแล้วเหรอคะเนี่ย" พี่พยาบาลแซวคุณหมอ พี่พราวกับพี่เดียร์ก็ยืนยิ้มไปตาม ๆ กัน 

แต่เดี๋ยวก๊อนนน ทุกคน ฉันยังอยู่ในห้องนะ เขินไปหมดแล้วรู้ไหม -////- 

"ฮ่า ๆ ใครไม่หลงก็แปลกแล้วล่ะครับ" 

"งือ คุณหมอ แพรยังอยู่ในห้องนะคะ" ฉันบอก ตอนนี้หน้าคงแดงเป็นลูกตำลึงแล้ว คำชมพวกนั้นเคยได้ยินมานับไม่ถ้วน แต่เป็นตอนที่อยูรไทย ไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาลต่างประเทศแบบนี้ 

"นั่นน่ะสิครับคุณพยาบาล คุณกำลังทำให้ผมออกนอกประเด็นน่ะเนี่ย ผมว่าผมไปดีกว่า ฮ่า ๆ ขอโทษคุณแพรวาด้วยนะครับ" คุณหมอบรู๊คโค้งให้ฉันแทนคำขอโทษ ตามด้วยพี่พยาบาล แต่...ทุกคนยังมีรอยยิ้มประดับบนหน้าอยู่เลย  

หลังจากที่หมอบรู๊คกับพี่พยาบาลออกไปก็เหลือแค่ฉันกับพี่พราวและพี่เดียร์อีกครั้ง 

"นี่ขนาดหน้าสด ขนาดป่วยยังขนาดนี้ พี่ไม่อยากจะคิดตอนแพรแต่งองค์ทรงเครื่องครบชุดเลยจริง ๆ คนที่นี่คงต่อแถวรอจีบกันเป็นขบวน" พี่เดียร์พูด 

"เกิดมาสวยก็จะลำบากหน่อยนะแพรเอ้ย" ตามด้วยพี่พราว  

"แพรชินที่ไทยแต่แพรไม่ชินเวลาโดนคนที่นี่ชมเลยค่ะ" เกิดมาสวยก็ลำบากได้เหมือนกันสินะ แต่ต่อจะมีคนชอบมากมายขนาดไหน คนที่ทำให้ฉันใจเต้นแรงก็คือคุณหมออลันคนเดียวนะ คิคิ พอนึกถึงเขาก็จะยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว  

"ตอนแรกนั่งนิ่ง สักพักนั่งยิ้มนี่มีสาเหตุอยู่ไม่กี่อย่าง" สาเหตุก็คือคุณหมออีกนั่นแหละ ฉันมองพี่พราวตาเป็นประกายวิบวับ 

"แพรอยากอยู่ที่นี่ต่ออีกหลาย ๆ เดือนได้มั้ยพี่พราววว~" ถ้าหายปุ๊บ ฉันจะไม่มาที่นี่ในฐานะคนไข้แล้ว จะมาในฐานะว่าที่ภรรยาของคุณหมอแทน มโนไปก่อนเดี๋ยวสักวันก็เป็นจริงเองแหละเนอะ  

"พี่ว่าพี่จะออกไปสูดอากาศสักหน่อย บ้าผู้ชายอะไรขนาดนี้ก็ไม่รู้ คนเราเน้ออ" พี่พราวพูดขึ้นมาลอย ๆ เป็นการพูดลอยที่แรงมากกกก แรงจนสะดุ้ง - - แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเพราะมันคือเรื่องจริง อ้อ ไม่ต้องตกใจกับการแซวของสาวบ้านนี้ มันเรื่องปรกติมาก ๆ  

"พี่พราวต้องใส่วงเล็บไว้ด้วยสิว่าผู้ชายคนนั้นคือคุณหมออลัน เล็นนิกซ์ ^^" พี่พราวถึงกับยกมือขึ้นห้าม ส่วนพี่เดียร์ก็หบั้นขำ ฮ่า ๆ  

"หยุดเรื่องคุณหมอแล้วเตรียมตัวเจอคุณธีร์ด้วยล่ะ เดี๋ยวพี่จะไปรอรับคุณธีร์เขาด้านล่างเลย เลขาแจ้งไว้เก้าโมงแต่ไม่รู้ท่านจะมาก่อนเวลาไหม เดียร์อยู่ช่วยยัยแพรไปก่อนนะ แต่งหน้าเบา ๆ ทำผมน้องให้เรียบร้อยหน่อย" ร่างผู้จัดการเข้าสิงในพริบตา  

