facebook-icon Instagram-icon

เป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดถูกใจและดาว รวมทั้งซื้อนิยายด้วยกุญแจหรือเหรียญด้วยนะคะ ^^

บทที่ 1 เปิดฉาก 2

ชื่อตอน : บทที่ 1 เปิดฉาก 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 82

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 เม.ย. 2563 12:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 เปิดฉาก 2
แบบอักษร

ร่างสูงของชาร์มมิ่งในชุดตำรวจลงมาจากรถประจำทางพร้อมกับน้องสาวที่สวมผ้าคลุมหน้าเพื่ออำพรางตัวตอนออกมาจากสถานีตำรวจ เมื่อลงจากรถโดยสารได้ หญิงสาวก็ถอดผ้าคลุมหน้าออก ก่อนที่ทั้งสองเดินลัดเลาะไปเรื่อยๆตามทางแคบๆเพื่อไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง 

เฟลมมิ่งล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง มือเรียวสัมผัสได้ถึงความเย็นของสร้อยคอไพลิน เมื่อแน่ใจว่ามันไม่ได้หายไปไหน จึงล้วงมือออก 

แถวนี้ไม่ค่อยมีใครผ่านไปผ่านมาเท่าไหร่ เพราะเริ่มเข้าเขตสลัมและย่านเสื่อมโทรม คงไม่มีคนดีๆที่ไหนจะเข้ามาเดินเล่นแถวนี้ นอกจากคนที่ประกอบอาชีพไม่สุจริต และหนึ่งในนั้นก็คือพวกเธอทั้งสองคน 

คิดไว้ไม่ผิด แถวนี้คนดีๆไม่กล้ากล้ำกราย ส่วนคนร้ายก็มีอยู่เต็มไปหมด เมื่อพวกเธอเดินมาถึงใต้สะพานเปลี่ยวๆมืดๆ ห่างไกลจากการเข้าถึงของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์แล้ว ข้างหน้าพวกเธอตอนนี้มีการตะลุมบอนเกิดขึ้น รู้สึกจะเป็นห้ารุมหนึ่ง อันที่จริงพวกเธอก็ไม่ใช่คนดีอยู่แล้ว ยิ่งมามีเหตุการณ์แบบนี้อีก ใครทำอะไรไว้ก็คงต้องรับกรรมกันเอาเอง 

“ช่วยด้วย ใครก็ได้...” 

แต่เสียงชายคนที่ร้องให้ช่วยกลับหยุดไปดื้อๆ เพราะเขาถูกตีเข้าที่ท้องน้อยเสียงดังลั่น ฝ่ายคนรุมคงตีแรงพอ เพราะมันส่งผลให้ร่างสูงสง่าของผู้เคราะห์ร้ายลงไปนอนโอดโอยเลยทีเดียว 

เฮ้อ บางทีเฟลมมิ่งก็เบื่อที่ต้องมาเจอสถานการณ์แบบนี้ พอเข้าไปช่วยก็ต้องเจ็บตัว โดนหาว่าเสือกเรื่องชาวบ้าน แต่พอไม่ช่วยก็หาว่าไร้น้ำใจ เป็นขยะสังคม ตั้งแต่ออกมาจากโรงเลี้ยงเด็กกำพร้า เธอกับพี่ชายก็เจอแต่เรื่องแย่ๆตลอด แต่ก็นะ ชีวิตคนเราไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบนี่นา วันหนึ่งเคยอยู่จุดที่สูงที่สุด ก็ดันตกตุ๊บลงมา ทันใดนั้นคุณจะพบว่าที่ผ่านมาคุณฝันไปทั้งหมด และสิ่งที่ช่วยให้คุณรู้ตัวก็คือ  

การนอนดิ้นตกเตียงนั่นเอง 

“ไม่ไหวแล้ว ก็บอกว่าไม่มีอะไรจะให้ไง ของที่ติดตัวมาพวกแกก็เอาไปหมดแล้ว”เสียงชายเคราะห์ร้ายดังขึ้นอีกครั้ง พาให้เฟลมมิ่งกรอกตา 