"ต้องแต่งหน้าด้วยเหรอคะ ถึงไม่แต่งแพรก็ว่าแพรสวยอยู่แล้วนะ" ยัง ฉันยังไม่หยุดเล่น พูดไปด้วยความมั่นใจปนน่ารัก จนพี่พราวส่ายหน้าเดินหนีไปเลย ถ้าพูดกับคนอื่นคงจะถูกเบะปากมองบนใส่เรียบร้อย แต่นี่พี่พราว พี่เขาชินแล้ว ฮ่า ๆ เป็นผู้จัดการคนแรกที่ทนรับนิสัยของฉันได้ ฉันถึงได้รักพี่เขามากไงล่ะ  

"พี่เดียร์ พี่ว่าหน้าม้าที่ตัดเมื่อวานเข้ากับแพรไหมอ่ะ มันน่ารักป่าว คุณหมอยังไม่เห็นจะชมแพรเลย" ฉันถามพี่เดียร์ที่ขนอุปกรณ์แต่งหน้าสารพัดอย่างมาวางไว้บนเตียง แต่งหน้าที่ยากที่สุดคือแต่งยังไงให้เหมือนไม่แต่ง แต่งยังไงให้ดูธรรมชาติ แต่พี่เดียร์น่ะเก่งมากกกก แต่ช่างเรื่องความเก่งพี่เดียร์ก่อน  

"หรือหน้าม้ามันไม่เข้ากับแพรคะ" ฉันเงยหน้าถามพี่เดียร์ เริ่มเสียความมั่นใจเพราะคุณหมอไม่ชมนี่แหละ  

"คนสวยทำอะไรก็สวย" ตอบสั้น ๆ แต่ได้ใจความตามฉบับ ตอนแรกฉันก็ถือคตินี่นั่นแหละ แต่พอมาเจอคุณหมอทุกอย่างก็เปลี่ยนไป  

ใช้เวลาไม่นานพี่เดียร์ก็แปลงโฉมให้ฉันกลายเป็นผู้เป็นคนขึ้นมานิดนึง ฮ่า ๆ มันไม่ได้แต่งเติมอะไรมากหรอก ทาแป้งฝุ่น เติมสีปาก เขียนคิ้วบาง ๆ ปลัดบรัชออนเบา ๆ แค่นั้นเองงงง ลุคใส ๆ ของคนอยู่โรงพยาบาลมาเป็นเดือน ผมถูกมัดสูงแบบหลวม ๆ ปล่อยหน้าม้าให้ปรกหน้าผาก มองดูตัวเองในกระจกถือสักพัก  

"แค่เจอคุณธีร์จำเป็นต้องขนาดนี้เลยเหรอพี่" ถามแบบไม่ต้องการคำตอบเท่าไหร่ พอจะเดาคำตอบออก เจอคุณธีร์เชียวนะ คุณธีร์ 

เอ๋...คุณธีร์เหรอ  

เดี๋ยวนะ เมื่อคืน 

"ใช่ เอาล่ะ ที่นี้ก็นั่งรอสวย ๆ ไปก่อนนะ พี่จะไปดูลาดเลาแป๊บ" พี่เดียร์พูดพลางเอาทิชชูมาซับหน้าให้ฉันเบา ๆ แล้วเดินไปเก็บของ ก่อนจะเลยไปที่ประตูห้อง ทิ้งให้ฉันนั่งสับสนอยู่กับลำดับความคิดของตัวเองบนเตียง 

เมื่อคืน... 

ไม่นะ!! 

รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูสายเรียกเข้าเมื่อคืน ก่อนที่บทสนทนาเมื่อคืนจะไหลย้อนกลับมา จำได้ว่าล่าสุดได้ยินแค่เสียง 'หึ' ของคุณเขา จำได้แค่นั้น... 

เพราะ เพราะฉันตัดสายเขาเอง กรี๊ดดด แพรวาาา เธอทำอะไรลงไปอีกแล้ว เจอหน้าคุณหมอก็ลืมคุณธีร์ไปเลย โอ้ย อยากจะกรี๊ดดัง ๆ ฉันจะทำยังไงดี ตัดสายใครไม่ตัดแต่ดันไปตัดสายประธานค่าย! โน้ววววววว  

แต่ช้าก่อนแพรวา เมื่อคืน อาจจะไม่ใช่คุณธีร์ก็ได้นี่น่า อาจจะเป็นธีร์อื่น ที่ไม่ใช่ธีรภัทร จันทรวัชรโภคิน ก็ได้นี่น่า ใช่มั้ย ๆ แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าเป็นธีร์เดียวกันรึเปล่า 

คิดไปคิดมาก็ได้ข้อสรุปกับตัวเอง เอาน่ะ เพื่อความชัวร์อาจจะไม่ใช่ก็ได้ อย่าคิดมากเลยแพรวา ท่องไว้ ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่ ปลอบตัวเองเสร็จก็หายใจเข้าออกลึก ๆ ก่อนจะกดปุ่มโทรออกหาเบอร์แปลกเมื่อคืน 

ฝ่ามือเย็นเฉียบ หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นและลุ้นว่าใช่หรือไม่ใช่ มันขึ้นรอสายเพราะยังไม่มีคนรับ โอ๊ย แค่ได้ยินตู๊ดคำเดียวก็จะตายแล้ว ทว่า...ขณะที่ฉันกำลังนั่งกัดเล็บรอปลายสายรับอย่างใจจดใจจ่อด้วยความกังวล จู่ ๆ ประตูห้องพักก็เปิดออกกะทันหัน  

"เชิญค่ะคุณธีรภัทร น้องแพรวาอยู่ด้านในค่ะ"  

"!!!!" ฉันหยุกชะงัก ลมหายใจสะดุด ตาโตเพราะการปรากฎตัวของบุคคลแปลกหน้า พี่เดียร์กับพี่พราวเดินเข้ามาไม่วายที่จะส่งซิกมาให้ แต่คนที่ทำให้ฉันแทบช็อกคือร่างสูงในชุดสูทนั่นต่างหาก ใบหน้าหล่อเรียบเฉยดูเย็นชา นัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั่นกำลังมองมาที่ฉัน....ฉันที่มือข้างนึงถือโทรศัพท์ อีกข้างนั่งกัดเล็บ ทำหน้าตกใจเหมือนเจอผีอยู่บนเตียงคนไข้ 

อึก 

กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาจับจ้องอยู่ที่เขา ครั้งแรกที่เจออยู่จริงในรอบหลายปี หล่อกว่าในรูป หล่อกว่าในโทรทัศน์ หล่อกว่านักแสดงนายแบบหลายคนที่ฉันเคยร่วมงานด้วย แต่....เรื่องน่าอายของวันนี้ยังไม่จบแค่นั้น เพราะในมือคุณธีร์มีสมาร์ตโฟนเครื่องหรู และเจ้าเครื่องหรูนั่นก็กำลังสั่นไม่หยุดอยู่ข้างลำตัว 

ไม่นะ ขออย่าให้เป็นอย่างที่คิด 

"สวัสดีครับ" แต่มันเป็นอย่างที่คิดจริง ๆ ด้วย กรี๊ดดด แพรวาอยากเอาหน้ามุดที่นอน คุณธีร์กดรับสายเรียกเข้าต่อหน้าทุกคนรวมถึงฉัน นอกจากจะได้ยินเสียงของเขาเป็น ๆ ฉันยังได้ยินเสียงของเขาชัด ๆ อยู่ข้างหู เพราะเขาคือคนในสายที่ฉันกำลังโทร พอได้สติปุ๊บฉันก็รีบเอามือที้กัดเล็บอยู่ลงก่อนจะรีบกดตัดสายด้วยความลุกลี้ลุกลน เจอสายตาดุ ๆ ของพี่พราวกับพี่เดียร์ที่พร้อมจะเทศนาชุดใหญ่ 

"สวัสดีค่ะ" ฉันรีบยกมือไหว้ผู้ชายตรงหน้า ตามด้วยเลขาผู้หญิงเขาหนึ่งคนที่ตามมาด้วยในมือมีตะกร้าผลไม้ชุดใหญ่ ฉแอบส่งยิ้งแห้ง ๆ ให้พี่พราวกับพี่เดียร์พูดขอโทษในใจเป็นล้านคำ TT 