“แกโกหก ดูจากสารรูปแกแล้วต้องเป็นคนมีฐานะแน่นอน คงไม่พกเงินติดตัวมาแค่นี้หรอกใช่ไหม”หัวหน้าแก๊งโจรถาม 

“ก็ฉันไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินมากขนาดนั้นสักหน่อย” 

“ลูกพี่ นอกจากเงินแค่ไม่เท่าไหร่แล้ว ไอ้นี่มันยังพกกระดาษอะไรก็ไม่รู้มาเยอะแยะ” 

“ไหนเอามาดูสิ”ว่าแล้ว หัวหน้าโจรก็ฉวยกระดาษทั้งปึกไปจากลูกน้อง 

“นี่มันอะไรของแกวะเนี่ย แกเป็นพนักงานบริษัทเหรอ”หัวหน้าโจรถามเหยื่อ 

“เปล่า”เหยื่อปฏิเสธ 

“เด็กส่งของ” 

ไม่ใช่ 

“พนักงานบัญชีหรือไง” 

โครม! 

“หัวหน้า!”ลูกน้องทั้งกลุ่มแตกตื่น ต่างหยิบเครื่องไม้เครื่องมือใกล้ตัวเตรียมไว้เพื่อรับมือกับคนที่ทำร้ายลูกพี่ แต่พอเห็นว่าใครคือสาเหตุให้ลูกพี่ต้องลงไปนอนนับดาวอยู่บนพื้น พวกเขาก็ถึงกับอึ้ง 

“ตำรวจ!”หนึ่งในนั้นตะโกนออกมา 

“ทำร้ายคนแบบนี้ เขาเรียก ‘หมาหมู่’ นะ”ชาร์มมิ่งบอก ถือปืนโคลท์จ่อไว้ที่กบาลของหัวหน้าแก๊ง อย่างน้อยก็ขอสวมรอยจากชุดตำรวจให้เป็นประโยชน์หน่อยก็ละกัน 

ลูกน้องไม่กล้าเข้ามาใกล้ แต่ก็ไม่ถอยไปไหน เพราะเห็นตำรวจมีแค่คนเดียว 

“ฉันจะเรียกกำลังเสริมมาเดี๋ยวนี้ และพวกแกทุกคนไม่ว่าใครก็ตามที่ตุ้ยไอ้หน้าหล่อนี่ล่ะก็ ฉันจะยัดแม่...ทุกคนเข้าซังเตซะ”ชาร์มมิ่งขู่ 

ไม่ทันไร เสียงไซเรนของรถตำรวจก็ดังขึ้น ทำให้ลูกน้องโจรขวัญผวาตามคำขู่ถูกยัดเข้าซังเต ต่างคนต่างวิ่งหนีหางจุกตูด ไม่สนใจลูกพี่ตัวเอง 

“เฮ้ย! รอกูด้วย”หัวหน้าโจรกลัวเสียงไซเรนที่ดังใกล้เข้ามาจึงพยายามดิ้นหนี โดยไม่ได้สังเกตว่าชาร์มมิ่งค่อยๆผ่อนร่างตัวประกันจนในที่สุดมันก็หนีตามลูกน้องไปได้ ชายหนุ่มรอเวลาสักพัก เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงเรียกน้องสาวออกมาจากที่ซ่อน 

เฟลมมิ่งโผล่ออกมาจากมุมๆหนึ่ง ในมือถือโทรศัพท์มือถือที่พึ่งปิดเสียงสัญญาณไซเรนไป 

“ไม่เป็นไรใช่ไหม ไอ้หน้าหล่อ” 

  

  

  

เสียงหัวเราะแบบไม่ดูสังขารตัวเองของไอ้หน้าหล่อดังขึ้น จนชาร์มมิ่งคิดอยากจะไปตามตัวโจรรีดทรัพย์กลุ่มนั้นกลับมาจัดการหมอนี่อีกครั้ง 

“อย่างนี้เองเหรอ ไม่เลวนะสาวน้อย”ไอ้หนุ่มหน้าหล่อกระชากใจสาวยื่นมือไปตบบ่าเฟลมมิ่ง หลังจากเธอเล่าวีรกรรมการช่วยชีวิตของเขาเสร็จ 