ความผิดของแพรวาช่างใหญ่หลวงยิ่งนัก  

"น้องแพรคงตื่นเต้นน่ะค่ะ แฮ่ะ ๆ" พี่พราวรีบแก้ตัวแทนภาพลักษณ์หลุด ๆ ที่ปรากฎแกสายตาเขาเมื่อกี้ ฉันมองใบหน้าหล่อนั่นแวบนึงก่อนจะรีบสายตา อายอยู่ ไม่กล้าสู้หน้า ไม่กล้าสบตาด้วย T///T 

"อันนี้เป็นของฝากจากคุณธีรภัทรค่ะคุณแพรวา" คุณเลขาผู้ชำนาญยื่นตะกร้าผลไม้มาให้ฉัน พี่เดียร์รับต่อ แอบเห็นคุณธีร์ส่งสายตาไปหาคุณเลขา ไม่รู้ว่าสายตานั้นมีความหมายอะไร 

"อ้อ สักครู่นะคะ" คุณเลขาโค้งขอโทษก่อนรีบออกไปนอกห้องและกลับมาพร้อมกับ...โอ้ กลับมาพร้อมกับช่อดอกคละด้วยดอกลิลลี่ลและทิวลิปสีขาวช่อใหญ่(มาก) คุณเลขายื่นมาให้คุณธีร์ 

"คุณธีร์ทราบเรื่องคุณแพรวากับผู้จัดการคุณพราวและคุณเดียร์ตั้งแต่วันแรกแล้วค่ะ แต่ท่านมีภารกิจรัดตัวจึงไม่สามารถมาเยี่ยมได้ในช่วงแรก" 

"ไม่เป็นไรเลยค่ะ แพรกับพี่ ๆ ไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่คุณธีร์เป็นห่วงแพรกับพี่ ๆ พวกเราก็ซึ้งใจมากแล้วค่ะ" ฉันรีบบอกคุณเลขา แค่เขายังนึกถึงฉันมันก็อิมพอสสิเบิลมากแล้ว เจอก็ไม่เคยเจอกันสักครั้ง  

"แพรกับพี่ ๆ ต้องขอบคุณคุณอีกครั้งนะคะที่อุตส่ามาเยี่ยมถึงโรงพยาบาล" ฉันยกมือไหว้ขอบคุณร่างสูงอีกครั้ง แต่ฉันน่ะ รีบไหว้เสร็จก็รีบเอามือลงทันทีเพราะสายตานิ่ง ๆ ของเขาอีกนั่นแหละ เก๊กจนคนอื่นกลัวไปหมดแล้ว ดูสิ เขาให้เลขาพูดแทนหมดเลย ไม่คิดจะพูดกับฉันบ้างเลยรึไง ได้ทีละบ่น เพราะบ่นได้แค่ในใจ ขืนบ่นไปต่อหน้ามีหวังได้ตกงานจริง ๆ  

"เรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งหมด ค่ายจะรับผิดชอบให้ครึ่งนึง ส่วนที่เหลือผมจะเป็นคนจัดการให้" 

"อะ..อะไรนะคะ" ฉันกับพี่อีกสองคนตาโตอ้าปากค้างหลังจากที่ได้ยินประโยคแรกจากเขาครั้งแรกในชีวิต ไม่นับ 'หึ' และ 'สวัสดี' 

เรื่องค่าใช้จ่ายที่ค่ายจะดูแลให้ครึ่งนึงไม่แปลกใจเท่าไหร่ เพราะมันเป็นนโยบายที่จะช่วยเหลือพนักงานทุกคนในองค์กรอยู่แล้ว แต่ประโยคหลังเนี่ย 

"แต่ว่า.../ไม่มีแต่" ฉันไม่ทันจะได้ปฏิเสธอะไร คุณธีร์ก็พูดขึ้นมาซะก่อน น้ำเสียงเย็นชาห้วน ๆ เขาทำให้คนฟังรู้สึกกลัวได้ทันที  

"ไม่มีแต่ก็ได้ค่ะ..." บอกเสียงอ่อน สักพักคุณธีร์ก็ใช้สายตามองเลขาอีกแล้ว มันคือคำสั่งทางสายตา เพราะแค่มองตากันปุ๊บ พี่เลขาก็พนักหน้ารับทันที 

"งั้นเดี๋ยวรบกวนคุณพราวกับคุณเดียร์ไปให้รายละเอียดทั้งหมดกับดิฉันข้างนอกด้วยนะคะ" 

"คะ รายละเอียด อ้อออ ได้เลยค่ะ" คุณเลขาก็ส่งซิกให้พี่พราวอีกที พี่พราวก็ส่งให้พี่เดียร์ จนทั้งสามคนออกไปข้างนอก ทิ้งให้ฉันอยู่กับคนหล่อแต่โหดในห้องตามลำพังได้ยังง๊ายยย ฮืออออ กลับมาก่อนน ฉันเบะปากมองพี่ทั้งสองคนหายไปจนลับตา ก่อนจะนั่งคอตกก้มมองมือตัวเอง  

ร่างสูงเลื่อนเก้าอี้มานั่งข้างเตียงตอนที่ฉันกำลังว้าวุ่นใจเพราะต้องอยู่กันสองคน แขนข้างนึงพาดกับที่พิงหลังของเก้าอี้ในท่านั่งสบาย ๆ แต่โคตรรรรรจะวางอำนาง  

ฉันค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นช้า ๆ เห็นช่อดอกไม้ยังอยู่บนตักของเขา จะให้รึเปล่าช่อนั้น ถ้าจะให้ก็รีบให้ได้แล้ว แต่...ผ่านไปหนึ่งนาที สองนาที สามนาที คุณธีร์ก็เอาแค่นั่งมองฉันเงียบ ๆ เงียบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศในห้องชัดเจน ฉันก็ได้แต่หลบหน้าให้เขามองอยู่แบบนั้น โอ้ย อาจจะบ้าตายก่อนที่เขาจะพูดก็ได้  

"คะ...คือ...เรื่องเมื่อคืน แพรไม่ได้จะ..เอ่อ ไม่ได้ตั้งใจจะตัดสายคุณธีร์นะคะ" ตัดสินใจพูดออกไปเพื่อทำลายความอึมครึมในห้อง แต่ประโยคก็สั่นมากด้วยเพราะสติอันน้อยนิด 

"หึ" เขาแค่นหัวเราะในลำคอ เหลือบมองใบหน้าหล่อผ่านหน้าม้าของตัวเองก็เจอเข้ากับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แสนกระชากใจที่ดูรวม ๆ แล้ว 'เถื่อน' ของคุณธีร์! 

"คุณตัดสายผมเพราะคนอื่นไม่ใช่หรือไง" 

"คะ?" 

"คนที่คุณเรียกเขาว่าคุณหมอซะเสียงหวาน จนลืมไปว่าผมยังอยู่ในสาย" เขาเน้นคำว่าเสียงหวานจนฉันสะดุ้ง  

"คะ...คือ...แพร" เริ่มเลิ่กลั่กเพราะหาข้อแก้ตัวไม่ได้ เมื่อคืนฉันอุทานเรียกคุณหมออลันก่อนจะตัดสายคุณธีร์ ตอนนั้นมันลืมจริง ๆ แค่เห็นหน้าคุณหมอฉันก็ลืมแล้วว่ากำลังทำอะไรอยู่ 

"ช่างเถอะครับ มันไร้สาระเกินไปที่ผมจะต้องเก็บมาใส่ใจ ว่าแต่...คุณเป็นยังไงบ้าง" จากน้ำเสียงเย็นชาในท่อนแรก เปลี่ยนมาเป็นน้ำเสียงอ่อนโยนในท่อนหลัง 

"....." 

"ยังกลัวอยู่รึเปล่า" เขาเปลี่ยนเป็นคนละคนในพริบตาเดียว... 