“ไม่นึกว่าจะมีใครมาช่วยด้วยซ้ำ ขอบคุณมากๆนะ”ชายหน้าหล่อกล่าว 

“นี่ ที่ช่วยน่ะไม่ได้ช่วยฟรีๆหรอก แค่เห็นว่าน่าจะพอทำตัวให้เป็นประโยชน์ได้บ้าง ฉันจะเข้าเรื่องเลยละกัน ตอนนี้พวกเราสองคนมาหานักค้าข่าวเถื่อน ได้ยินว่าหมอนั่นจะเข้าออกแถวนี้บ่อยๆ แกน่ะ พอจะรู้จักคนอย่างว่าหรือเปล่า”ชาร์มมิ่งถาม 

ไอ้หนุ่มหล่อกะพริบตาปริบๆ มันอาจจะกำลังอึ้ง ก็นะ คนเราไม่ได้ดีมาตั้งแต่เกิด จะให้ช่วยกันฟรีๆก็ดูจะเอาหน้าไปหน่อยนะ 

“ถามหาไปทำไมละ ปกติหมอนั่นไม่ทำงานให้ใครฟรีๆหรอกนะถ้าไม่ผ่านการสแกนประวัติก่อน เล่นเดินถามหาแบบนี้ หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอหรอก”ไอ้หนุ่มหล่อตอบ 

 ชาร์มมิ่งเริ่มรำคาญ มันไม่ใช่ความผิดของเขาและน้องสาวเสียหน่อยที่หาไอ้นักค้าข่าวเถื่อนคนนั้นไม่เจอ 

“พวกเราเคยติดต่อกันครั้งเดียวเท่านั้น แต่หมอนั้นดันเบี้ยว ไม่ไปตามที่นัดไว้”ชาร์มมิ่งหมายถึงสถานที่นัดในตัวเมือง ที่เขาและน้องสาวอุตส่าห์เสี่ยงตายจากตำรวจ ขโมยรถท่านนายพลหนีไปลงกลางเมืองเพื่อเจอกับไอ้นักข่าวเจ้าปัญหาที่ว่า แต่นัดไว้แล้วดันไม่มาซะงั้น พวกเขาเลยต้องนั่งรถขนส่งสาธารณะมาโผล่ที่นี่น่ะสิ 

“ก็เลยคิดว่าจะมาเจอนักข่าวนั่นได้ที่นี่งั้นสิ” 

“เออ” 

“ฉันพอจะรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน พาไปให้ได้ แต่ช่วยบอกชื่อเสียงเรียงนามก่อนได้ไหมว่าแกสองคนเป็นใคร”ไอ้หน้าหล่อต่อรอง 

“ฉันไม่เสี่ยงกับใครทั้งนั้น ถ้าแกเกิดปากโป้งไปบอกตำรวจ พวกฉันคงซวยพิลึก”ชาร์มมิ่งกล่าว 

“หนีคดีอะไรมาล่ะ” 

“ไม่สำคัญ” 

“สำคัญสิ เพราะที่ฉันต้องระเห็จเปลี่ยนสถานที่นัดไอ้พี่น้องสจ๊วตก็เป็นเพราะว่าในเมืองมีหมายจับปลิวว่อนไปหมดเลย ขืนยืนรออยู่ในเมืองต่อไป มีหวังได้โดนรวบหัวรวบหางได้ทั้งนักต้มตุ๋นและพ่อค้าข่าว มีหวังถ้าถูกจับได้ ชื่อเสียงนักค้าข่าวเถื่อนของฉันของป่นปี้หมด” 

“นี่นายคือ...!”เฟลมมิ่งเอ่ยได้เท่านั้นแล้วเงียบไป เธอเองก็อึ้งพอๆกับพี่ชายที่ยืนอ้าปากหวอ ไอ้หนุ่มหน้าหล่อหันมามองปฏิกิริยาเหวอๆของคู่สนทนาก็เข้าใจในทันที 

“อ้อ ที่แท้ก็อยู่นี่เองสินะ พี่น้องสจ๊วต ฉันขอแนะนำตัวเลยละกัน ฉันชื่อเจย์ซี นักค้าข่าวเถื่อนที่พวกคุณสองคนตามหาอยู่” 

  

  