ตึกตัก 

ตึกตัก  

และฉันก็เผลอใจเต้นแรงให้กับประโยคคำถามของเขาเมื่อกี้ นอกจากมันจะถูกถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแล้ว คนพูดยังมองฉันด้วยสายตาอ่อนโยนอีกด้วย รู้สึกว่าเขา...กำลังบอกว่าเป็นห่วงฉันทางสายตา เผลอหลุดอยู่ในภวังค์ของดวงตาคู่สวยที่ดูลึกลับน่าค้นหา ดูอันตรายแต่ก็ปลอดภัย 

"ได้ยินคำถามผมรึเปล่า" คำถามของเขาเรียกสติฉันกลับมา  

"แพรดีขึ้นแล้วค่ะ" 

"....." คุณธีร์มองฉันนิ่ง ๆ เหมือนจะไม่เชื่อว่าฉันดีขึ้น 

"แพรดีขึ้นแล้วจริง ๆ นะคะ" ฉันพูดย้ำอีกครั้งเพื่อยืนยันคำตอบ เขาปรายตามองฉันแวบนึงก่อนจะยื่นช่อดอกไม้มาให้ กลิ่นดอกไม้หอมจนติดจมูกโดยเฉพาะดอกกุหลาบขาว 

"ขอบคุณนะคะ" ฉันรับดอกไม้มาจากเขาพร้อมกับยิ้มหวาน "แพรชอบมากเลย" สูดดมความหอมของดอกไม้เต็มปอด สลับกับส่งยิ้มหวานให้คุณธีร์ อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้โหดตลอดเวลาแหละ 

เอ๊ะ.. 

มีการ์ดแนบมาด้วยนี่น่า 

'หวังว่าดอกไม้จะช่วยคลายความกังวลลงไปได้บ้าง หวังว่าดอกไม้...จะอยู่ข้าง ๆ คุณในเวลาที่คุณกลัว'  

ขนาดคนอ่านยังเขินเพราะรู้สึกได้ถึงความหวังดีจากข้อความพวกนี้ แล้วคนเขียนล่ะ ฉ้นอมยิ้มน้อย ๆ หลังจากที่อ่านข้อความในจบ ทำเหมือนไม่เห็นการ์ดทั้ง ๆ ที่เห็นแล้ว เขาไม่ได้กำลังจีบฉันอยู่ได้รึเปล่า แต่ไม่หรอกมั้ง อาจจะแค่เจ้าชู้ตามประสาคนหล่อและรวย 

"ขอถามอะไรหน่อยได้มั้ยคะ" ฉันเงยหน้าถามคนตัวโต เขาถอนหายใจนิดหน่อย แต่ก็พยักหน้ารับเป็นคำตอบ 

"ว่ามาสิ" 

"ทำไมถึง..." จะพูดว่าไงดีล่ะ ทำไมถึงมาเยี่ยม ทำไมถึงมาทำดี ทำไมถึงลดตัวมาเจอนักแสดงธรรมดาแบบฉัน ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นถึงท่านประธานที่เจอตัวยากมาก อยากถามอออกไปให้หมดเลยแต่ก็ได้แต่อ้ำ ๆ อึ้ง เพราะกลัวว่ามันจะไม่เหมาะที่ถามออกไป 

"คุณไม่จำเป็นต้องรู้เหตุผลที่ผมทำแบบนี้" 

"อ้าว" ฉันอ้าปากเหวอ ก่อนจะรีบทำหน้าสวย ๆ เนี่ย ทำไมถึงชอบหลุดเวลาอยู่กับเขาก็ไม่รู้ - - แต่พอมองหน้าหล่อไม่เกรงใจใครของคุณธีร์นาน ๆ ก็รู้สึกว่าเขาหน้าคุ้น ๆ เหมือนกันแฮะ แต่นึกไม่ออกว่าเหมือนใคร ช่างเหอะ เขาเป็นถึงประธานจะมาคุ้นอะไรอีกแพรวา สติลูกสติ! 

"วันที่ออกจากโรงพยาบาลผมจะให้คนมารับ แล้วกลับไทยไปพร้อมกับผม" 

"เอ๋...หาา!!"  

"......" 

"ขอโทษค่ะ แต่ยังไงนะคะ แพรไม่เข้าใจ" มันจะอิมพอสสิเบิลอีกแล้วนะ ที่ฉันจะได้กลับไทยพร้อมกับเขาเนี่ย! เกินไปแล้วแพรวา นี่ถ้าคนอื่นรู้เข้าฉันไม่โดนนินทาแย่เหรอ เดี๋ยวก็โดนหาว่าเอาตัวเข้าแลกอีก มีแต่เสียกับเสียทั้งนั้น ไม่เห็นข้อดีของการได้อยู่ใกล้ชิดเขาเลย 

"ผมจำเป็นต้องตอบคุณด้วยรึเปล่า?" เลิกคิ้วถามเสียงห้วน ๆ ถ้าพูดหยาบ ๆ ฟีลประมาณว่า 'กูจำเป็นต้องตอบมึงด้วยเหรอ!' นั่นสิ เขาไม่จำเป็น แต่ฉันอยากรู้นี่ ฉันสงสัย 

"มะ..ไม่จำเป็นค่ะ แต่แพรว่ามันไม่ค่อยเหมาะเท่าไหรที่แพรจะกลับไปพร้อมกับคุณธีร์..." คุณธีร์มองหน้าฉันนิ่ง ๆ โดยใช้สายตาโหด ๆ มันเป็นคำตอบได้ดีว่าฉันควรจะเงียบดีกว่า 

"แพรกลับด้วยก็ได้ แต่ไม่รู้ว่าจะได้ออกจากโรงพยาบาลตอนไหน" ความจริงฉันไม่ค่อยอยากออกจากโรงพยาบาลเท่าไหร่ ก็คุณหมออยู่ที่นี่ 

"คุณดูเหมือนจะไม่ค่อยอยากออกจากโรงพยาบาลเลยนะ" เอ๊ะ ทำไมคุณธีร์รู้ เขาอ่านใจฉันได้หรือไง  

"สงสัยคุณคงอยากจะลาออก" 

"ไม่ใช่นะคะ!" ฉันแย้งทันทียกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน ถึงฉันจะชอบคุณหมอมาก แต่ฉันก็ยังรักงานในวงการอยู่นะ จะลาออกเพราะผู้ชายมันก็เกินไปหน่อย ยอมรับแหละว่าเคยคิดนิดนึง แต่แค่เคยคิดไม่ได้จะทำจริงสักหน่อย จริง ๆ นะ 

"หึ" คุณธีร์หัวเราในลำคอและ หึ อีกแล้ว!! ทำไมชอบหึใส่ตลอด คิดว่าเท่นักรึไง! แต่เขาก็เท่จริง ๆ นั่นแหละ แฮ่ะ ๆ  

"คุณธีร์ไม่ได้จะไล่แพรออกใช่มั้ย" 

"ไร้สาระ" ร่างสูงตอบสั้น ๆ ก่อนจะยืดตัวลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เขาจะกลับแล้วเหรอ 

"ขอบคุณสำหรับของฝากและดอกไม้ด้วยนะคะ" เห็นว่าเขาจะกลับเลยรีบพูดขอบคุณอีกครั้ง 

"ใครบอกว่าผมจะกลับ?" 

"อ้าว แล้วคุณธีร์ ว้าย! จะ..จะทำอะไรคะ" คุณธีร์หยิบช่อดอกไม้แล้ววางไว้ตรงอื่น ก่อนจะเข้ามาประคองฉัน  

พรึ่บ! 

"กรี๊ดดด คุณธีร์!" แค่วิเดียวคุณธีร์ก็อุ้มฉันลงจากเตียงจนฉันต้องยืนพิงเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไม่จับแขนเขาก็จะไม่มีที่ยึด "ยืนได้แล้วสินะ" ประโยคดูเขาพูดพึมพำคนเดียวมากกว่า 

"คุณธีร์ ถ้าแพรล้มขึ้นมาจะทำยังไงเล่า" ฉันบอกหน้าบึ้ง เขาไม่รู้ว่าฉันยืนได้หรือไม่ได้เลยจะทดลองก่อนงี้เหรอะ 

"แล้วคิดว่าผมจะปล่อยให้คุณล้ม?" ทำไมประโยคนี่มัน....ชวนให้ใจเต้นแรงอีกแล้ว ใบหน้าหล่อมองลงมา ส่วนฉันก็กำลังช้อนสายตามองเขาอยู่ เดี๋ยวสิ ฉากนี้มันควรจะเกิดขึ้นกับคุณหมอแค่อย่างเดียว ฉันควรจะใจเต้นแรงกับคุณหมอแค่คนเดียว  

"ลองเดินหน่อย" เสียงทุ้มเรียกสติให้ฉันหลุดจากภวังค์ 

"แต่แพร" 

"เดินไปพร้อมกับผม" เดินไปพร้อมกับผมเหรอ....เดินไปพร้อมกับผม.... 