เฟลมมิ่งไม่รู้จะพูดอย่างไรดี หลังจากได้เจอเจย์ซีแล้ว พวกเธอก็ทำข้อตกลงกับเขาเรื่องตลาดเถื่อนสำหรับนำสร้อยคอไพลินไปปล่อยขาย แต่ดูเหมือนเจย์ซีจะไม่ใช่ชายหนุ่มที่มีดีแค่หน้าตาเพียงอย่างเดียว หมอนี่ดันรู้จุดอ่อนของพวกเธอด้วยว่ากำลังหนีทางการอยู่ จึงเสนอว่าจะพาไปหาแหล่งกบดานดีๆให้ 

“รู้ไหม การเอาของไปปล่อยในตลาดมืดแบบนี้ไม่ค่อยให้กำไรเท่าไหร่ สู้การลงทุนสิถึงจะให้ผลที่ดีกว่า”เจย์ซีกล่าวระหว่างทางพาที่พวกเธอทั้งสองไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง 

“ฉันไม่มีไอเดียเรื่องการลงทุนอะไรแบบนั้นหรอกนะ แค่อยู่แบบวันต่อวันนี่ก็จะแย่แล้ว”ชาร์มมิ่งบอก 

“ก็นะ”เจย์ซียักไหล่ “ก็แค่แนะนำเฉยๆ เห็นอาชีพนักต้มตุ๋นแบบนี้ดูเสี่ยงตายชะมัด” 

“แล้วนักค้าข่าวเถื่อนอย่างคุณเสนอเรื่องแบบนี้ขึ้นมาทั้งที จะไม่แนะนำอะไรดีๆหน่อยเหรอ”เฟลมมิ่งถาม 

“นั่นสินะ ถ้าสนใจการลงทุนในระยะยาว แบบว่ามีเงินเหลือไว้ใช้ในยามจำเป็น ไม่ต้องเสี่ยงตาย ได้ที่ปรึกษาเรื่องการเงินด้วย แบบนี้การดำเนินชีวิตก็คงจะง่ายขึ้น ใช่มะ” 

“ถ้าพวกฉันสนใจ คุณจะแนะนำให้ทำอย่างไรล่ะ”หญิงสาวถามต่อ 

เจย์ซียิ้มกว้าง “ให้มันได้อย่างนี้สิ สาวน้อยน่ารักของฉัน ถ้าสนใจเรื่องการมีผู้ดูแลเงินๆทองๆ การนำทรัพย์สินที่หามาได้ไปลงทุนให้เกิดผลประโยชน์ในระยะยาวล่ะก็ ฉันมีเพื่อนคนหนึ่งจะแนะนำให้รู้จัก” 

เฟลมมิ่งยังไม่ไว้วางใจเชื่อหมอนี่เท่าไหร่ ดูจากบุคลิกแล้ว หมอนี่น่าจะเป็นพวกปากหวาน พูดจาน้ำไหลไฟดับให้คนอื่นเชื่อถือได้พอๆกับพี่ชายเธอเลยทีเดียว 

เฮ้อ สันดานนักค้าข่าวเถื่อนคงเป็นแบบนี้ล่ะมั้ง 

“ทำไมถึงทำหน้าไม่เชื่อกันอย่างนั้น เห็นฉันเป็นนักค้าข่าวแบบนี้แต่ก็มีสัจจะในหมู่โจรเหมือนกันนะ”เจย์ซีชี้แจง เปลี่ยนมาเดินประกบเฟลมมิ่งแทน 

“รู้ใช่ไหมว่าถ้าเล่นอะไรตุกติกขึ้นมา ฉันเอาแกตายแน่ ที่สำคัญก็คือ ออกไปห่างๆจากน้องสาวของฉันได้แล้ว”ชาร์มมิ่งเดินมาแทรกระหว่างกลาง อารมณ์หมาหวงก้างกำเริบเมื่อเห็นไอ้หน้าหล่อกำลังใช้สายตาแทะโลมน้องสาวของเขา 

เจย์ซียิ้มอย่างไม่ถือสา หากเขาคาดการณ์ไม่ผิดล่ะก็ งานนี้คงได้ทำธุรกิจร่วมกับสองพี่น้องสจ๊วตไปอีกนาน 

ความคิดเห็น