ตึกตัก 

ตึกตัก 

กรี๊ดดด นังหัวใจไม่รักดี ทำไมถึงทรยศฉันแบบนี้ห๊ะ น่าไม่อายจริง ๆ เลย โอ้ยยย >_< 

นอกจากจะใจเต้นแรงกับคำพูดของเขาแล้วยังจะยอมทำตามอย่างว่าง่าย ด้วยการเดินช้า ๆ โดยมีคนตัวโตคอยพยุงและถือสายน้ำเกลือให้ มือนึงพยุงฉัน อีกมือถือสายน้ำเกลือให้ 

แต่...สักพักเขาก็ปล่อยให้ฉันเดินคนเดียว  

"เก่งมาก"  

"คะ?" ฉันเอี้ยวตัวกลับมา เมื่อกี้เขาชมเรอะ แต่เห็นหน้าเรียบเฉยนั่นแล้วฉันอาจจะหูฝาด ฉันจึงค่อย ๆ เดินกลับมาที่เตียง คุณธีร์ก็แขวนสายน้ำเกลือไว้ตามเดิม  

ทำท่าจะปีนขึ้นนั่ง แต่... 

พรึ่บ! 

เขาก็จับเอวฉันแล้วยกขึ้นนั่งแทนตามด้วยคำพูดที่ว่า "ชักช้า" สั้นและห้วน คนขี้เก๊ก คนเผด็จการ คนวางอำนาจ คนเอาแต่ใจ! 

"คุณธีร์มาเยี่ยมเพราะอยากรู้ว่าแพรเดินได้รึเปล่าเหรอคะ" เขาเมินคำถามฉันด้วยการไม่ตอบคำถาม ก่อนจะเลิกแขนเสื้อแล้วดูนาฬิกาที่ข้อมือ  

"หายไว ๆ" ประโยคสุดท้ายของคุณธีรภัทร เพราะหลังจากนั้นเลขาของคุณธีร์ พี่พราวพี่เดียร์ก็กลับเข้ามาในห้องได้เวลาเป๊ะ ๆ ร่างสูงปรายตามองฉันแค่แวบนึงก่อนจะเดินออกจากห้องไปไม่เหลียวหลัง ทั้งฉันพี่พราวและพี่เดียร์ก็งงไปตาม ๆ กัน  

"อ่า คุณธีร์คงแจ้งแล้วใช่มั้ยคะ ว่าให้กลับไทยพร้อมกัน เดี๋ยวรายละเอียดเพิ่มเติมจะแจ้งผ่านคุณพราวผู้จัดการนะคะ" ฉันพยักหน้ารับอย่างงง ๆ หลังจากนั้นคุณเลขาก็ขอตัวกลับเพราะบอกว่าอีกครึ่งชั่วโมงคุณธีร์มีคุยงานต่อกับลูกค้า  

ต้องทำงานแต่ยังอุตส่าเจียดเวลามาหาฉันเหรอเนี่ย เฮ้อ เขาต้องการอะไรจากฉันกันแน่ นั่งสับสนได้ไม่นานประตูห้องก็เปิดอีกครั้ง  

"อ๊ะ คุณหมอ! ผ่าตัดเสร็จแล้วเหรอคะ เป็นยังไงบ้าง" ฉันถามร่างสูงที่เดินมาไม่พูดไม่จาอะไร แต่ทำไมเขาทำหน้าบึ้งแบบนั้นล่ะ โกรธอะไรใครมา  

"ผู้ชายคนเมื่อกี้คือใคร!!" 

 

........................ 

คุณหมอช้าไม่ได้แล้วนะคะ คู่แข่งออกตัวแรงมากเด้อออ 555555555555555 

ปล.ขอฝากทวิตไว้คุยกัน แท็ก #อลันแพรวา @jaoyingdokmai ฝากเพจ เจ้าหญิงดอกไม้ - บุษบากร ❤❤❤ 

ความคิดเห็น